ยัยจอมกวนป่วนหัวใจนายไอดอล ตอนที่ 3
ตอนที่ 3 ไอดอลระดับชาติมาถึงแล้ว
อันเซี่ยเซี่ยอันซย่าซย่าฝันร้ายตลอดทั้งคืน
ในความฝัน เซิ่งอี่เจ๋อชางยี่เจ๋อยืนตระหง่านอยู่เหนือเธอพร้อมกับดาบด้ามใหญ่เล่มหนึ่งพาดไว้บนไหล่ เขาก้มมองเธอพลางบอก “อ้อ เธอเองสินะที่คอยตามด่าว่าฉันในโลกออนไลน์ วันนี้ก็ถึงขั้นชนรถของฉันอีก หึหึ ๆ ฉันว่าฉันจะรวบยอดหนี้สองก้อนนี้แล้วสับเธอเป็นชิ้นๆ...”
อันเซี่ยเซี่ยอันซย่าซย่ากรีดร้องเสียงหลงก่อนจะลุกขึ้นนั่งบนเตียงนอน
หญิงสาวปิดนาฬิกาปลุกที่ข้างเตียง ใช้เวลาพยายามอยู่ครู่หนึ่งกว่าจะปรับลมหายใจให้เป็นปกติจนสงบใจลงได้ในที่สุด แล้วเธอก็เหลือบไปมองที่นาฬิกาก่อนจะกรีดร้องโหยหวนออกมาอีกครั้ง
“อ๊าย!!!”
เธอลงจากเตียงในทันทีและถลันเข้าห้องน้ำเพื่ออาบน้ำอย่างไว ก่อนจะคว้าเป้สะพายหลังวิ่งออกจากประตูบ้าน
สายแล้ว!
เมื่อวานนี้เป็นวันแรกของเธอที่โรงเรียนมัธยมฉีซย่า ฉีเซีย ครูประจำชั้นของเธอสั่งให้ทุกคนมารวมตัวกันวันนี้เวลาแปดโมงตรงเพราะมีพิธีปฐมนิเทศพิธีเปิดปีการศึกษาใหม่
ทว่าอย่างไรก็ตามตอนนี้เวลา 7.45 น. เข้าไปแล้ว และการเดินทางจากบ้านเธอไปถึงโรงเรียนใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง...
พี่ชายของเธอไปทำงานอยู่ที่ต่างประเทศ ส่วนพ่อก็ลาพักร้อน ดังนั้นเลยไม่มีใครในบ้านที่จะช่วยปลุกเธอ
ขณะที่กำลังท้อแท้และสิ้นหวังอยู่นั้น อยู่ๆ ก็มีจักรยานเสือภูเขาใหม่เอี่ยมคันหนึ่งมาจอดเทียบข้างๆ เด็กหนุ่มบนจักรยานหน้าตาดีดูกระปรี้กระเปร่า นัยน์ตาและเรียวคิ้วทำให้เขาดูสดใสร่าเริง ถึงแม้ผมหน้าม้าจะยาวไปนิดก็เถอะ มันยาวเกือบจะบังดวงตาสีอำพันของเขา
พอเห็นเขาเท่านั้น อันเซี่ยเซี่ยอันซย่าซย่าก็รู้สึกราวกับกำลังมองคนที่เธอรักสุดหัวใจ เธอร้องเสียงหลง “คังเพี้ยน คนไร้ค่า!”
คังเจี้ยนแทบตกจากจักรยานเพราะพลังเสียงของเธอ เขาเอ่ยถามด้วยสีหน้าสับสนงุนงง “เธอก็ตื่นสายเหมือนกันเหรอ”
“มัวแต่พูดมากอยู่ได้! รีบพาฉันไปโรงเรียนเลย”
อันเซี่ยเซี่ยอันซย่าซย่ากระโดดซ้อนท้ายจักรยานของเขาอย่างช่ำชอง แล้วคังเจี้ยนก็ปั่นออกไปด้วยความเร็วเต็มกำลัง
เมื่อคังเจี้ยนปั่นมาจนถึงโรงเรียน ทั้งสองกลับค้นพบความจริงที่น่าเศร้ายิ่งกว่า...
ประตูรั้วโรงเรียนถูกล็อกแล้วค! ล็อกแน่นสนิทพวกมันถูกล็อคจริงๆ! มี รปภ. ท่าทางน่าเกรงขามดูสง่าผ่าเผยสองคนยืนประจำการอยู่ที่ประตู และในตอนนั้นเอง รปภ.ทั้งสองก็กำลังจ้องมองมาที่ทั้งสอง
“ทำยังไงดีล่ะ เราจะเข้าไปไหม” คังเจี้ยนถามอย่างหวั่นๆ ขณะยันขาข้างหนึ่งบนพื้นเพื่อพยุงจักรยาน
“ยังไงล่ะ! นายเห็นสมุดเล่มเล็กๆ บนโต๊ะนั่นไหม มันต้องเป็นสมุดจดรายชื่อนักเรียนที่มาสายแน่ๆ นายอยากถูกครูลงโทษตั้งแต่วันเปิดเทอมเลยหรือไง!” อันเซี่ยเซี่ยอันซย่าซย่าเอามือทาบหน้าผากด้วยความกลัดกลุ้มใจ
“แล้วเราจะทำยังไงอย่างไรกันดี” คังเจี้ยนมองอย่างสังเวชใจไปที่เธอเธอหน้าเจื่อน
“ฉันไม่รู้ ลองคิดหาทางด้วยสมองเล็กๆ ของนายดูสิ!” อันเซี่ยเซี่ยอันซย่าซย่าตอบอย่างกระวนกระวายใจ แต่เธอเองก็ไม่รู้จะทำอย่างไรดีเหมือนกัน
คังเจี้ยนดึงหูทั้งสองข้างของตัวเองพลางใช้ความคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วอยู่ๆ ก็ปิ๊งไอเดียที่เขาคิดว่าหลักแหลมที่สุดได้แผนหนึ่ง “ซย่าซย่าเซี่ยเซี่ย มาปีนกำแพงเข้าไปกันเถอะ! คิดดูสิ ตอนนี้ทุกคนกำลังร่วมอยู่ในพิธีเปิดพิธีปฐมนิเทศการศึกษา ไม่มีใครเห็นเราหรอก!”
เธอพิจารณาอยู่อึดใจหนึ่งก่อนจะพยักหน้าตอบ “แผนดี! เรามาปีนกำแพงกันเถอะ!”
ทั้งสองตัดสินใจทำตามแผน เอาจักรยานเสือภูเขาไปล็อกคไว้หน้าร้านสะดวกซื้อ คังเจี้ยนเลือกตำแหน่งที่เหมาะเจาะข้างกำแพงและให้อันเซี่ยเซี่ยอันซย่าซย่าเหยียบหลังเพื่อปีนขึ้นไป
–
โรงเรียนมัธยมฉีซย่าเซีย
พิธีปฐมนิเทศพิธีเปิดการศึกษาจัดขึ้นที่สนามภายในโรงเรียน มีไมโครโฟนตัวหนึ่งตั้งอยู่หน้าเสาธง และด้านหลังเสาธงก็คือกำแพงส่วนที่เพิ่งสร้างขึ้นมาใหม่ของโรงเรียน
ผู้อำนวยการคณบดีถือสคริปต์ไว้ และกำลังเตรียมตัวขึ้นกล่าว แต่ก่อนที่จะได้พูดอะไรออกไป ทันใดนั้นก็มีเสียงร้องแหลมดังมาจากด้านหลัง และตามมาด้วยเสียงดังโครมเหมือนกับอะไรบางอย่างหนักๆ ตกลงบนพื้น
ผู้อำนวยการโรงเรียนท่านคณบดีหันขวับ นิ่งงันไปกับสิ่งที่เห็น
เด็กผู้หญิงผมยาวคนหนึ่งนอนแผ่หราอยู่บนพื้นราวกับหล่อนเพิ่งตกลงมาจากท้องฟ้า และบนกำแพงก็มีเด็กผู้ชายอีกคนกำลังตั้งท่าจะกระโดดลงมาอย่างห้าวหาญพลางตะโกน “ซย่าซย่าเซี่ยเซี่ย ฉันกำลังลงไปแล้วนะ! รับกระเป๋าฉันด้วย!”
อันเซี่ยเซี่ยอันซย่าซย่าประมวลสถานการณ์ที่กำลังดำเนินไปข้างในโรงเรียนได้แล้วและตอนนี้เด็กสาวก็ร้องไม่ออกกับสิ่งที่กำลังเห็น เธอโบกไม้โบกมือไล่เขาพลางทำปากขมุบขมิบ “อย่าลงมา อย่าลงมาตรงนี้!”