ลวงล่อคุณชายให้เผลอใจ

ลวงล่อคุณชายให้เผลอใจ: Chapter 038 ตอนที่ 38

#38Chapter 038

บทที่ 38 ใครที่โกหกข้าล้วนต้องตาย

นักเรียนสถานศึกษาฉินจำนวนหนึ่งเดินเข้ามาใกล้ด้านหลังฉินเซิงพร้อมหัวเราะคิกคัก ผู้ที่เป็นหัวหน้าคือต้าหยวนที่เพิ่งดีขึ้น ครั้งนี้ข้างกายเขาไม่มีเอ้อร์หยวนกับซานหยวนตามมาด้วย เอ้อร์หยวนบาดเจ็บ ซานหยวนตามเขากลับไปรักษาตัวที่บ้าน แต่ต้าหยวนไม่ยอมกลับ

ตอนนี้เมื่อต้าหยวนเจอฉินเซิงก็เหมือนศัตรูได้เจอกัน มีรอยยิ้มชั่วร้ายบนหน้า “เห้ย ฉู่เสินเซียน ได้ยินว่าเจ้ากำลังตามหาอาตัวเองอยู่หรือ?”

เรื่องที่ฉู่อวี๋หายตัวไปจะรอดพ้นจากสายตาค้นที่สนใจรู้ได้อย่างไร ตอนนี้ทุกคนในสถานศึกษาฉินต่างพูดเรื่องนี้

ฉินเซิงหันหน้ามามองพวกเขาเล็กน้อยพร้อมถามเสียงเรียบว่า “พวกเจ้ารู้ว่าท่านอาน้อยอยู่ที่ไหน?”

ขณะที่เขาเอียงหน้ามาก็เผยให้เห็นใบหน้าครึ่งซีกที่ขาวละเอียดเหมือนหยก

ยืนมาทั้งคืน น้ำจากหมอกเปื้อนลงบนคิ้วและผม ชุดคลุมสีขาวเปียกชื้น เส้นผมที่เปียกเผยให้เห็นใบหน้ามุมข้างที่ขาวละเอียดประณีต ริมฝีปากปรากฏสีแดงอ่อนที่มีอยู่แต่เดิมเพราะตากน้ำค้างมากเกินไป ตัวเขาดุจดั่งอยู่ท่ามกลางเมฆหมอกจางๆ มองไม่ชัดเจน

บรรดานักเรียนสถานศึกษาฉินมองเขาอึ้งๆ และกลืนน้ำลายอย่างอธิบายไม่ได้ หัวใจเต้นระรัว

ทั้งที่เป็นเจ้าผอมขี้โรคทั่วไป แต่ไม่รู้เหตุใดตอนนี้มองแล้วจึง...งดงามจนแยกไม่ออก

“อะแฮ่ม” ต้าหยวนที่เป็นหัวหน้าตอบสนองเป็นคนแรก สายตาที่มองฉินเซิงมีความอิจฉา “ถูกต้อง ข้ารู้ว่านางอยู่ที่ไหน จะไปกับพวกข้าไหม?”

ฉินเซิงพยักหน้าเรียบๆ “ได้”

ดวงตาต้าหยวนมีประกายได้ใจ

นังแพศยาฉู่อวี๋เต็มไปด้วยแผนสกปรก ไม่รู้ใช้วิธีอะไรถึงจัดการได้แม้กระทั่งรัฐทายาทหนิงโหว แต่วันนี้นางไม่อยู่ เขาไม่เชื่อว่าพวกเขาจะจัดการคนปัญญาอ่อนแค่คนเดียวไม่ได้ จะแก้แค้นให้เอ้อร์หยวนกับอวิ๋นชิง!

เขาชี้ไปทางห้องเก็บอุปกรณ์ทำเกษตรที่อยู่อีกฟากของแปลงดอกไม้ “นางอยู่ที่นั่น กล้าไปกับพวกข้าไหม!”

ฉินเซิงไม่พูดอะไร เขาเดินตรงไปที่ห้อง

ต้าหยวนตามไปติดๆ คนอื่นสบตากันไปมาแล้วก็ตามไปเช่นกัน

เมื่อมาถึงหน้าประตู เห็นฉินเซิงยื่นมือไปผลักประตูโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย ดวงตาต้าหยวนก็มีประกายชั่วร้ายแวบผ่าน

ภายในห้องไม่มีใคร ทว่าในชั่วพริบตาที่ประตูผลักออกกลับมีควันสีขาวพุ่งออก

“ท่านอาน้อย...” ฉินเซิงมองห้องที่ว่างเปล่าไม่มีใคร เสียงหยุดชะงักทันที เขาหันมามองต้าหยวนเงียบๆ “นางไม่อยู่ที่นี่ ทำไม่ต้องโกหกข้า?”

เสียงเขานิ่งเรียบมาก นิ่งจนต้าหยวนรู้สึกกลัวขึ้นมาแปลกๆ

“โกหกคนโง่แบบเจ้าแล้วจะเป็นไร!” เขาหันไปออกคำสั่งอย่างโหดเหี้ยม “เขาโดนยานอนหลับไปแล้ว จัดการมันเลย จัดการเสร็จแล้วโยนลงในคูเก็บอุจจาระ ดูซิว่าจะแสร้งเป็นเซียนได้ถึงเมื่อไร!”

จิตใจที่ริษยาของผู้ชายน่ากลัวมากเช่นกัน

แต่คนที่อยู่ข้างเขากลับลังเลขึ้นมาแปลกๆ “ฉู่เสินเซียนสมองไม่ปกติ เรื่องราวต่างๆ ก็ไม่ใช่เขาที่ก่อ ข้าว่าเราอย่า...”

ต้าหยวนจ้องพวกเขาตาเขม็ง พวกอย่างโมโหเสียงเบาว่า “ไอ้พวกไม่ได้เรื่อง ก็แค่คนปัญญาอ่อนที่หน้าตาดีหน่อย ทั้งยังเป็นผู้ชาย แค่นี้ก็มอมเมาพวกเจ้าได้แล้ว จัดการเสร็จแล้วพวกเจ้าจะเล่นยังไงก็ตามใจ ถึงอย่างไรเขาก็ปัญญาอ่อน พูดเรื่องนี้ออกไปไม่เป็น!”

ต้าหยวนเป็นคนเปิดกว้าง เรื่องที่ลูกหลานตระกูลร่ำรวยมีเด็กรับใช้หน้าตาดีให้เล่นด้วยไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่อะไร

นับประสาอะไรกับคนปัญญาอ่อนที่หน้าตาดี ไม่มีใครเชื่อคำพูดคนปัญญาอ่อนอยู่แล้ว

คำพูดของต้าหยวนทำให้นักเรียนที่เดิมทียังลังเลสองสามสบตากัน สายตามองไปที่ริมฝีปากงามประณีตกับเอวยืดหยุ่นของฉินเซิงอย่างควบคุมไม่ได้ พวกเขากลืนน้ำลาย ค่อยๆ เดินเข้าใกล้ฉินเซิง ปากก็หยอกล้อไปด้วย “เซียนเซียน เจ้าเป็นเด็กดีนะ พวกพี่ชายจะทำเบาๆ”

ทว่าฉินเซิงที่นิ่งเฉยมาตลอดกลับหลับตาลงอย่างฉับพลัน เขาถอนหายใจเบาๆ “ท่านอาน้อยเคยบอกว่าโกหกเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง”

...

จินเย่ากับหั่วเย่าไม่รู้ว่าภายในห้องเกิดอะไรขึ้น ภายในไม่มีเสียงอะไร เมื่อนายท่านของตัวเองเดินออกมาก็ไม่มีรอยเลือดเปื้อนแม้แต่หยดเดียว มีเพียงร่างเขาที่ประหนึ่งปกคลุมอยู่กลางไอน้ำแข็ง มองแล้วไม่กล้าเข้าใกล้

จินเย่าเดินเข้าไปพูดเสียงเบา “นายท่าน พวกข้าเจอเบาะแสบางอย่างแล้วขอรับ เชื่อว่าจะได้ข่าวฉู่อวี๋ภายในสองวัน”

ฉินเซิงพูดเรียบๆ “ลงเขา ข้าจะลงไปรอข่าวด้านล่าง”

จินเย่าลังเลเล็กน้อย แต่เมื่อเห็นกลุ่มหมอกมืดดำในดวงตาสีอำพันของฉินเซิงก็รีบตอบอย่างนอบน้อม “ขอรับ”

ฉินเซิงหมุนตัวเดินจากไปอย่างสง่างาม หั่วเย่ารีบเดินตามไป

หั่วเย่าแอบมองไปที่ห้องนั้นแวบหนึ่งแล้วก็ต้องตัวสั่นเบาๆ...ภายในห้องที่เต็มไปด้วยสีโลหิตมีแจกันดอกไม้ ‘ร่างมนุษย์’ วางอยู่ตามมุมต่างๆ รูปร่างบิดเบี้ยวแต่กลับให้ความรู้สึกงดงามแบบแปลกๆ เงียบเชียบไร้ซุ่มเสียง

เขาส่ายหน้าพูดเสียงเบาๆ “หาเรื่องตายเองแท้ๆ เก็บกวาดที่นี่ให้เรียบร้อย”

“ขอรับ” เงาดำสองสามร่างโผล่มาจากไหนไม่รู้ หลังจากที่รับคำสั่งก็ถอยออกไปอย่างรวดเร็ว

...

สองวันต่อมา

คืนเดือนมืดลมพัดแรง บรรยากาศเหมาะกับการทำเรื่องชั่วร้าย

คืนมืดมิดที่มองไม่เห็นแม้แต่นิ้วมือ มีเพียงโคมไฟขาวสองดวงใต้ชายคาบ้านทรุดโทรมที่อยู่ไม่ไกลออกไปแกว่งไกวให้เกิดแสงแปลกๆ

ฉู่อวี๋กลั้นหายใจ ค่อยๆ มองไปทางโคมสีขาว

“นี่ นังหนูน้อย เสื้อผ้าที่ห่อคลุมทั้งตัวแบบนี้น่าเกลียดจะตาย!” ฮั่วเอ้อร์เหนียงพูดบ่นข้างหูฉู่อวี๋ ขณะเดียวกันบิดเอวคอดของตัวเอง พยายามดึงคอเสื้อให้กว้างขึ้น

ฉู่อวี๋ยื่นมือมาปิดปากนาง กัดฟันพูดเสียงเบาว่า “เงียบหน่า ฮั่วเอ้อร์เหนียง เจ้าเงียบหน่อยได้ไหม ดึกๆ ดื่นๆ มาพูดเสียงดังมันน่าตกใจ!”

ฮั่วซานเหนียงนั่งยองๆ อยู่ด้านข้าง เอามือรองใบหน้าอ่อนเยาว์เหมือนเด็กของตัวเอง พูดด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ว่า “ก็แค่ที่เก็บศพไม่ใช่หรือไง คุณหนู ดึกๆ ดื่นๆ ท่านไม่นอน มาทำอะไรที่นี่?”

“เงียบนะ ไม่งั้นข้าจะส่งพวกเจ้ากลับโรงเหล้ายมโลก!” ฉู่อวี๋กุมใจตัวเอง เริ่มสงสัยแล้วว่าตัวเองตัดสินใจผิดหรือเปล่าที่ใช้เพชรพลอยกับไข่มุกสองในสามส่วนมาซื้อ ‘องครักษ์’ สองคนนี้

แม้ฮั่วซานเหนียงกับฮั่วเอ้อร์เหนียงจะไม่พอใจแต่ก็เงียบปากทันที รอฟังคำสั่งฉู่อวี๋

ฉู่อวี๋มองโคมไฟสองดวงนั้นอย่างเหม่อลอยอยู่นานก่อนที่จะตัดสินใจพูดว่า “พวกเราเข้าไปในที่เก็บศพดู!”

แม้นางจะรู้ว่าเรื่องที่ควรทำที่สุดคือไปจากเมืองอวิ๋นโจว แต่ภาพบนหลังนางกับคำพูดก่อนตายที่ตาแก่คนนั้นบอกไว้ว่า... ‘ประตูผีเคาะหมู่บ้านสิบสองลี้’ ทำให้นางนอนไม่หลับ

นางไม่รู้ว่าขีดจำกัดความสามารถของสำนักเย่าอยู่ที่ไหน แต่ดูจากเรื่องที่จู่ๆ กองทัพก็ปิดเมืองอวิ๋นโจวในรัศมีสามสิบลี้ก็รู้ว่าสำนักเย่ามีอำนาจมากกว่าที่นางคิด

นางจำเป็นต้องรู้ว่าความลับบนหลังตัวเอง รู้เบาะแสว่าแท้จริงแล้วสำนักเย่ากำลังตามหาอะไร แบบนี้แล้วหากวันใดถูกสำนักเย่าจับกลับไปอีกครั้งจะได้อยู่ในจุดที่ไม่ต้องกลัวอะไร

ที่ซื้อสองพี่น้องตระกูลฮั่วก็เพราะสาเหตุนี้ด้วยเช่นกัน ข้างกายจะได้มีคนต้านทางคนสำนักเย่า

ตอนนี้นางเจอหมู่บ้านสิบสองลี้ที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของเมืองอวิ๋นโจวตามคำบอกลับของชายชรา แต่คิดไม่ถึงว่าที่นี่จะถูกทิ้งร้างมานานแล้ว ดึกดื่นเที่ยงคืนเงียบไร้ผู้คน บรรยากาศอึมครึมน่ากลัว หากไม่ใช่เพราะมีพี่น้องตระกูลฮั่วอยู่ด้วยนางคงไม่กล้ามา

ส่วน...ประตูผีเคาะ นางก็นึกออกแค่ที่เก็บศพที่เป็นสถานที่เดียวในหมู่บ้านสิบสองลี้ที่ไม่ถูกทิ้งร้าง อย่างไรเสียก็มีเพียงที่เก็บศพที่จะมีผีมาเคาะประตูหาศพตัวเอง

บางทีเบาะแสอาจอยู่ข้างใน

ฉู่อวี๋ตัดสินใจ นางลุกขึ้นเดินไปทางที่เก็บศพ สองพี่น้องตระกูลฮั่วสบตากันแล้วเดินตามไป ขนาบข้างให้ฉู่อวี๋อยู่ตรงกลางแบบไร้ซุ่มเสียง

กฎในการซื้อขายของโรงเหล้ายมโลกคือ...นายอยู่บ่าวอยู่ นายตาย บ่าวตาย

...

“แอ๊ด” ประตูไม้ส่งเสียงน่าขนลุก

ฉู่อวี๋ชะโงกหน้าเข้าไปดู เห็นว่าภายในที่เก็บศพพุพัง มีรูรั่วเต็มไปหมด มีเพียงตะเกียงหน้าพระพุทธรูปที่สั่นไหวอยู่กลางลม ส่องให้เห็นศพสิบกว่าร่างที่วางอยู่ในที่เก็บศพเก่าพุพัง

แม้อากาศจะหนาวเย็น แต่ตัวศพกลับส่งกลิ่นที่ทำให้หายใจไม่ออก น่าสะพรึงกลัว

นางกลืนน้ำลาย ส่งสัญญาณให้ฮั่วเอ้อร์เหนียงเข้าไปก่อน นางเดินตามหลังเข้าไป ส่วนฮั่วซานเหนียงเฝ้าอยู่ด้านนอก

ไม่รู้เหตุใดหลังจากที่ฮั่วเอ้อร์เหนียงเข้ามาในที่เก็บศพแล้วถึงได้มีท่าทีจริงจังขึ้นมา ดวงตาคู่งามค่อยๆ มีความระแวดระวัง นางสูดกลิ่นเหม็นเข้าลึกๆ “ที่นี่เหมือนจะไม่ปกติ”

ฉู่อวี๋ยืนตัวแข็งค้างไปนานแล้ว นางเบิกตาโพลงมองไปทางซ้ายด้านหน้า...ตรงนั้นมีศพที่คลุมด้วยผ้าขาวศพหนึ่งลุกขึ้นนั่งด้านหลังฮั่วเอ้อร์เหนียงช้าๆ ด้วยท่าทางที่ไม่มีมนุษย์คนไหนทำได้

.....................................................................................

devc-8b4819b0-34416ลวงล่อคุณชายให้เผลอใจ: Chapter 038 ตอนที่ 38