เฟิงหรูชิง องค์หญิงหมอเทวดา ตอนที่ 10
ตอนที่ 10 ถอนคืนจดหมายหย่า? (3)
ความจริงแล้วต่อให้ถานซวงซวงแต่งเข้ามายังสกุลหลิ่วก็ไม่มีทางบีบให้นางออกไปจากจวนได้ สาวใช้ในจวนเสนาบดีไม่กล้าวิพากษ์วิจารณ์เรื่องขององค์หญิง ดังนั้นพวกสาวใช้เหล่านั้นจะมีเจตนาหรือไม่ ยังต้องรอพิสูจน์ต่อไป
“อวี้เฉิน” ถานซวงซวงถอยหลังไปด้วยความกลัว นางกัดริมฝีปากเบาๆ ในดวงตาอันสวยงามแฝงด้วยความหวาดกลัว “ท่านอย่าต่อปากต่อคำกับองค์หญิงอีกเลย ข้าเองที่ไม่ควรไปอยู่ที่จวนเสนาบดีทุกวัน เพราะแบบนี้จึงทำให้องค์หญิงโกรธ ที่องค์หญิงเฆี่ยนข้าสิบครั้งเป็นสิ่งที่ข้าสมควรได้รับอยู่แล้ว”
เมื่อเห็นท่าทางหวาดกลัวของถานซวงซวง และนึกถึงรอยเฆี่ยนที่อยู่บนตัวของนาง หัวใจของหลิ่วอวี้เฉินรู้สึกราวกับมีคนเอามือมาบีบขยี้ เจ็บปวดเหลือแสน
“องค์หญิง ข้ายอมรับว่าข้าไม่ควรหย่ากับท่าน หากท่านไม่ทำร้ายถานซวงซวง ไม่ทำให้แม่ข้าโมโหจนหมดสติไป ข้าคงไม่โกรธขนาดนี้ ดังนั้นไม่ว่าความผิดนั้นจะใหญ่โตแค่ไหน มันก็เป็นความผิดของข้าเพียงผู้เดียว ซวงเอ๋อร์ไม่เกี่ยวอะไรด้วย”
สิ่งที่เขาทำผิดที่สุดคือการไม่ปฏิเสธพระบัญชาของฝ่าบาทเสียตั้งแต่แรก ไม่ควรแต่งกับองค์หญิงที่ไร้ความยำเกรงสิ่งใดผู้นี้
ส่วนเรื่องที่ซวงเอ๋อร์ต้องได้รับความยากลำบากนั้น
เฟิงหรูชิงใช้นิ้วมือคลึงที่คางเบาๆ แววตาแฝงด้วยรอยยิ้ม “ถ้าเจ้าคิดว่านางได้รับความลำบาก เจ้าเป็นลูกผู้ชาย เจ้าก็ไปชดเชยให้นางเองแล้วกัน”
พูดตามตรง เฟิงหรูชิงเริ่มรู้สึกดูแคลนหลิ่วอวี้เฉินคนนี้
ถ้าหลิ่วอวี้เฉินรักถานซวงซวงจริง ยังไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่เขาทิ้งถานซวงซวงแล้วมาแต่งงานกับนาง แต่ตอนนี้เขายิ่งไม่ควรพาถานซวงซวงมาร้องขอความเห็นใจด้วย
ถ้าเขาเป็นลูกผู้ชาย ก็ควรแบกรับความผิดทั้งหมดไว้แต่เพียงผู้เดียว ไม่น่าพาหญิงผู้เป็นที่รักมารับความลำบากด้วย
หลิ่วอวี้เฉินอึ้งไป เป็นไปได้ว่าเขาไม่เข้าใจที่เฟิงหรูชิงพูดเท่าใดนัก จากนั้น เขากัดฟันแล้วพูดต่อไปว่า “องค์หญิง ขอท่านได้โปรดปล่อยซวงเอ๋อร์ไป อย่าเอาเรื่องคนในจวนเสนาบดี ขอเพียงท่านยอมละเว้นพวกเขา ข้าหลิ่วอวี้เฉิน...ข้ายอมถอนคืนจดหมายหย่า”
ประโยคนี้ หลิวอวี้เฉินดูใช้ความพยายามอย่างมากในการพูดออกมาสีหน้าแสดงท่าทีอับอาย แต่ตอนนี้เขาจนหนทางแล้วจริงๆ ขอเพียงช่วยคนในจวนเสนาบดีไว้ได้ เขายอม...ใช้ชีวิตร่วมกับผู้หญิงคนนี้อีกครั้ง
มือที่วางอยู่ข้างลำตัวของถานซวงซวงกำแน่น เล็บจิกเข้าไปในเนื้อ เจ็บจนสีหน้าดูไม่ได้
นางอุตส่าห์ทำให้หลิ่วอวี้เฉินหย่ากับเฟิงหรูชิงจนได้ จะยอมให้นางกลับเข้ามาในจวนเสนาบดีอีกได้อย่างไร แต่เพราะเฟิงหรูชิงมีพ่อที่อำนาจล้นฟ้าทำให้หลิ่วอวี้เฉินต้องยอมแพ้อีกคราว
“น่าเสียดาย...” เฟิงหรูชิงส่ายหน้า “ผู้ชายของคนอื่นน่ะ ข้าไม่รู้สึกสนใจเลยแม้แต่น้อย”
หลิ่วอวี้เฉินตกใจ เขามองดูเฟิงหรูชิงตาค้าง “องค์หญิง ท่านหมายความว่าอย่างไร”
เฟิงหรูชิงยิ้มตาหยี “ข้าหมายความว่าข้าไม่รักเจ้า ต่อให้เจ้าไม่มีถานซวงซวง ข้าก็ไม่มีทางรักคนที่ไม่มีน้ำยา ไม่มีความรับผิดชอบอย่างเจ้า ซ้ำยังเป็นผู้ชายที่มีใจไม่จริง”
ผู้ชายคนนี้ ข้างหนึ่งก็มอบรักลึกซึ้งให้กับถานซวงซวง อีกข้างหนึ่งก็พูดว่าเฟิงหรูชิงเป็นภรรยา? ใจที่ไม่จริงแบบนี้ มีเพียงถานซวงซวงเท่านั้นแหละที่ชอบได้ลงคอ เดิมทีเฟิงหรูชิงไม่ได้รู้สึกรังเกียจเดียดฉันท์หลิ่วอวี้เฉิน แต่มาบัดนี้นางไม่อยากเห็นหน้าเขาอีกต่อไป
ใบหน้าอันหล่อเหลาของหลิ่วอวี้เฉินแดงก่ำ เขากำหมัดแน่น “องค์หญิง ท่านจะตัดสินข้าอย่างไรก็ได้ แต่ท่านไม่มีสิทธิ์มาวิจารณ์ความรู้สึกที่ข้ามีต่อถานซวงซวง ตอนที่ข้าแต่งงานกับท่านข้าเคยพูดว่า ข้ารับท่านเป็นภรรยาได้ แต่คนที่ข้ารักที่สุดยังคงเป็นถานซวงซวงเสมอ”
สายตาของเฟิงหรูชิงดูไม่สบอารมณ์ องค์หญิงคนเดิมช่างโง่เสียจริง ผู้ชายที่ในใจมีแต่คนอื่น แต่งงานด้วยจะมีความหมายอะไร
“บังอาจ” ขันทีตะคอกด้วยความโกรธ เดิมเขาคิดว่าหลิ่วอวี้เฉินตั้งใจจะขอโทษองค์หญิง เดิมทีเขาคงตั้งใจอย่างนั้นจริง แต่คิดไม่ถึงว่าหลิ่วอวี้เฉินยิ่งพูดยิ่งเลยเถิด จึงรีบพูดตำหนิออกไป