พิชิตสวรรค์ ทะยานฟ้า: 031 ทหารเสือที่แท้จริง ( 1 ) ตอนที่ 31
บทที่ 31 ทหารเสือที่แท้จริง ( 1 )
เหมียวอี้มิได้สนใจว่าบนยอดเขาตรงหน้าจะมีมากี่คน เขามองเพียงร่างกายท่อนบนของเฉาติ้งเฟิงที่ชักดิ้นอยู่บนพื้นด้วยใบหน้าที่ไร้อารมณ์ความรู้สึก
นับตั้งแต่เขาออกมาจากภูเขาที่ฝึกฝน ได้รู้จักเพื่อนแล้วสี่คน เฉินเฟย เฉาติ้งเฟิง หลัวเจินและเหยียนซิว แต่ตอนนี้กลับตายไปต่อหน้าต่อหน้าตัวเองแล้วสองคน ส่วนตัวเขาตัวยืนดูความวุ่นวายอยู่ไกลๆ มาโดยตลอด
ตอนที่เห็นคนอื่นตาย ยังไม่ค่อยสะเทือนอารมณ์มากนัก พอเห็นสหายที่ดูแลตนดีมาตลอดตายอย่างอนาถ ทำให้เขาสัมผัสได้ทันทีถึงความเหี้ยมโหดอันลึกซึ้งของโลกแห่งการแดนฝึกตน!
ในใจเขากำลังตำหนิตัวเองอย่างบ้าคลั่งว่าทำอะไรลงไปกันแน่ เห็นได้ชัดว่าน้องรองสองกับน้องสามใช้ชีวิตอย่างดีอยู่แล้ว แต่ตนกลับส่งพวกเขาเข้าสู่สถานที่อันตรายเช่นนี้ เขาจะมีหน้าไปพบวิญญาณบนสวรรค์ของพ่อแม่บุญธรรมได้อย่างไร!
ตนทำให้น้องชายและน้องสาวตกอยู่ในอันตราย เหมียวอี้เบิกตาค้างมองสหายที่ดูแลตนเองอย่างดีตายอย่างอนาถ โหดเหี้ยมแต่ตัวเองกลับทำอะไรไม่ได้ไม่สะทกสะท้านอะไร!
ข้ามันสมควรตาย!
เหมียวอี้พิพากษาโทษตายให้ตัวเองอยู่ในใจ ทวนเงินในมือค่อยๆ ชูขึ้นมา ชี้ไปยังพวกมือสังหารที่อยู่ตรงหน้าเขา!
"เจ้าทำอะไร? รีบยอมแพ้ซะสิ!"
เหยียนซิวเรียกอยู่หลายครั้งแต่เหมียวอี้ไม่มีปฏิกิริยาตอบโต้ใดๆ สีหน้าของอีกฝ่ายเขากลับยิ่งดุร้ายขึ้นด้วยซ้ำไป ตรงหว่างคิ้วปรากฏดอกบัวสีขาวบานหนึ่งกลีบขึ้นมา เขารีบวิ่งเข้ามาทันทีเพื่อจะดึงเหมียวอี้ไว้
ผลก็คือเหมียวอี้ยื่นทวนชี้ออกมา ปลายยอดทวนที่คมกริบจ่ออยู่ตรงหน้าอกของเหยียนซิว เขาพูดด้วยเสียงทุ้มต่ำ "ไสหัวไป!"
ผู้คนทั้งด้านบนและด้านล่างภูเขาต่างก็จ้องมองกิริยาท่าทางอันน่าสนใจนี้ดึงดูดใจของเหมียวอี้
"ตายซะ! " เหมียวอี้ยื่นทวนออกมาพร้อมคำรามอย่างเดือดดาล
ฮี้ ! ทันใดนั้น 'เฮยทั่น' ก็เปล่งเสียงร้องคร่ำครวญออกมา ชูขาหน้าขึ้นกลางอากาศก่อนจะย่ำลงพื้นและวิ่งออกไปอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าฟาด
เหยียนซิวตกตะลึง เขายังไม่เคยเห็น 'เฮยทั่น' ระเบิดความเร็วได้มากขนาดนี้มาก่อน
หยางชิ่งที่สวมชุดเกราะสีเงินยืนอึ้งอยู่บนยอดเขา ไม่ใช่เพราะความกล้าหาญของเหมียวอี้ แต่เป็นเพราะ 'เฮยทั่น' ที่เหมียวอี้ควบขี่อยู่ "ตัวที่เขาขี่นั่นคืออาชามังกรเหรอ ?"
มีบางคนหัวเราะแล้วพูดว่า "ข้าก็นึกว่าเป็นหมูป่ายักษ์ซะอีก"
ทุกคนหัวเราะลั่น ไม่เคยพบเห็นอาชามังกรที่อ้วนขนาดนี้มาก่อน อาชามังกรที่สันทัดเรื่องการวิ่งทำไมอ้วนแบบนี้ได้ล่ะ ?
นักพรตไม่กี่ตคนที่ยังอยู่ในสนามรบด้านล่างภูเขาจ้องมอง เหมียวอี้ที่พรวดพราดเข้ามาด้วยสีหน้าเหยียดหยาม นักพรตบงกชขาวขั้นหนึ่งกล้าบุกเข้ามาด้วยเหรอ ถ้าลองสุ่มหิ้วนักพรตขึ้นมาสักคนจากตรงนี้ อย่างน้อยก็เป็นระดับบงกชขาวขั้นสองทั้งนั้น
ทุกคนมองเขาเหมือนกับมองคนที่กำลังจะตาย ถ้าไม่ยอมแพ้ก็ต้องตายเป็นธรรมดา!
นักพรตบงกชขาวขั้นสามไม่ลงมือให้เสียศักดิ์ศรี หนึ่งคนในนั้นส่งสัญญาณออกมา นักพรตบงกชขาวขั้นสองคนรูปหนึ่งทำได้เพียงฝืนใจถือทวนพุ่งออกไป
ทั้งสองคนกำลังถลันพุ่งเข้าใส่กันด้วยความรวดเร็ว
พอเห็นพวกคนที่สังหารหลัวเจินพุ่งเข้ามา ในตาของ 'เฮยทั่น' ก็แดงก่ำขึ้นมา ความเร็วเพิ่มขึ้นอีกครั้ง และยิ่งเร็วขึ้นเรื่อยๆ จนเหยียนซิวเบิกตากว้าง
โครม! ทั้งสองพุ่งเข้าปะทะกัน
นักพรตบงกชขาวขั้นสองคนนั้นถึงกับถลึงตาจ้อง นึกไม่ถึงว่าพลังอิทธิฤทธิ์ที่เขาใช้จะระงับการกระทำของเหมียวอี้ไม่ได้
ทันทีที่พวกเขาชนกัน ทวนยาวที่เหมียวอี้ยื่นออกมา ไม่ต้องใช้การเคลื่อนไหวมากมาย แค่หวดออกไปเบาๆ เท่านั้นก็ เขา ปัดปลายทวนที่อีกฝ่ายแทงเข้ามาออกไป และถือโอกาสนี้ใช้ทวนแทงโต้งออกไป
นี่คือทวนที่ฝึกฝนอยู่ท่ามกลางคลื่นยักษ์สูงเสียดฟ้า นี่คือทวนที่ฝึกอยู่ใต้น้ำตกเป็นเวลาหลายปี นี่เป็นผลจากการผสานเชื่อมต่อกันระหว่างมนุษย์ อิทธิฤทธิ์และทวน หลังจากผ่านการโบกโบยขึ้นนับครั้งไม่ถ้วนจนสามารถทำลายล้างภูเขาหินหนึ่งลูกได้
เหล่าไป๋กล่าวว่าการฝึกของเขาป็นแบบงูๆ ปลาๆ เมื่อเปลี่ยนจากทวนไม้เป็นทวนจริงควรจะมีอานุภาพมากขึ้น
ในเวลาอันรวดเร็ว หัวทวนก็ทะลวงเข้าไปที่หน้าอกของอีกฝ่าย ในสายตาของนักพรตบงกชขาวขั้นสองเผยแววไม่อยากเชื่อความรู้สึกไม่น่าเชื่อออกมา
ขณะที่อาชามังกรสองตัวพุ่งชนและตัดผ่านกันไป เหมียวอี้ใช้ทวนเขี่ยอีกฝ่ายให้กระเด็นออกไป แล้วแกว่งทวนลากศพไปกับพื้นหนึ่งที ศพที่อยู่ใต้เท้าเขาเลือดทะลักกลิ้งไปข้างหลังอย่างรวดเร็ว
เหมียวอี้ชูทวนยาวขึ้นอีกครั้ง พุ่งเข้าไปยังขบวนค่ายของอีกฝ่าย
ทุกคนในเขาลูกนั้นนิ่งเงียบ นักพรตบงกชขาวขั้นหนึ่งสังหารนักพรตบงกชขาวขั้นสองเสียแล้วงั้นหรือ?
ฉินเวยเวยขมวดคิ้วเล็กน้อย สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าใช้ประโยชน์ผู้ใต้บัญชาของตนใช้การไม่ได้เอาเสียเลยแล้ว
หยางชิ่งซึ่งผู้สวมชุดเกราะสีเงินส่งสายตาเป็นประกายเล็กน้อย เขาเริ่มสนใจเหมียวอี้ขึ้นมาอย่างจริงจัง
นักพรตบงกชขาวขั้นสองจำนวนสองคนตนถลันออกมาจากค่าย พุ่งปะทะตรงหน้าเหมียวอี้เพื่อหยุดยั้งการโจมตี
ทั้งสองโจมตีขนาบเข้ามาด้วยสีหน้าเดือดดาล เนื่องจากเพื่อนของถูกสังหารด้วยวิธีการที่เสื่อมเสียเกียรติ สองคนก็ดูไม่ออกเช่นกันว่าเหมียวอี้เก่งกาจพียงใด
ยกทวน!
ทันใดนั้นเหมียวอี้ทิ่มหัวทวนลงไปที่พื้น หินก้อนใหญ่ก้อนหนึ่งถูกทวนของเหมียวอี้หาบขึ้นมา ค้างอยู่บนหัวทวนแล้วจู่โจมไปยังสองคนนั้น
จังหวะที่ทั้งสองฝ่ายพุ่งชนกัน เหมียวอี้ดึงทวนกลับมาแล้วแทงออกไปอีกครั้ง
ปั้ง! หินก้อนใหญ่ระเบิดออกเป็นกลุ่มฝุ่นควัน เศษหินลอยพุ่งไปยังนักพรตสองคนที่กำลังบุกเข้ามา
การโจมตีแบบเด็กๆ เช่นแบบนี้ หากจะใช้สังหารคนธรรมดานั้นไม่มีปัญหา แต่ไร้ประโยชน์สำหรับนักพรตสองคนนี้ แม้กระทั่งเกราะพลังอิทธิฤทธิ์ของอีกฝ่าย เขายังโจมตีทะลุผ่านไปไม่ได้เลย
ทั้งสองสะบัดทวนหนึ่งครั้ง พลังงานไร้รูปร่างปัดเป่าเศษหินที่ขวางหูขวางตาพวกนั้นหายเกลี้ยงไปทันที
แต่เมื่อภาพตรงหน้าชัดเจนแล้ว กลับพบว่าบนตัวอาชามังกรที่วิ่งพรวดเข้ามานั้นไร้เงาของเหมียวอี้แล้ว แต่พวกเขาได้ยินเสียงอะไรอบางอย่างปะทะลมอยู่กลางอากาศ
เขาอยู่ข้างบน! ทั้งสองคนแหงนหน้ามองบนฟ้าพร้อมกัน เห็นเพียงก้อนหินขนาดใหญ่ลอยเฉียดหัวไป
ขณะที่ 'เฮยทั่น' วิ่งเข้าแทรกกลางระหว่างอาชาสองตัว ทวนสองด้ามแทงโผล่แทงเฉียงขึ้นมาจากด้านขวาและซ้ายของมัน กระทุ้งจากใต้รักแร้เข้าไปที่หน้าอกของนักพรตทั้งสองคน ทำให้พวกเขากระเด็นตกลงจากพาหนะไป
ทวนสองด้ามลากเงาคนสองคนทาบกับพื้น พลันมีเลือดกระจายอยู่สองกอง เงาคนผู้หนึ่งถือทวนคู่พลิกตัวขึ้นมาจากใต้ท้อง 'เฮยทั่น' อย่างรวดเร็ว เขาคือเหมียวอี้ ทวนที่เกินมาหนึ่งด้ามเขาฉวยหยิบขึ้นมาจากพื้น จะเป็นของใครนั้นไม่สำคัญ
นักพรตระดับบงกชขาวขั้นหนึ่งคนเดียว ในระหว่างการโจมตีเวลาสั้นๆ นึกไม่ถึงเลยว่าจะสังหารนักพรตบงกชขาวขั้นสองไปแล้วถึงสามคตน ทำเอาทุกคนตกตะลึงมาก
สังหารหนึ่งคน สามารถพูดได้ว่าโชคช่วย แต่สังหารติดต่อกันสามคน คงไม่ใช่อาศัยโชคช่วยแล้ว แบบนี้พูดได้ว่าทั้งฉลาดทั้งกล้าหาญ!
ซวก! ทันใดนั้นเหมียวอี้เหวี่ยงแขนแกว่งไหล่ขว้างทวนออกไปยังขบวนค่ายของอีกฝ่าย จู่โจ่มไปยังผู้ที่สังหารหลัวเจิน นี่คือการท้าสู้แบบระบุนาม
นักพรตบงกชขาวขั้นสามคนรูปหนึ่งคว้าหัวทวนที่พุ่งเข้ามาไว้ในมือแล้วโยนทิ้งไป เขาขี่อาชามังกรพุ่งออกไปเดี๋ยวนั้น พร้อมชูดาบยาวเล็งไปยังเหมียวอี้
ปึ้ง!
เสียงดังสนั่น ดาบยาวและทวนยาวไขว้กันอยู่ชั่วขณะหนึ่ง 'ถุย' เหมียวอี้พ่นเลือดออกมาจากปาก ง่ามนิ้วแตกละเอียด ตัวโยกสั่นจนเกือบกระเด็นออกไป
วรยุทธ์ของเขากับนักพรตบงกชขาวขั้นสามห่างชั้นกันเกินไป มิใช่สิ่งที่เขาจะต้านทานได้เลย อิทธิฤทธิ์ทั้งตัวของเขา พอโดนคนอื่นโจมตีแบบไม่ตั้งใจหนึ่งครั้ง ก็สั่นจนเกือบทรงตัวไม่อยู่
แต่ทว่า ได้เกิดเรื่องประหลาดขึ้นอย่างหนึ่ง ตอนที่อาชาสองตัวเดินเฉียดผ่านกันไป จู่ๆ 'เฮยทั่น' ก็เอียงหัว เผยฟันขาวคมกริบออกมา กัดเข้าที่น่องของนักพรตนั่น นักพรตที่กำลังประมือกับเหมียวอี้และไม่ทันได้ตั้งรับจึงถูกมันลากลงมาจากพาหนะ
ไม่ใช่เพราะเรื่องอื่นใด เพียงเพราะว่าเจ้าหนุ่มคนนี้ใช้ดาบตัดหัวหลัวเจินลงมา 'เฮยทั่น' จำได้ชัดเจน
เหมียวอี้มีหรือจะพลาดโอกาสเช่นนี้ เขาพยายามใช้แรงทั้งหมดยกทวนขึ้นโจมตีเกราะพลังอิทธิฤทธิ์ของอีกฝ่าย หัวทวนพิโรธทะลวงเข้าขั้วหัวใจของอีกฝ่ายทันที
เคราะห์ดีที่เหมียวอี้โต้ตอบเร็ว ไม่เช่นนั้น 'เฮยทั่น' คงเสียแรงเปล่า เพราะนักพรตที่ถูก 'เฮยทั่น' โจมตีอย่างกระทันหันรีบป้องกันตัวเอง จึงใช้ดับฟันหลังบั้นท้ายของ 'เฮยทั่น' หากไม่ใช่เพราะเหมียวอี้ใช้ทวนได้ทันการ คงจะจบสิ้นจริงๆ แล้ว ก้นกับขาหลังของมันต้องถูกฟันออกด้วยกันแน่นอน
…………………………