พิชิตสวรรค์ ทะยานฟ้า: 024 สิบพ่าย ตอนที่ 24
บทที่ 24 สิบพ่าย
"ตัวนั้นเป็นสัตว์พาหนะของประมุขถ้ำ น้องชายอย่าละเลยมันล่ะ"
สิบพ่ายชี้ไปที่อาชามังกรสีเหลืองอร่ามห้าวหาญพิสดารตัวหนึ่ง เขามองดูปฏิฎิกิริยาของเหมียวอี้และเตือนอย่างระมัดระวัง เขาคิดว่าเหมียวอี้คงไม่พอใจที่ได้ด้ำงานต่ำต้อยเช่นนี้
แต่สิ่งนี้ไม่มีปัญหาเลยสำหรับเหมียวอี้ เดิมทีเขาก็สนใจอาชามังกรมากอยู่แล้ว มีโอกาสได้สัมผัสใกล้ชิดถือว่าเป็นสิ่งที่เขารอคอยมานาน
พอเห็นเหมียวอี้ไม่ได้มีท่าทางไม่พอใจ สิบพ่ายก็แอบถอนหายใจเงียบๆ หลักๆ คือกลัวเหมียวอี้จะไม่พอใจจนไปพูดจาเหลวไหล ยุแหย่ให้ให้เฉาติ้งเฟิงมาคิดบัญชีกับพวกเขาสองสามีภรรยา
"ที่จริงก็ไม่ต้องพาอาชามังกรออกไปเลี้ยงทุกวันหรอก เลี้ยงทุกๆ ห้าวันก็พอ อย่างไรซะพวกเราก็ฝึกฝนเป็นหลัก" สิบพ่ายยิ้มแล้วพูดให้รู้สึกสบายใจ
เหมียวอี้พยักหน้า
หลังจากคุยเรื่องอาชามังกรกันอยู่สักพัก เหมียวอี้ถึงได้รู้ว่าเรื่องผู้ช่วยอาชาก่อนหน้านี้ ฮูหยินสิบพ่ายเป็นผู้รับผิดชอบมาตลอด ตอนนี้ก็ถือว่าได้ส่งต่อให้เขาแล้ว
พอส่งต่อเสร็จแล้ว ใบหน้าบึ้งตึงของฮูหยินสิบพ่ายก็หายไป
สิบพ่ายเดินกลับมาเป็นเพื่อนที่ตำหนักฝึกตนของเหมียวอี้ หลักๆ ก็แนะนำสถานการณ์คร่าวๆ ของถ้ำล่องนิภาให้เหมียวอี้ฟัง นี่เป็นสิ่งที่เฉาติ้งเฟิงมอบหมายให้นางทำ
ถ้ำล่องนิภา รวมท่านประมุขถ้ำแล้ว มีทั้งหมดสิบเอ็ดคน ประมุขถ้ำหยวนเจิ้งคุนมีวรยุทธ์บงกชขาวขั้นห้า เฉาติ้งเฟิงรวมทั้งนักพรตระดับบงกชขาวขั้นสามอีกสองท่านเป็นผู้ช่วยฝีมือดีของหยวนเจิ้งคุน สองสามีภรรยาสิบพ่ายก็มีวรยุทธ์บงกชขาวขั้นสามเช่นกัน ยังมีนักพรตระดับบงกชขาวขั้นสองอีกสี่ท่าน มีแค่เหมียวอี้คนเดียวที่เป็นวรยุทธ์ระดับบงกชขาวขั้นหนึ่ง
การจัดแบ่งของ 'ถ้ำ' ระดับทั่วไป ล้วนแบ่งเป็นสิบเอ็ดคน สาเหตุหลักเป็นเพราะเลี้ยงคนจำนวนมากไม่ไหว แต่ละคนที่รับเข้ามา ทุกๆ ปีล้วนต้องแจกจ่ายพลังปรารถนาจากการเซ่นไหว้ของสาวกให้พวกเขา
สองคนนั่งคุยกันอยู่ในศาลาตรงลานบ้าน ฮูหยินสิบพ่ายมาอีกแล้ว ข้างหลังมีสาวน้อยหน้าตาสวยท่าทางประหม่าลนลานเดินตามมาด้วยสองคน
"แม่หนูสองคนนี้ เฉาติ้งเฟิงให้เมืองล่องนิภาส่งมาปรนนิบัติรับใช้เจ้าในชีวิตประจำวัน " ฮูหยินสิบพ่ายพูดกับเหมียวอี้ด้วยสีหน้าเรียบเฉย
"ปรนนิบัติรับใช้ข้า…" เหมียวอี้ประเมินดูสาวน้อยแสนสวยที่ก้มหัวอยู่ครู่หนึ่ง เขายังไม่ค่อยชินกับการถูกปฏิบัติแบบนี้ หลักๆ คือไม่เคยได้สัมผัสใกล้ชิดกับผู้หญิงอย่างเป็นทางการมาก่อน รู้สึกขัดเขินเหมือนเป็นครั้งแรกของเด็กหนุ่ม อดไม่ได้ที่จะหันไปถามสิบพ่าย "เป็นสิ่งที่นักพรตทุกคนล้วนต้องมีใช่มั้ย ? "
ถ้าหากนักพรตทุกคนมีหมด ถ้าอย่างนั้นเขาก็จะยอมเข็นเรือตามน้ำรับสิ่งนี้ไว้ ไม่เช่นนั้นเขาก็คงรู้สึกกระดากอายเล็กน้อย
สิบพ่ายหัวเราะแบบเก้อเขินเล็กน้อย
ฮูหยินสิบพ่ายพูดประชดเหน็บแนม "พวกเราสองสามีภรรยาจะไปมีชีวิตแบบที่เรียกแม่หนูมาคอยปรนณนิบัติได้ที่ซะที่ไหนกัน ไม่ถูกคนอื่นเรียกใช้ซ้ำไปซ้ำมาก็ถือว่าดีแล้ว"
"..." เหมียวอี้ตะลึงงัน เขาก็ดูออกนะว่าวรยุทธ์ของสองสามีภรรยาคู่นี้เหมือนกับเฉาติ้งเฟิง วรยุทธ์เป็นรองจากท่านประมุขถ้ำเท่านั้น แต่ตำแหน่งเหมือนจะห่างกันไกลมาก แต่เฉาติ้งเฟิงยังคงเรียกใช้สองคนนี้ได้ตามอำเภอใจอยู่
สิบพ่ายเอามือถูจมูก พูดแบบรักษาภาพพจน์ให้ตัวเอง "นักพรตทุกคนในถ้ำล้วนมีหญิงรับใช้สองคน เราสองคนเป็นสามีภรรยากันไงเล่า ถ้ามีหญิงรับใช้อยู่ข้างกายสักสองสามคน แล้วมีวันไหนข้าเกิดอดใจไม่ไหวชอบพวกนางขึ้นมา เราสองสามีภรรยาจะไม่บาดหมางกันหรอกหรือ ข้าก็เลยยกพวกนางให้คนอื่นไปแล้ว"
เหมียวอี้หัวเราะเบาๆ คิดในใจว่าที่แท้ก็กลัวเมีย
ตอนเขากำลังจะรับหญิงรับใช้สองคนนี้ ใครจะรู้ จู่ๆ ฮูหยินสิบพ่ายก็จ้องเขม็ง ชี้ไปที่สิบพ่ายแล้วพูดด้วยนำเสียงเดือดดาล "เจ้าขี้ขลาดไร้น้ำยา เลิกพูดยกหางตัวเองซะที เห็นๆ กันอยู่ว่าโดนคนอื่นดูถูก หญิงรับใช้ที่เขาให้พวกเรามาก็ถูกคนอื่นเก็บเอาไปแล้ว ยังกล้าพูดอีกนะว่ายกให้คนอื่นไป ถ้าเจ้ากล้าแย่งหญิงรับใช้ของคนอื่นมาได้ ต่อให้เจ้าจะไปรักไปชอบอีกสิบคน ข้าก็จะแกล้งทำเป็นไม่เห็น!"
สิบพ่ายยิ้มแบบอ่อนแรง ไม่เอ่ยปากพูดอะไรแล้ว
พอได้ยินเรื่องราวเบื้องหลังมากมายขนาดนี้ เหมียวอี้ตะลึงงัน ทั้งสองเป็นวรยุทธ์บงกชขาวขั้นสาม แต่ไม่มีหญิงรับใช้ ตัวเขาเองคนเดียวเป็นวรยุทธ์ขั้นหนึ่งแต่มีหญิงรับใช้สองคน มันเหมือนกับว่า...เขารีบพูดไกล่เกลี่ย "พี่เฉาดูแลข้าไม่ขาดตกบกพร่อง หญิงรับใช้สองคนนี้ข้าพาไปมอบให้พี่เฉาแล้วกัน"
สองสามีภรรยาสิบพ่ายก็ตะลึงเช่นกัน ในดวงตาฮูหยินสิบพ่ายวาวแสงขยิบตาแล้ว พูดว่า "ในเมื่อเขาส่งมาให้เจ้า ก็รับไว้หน่อยเถอะ มีคนช่วยทำงานเบ็ดเตล็ดอยู่ข้างกาย ช่วยลดความยุ่งยากให้เจ้าได้ไม่น้อย"
เหมียวอี้ส่ายหัว ยืนขึ้นพูดกับหญิงรับใช้ทั้งสอง "ตามข้ามา"
หญิงรับใช้ทั้งสองได้แต่เดินตามหลังเขาอย่างเชื่อฟัง พอสิบพ่ายเห็นอย่างนั้นแล้วก็ร้อนอกร้อนใจตะโกนขึ้นมาทันที "น้องชาย เจ้าไม่ต้อง..."
ฮูหยินสิบพ่ายจ้องเขม็งไปที่สิบพ่าย จนเขาอับอายและหุบปากทันที
สำหรับฮูหยินสิบพ่ายแล้ว การที่คนอื่นเอาหญิงรับใช้ของตัวเองไป ถือว่าเป็นการดูหมิ่นดูแคลนและไม่เห็นหัวพวกเขา นางยากจะทนความอัปยศนี้ได้ แต่ถ้าต้องเก็บสาวน้อยหน้าตาสวยสองคนไว้ข้างกายผู้ชายของนางจริงๆ นางก็ยังไม่วางใจอยู่ดี
รอจนเหมียวอี้นำหญิงรับใช้สองคนจากไปแล้ว ฮูหยินสิบพ่ายเม้มริมฝีปากพูด "เขาไม่อยากเก็บหญิงรับใช้สองคนไว้ข้างกายให้เราสองคนลำบากใจ ถึงได้ส่งพวกนางไป เจ้าหนุ่มนี่ก็ไม่เลวนะ!"
หญิงรับใช้ที่ถูกส่งมาถึงข้างกายนักพรต ชีวิตพวกนางก็ได้เป็นของนักพรตแล้ว นอกจากจะทำงานเบ็ดเตล็ด นักพรตอยากจะทำอะไรกับหญิงรับใช้ก็ย่อมเป็นสิทธิ์ของเขา ดังนั้น ยิ่งมากก็ยิ่งดีเป็นธรรมดา หวังว่าข้างกายจะมีสาวงามมากมายเหมือนเมฆบนฟ้า
ตอนที่เหมียวอี้พาหญิงรับใช้สองคนส่งมาส่งที่ข้างกายเฉาติ้งเฟิง แน่นอนว่าเฉาติ้งเฟิงต้องบ่ายเบี่ยง แต่พอเห็นเหมียวอี้จริงใจแบบนี้ เขาก็รับไว้อย่างเกรงใจรับไว้ ความรู้สึกที่มีต่อเหมียวอี้นอกจากจะเป็นเพราะเฉินเฟยแล้ว เขาก็รู้สึกดีกับเหมียวอี้มากขึ้น เขามาส่งเหมียวอี้ออกข้างนอกด้วยตัวเอง กำชับเหมียวอี้ว่าถ้ามีเรื่องอะไรให้มาหาเขาได้เลย
ระหว่างทางกลับมายังตำหนักฝึกตนของตน เหมียวอี้ค่อยๆ สำนึกได้ว่าขาดหญิงรับใช้ไปสองคนแล้ว ต่อไปอาจจะไม่สะดวกจริงๆ เกรงว่าตนจะต้องลงมือกับงานเบ็ดเตล็ดเองแล้ว อย่างน้อยวรยุทธ์เขาก็ยังไม่ถึงระดับที่สามารถละทิ้งความปรารถนาต่ออาหารการกินได้ ดูท่าทางแล้ว ต่อไปตัวเองจะต้องเหมือนกับตอนฝึกฝนอยู่บนเกาะแล้วล่ะ ไม่ว่าเรื่องเล็กเรื่องใหญ่ล้วนต้องลงมือทำด้วยตนเอง
กลับถึงตำหนัก สิบพ่ายยังคงรอเขาอยู่ จูงเหมียวอี้ไปร่วมงานเลี้ยงที่ตำหนักพวกเขาอย่างร่าเริงเบิกบาน
ฮูหยินสิบพ่ายลงมือเตรียมอาหารเลิศรสไว้ต้อนรับหนึ่งโต๊ะ เหมียวอี้ก็ต้องแสดงความขอบคุณฮูหยินสิบพ่ายเป็นธรรมดา
แต่พอเอ่ยคำว่า 'ฮูหยินสิบพ่าย' ออกมา เขาก็เห็นทันทีว่าสีหน้าฮูหยินสิบพ่ายไม่ค่อยพอใจแล้ว เหมียวอี้จึงถามถึงสาเหตุ "เหมือนฮูหยินจะไม่ชอบให้ข้าเรียกท่านว่า 'ฮูหยินสิบพ่าย' หรือว่ามีตรงไหนที่ทำให้ไม่พอใจหรือเปล่า?"
"เจ้าไม่รู้สถานการณ์ภายใน ข้าก็โทษเจ้าไม่ได้หรอก" ฮูหยินสิบพ่ายเองก็ไม่ได้ปิดบังเขา เพราะเรื่องพวกนี้ ไม่้ช้าก็เร็วเหมียวอี้ก็ต้องรู้อยู่ดี แทนที่จะให้เขารู้ตอนหลังแล้วมาดูถูก ไม่สู้ยอมรับด้วยตัวเองดีกว่า นางค่อยๆ เล่าความจริงออกมาทีละอย่าง
แท้จริงแล้ว 'สิบพ่าย' เป็นชื่อเรียกที่เยาะเย้ยน่าอับอายโดยสิ้นเชิง ชื่อเดิมของสิบพ่ายคือเหยียนซิว และชื่อเดิมของฮูหยินสิบพ่ายก็คือหลัวเจิน
สองคนนี้อาวุโสที่สุดในถ้ำล่องนิภา ประมุขถ้ำและสมาชิกของถ้ำล่องนิภาเปลี่ยนมาคนแล้วคนเล่า มีเพียงสองคนนี้ที่อยู่ที่นี่ตลอด
ทุกครั้งที่มีศัตรูข้างนอกบุกเข้าโจมตีถ้ำล่องนิภา สองสามีภรรยาไม่ได้พยายามทุ่มเทลงแรง พอกำลังคนของถ้ำนี้ต่อสู้แพ้ สองสามีภรรยาก็ยอมจำนน และหยวนเจิ้งคุน ประมุขถ้ำถ้ำล่องนิภาคนปัจจุบัน ก็เพิ่งจะพิชิตถ้ำล่องนิภาได้เมื่อหนึ่งเดือนก่อน เพิ่งจะยึดครองอาณาบริเวณถ้ำล่องนิภาได้
เพื่อปกป้องตนเอง สองสามีภรรยาจึงยอมจำนนต่อหยวนเจิ้งคุนอีกครั้ง และนี่ก็เป็นการยอมจำนนครั้งที่สิบของสองสามีภรรยาคู่นี้
การยอมจำนนของสองคนนี้เรียกได้ว่าเป็นที่มาชื่อเรียก ในถ้ำล่องนิภานี้ ทุกคนดูหมิ่นดูแคลนพวกเขา เรียกทั้งสองแบบหยอกล้อให้อับอายว่า 'สิบพ่าย' กับ 'ฮูหยินสิบพ่าย'
…………………………