Miracle of God เทพนักรบผู้พิทักษ์

Miracle of God เทพนักรบผู้พิทักษ์: Chapter 035 ตอนที่ 35

#35Chapter 035

บทที่ 35 เควสต์สุดท้าย

วันใหม่เริ่มต้นขึ้น จางหยางออนไลน์ตอนแปดโมง เขายังคงไปลุยหลุมใต้ดินบังกาโหมดความตายกับพวกชื่อเลี่ยนหั่วก่อนหนึ่งรอบ จากนั้นก็มุ่งหน้าตรงไปยังทะเลสาบน้ำนิ่ง เริ่มต้นฆ่าฟันมอนเก็บถุงน้ำดีงูแบบไร้วันไร้คืน

ประมาณบ่ายสามโมงกว่าๆ หลังจากที่จางหยางฆ่างูหลามพิษลายทองตายไปอีกหนึ่งตัว แสงสีทองก็ปรากฏวูบขึ้นบนร่างกายเขา

‘ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีคุณได้ขึ้นสู่เลเวล 13, ค่าสถานะทั้งหมดเพิ่มขึ้น +1, และได้รับค่าสถานะอิสระ 5 แต้ม!’

‘ติ๊ง! เลเวลของคุณได้บรรลุเงื่อนไขในการขึ้นทำเนียบอันดับเลเวล ต้องการขึ้นทำเนียบหรือไม่?’

เหนือความคาดหมายของจางหยางที่ครั้งนี้นอกจากการแจ้งเตือนว่าได้เลื่อนเลเวลแล้ว ยังมีตัวเลือกพิเศษเพิ่มขึ้นมาอีกด้วย

“ขึ้นทำเนียบได้แล้ว?” จางหยางตกตะลึง เขาเอาแต่ง่วนอยู่กับการฆ่ามอน ไม่ทันรู้ตัวก็เลื่อนเลเวลอย่างรวดเร็ว ที่จริงแล้วเป็นเรื่องปกติมาก ค่าการโจมตีของจางหยางในตอนนี้ไม่ใช่เรื่องขี้โม้โอ้อวด อีกทั้งจิตใจจดจ่อตีมอนทั้งวัน ผลที่ได้ในการเลื่อนเลเวลย่อมต้องสูงเป็นปกติ

เมื่อเปิดทำเนียบอันดับเลเวลขึ้นมาดู เก้าอันดับแรกอยู่ที่เลเวล 13 ทั้งหมด ส่วนอันดับที่สิบอยู่เลเวล 12 หากเขาเลือกขึ้นทำเนียบก็จะต้องถีบ ‘สุ่ยเซียงกู้ซื่อตัว (เมืองแห่งสายน้ำเรื่องราวมากมาย)’ อัศวินผู้คุมกฎคนนี้ลงมา

ชาติที่แล้วเขาเริ่มเล่นเกมช้ากว่าคนอื่นไปสองปี จึงเป็นเรื่องธรรมดาที่ไม่เคยมีโอกาสได้ขึ้นไปติดทำเนียบอันดับเลเวล ดังนั้นเขาจึงไม่รู้ว่าทำเนียบนี้สามารถเลือกขึ้นหรือไม่ขึ้นก็ได้ด้วย

จางหยางคิดสักครู่แล้วกดเลือก ‘ปฏิเสธ’ ช่วงนี้เขาสร้างความร่ำรวยไปเงียบๆ จะดีกว่า

หลังจากขึ้นเลเวล 10 จางหยางได้เปลี่ยนวิธีการแบ่งค่าสถานะอิสระ นำค่าสถานะทั้งหมดเทลงไปที่ค่ากำลังกาย ก่อนหน้านี้เนื่องจากอุปกรณ์สวมใส่เป็นเกรดกระดานขาว ดังนั้นเขาจำเป็นต้องนำค่าสถานะอิสระไปเพิ่มค่าดาเมจให้สูง และดึงความเกลียดชังให้นิ่ง แต่ว่าตอนนี้อุปกรณ์สวมใส่บนร่างเขาเป็นเกรดทองแดงสีเขียวแล้ว ความสามารถในการทำดาเมจก็สูงเป็นที่น่าพอใจ แต่ปริมาณเลือดกลับยังจำเป็นต้องเพิ่มให้มากขึ้นไปอีก เพราะว่าดันเจี้ยนเลเวล 20 ไม่ว่าจะเป็นมอนสเตอร์ลูกสมุนหรือบอสล้วนดุดันทั้งสิ้น แถมยังมีบอสสายเวทอีกจำนวนไม่น้อย ดังนั้นแค่การเคลื่อนย้ายตำแหน่งและสกิล ‘ป้องกัน’ ไม่เพียงพอที่จะหลีกเลี่ยงการถูกทำดาเมจได้ หากไม่เพิ่มปริมาณเลือดให้มากขึ้นจะอันตรายเกินไป

เนื่องจากเลเวลเลื่อนขึ้นแล้ว ทำให้ประสิทธิภาพในการตีมอนสูงขึ้นตามมาด้วย ตลอดวันนี้จางหยางส่งมอบถุงน้ำดีงูไปได้ทั้งหมด 15 ครั้ง

วันที่สาม จางหยางขึ้นสู่เลเวล 14 ถุงน้ำดีงูก็ส่งมอบไป 44 ครั้งแล้ว

วันที่สี่ ขณะที่เพิ่งจะเข้าดันเจี้ยน จางหยางได้ยินชื่อเลี่ยนหั่วบอกว่า “จ้านอวี้ นายอัพเวลช้าๆ หน่อยเหอะ พวกเรายังต้องไปบุกทำเนียบความเร็วโหมดความตายอีกนะ นายอย่าเอาแต่ฟาร์ม[footnoteRef:1]มอนจนขึ้นเวล 16 ล่ะ แบบนั้นสถิติจะไม่ถูกเอาไปคิด” [1: ฟาร์ม คือ การไปตีมอนสเตอร์หรือการเล่นในโหมดง่าย เพื่อเก็บเงินและอัพเลเวลให้ไว]

จางหยางมองดูพบว่าสมาชิกปาร์ตี้อยู่กันที่เลเวล 12 และ 13 เมื่อเทียบกันแล้วเขาอัพเวลไวจริงๆ นั่นแหละ

“สิ่งสำคัญในตอนนี้คืออัพเวลนะ อย่าเอาความคิดไปลงที่ดันเจี้ยนหมด” จางหยางพูด ชาติที่แล้วเขาเจ็บปวดมาเกินพอแล้วกับการที่เลเวลตามหลังคนอื่น นอกจากนี้รางวัลในการทำเฟิร์สเคลียร์โหมดความตายคือ แต้มสกิล ส่วนรางวัลในการขึ้นทำเนียบความเร็วโหมดความตายคือ หินรูนและเจมสโตน ทั้งสองอย่างนี้เอามาเทียบกันไม่ได้เลยสักนิด

ถึงแม้ว่าหินรูนและเจมสโตนจะมีค่า แต่ว่าวิธีการที่จะได้มามีมากมาย จางหยางจึงไม่ให้ความสำคัญกับสองสิ่งนี้เท่าไหร่ ถ้าเพื่อสิ่งนี้แล้วกลับทำให้เลเวลล้าหลัง พลาดโอกาสทำเฟิร์สเคลียร์ดันเจี้ยนต่อไป นั่นถึงจะเป็นการขาดทุนยับเยิน!

“อย่าพูดอย่างนั้นเลย!” ชื่อเลี่ยนหั่วรีบเปิดปากโน้มน้าว ถึงแม้สองวันนี้อุปกรณ์สวมใส่และอาวุธต่างๆ ของเจวี๋ยตุ้ยฟั่งอวี้จะเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ มีความสามารถในการแทงค์โหมดความตายได้แล้ว แต่ไม่ว่าจะเป็นความสามารถในการดึงมอนก็ดี ความสามารถในการอยู่รอดก็ดี เขาก็ยังห่างชั้นกับจางหยางอีกไกลลิบ อีกทั้งความเร็วโหมดความตาย จุดสำคัญก็คือเวลา ความสามารถของแทงค์เป็นสิ่งที่ใช้ตัดสินประสิทธิภาพในการผ่านด่านโดยตรง ชื่อเลี่ยนหั่วจึงไม่อาจปล่อยยอดฝีมืออย่างจางหยางไป เขารีบส่งสายตาให้ชิงซือหรูเสวี่ย หวังให้เธอช่วยพูดเกลี้ยกล่อม

ชิงซือหรูเสวี่ยอดยิ้มขมขื่นไม่ได้ หลายวันมานี้ถึงแม้ว่าเธอและจางหยางจะคุ้นเคยกันขึ้นมาบ้าง แต่ว่าความสัมพันธ์ก็ไม่ได้แตกต่างไปจากคนอื่นๆ เธอเกลี้ยกล่อมไปจะมีประโยชน์อะไร?

ชื่อเลี่ยหั่วโน้มน้าวจางหยางอีกพัก แต่ว่าเขาตัดสินใจแน่วแน่แล้วว่าจะรักษาระดับความเร็วในการอัพเวลเอาไว้แบบนี้ ชื่อเลี่ยนหั่วจึงได้แต่ยอมแพ้ไปอย่างอับจนปัญญา ด้วยฐานะที่เป็นหัวหน้ากิลด์ เขาย่อมให้ความสำคัญกับผลลัพธ์ที่ได้จากการโฆษณาเชิญชวนผ่านประกาศสีแดงไปทั่วเซิร์ฟเวอร์เป็นธรรมดา จนถึงขณะนี้มีเพียงกิลด์ซือเล่อหยวนของพวกเขาเท่านั้นที่ผ่านหลุมใต้ดินบังกาโหมดความตายได้ ข้อได้เปรียบนี้เขาต้องคว้าไว้ให้มั่น จะต้องพยายามให้มากขึ้นไปอีกต้องขึ้นไปติดทำเนียบความเร็วโหมดความตายให้ได้

ในเมื่อพึ่งพาจางหยางไม่ได้แล้ว จึงเป็นเรื่องปกติที่ชื่อเลี่ยนหั่วจะต้องหาหนทางอื่น

หลังจากผ่านโหมดความตายครั้งนี้ ชื่อเลี่ยนหั่วก็ไม่ได้บอกให้จางหยางเก็บจำนวนการเข้าดันเจี้ยนวันต่อไปไว้ให้อีก แต่ตัดสินใจแล้วว่าจะให้เจวี๋ยตุ้ยฟั่งอวี้เป็นเมนแทงค์ ฝึกฝนปาร์ตี้ใหม่ขึ้นมา

ถึงแม้ว่าจางหยางจะเสียดายที่รายรับหายไป 1000 เหรียญทอง แต่ว่าสี่วันมานี้เขาก็หามาได้ 4000 เหรียญทองแล้ว เมื่อบวกกับอีก 10000 เหรียญทองที่ชื่อเลี่ยนหั่วติดไว้ก่อนหน้า เงินลงทุนก้อนแรกของเขาก็จวนจะครบแล้ว

จางหยางกลับมาถึงทะเลสาบน้ำนิ่งฆ่างูเก็บถุงน้ำดีต่อ ยุ่งจนลืมวันลืมคืน เขาได้เปิดกล่องสมบัติอีกครั้ง แต่ดันเปิดได้ชิ้นส่วนลายแทงขุมทรัพย์มาอีกหนึ่งแผ่น ยังคงไร้วี่แววสูตรยาต้านทานเวทเหมือนเดิม ทำได้แค่ต้องรอไปอีกสามวัน

ตั้งแต่วันที่ห้าก็เริ่มมีผู้เล่นมาตีมอนทำเควสต์ที่นี่เพิ่มมากขึ้นทีละนิดๆ ถึงแม้ว่าจำนวนคนจะยังไม่มาก แต่จางหยางกลับรู้สึกถึงความอันตราย ไม่ได้กลัวว่าคนอื่นจะมาแย่งมอนสเตอร์ แต่เป็นเพราะกังวลว่าหลังจากกล่องสมบัติเกรดเงินสีขาวปรากฏขึ้นมาแล้วจะโดนคนอื่นเปิดไปเสียก่อน

ตำแหน่งที่กล่องสมบัตินี้จะกลับมาปรากฏใหม่ก็ไม่แน่นอน สิ่งเดียวที่สามารถปลอบใจจางหยางได้ก็คือ ตำแหน่งที่กล่องสมบัติปรากฏนั้นจะมีงูหลามพิษลายทองสี่ตัวปรากฏขึ้นมาพร้อมกันด้วยเพื่อเฝ้ากล่อง คนทั่วไปไม่มีทางโซโล่เดี่ยวเอาชนะได้

ยังดีที่พิษของงูหลามนี้น่ารังเกียจมาก การเคลื่อนไหวในน้ำก็ไม่สะดวก ผู้เล่นคนอื่นจึงเพียงแค่ทำเควสต์เสร็จก็จากไป ไม่มีใครเหมือนจางหยางที่ถือเอาที่นี่เป็นบ้านตัวเองไปแล้ว

วันที่ห้าผ่านไป จางหยางขึ้นเลเวล 16 ถุงน้ำดีงูก็ส่งมอบไปแล้ว 73 ครั้ง เนื่องจากอุปกรณ์สวมใส่ของเจ้าอ้วนหานได้ ‘สำเร็จการศึกษา’ จากโหมดความตายแล้ว ดังนั้นจางหยางจึงไม่ไปลงดันเจี้ยนซ้ำอีก แต่ตรงมาที่ทะเลสาบน้ำนิ่งฟาร์มมอนอัพเวลทั้งวัน

วันที่หก จางหยางขึ้นไปเลเวล 17 ถุงน้ำดีงูส่งมอบไป 88 ครั้ง

วันที่เจ็ด บ่ายสองโมงกว่าๆ

จางหยางยัดถุงน้ำดี 20 อันสุดท้ายไว้ในเสื้อมาหยุดอยู่ที่ข้างกายเดกซ์เตอร์ ทำเควสต์ ‘รวบรวมถุงน้ำดีงู’ ครั้งที่ 99 เสร็จเรียบร้อย ตอนนี้เขาขึ้นเลเวล 18 แล้ว หากเขาเต็มใจล่ะก็สามารถขึ้นไปอยู่ 3 อันดับแรกของทำเนียบอันดับเลเวลไปแล้ว! แน่นอนว่ายังไม่ได้ตัดพวกที่ไม่อยากขึ้นทำเนียบแบบเดียวกับเขาทิ้งไป

“นักผจญภัยหนุ่ม ความกล้าหาญของเจ้าทำให้ข้ารู้สึกชื่นชม ความพากเพียรของเจ้าทำให้ข้านับถือ!” ในที่สุดสีหน้าของเดกซ์เตอร์ก็เปลี่ยนเป็นมองจางหยางด้วยความนับถือ “ความมีน้ำใจของเจ้าทำให้ข้านึกถึงเทพแห่งความรักเฟโตเรียส! โอ้ ทวยเทพเบื้องบน นักผจญภัยหนุ่ม โปรดช่วยเหลือข้าเป็นครั้งสุดท้าย!”

มาแล้ว!

จางหยางรีบทำให้คอโล่งแล้วพูด “ท่านหมอ ข้าจะต้องทำอย่างสุดกำลังแน่นอน!”

‘ติ๊ง! คุณรับภารกิจ: ถุงน้ำดีงูอันสุดท้าย!’

[ถุงน้ำดีงูอันสุดท้าย] (ระดับความยากของภารกิจ: ระดับ S)

คำอธิบายภารกิจ: เดกซ์เตอร์ต้องการให้คุณไปยังรังของราชางูหลามพิษที่อยู่ปลายทางทิศตะวันตกของทะเลสาบน้ำนิ่ง ฆ่าราชางูหลามพิษลายทองให้ตายแล้วนำถุงน้ำดีของมันมา! นักผจญภัย กรุณาระวังให้มากเข้าไว้ ราชางูหลามพิษลายทองแข็งแกร่งยิ่งนัก ทางที่ดีเจ้าควรพาคนไปด้วยหลายๆ คน

ความคืบหน้า: ได้รับถุงน้ำดีราชางูหลามพิษลายทอง 0/1

รางวัลภารกิจ: ทักษะ ‘ปฐมพยาบาล’ ระดับอาจารย์, ฉายา ‘สหายของหมอ’

[สหายของหมอ]: ทำให้ประสิทธิภาพของผ้าพันแผลเพิ่มขึ้น 100%!

เยี่ยม! ให้สกิล ‘ปฐมพยาบาล’ ระดับอาจารย์เลยทีเดียว จางหยางดีใจเต็มที่ เพราะหากต้องการเพิ่มระดับให้สกิล ‘ปฐมพยาบาล’ จะต้องทำผ้าพันแผลไม่หยุดไม่หย่อน จากผ้าพันแผลผ้าลินินระดับต้น ไปถึงผ้าพันแผลผ้าดิบ, ผ้าพันแผลผ้าคอตตอน, ผ้าพันแผลผ้าไหม...... ทุกระดับต้องทำผ้าพันแผลตรงตามที่กำหนดไว้ 1000 ชิ้นขึ้นไปถึงจะเพิ่มระดับของสกิลได้

ดังนั้นการที่เควสต์นี้ให้รางวัลเป็นสกิล ‘ปฐมพยาบาล’ ระดับอาจารย์ตรงๆ เลย ช่วยให้จางหยางกระโดดข้ามไปสี่ระดับคือระดับต้น, ระดับกลาง, ระดับสูง, และระดับมืออาชีพ นั่นหมายความว่าจางหยางลดจำนวนผ้าพันแผลที่ต้องทำลงไปได้ถึง 4000 ชิ้น ประหยัดเวลาไปได้ตั้งเท่าไหร่!

ในเมื่อรางวัลของเควสต์ก็เขียนออกมาแล้ว ถ้าอย่างนั้นคะแนนเควสต์ก็ไม่มีประโยชน์แล้ว ไม่ว่าจะได้คะแนนปานกลางหรือสมบูรณ์แบบ สุดท้ายรางวัลก็เหมือนกัน

ไม่รู้ว่าราชางูหลามพิษลายทองตัวนี้เป็นบอสระดับไหนกัน!

จางหยางเปิดรายชื่อเพื่อน คิดว่าจะเรียกเจ้าอ้วนหานมาฆ่าบอสด้วยกัน แต่เมื่อมองดูปรากฏว่าเจ้าหมอนั่นออฟไลน์เสียอย่างนั้น

‘ช่างเหอะ ลองไปตีดูก่อนซักที ถ้าไม่ผ่านก็ค่อยหาคนมาช่วย’ จางหยางคิดในใจแล้วเริ่มออกเดินไปทางทิศตะวันตกของทะเลสาบ

ขณะนี้ริมทะเลสาบมีคนกระจัดกระจายฆ่างูอยู่สิบกว่าคน ตลอดทางที่จางหยางเดินผ่านมาไม่มีใครสนใจเขาสักคน

ทิศตะวันตกของทะเลสาบน้ำนิ่งมีกอพืชน้ำขึ้นอยู่หนาแน่นทั้งแถบ มองผ่านๆ อย่างไรก็ไม่เหมือนว่ามีรังของราชางูอะไรที่ไหนเลย

จางหยางดำลงไปในน้ำ เริ่มค้นหาอย่างละเอียดไปทั่วกอพืชน้ำ สิบกว่านาทีให้หลัง ในที่สุดเขาก็พบปากถ้ำที่ไม่สะดุดตาแห่งหนึ่ง

นี่คือรังของราชางู? ไม่โอ่อ่าเอาเสียเลย!

จางหยางมุดเข้าไปในถ้ำ ค่อยๆ ว่ายน้ำเข้าไปด้านใน ถ้ำนี้แคบมาก ว่ายน้ำเข้าไปไม่กี่เมตรก็มืดมิดไปทั้งแถบ ลืมตามองก็มองไม่เห็นอะไรทั้งสิ้น อาศัยสัญชาตญานเพียงอย่างเดียวในการว่ายไปข้างหน้า

ผ่านไปไม่นาน จางหยางรู้สึกได้ชัดเจนว่าระดับน้ำกำลังลดลง จากหัวของเขาลงมาถึงหน้าอก แล้วก็ถึงหน้าท้อง หัวเข่า จนกระทั่งเท้าเหยียบเข้ากับพื้นดินแห้งสะอาด เนื่องจากอยู่ในเกม ทันทีที่เขาขึ้นจากน้ำ เสื้อผ้าบนร่างของเขาก็แห้งโดยอัตโนมัติ

เมื่อเดินผ่านทางเลี้ยวมุมหนึ่งเข้ามา เบื้องหน้าพลันสว่างจ้าเห็นได้ชัดเจน จางหยางพบว่าตัวเองเดินออกมาจากใจกลางลำต้นของต้นไม้แห้งเหี่ยวโรยราขนาดยักษ์ที่ล้มตายอยู่บนพื้นต้นหนึ่ง

เขามองดูแมพเล็ก พบว่ายังคงอยู่กลางทะเลสาบน้ำนิ่ง แต่เห็นได้ชัดว่าที่แห่งนี้กับทะเลสาบน้ำนิ่งเป็นคนละเรื่องกันเลย ก็ไม่รู้ว่าคนออกแบบเกมคิดอะไรอยู่

ด้านหน้าห่างออกไปไม่ไกล งูหลามยักษ์ตัวหนึ่งกำลังขดลำตัวอยู่ ขนาดหนาประมาณถังข้าวสาร ถึงแม้จะขดลำตัวอยู่ทำให้ไม่รู้ว่ายาวเท่าไหร่ แต่ว่ากะคร่าวๆ ได้ว่าอย่างน้อยต้องสิบเมตรขึ้นไป และด้านข้างของงูหลามยักษ์ตัวนี้ มีกล่องสีขาวเงินวางอยู่บนพื้นอย่างเงียบสงบ

“กล่องสมบัติ!” ดวงตาของจางหยางเปล่งประกายขึ้นมาทันที มิน่าวันนี้ทั้งวันถึงหากล่องสมบัติเกรดเงินสีขาวไม่เจอสักที ที่แท้มาปรากฏอยู่ในที่ห่างไกลขนาดนี้

กดเลือกไปที่งูหลามยักษ์ ข้อมูลของมอนสเตอร์ขนาดใหญ่โตนี้ก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าจางหยาง

[ราชางูหลามพิษลายทอง] (บอสระดับทองแดงสีเขียว)

เลเวล: 20

ค่าพลังชีวิต: 60000

จางหยางทั้งตะลึงทั้งดีใจ หากล้มบอสตัวนี้ได้ต้องได้รับผลตอบแทนมหาศาล แต่ว่ากำไรสูงก็หมายความว่าความเสี่ยงสูงด้วย ถึงแม้ปริมาณเลือดของบอสตัวนี้จะไม่น่ากลัวเท่าบอสในโหมดความตาย แต่ว่าโหมดความตายนั่นต้องใช้คนถึงสิบคนในการต่อกรกับบอสเลยทีเดียว

‘ลองตีดูสักครั้งก่อนแล้วกัน’ จางหยางตัดสินใจ ขยับดาบหนึ่งครั้ง ‘จู่โจม’ เข้าใส่บอสทันที

‘-110!’

‘การป้องกันหนามาก!’ จางหยางร้องด้วยความตระหนกในใจ ตอนนี้ค่าการโจมตีของเขาสูงถึง 143-151 แต้มแล้ว กลับทำดาเมจออกมาได้แค่ 100 กว่าแต้ม เห็นได้ชัดว่าการป้องกันของบอสตัวนี้หนาขนาดไหน น่าจะ 40 แต้มได้!

พร้อมๆ กับการที่ระดับเลเวลของมอนสเตอร์สูงขึ้น เวลาในการติดสตันจากสกิล ‘จู่โจม’ ก็จะยิ่งสั้นลงมากขึ้นเรื่อยๆ ยังไม่ทันจะหนึ่งวินาที ราชางูหลามตัวนั้นก็ฟื้นคืนสติขึ้นมา ขู่ ‘ฟ่อ!’ ออกมาหนึ่งทีแล้วเคลื่อนร่างยาวๆ เข้ากัดจางหยางทันควัน

‘ป้องกัน!’

‘-58!’ ป้องกันแล้วโจมตีกลับ

‘-156!’ จู่โจมด้วยโล่

เมื่อราชางูหลามโจมตีไม่โดน จึงยกหางขึ้นมาอย่างรวดเร็ว พุ่งเข้ารัดตัวจางหยางอย่างเหี้ยมโหด

จางหยางรีบถอยหลบไปด้านหลัง หลุดรอดการโจมตีครั้งนี้ไปได้อย่างฉิวเฉียด ขณะเดียวกันก็เงื้อดาบรบขึ้นสวนกลับไปหนึ่งดาบ

‘-103!’

.....................................................................

devc-88b8c9ff-33080Miracle of God เทพนักรบผู้พิทักษ์: Chapter 035 ตอนที่ 35