Miracle of God เทพนักรบผู้พิทักษ์

Miracle of God เทพนักรบผู้พิทักษ์: Chapter 025 ตอนที่ 25

#25Chapter 025

บทที่ 25 บอสที่ไม่อาจเอาชนะได้

“เพื่อยกระดับความสามารถของปาร์ตี้ ชิงซือหรูเสวี่ยคนสวย เธอต้องเอาอุปกรณ์สวมใส่มาสวมนะ!” เจ้าอ้วนหานทำท่าทางเคร่งขรึมพูดด้วยเหตุผล ถึงแม้มุมปากจะยังมีน้ำลายอยู่ก็ตาม

“ใช่! ใช่!” สัตว์กลุ่มหนึ่งพากันร้องเชียร์โห่ฮา

จางหยางส่ายหัว พูดว่า “ถึงเธอใส่พวกนายก็มองไม่เห็น ไม่ได้มองเลยรึไงว่าคนอื่นเขาใส่ชุดกระโปรงอยู่?”

พอสัตว์ทั้งกลุ่มได้ยินก็ห่อเหี่ยวไร้เรี่ยวแรงขึ้นมา

เจ้าอ้วนหานถลกแขนเสื้อแล้วพูดว่า “พี่อ้วนจะขยันให้มากขึ้นอีกเท่าตัว บอสตัวต่อไปจะต้องเปิดได้เสื้อที่เป็นเกราะผ้าแน่!”

“เอาล่ะ ไปต่อกันได้แล้ว เหลือแค่บอสเฝ้าด่านตัวสุดท้ายแล้ว” จางหยางยกดาบขึ้นมา

“จ้านอวี้ ฉันมีอาวุธแล้ว ต้องทำดาเมจไม่แพ้นายแน่นอน” กุ่ยเทียนพูดด้วยความเชื่อมั่นในตนเอง

อาวุธเป็นส่วนหลักในการเพิ่มค่าดาเมจ อาวุธเดิมของกุ่ยเทียนเป็นอันที่ได้มาจากการทำภารกิจอาชีพตอนเลเวล 5 ในตอนนี้ได้เปลี่ยนเป็นหอกถือสองมือเกรดทองแดงสีเขียวเลเวล 10 แล้ว ค่าพลังโจมตีที่เพิ่มขึ้นไม่ใช่น้อยๆ ดังนั้นความมั่นใจของเขาจึงมากขึ้นเท่าตัวตามธรรมชาติ

จางหยางยิ้มเล็กน้อยแล้วพูด “ดีสิ มาแข่งกันอีกรอบ”

ทั้งปาร์ตี้เดินหน้าต่อไป เริ่มจัดการมอนสเตอร์ลูกสมุน เปิดทางเดินหน้าไปหาบอส

ก่อนที่จะถึงด้านหน้าบอส กุ่ยเทียนเปิดสถิติการทำดาเมจขึ้นมาดู แล้วก็อดท้อแท้ไม่ได้ ที่จริงแล้วถึงแม้เขาจะทำดาเมจแซงหน้าเจ้าอ้วนหาน แต่ก็ยังคงถูกจางหยางกดไว้ด้านล่างอย่างแน่นหนา ยังห่างอีกตั้งแสนแปดหมี่นลี้แหนะ!

“คิดไม่ถึงว่าพวกเราจะตีมอนกันมาถึงตรงนี้จริงๆ” เมื่อมาเผชิญหน้ากับกลุ่มสามคนของบอสตัวสุดท้าย ชื่อเลี่ยนหั่วก็พูดขึ้นมาด้วยความสะท้อนใจเต็มที่ ก่อนหน้านี้สองชั่วโมง เขายังตายแล้วตายอีกอยู่ตรงบอสตัวแรกของโหมดยากอยู่เลย แต่ว่าตอนนี้เขากลับมาอยู่ตรงหน้าบอสเฝ้าด่านของโหมดความตายแล้ว!

ใจที่คิดจะดึงตัวจางหยางยิ่งรุ่มร้อนมากขึ้น แน่นอนว่าเจ้าอ้วนหานที่ทำดาเมจได้แรงมากเขาก็ไม่คิดจะปล่อยไป จะให้ดีดึงทั้งคู่มาเป็นลูกน้องพร้อมกันเลย! ชื่อเลี่ยนหั่วจึงกระซิบหาชิงซือหรูเสวี่ย “เป็นไงบ้าง มีความมั่นใจในการจับจ้านอวี้ให้อยู่หมัดมั้ย?”

“รู้สึกเหมือนกับไม่ว่าจะใช้ไม่ไหนเจ้าหมอนั่นก็ไม่เอาด้วย” ชิงซือหรูเสวี่ยตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว

ชื่อเลี่ยนหั่วกระซิบกลับไปอีกครั้ง “ฉันมั่นใจในตัวเธอ เธอเป็นสาวสวยเบอร์หนึ่งของกิลด์เราเลยนะ แค่เธอพยายามสักหน่อย เหล็กกล้าก็ยังต้องอ่อนลงเหมือนนิ้วมือที่งอได้!”

“เฮ้อ จะให้ฉันเสียสละตัวเองไปล่อผู้ชายอีกแล้ว!”

“อย่าพูดเวอร์ไปขนาดนั้น ยังไงก็แค่ในเกม ไม่ได้เอาจริงซักหน่อย ให้กำไรเขาเล็กๆ น้อยๆ เอาให้หลงจนโงหัวไม่ขึ้น นี่ไม่ใช่เกมถนัดของเธอพอดีหรอกหรือไง?”

“ฮึ! ฉันขอพูดไว้ก่อนเลย จะให้ฉันดึงจ้านอวี้มาเข้ากรงฉันน่ะไม่มีปัญหา จะดีจะร้ายเขาก็เป็นหนุ่มหล่อ! แต่ว่า เชี่ยอ้วนนั่นแค่มองก็ขยะแขยงแล้ว อย่ามาหวังว่าฉันจะไปทำดีกับเขา” ชิงซือหรูเสวี่ยรีบพูดออกมา

“ตกลง เอาความสามารถพิเศษของเธอออกมาใช้ ต้องทำให้จ้านอวี้มาอยู่กิลด์เราให้ได้! เธอก็เห็นฝีมือเขาแล้ว ถ้ามีเขา กิลด์ซือเล่อหยวนของเราจะต้องกลายเป็นกิลด์ยักษ์ใหญ่อันดับต้นๆ ของ ‘เดอะ มิราเคิล ออฟ ก๊อด’ แน่นอน ถึงเวลานั้นเงินสนับสนุนจะต้องเพิ่มขึ้นอย่างน้อยสิบเท่า” ชื่อเลี่ยนหั่วกลัวชิงซือหรูเสวี่ยจะไม่ลงมือให้เต็มที่ จึงรีบอธิบายเดิมพันครั้งนี้ให้ชัดเจน

“เข้าใจละน่า เด็กน้อยแบบนี้ ฉันกระดิกนิ้วแค่นิดเดียว รับรองว่าเขาต้องปักใจไปไหนไม่รอดแล้ว!” ชิงซือหรูเสวี่ยเต็มไปด้วยความมั่นใจ

.........

“บอสเฝ้าด่านนี่ยุ่งยากมาก” ขณะอยู่ที่ปากทางเข้ารังของบอส จางหยางลังเลเล็กน้อยแบบยังตัดสินใจไม่ได้ พูดขึ้นว่า “สองสกิลของบอส สกิลพ่นไฟนั่นทำดาเมจประมาณ 500 โดนเข้าไปทีนึง คนส่วนมากก็ต้องลาโลกไปก่อนแล้ว! ส่วนบ่วงไฟที่พื้นก็จะอยู่นานขึ้นเป็น 120 วินาที หลังจากเริ่มตีไม่เกินสองนาที บนพื้นก็แทบจะไม่มีที่ให้ยืนแล้ว บ่วงไฟเผาแค่นิดเดียว ทำดาเมจได้ 200 แต้ม ตายเร็วพอกัน!”

ชาติที่แล้ว ดาดาร์ดาในโหมดความตาย ก็ถูกพวกผู้เล่นจัดให้เป็นหนึ่งในบอสที่กวนประสาทน่าหงุดหงิดที่สุด! เพราะว่าปล่อยบ่วงไฟออกมาเยอะมากจริงๆ รอจนบอสพ่นไฟออกมาอีก ก็แทบจะไม่มีที่ให้หลบแล้ว ถ้าไม่โดนพ่นไฟใส่ตาย ก็ต้องถูกบ่วงไฟเผาตาย!

บอสตัวนี้อยู่รอดเรื่อยมาจนกระทั่งมีปาร์ตี้ที่ค่าเฉลี่ยเลเวลของสมาชิกอยู่ที่เลเวล 30 คนพวกนี้อาศัยเลเวลและอุปกรณ์สวมใส่จึงกดบอสได้อยู่หมัดทำเฟิร์สคิลสำเร็จ เห็นได้ว่าสองสกิลของบอสตัวนี้โรคจิตผิดธรรมชาติขนาดไหน!

อย่างไรก็ตาม ต่อมาไม่รู้ว่าใคร ค้นพบว่าห้องของบอสในโหมดความตายมีพื้นที่หนึ่งมีบั๊ก บอสไม่สามารถโยนบ่วงไฟไปที่จุดนั้นได้ นี่ทำให้ในสถานการณ์ที่พวกผู้เล่นมีเลเวลพอๆ กัน มีโอกาสที่จะฆ่าบอสได้

เมื่อวิธีการฆ่าบอสโดยใช้ประโยชน์จากบั๊กเผยแพร่ออกไป บอสตัวนี้ก็จัดการได้ง่ายขึ้นเยอะ อีกทั้งบริษัทเกมก็ไม่ลงโทษ และก็ไม่แก้บั๊กพื้นที่นี้ด้วย กลับยอมรับกลยุทธ์การสู้แบบนี้ โดยบริษัทเกมได้ชี้แจงไว้ดังนี้ ตอนพวกเขาออกแบบบอสตัวนี้ ได้ประเมินอานุภาพของบ่วงไฟต่ำไป จึงทำให้บอสตัวนี้แข็งแกร่งเกินเหตุ ดังนั้น ถึงแม้จะผิดไปจากเจตนาเริ่มแรกของเกม แต่ในเมื่อมีผู้เล่นค้นพบวิธีการใช้ประโยชน์จากบั๊กนี้ในการฆ่าบอสแล้ว ก็จะปล่อยให้พลาดแล้วพลาดเลย ปล่อยไปอย่างนี้แหละ...

ถึงแม้จางหยางจะรู้ดีว่าหากไม่ใช้ประโยชน์จากบั๊ก ด้วยเลเวลและอุปกรณ์สวมใส่ของพวกเขาแล้ว ไม่มีทางที่จะฆ่าบอสตายได้ภายในสองนาที! และถ้าหากภายในสองนาทีบอสยังไม่ตายล่ะก็ คงได้แค่รอโดนบ่วงไฟเต็มท้องฟ้าลวกตายทั้งเป็น!

แต่ว่าเขาก็ยังหาข้ออ้างที่เหมาะสมเล่าเรื่องนี้ออกมาไม่ได้ ‘หาข้อมูลเจอมาจากในเน็ตน่ะ’ แม้ข้ออ้างนี้จะไม่เลว แต่ไม่ใช่ว่าอะไรๆ ก็หาเจอได้นี่!

ดังนั้นเขาตัดสินใจแล้วว่าจะเล่นแบบปกติสักตาหนึ่งก่อน จากนั้นค่อยพูดเรื่องบั๊กออกมา

หลังจากที่ทุกคนคว่ำบอสมาได้สองตัวติดๆ ทำให้ในตอนนี้ความมั่นใจเพิ่มขึ้นมาเพียบ ไม่มีอะไรที่ไม่กระหายอยากจะลอง และก็ไม่ได้คิดว่าบอสตัวนี้จะยากเย็นสักแค่ไหน

จางหยางส่ายศีรษะ ในใจคิดว่าตายสักรอบก่อนแล้วกัน!

“เหมือนเดิม ตีตัวที่มาร์กดาวก่อน ค่อยจัดการตัวที่มาร์กดวงอาทิตย์!” จางหยางทำสัญลักษณ์ที่มอนสเตอร์ลูกสมุนข้างกายบอสแล้วก็คว้าดาบพุ่งเข้าไป

จู่โจม!

‘-71!’ โจมตีปกติ

‘-157!’

‘-167!’

‘-147!’ กวาดตามแนวนอน

ดาดาร์ดาและองครักษ์พิทักษ์บัลลังก์ทั้งสองตัวพลันระเบิดเสียงคำรามออกมาแล้วโจมตีใส่จางหยางทันที เพียงชั่วเสี้ยวขณะ ทั่วท้องฟ้าก็เต็มไปด้วยประกายดาบเงากระบี่

คนอื่นๆ ในปาร์ตี้ก็เข้าขาเข้าใจแผนการกันเป็นอย่างดี ไม่ต้องรอให้จางหยางออกคำสั่ง ทั้งหมดก็หลั่งไหลกันทำดาเมจใส่ร่างของ ‘มอนสเตอร์ดาว’

‘ติ๊ง! ปาร์ตี้ของคุณได้ฆ่า ‘องครักษ์พิทักษ์บัลลังก์’, คุณได้รับค่าประสบการณ์ 650 แต้ม (รางวัลปาร์ตี้ 50 แต้ม)!’

เพียงไม่นาน ‘มอนสเตอร์ดาว’ ก็ล้มลงด้วยการรุมถล่มของทุกคน

ดาดาร์ดาแผดเสียงด้วยความกราดเกรี้ยว ฉับพลันนั้นก็หยุดการโจมตี ใต้ศีรษะปรากฏแถบร่ายเวทออกมา!

‘ติ๊ง! ดาดาร์ดาได้ปล่อย ‘เพลิงมังกร’!’

“ระวังนะ หลบให้ดี!” จางหยางดึง ‘มอนสเตอร์ดวงอาทิตย์’ หมุนวนไปรอบๆ ดาดาร์ดา

เมื่อบอสปล่อย ‘เพลิงมังกร’ เสร็จเรียบร้อย ‘มอนสเตอร์ดวงอาทิตย์’ ก็เหลือเลือดไม่ถึงหนึ่งในสี่ส่วนแล้ว--- หลังจากที่กุ่ยเทียนเปลี่ยนอาวุธ การทำดาเมจก็แกร่งขึ้นมากจริงๆ!

‘ติ๊ง! ดาดาร์ดาได้ปล่อย ‘หลุมหลอมละลาย’, คงค้างไว้เป็นเวลานาน 120 วินาที!’

‘ติ๊ง! ปาร์ตี้ของคุณได้ฆ่า ‘องครักษ์พิทักษ์บัลลังก์’, คุณได้รับค่าประสบการณ์ 650 แต้ม (รางวัลปาร์ตี้ 50 แต้ม)!’

ทันทีที่ลูกสมุนทั้งสองตัวตาย ทุกคนก็ทุ่มการโจมตีทั้งหมดไปที่ร่างบอส แต่สำหรับบอสที่มีค่าพลังชีวิตถึง 84000 แต้มแล้วนั้น แถบเลือดก็ยังคงลดลงช้ามากๆ อยู่ดี

‘ติ๊ง! ดาดาร์ดาได้ปล่อย ‘หลุมหลอมละลาย’, คงค้างไว้เป็นเวลานาน 120 วินาที!’

......

‘ติ๊ง! ดาดาร์ดาได้ปล่อย ‘หลุมหลอมละลาย’, คงค้างไว้เป็นเวลานาน 120 วินาที!’

หนึ่งนาทีให้หลัง บ่วงไฟในสมรภูมิก็มีถึง 60 อัน ในขณะที่บอสปล่อย ‘เพลิงมังกรอีกครั้ง ทุกคนก็ชุลมุนวุ่นวายขึ้นมาทันที แต่เนื่องจากมีประสบการณ์จากโหมดปกติและโหมดยากมาแล้ว ทำให้รับมือผ่านพ้นไปได้

ทว่าปริมาณของบ่วงไฟยังคงเพิ่มขึ้นไม่หยุด ขณะที่บ่วงไฟมีจำนวน 80 อัน ก็เริ่มมีสมาชิกล้มตาย และเมื่อตอนที่บ่วงไฟเพิ่มขึ้นถึง 100 อัน ก็เหลือแค่จางหยางคนเดียวเท่านั้น! สุดท้ายบ่วงไฟก็มีจำนวนถึง 120 อัน เมื่อมองออกไปจะเห็นว่าทั่วรังของบอสล้วนเต็มไปด้วยกองเพลิง หาที่วางเท้าไม่ได้เลยสักนิด!

ความมั่นใจของพวกเจ้าอ้วนหานที่เพิ่งจะพองฟูขึ้นมาถูกตีกลับจนเผยร่างเดิมออกมาในทันใด บ่วงไฟเยอะขนาดนี้ จะหลบอย่างไรล่ะ?

ถ้าหากไม่มีบอส จางหยางคงพอหาทางรอดจากกองเพลิงนี้ได้ แต่นี่ทั้งต้องหลบการโจมตีของบอส แถมยังต้องระวังบ่วงไฟที่พื้น แม้ฝีมือระดับจางหยางก็ยังทำให้สมบูรณ์แบบไม่ได้

แน่นอนว่าจางหยางไม่หวังสูงถึงขนาดจะลุยเดี่ยวฆ่าบอสตัวสุดท้ายของโหมดความตาย สิ่งที่เขาต้องการก็คือ ‘เหตุผลที่เหมาะสม’ ในการค้นพบบั๊กพื้นที่!

ขณะล่อบอสให้เคลื่อนที่ไม่หยุด จางหยางพลันถอยเข้าไปในรอยแยกแห่งหนึ่ง ที่ขนาดพอดีให้คนหนึ่งคนเข้าออก

เขายืนอยู่ปากรอยแยก ขวางตัวกั้นบอสไว้แล้วฆ่าฟันต่อไป

ถึงแม้จะไม่โดนทำดาเมจจากบ่วงไฟ แต่เนื่องจากติดอยู่ในรอยแยก ทำให้ไม่สามารถหลบซ้ายหลบขวาได้ จางหยางโดนบอสโจมตีประชิดตัวต่อเนื่องไปหลายครั้งเข้าก็ล้มตาย

กลุ่มคนที่เชื่อมั่นในตัวจางหยางจนตาบอด เดิมทีคิดว่าเขาจะแสดงการลุยเดี่ยวโจมตีบอสกลับในช่วงคับขัน เมื่อเห็นเขาร่วงลงกองกับพื้น ก็รู้สึกทำอะไรไม่ถูกขึ้นมา

ขณะที่จางหยางปลดปล่อยวิญญาณไปวิ่งกลับมาจากจุดเกิดก็หัวเราะพลางพูดว่า “พวกนายคิดว่าฉันจะลุยเดี่ยวฆ่าบอสได้จริงๆ อย่างงั้นหรอ?”

ทุกคนอดกระอักกระอ่วนไม่ได้

วิ่งกลับมาฟื้นคืนชีพเรียบร้อย สมาชิกทุกคนก็กลับมารวมตัวกันที่รังของบอส

“จ้านอวี้ ถ้าไงพวกเราพอแค่นี้มั้ย?” แม้หั่วฝ่าเลี่ยนก็อยากจะคว่ำบอสให้สำเร็จ แต่การที่เขาสามารถเป็นหัวหน้ากิลด์ได้ ก็เพราะมองเรื่องราวต่างๆ ได้ทะลุปรุโปร่งกว่าคนอื่น เห็นได้ชัดว่าบอสตัวนี้ยังไม่สามารถล้มได้ในตอนนี้!

“ใช่ บ่วงไฟทั่วสมรภูมิ ยังไงก็ไม่มีที่จะให้หลบ บริษัทเกมไม่อยากให้มีคนผ่านบอสตัวนี้ไปได้ชัดๆ!” กุ่ยเทียนพยักหน้าแสดงความเห็นด้วย

คนอื่นๆ ที่เดิมทีเชื่อมั่นในตัวจางหยางเต็มเปี่ยม เมื่อฟังที่กุ่ยเทียนวิเคราะห์ก็อดแสดงความเห็นด้วยไม่ได้

“น้องยอดฝีมือ ตีมาได้จนถึงที่นี่ก็ไม่เลวแล้ว ตีบอสน้อยไปตัวหนึ่งก็แค่อุปกรณ์สวมใส่ไม่กี่ชิ้นเท่านั้นเอง พวกเรารอให้อุปกรณ์สวมใส่แข็งแกร่งกว่านี้ก่อนค่อยกลับมาคว่ำมัน!” เสวี่ยจงซาพูด เดิมทีผู้เล่นตัวเล็กๆ ไร้ความสามารถอย่างพวกเขาก็คิดแค่จะเล่นโหมดปกติเท่านั้น แต่กลับได้เกาะขาใหญ่ๆ ของจางหยางผ่านโหมดยาก จนกระทั่งล้มบอสโหมดความตายไปได้สองตัวอย่างไม่คาดคิด มีตรงไหนที่พวกเขาจะไม่พอใจอีก

จางหยางหัวเราะแล้วพูดว่า “เมื่อกี้ตอนที่ฉันดึงบอสย้ายตำแหน่ง ไปเจอจุดหนึ่งที่ไม่มีบ่วงไฟ พวกเราสามารถยืนตรงนั้นฆ่าบอสได้!”

.....................................................................

devc-a3b5dd88-33025Miracle of God เทพนักรบผู้พิทักษ์: Chapter 025 ตอนที่ 25