Miracle of God เทพนักรบผู้พิทักษ์: Chapter 015 ตอนที่ 15
บทที่ 15 กรงเล็บดำ
ซยงเหมาไจ้หรานเซาตายเร็วเกินไป ทำให้นอกจากเขาแล้วคนอื่นยังไม่ทันได้เข้าต่อสู้เลย! ส่วนมอนสเตอร์สองตัวนั้นหลังจากฆ่าซยงเหมาไจ้หรานเซาตายแล้ว ก็กลับไปประจำตำแหน่งเดิมของตัวเองอย่างรวดเร็ว ทำให้จางหยางที่ตอนแรกเตรียมจะรับช่วงผูกความเกลียดชังต่อรู้สึกแปลกใจขึ้นมา
“เชี่ย! ตัวฮีลทำห่าไรอยู่วะ ทำไมไม่เติมเลือดให้ฉัน?” ซยงเหมาไจ้หรานเซาตะคอกเสียงดัง
เซินไห่เตอโยวอวี้ไม่สนใจจะอธิบายให้ไอ้อ่อนนี่ฟังแล้ว ดังนั้นเอ้าซื่อไหน่ป้าคนจากกิลด์ของเขาจึงตอบเอง “นายตายเร็วเกินไป ลงมือไม่ทัน!”
ที่จริงแล้วจะพูดว่าซยงเหมาไจ้หรานเซาถูกฆ่าตายในวินาทีเดียวไม่ได้เสียทีเดียว ระหว่างนั้นยังมีเวลาให้ตัวฮีล ลงมือได้ แต่ว่าทุกคนเพิ่งเจอมอนสเตอร์ชนิดนี้เป็นครั้งแรก จึงยังไม่รู้ถึงความอันตราย พอสมาธิหลุดก็เลยลงมือตอบโต้ไม่ทัน
ซยงเหมาไจ้หรานเซาเงียบไปสักพักแล้วพูดขึ้นว่า “ชุบชีวิตฉันที!”
เอ้าซื่อไหน่ป้าตอบ “ทำไม่ได้!”
ซยงเหมาไจ้หรานเซาหันไปถามเซินไห่เตอโยวอวี้ “อัศวินล่ะ?”
“ทำไม่เป็น”
“สัตว์! แค่สกิลชุบชีวิตก็ทำไม่ได้ จะเป็นแม่นม[footnoteRef:1]กันทำแป๊ะไร” ซยงเหมาไจ้หรานเซาด่าออกมาอีกประโยค หลังจากนั้นเขาก็ทิ้งศพไว้ แล้วก็ไปวิ่งจากจุดเกิดกลับมาที่ดันเจี้ยนเพื่อฟื้นคืนชีพ [1: แม่นม ใช้เรียกผู้เล่นที่เป็นตัวฮีล ที่ต้องคอยเติมเลือดช่วยเหลือผู้เล่นอื่นราวกับคอยดูแลเด็กเล็ก]
เซินไห่เตอโยวอวี้ถูกดูแคลนอีกครั้ง หน้าตาจึงยิ่งดูย่ำแย่
สกิลชุบชีวิตหากอยู่ในช่วงที่ไม่ได้ต่อสู้สามารถช่วยให้ผู้เล่นที่ตายไปแล้วฟื้นคืนชีพได้ ลดเวลาที่ผู้เล่นต้องไปวิ่งมาจากจุดเกิด เป็นสกิลที่มีประโยชน์มาก นักบวชและอัศวินสามารถเรียนสกิลนี้ได้ อย่างไรก็ตาม สกิลชุบชีวิตนี้ผู้ฝึกสอนประจำอาชีพไม่ได้เป็นคนสอน แต่จะเรียนรู้ได้จากหนังสือสกิลที่ดรอปจากมอนสเตอร์เท่านั้น
โอกาสที่หนังสือสกิล ‘ชุบชีวิต’ จะดรอปนั้นไม่มาก แม้กระทั่งเกมเปิดตัวไป 5 ปีแล้ว หนังสือสกิลนี้ยังสามารถขายได้ราคาสูงถึงหลักพันเหรียญทอง แถมยังขายดีมากอีกด้วย ในช่วงเวลานี้คงมีแต่ตัวฮีลหลักของกิลด์ใหญ่เท่านั้นถึงจะมีสกิลชุบชีวิต
ก่อนที่เกมจะเปิดตัว เว็บทางการได้แนะนำสกิลต่างๆ ที่แต่ละอาชีพสามารถเรียนรู้ได้ รวมถึงผลลัพธ์ที่ได้จากสกิล และวิธีการเรียนรู้ เพื่อช่วยให้ผู้เล่นเข้าใจในอาชีพต่างๆ แต่ว่าสกิลที่ได้จากภารกิจลับ ทางการเก็บไว้เป็นความลับ ต้องการให้ผู้เล่นไปค้นหาด้วยตัวเอง
ฮวาคู่ฉ่าคิดสักครู่แล้วพูดขึ้นว่า “เดี๋ยวรออัศวินคืนชีพ แทงค์สองคนแบ่งกัน หนึ่งคนดึงมอนหนึ่งตัว ตัวฮีลเกาะดีๆ มอนสองตัวนี้ดูแล้วโหดอยู่!”
สิ่งที่จางหยางให้ความสนใจกลับไม่ใช่ดันเจี้ยนแล้ว จึงอาศัยโอกาสนี้แชทคุยเล่นกับไป่ฟาอีจง ถึงแม้ผลงานความสำเร็จในอนาคตของเพื่อนคนนี้จางหยางจะรู้ดีอยู่แล้ว แต่ว่าการที่เขาจะเลือกเพื่อนร่วมทีม ไม่ได้ดูที่ความสามารถอย่างเดียว นิสัยใจคอจึงจะเป็นเรื่องที่สำคัญยิ่งกว่า
เจ็ดแปดนาทีต่อมา ซยงเหมาไจ้หรานเซากลับมาถึงดันเจี้ยนฟื้นคืนชีพเรียบร้อย กลับไปยืนด้านหน้าทุกคนอีกครั้งหนึ่ง
“ต้าเหมา ปรับสภาพให้เข้าที่เข้าทางก่อน” ฮวาคู่ฉ่าทำเครื่องหมายคนละแบบที่นักฆ่าของหลุมใต้ดินทั้งสองตัวแล้วพูดว่า “แทงค์อัศวินดึงมอนตัวที่มาร์กดาวไว้ แทงค์นักรบดึงตัวที่มาร์กดวงอาทิตย์ ลุย!”
ซยงเหมาไจ้หรานเซากินของว่างชิ้นหนึ่ง เพิ่มปริมาณเลือดและค่าพลังเวทให้เต็ม จากนั้นถือค้อนกับโล่มุ่งหน้าไปหามอนสเตอร์
‘โล่บิน!’
จางหยางก็ปล่อยสกิล ‘จู่โจม’ ทันที แล้วพุ่งเข้าใส่มอนสเตอร์ตัวที่ทำเครื่องหมายดวงอาทิตย์ไว้ เงื้อดาบรบขึ้นมา ตัวเลข ‘-62!’ พลันลอยขึ้นมาเหนือศีรษะของมอนสเตอร์ทันที
มอนสเตอร์ดวงอาทิตย์ตัวนั้นแป๊บเดียวก็หายมึน พลันขยับหอกแทงเข้าใส่จางหยาง
‘ป้องกัน!’
‘-42!’ ป้องกันแล้วโจมตีกลับ
‘-102!’ โจมตีด้วยโล่
‘-140!’ กวาดตามแนวนอน
ความเกลียดชังผูกแน่นอยู่ที่ตัวจางหยางในพริบตา
สมาชิกคนอื่นในปาร์ตี้เลือกมอนสเตอร์ตัวที่จางหยางดึงไว้เป็นเป้าหมายในการโจมตีพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย ในชั่วขณะ ประกายดาบ เงากระบี่ พลังเวท พร้อมใจกันเต้นรำกลางอากาศ
ซยงเหมาไจ้หรานเซาโกรธจนกระทืบเท้าไม่หยุด เพราะแม้แต่ฮวาคู่ฉ่ากับเอ้าซื่อฝ่าเสินยังไม่กล้าโจมตีบอสตัวที่เขาดึง นี่จะให้เขารู้สึกอย่างไร!
‘ติ๊ง! นักฆ่าของหลุมใต้ดินใช้ทักษะ ‘เผาละลาย’!’
จางหยางตอบสนองอย่างรวดเร็ว สไลด์เท้าหลบมาด้านหลัง หลุดจากระยะโจมตีประชิดของมอนสเตอร์พอดิบพอดี ทำเอาสกิล ‘เผาละลาย’ วืด!
ส่วนอีกด้านหนึ่ง เลือดของซยงเหมาไจ้หรานเซากลับลดปริมาณลงอย่างบ้าคลั่ง เร่งให้เอ้าซื่อไหน่ป้าฮีลเขาไปพลาง คอยเตือนเขากินยาเพิ่มเลือดไปพลาง ส่วนเซินไห่เตอโยวอวี้นั้นทิ้งเขาไปนานแล้ว
สี่สิบกว่าวินาทีต่อมา ‘มอนสเตอร์ดวงอาทิตย์’ ร้องครวญครางออกมา แล้วล้มลงไปในบ่อเลือดของตัวเอง ทุกคนหันหัวกลับไปตี ‘มอนสเตอร์ดาว’ ที่ซยงเหมาไจ้หรานเซาดึงไว้
สิบกว่าวินาทีต่อมา ‘มอนสเตอร์ดาว’ ตะโกนออกมาด้วยความโกรธ สลัดซยงเหมาไจ้หรานเซาทิ้ง โจมตีเข้าใส่ไป่ฟาอีจง
“ดึงมาหนึ่งนาทีแล้วยัง OT ได้อีก โคตรเป็นของแปลกในของแปลกเลย!” หั่วฝ่าตี้ปากอ้าตาค้าง
‘จู่โจม!’
จางหยางไล่ถึงตัว ‘มอนสเตอร์ดาว’ อย่างรวดเร็ว เขาไม่ได้แย่งความเกลียดชังกับซยงเหมาไจ้หรานเซา ดังนั้นจึงไม่ได้ใช้สกิล ค่าความโกรธจึงยังเต็มอยู่ เขาปล่อยสกิล ‘กวาดตามแนวนอน’ ไปหนึ่งครั้ง ตามด้วยโจมตีปกติ หลังจากนั้นปล่อยสกิล ‘โจมตีรุนแรง’ ติดต่อกันอีกสามครั้ง พริบตาเดียวทำดาเมจไปไม่น้อย ทั้งยังทำค่าความเกลียดชังได้เป็นกอบเป็นกำอีกด้วย
รอ ‘มอนสเตอร์ดาว’ ฟื้นจากอาการมึนงง จางหยางก็ปล่อยสกิล ‘ยั่วยุ’ ใส่เข้าไปอีก บีบให้มอนสเตอร์โจมตีตัวเอง 2 วินาที
‘ป้องกัน!’
‘-42!’
‘โจมตีด้วยโล่!’
‘-102!’
ไป่ฟาอีจงก็แสดงออกได้ไม่เลว หยุดการโจมตีของตัวเอง รอจางหยางผูกความเกลียดชังให้แน่นเสียก่อน สองวินาทีให้หลังประสิทธิภาพของ ‘ยั่วยุ’ หมดไป ‘มอนสเตอร์ดาว’ ยังคงจ้องจางหยางไล่ตามโจมตีเขาอย่างรุนแรง ความเกลียดชังผูกแน่นไว้กับจางหยางเรียบร้อย
ซยงเหมาไจ้หรานเซาไม่พูดอะไรสักคำ ในสถานการณ์แบบนี้ ถึงหนังหน้าเขาจะหนาขนาดไหน ก็มีแต่ต้องเงียบไว้เท่านั้น หากยังคิดพูดอะไรขึ้นมาก็จะเป็นได้เพียงเรื่องให้คนอื่นหัวเราะเยาะเท่านั้น------ ถึงแม้ว่าตัวเขาเองจะเป็นเรื่องตลกเรื่องหนึ่งก็ตาม
เวลาผ่านไปไม่นาน ‘มอนสเตอร์ดาว’ ก็ลมลงตายกับพื้น
ทุกคนเดินหน้าต่อไป หลังจากจัดการเคลียร์มอนสเตอร์ไปอีก 5 รอบ ก็มาถึงด้านหน้าบอสหมายเลขหนึ่ง นี่คือสุนัขล่าเนื้อสีดำตัวยักษ์ ขนาดใหญ่ประมาณรถบัสหนึ่งคัน ขนสีดำเงางามทั้งตัว กำลังนอนหลับอยู่บนพื้นดิน เสียงกรนดังสนั่นหวั่นไหว น้ำลายไหลย้อยไม่หยุด
[กรงเล็บดำ สัตว์พิทักษ์ปากทางเข้าหลุมใต้ดิน] (บอสระดับเหล็กสีดำ)
เลเวล: 12
ค่าพลังชีวิต: 36000
ในอุโมงค์ใต้ดินใหญ่โตนี้ มีแค่บอสตัวเดียวโดดเดี่ยว ไม่มีมอนสเตอร์ตัวเล็กตัวน้อยอื่นอีก
“จะจัดการยังไง?” เมื่อเห็นบอสที่ตัวใหญ่ชวนขวัญผวา เสวี่ยจงซาจึงถามขึ้นมาในช่องแชทปาร์ตี้
“แทงค์ดึง, ตัวดาเมจตี, ตัวฮีลเติมเลือด ง่ายๆ แค่นี้แหละ!” เอ้าซื่อฝ่าเสินพูดด้วยสีหน้าสบายอกสบายใจ
จางหยางส่ายศีรษะพูดว่า “บอสตัวนี้มีสองสกิล หนึ่ง ‘ตาเพชรฆาต’ เป็นสกิลเพิ่มค่าดาเมจให้มากขึ้น จะใช้กับคนที่มีค่าความเกลียดชังสูงที่สุด หากโดนโจมตี ความเสียหายจะเพิ่มขึ้น 100% ใช้ซ้อนได้ไม่จำกัด ดังนั้น ตามหลักแล้วจะสู้กับบอสตัวนี้ต้องมีแทงค์สองตัว หากตัวหนึ่งโดนสกิล ‘ตาเพชรฆาต’ ซ้อนหลายทีแล้ว ก็เปลี่ยนแทงค์อีกตัวมาดึงแทน รอจนสกิล ‘ตาเพชรฆาต’ หมดประสิทธิภาพ ค่อยกลับมารับช่วงดึงบอสต่อ แน่นอนว่าแทงค์ตัวเดียวก็ได้ แต่ต้องทำดาเมจให้แรง และรีบฆ่าบอสให้ตายในระยะเวลาสั้นที่สุด”
ทุกคนมองหน้ากัน ต่างรู้สึกว่าถ้าให้ซยงเหมาไจ้หรานเซาไปดึงความเกลียดชัง ให้เชื่อว่าหญิงขายบริการเป็นสาวบริสุทธิ์ยังจะง่ายเสียกว่า! เหลือทางเดียวคือ ต้องทำดาเมจสุดชีวิตรีบฆ่าบอสให้ตาย!
“สกิลที่สอง ‘พ่นพิษ’ จะใช้สกิลแบบสุ่มเป้าหมาย ในโหมดปกติจะสร้างความเสียหายพื้นฐานประมาณ 200 แต้ม อัตราการปล่อยสกิลสูงมาก มีความกดดันในการฮีลแน่นอน!” จางหยางพูดต่อ
เอ้าซื่อฝ่าเสินใช้สายตาเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งมองจางหยาง พูดว่า “นายรู้ได้ไง คงไม่ได้โม้นะ?”
เล่นมาไม่รู้กี่รอบในชาติที่แล้ว จะไม่รู้ได้ไง จางหยางยิ้มเล็กน้อยแล้วพูด “บอร์ดทางการมีข้อมูลของดันเจี้ยน ไปอ่านเจอมา”
ทุกคนไม่มีใครสงสัย เชื่อข้ออ้างของจางหยางกันหมด
“ต้าเหมา นายกับนักรบใครจะเป็นตัวดึงหลัก?” ฮวาคู่ฉ่ายังคงอยู่ข้างซยงเหมาไจ้หรานเซา
“แน่นอนว่าฉันต้องเป็นตัวดึงหลัก! เลือดเขาน้อยแค่นั้น บอสแตะแค่ทีเดียวก็หมดแล้ว!” ซยงเหมาไจ้หรานเซายังคงไม่รู้สึกถึงความห่างชั้นระหว่างตัวเขากับจางหยาง ตัวเองไม่มีความสามารถพอ แต่ก็ยังไม่รู้จักประมาณตน ดื้อรั้นจะทำให้ได้ท่าเดียว
เซินไห่เตอโยวอวี้อดหัวเราะเยาะไม่ได้
ซยงเหมาไจ้หรานเซาไม่พอใจเขามานานแล้ว รีบตะคอกออกมา “แม่นมอัศวิน นายหัวเราะทำไม ฉันพูดผิดตรงไหนฮะ?
เซินไห่เตอโยวอวี้ไม่พูดอะไรสักคำ แต่แปะ ‘สถิติการรับการรักษา’ ลงบนช่องแชทปาร์ตี้แทน
[สถิติการรับการรักษา]
1. ซยงเหมาไจ้หรานเซา, 57632, 92%
2. เสวี่ยจงซา, 1579, 3%
3. ฮวาคู่ฉ่า, 1553, 3%
4. จ้านอวี้, 1422, 2%
“จริงหรือหลอก?” เมื่อทุกคนเห็นสถิติก็แสดงสีหน้าประหลาดใจสุดขีดออกมา
นี่หมายความว่า?
จางหยางไม่ได้แค่ดึงมอนสเตอร์ไว้ การหลบหลีกการโจมตีของเขายังอยู่ในระดับน่ากลัวอีกด้วย
แม้ปริมาณเลือดของเขาจะน้อยกว่าซยงเหมาไจ้หรานเซา แต่ช่วยไม่ได้ที่เขาความสามารถสูง มอนสเตอร์ตีไม่โดน ดังนั้นไม่ว่าจะมีเลือดเยอะหรือน้อยก็ไม่เห็นจะต่างกันตรงไหน
ซยงเหมาไจ้หรานเซาที่น่าสงสารกลับยังไม่รู้ตัวอีก เห็นสถิตินี้แล้วยังหัวเราะอย่างได้ใจพูดว่า “ตอนนี้เห็นความลำบากของฉันกันแล้วล่ะสิ ฉันดึงมอนไว้ดีขนาดไหน มอนตีฉันอยู่คนเดียวเห็นมั้ย?”
เซินไห่เตอโยวอวี้หัวเราะเยาะแล้วพูดว่า “ลำบากตูดแกดิ คนคอยฮีลแกต่างหากที่ลำบาก!”
ซยงเหมาไจ้หรานเซาอารมณ์เดือดพล่าน ขณะกำลังจะตอบโต้ กลับโดนคนอื่นๆ คุณพูดหนึ่งคำ ฉันพูดหนึ่งประโยค พากันพูดถึงความห่วยแตกในการดึงมอนของเขา ใครโจมตีมอนที่เขาดึง คนนั้นต้อง OT เขากำลังใจถดถอย คิดจะให้พวกกิลด์เอ้าซื่ออีกสามคนช่วยกู้หน้าให้ แต่กลับเห็นว่าพวกเขาพากันหันหน้าหนี ทำเป็นไม่ได้ยิน!
“เอาล่ะ แทงค์สองตัวช่วยกันดึงมอน ใครผูกความเกลียดชังไว้ได้ คนนั้นก็เป็นตัวหลัก!” ในที่สุดฮวาคู่ฉ่าก็ฟันธงลงมา นับว่าเป็นการพูดกลบเกลื่อนช่วยเหลือซยงเหมาไจ้หรานเซา แต่ทุกคนรู้ดีว่านี่ก็แค่ทำเป็นพูดให้สวยงามอ้อมไปแค่นั้น ไม่ต้องไปพูดถึงเรื่องซยงเหมาไจ้หรานเซาจะแย่งความเกลียดชังกับจางหยางได้เลย แม้แต่ตัวฮีลก็ยังน่าจะสร้างความเกลียดชังได้มากกว่าเขาเสียอีก
“ลุย!”
จางหยางคว้าดาบรบเหล็กบริสุทธิ์ขึ้นมา พุ่งเข้าหากรงเล็บดำอย่างรวดเร็ว ซยงเหมาไจ้หรานเซาก็ไม่ยอมแพ้ พุ่งเข้าหาบอสในเวลาเดียวกัน
‘จู่โจม!’
‘โล่บิน!’
จางหยางราวกับแม่ทัพผู้องอาจ พริบตาเดียวก็พุ่งเข้าไปอยู่หน้ากรงเล็บดำ ดาบรบในมือกวัดแกว่ง ดาบหนึ่งก็ฟาดฟันลงไป
‘-52!’
ค่าการป้องกันของบอสสูงมาก สามารถลดค่าดาเมจลงได้ยี่สิบกว่าแต้ม
ในตอนนี้ซยงเหมาไจ้หรานเซาก็จู่โจมเข้ามา ยกค้อนทุบลงไปอย่างไม่ยอมแพ้
‘-1!’
โศกนาฏกรรมเกิดขึ้นแล้ว ตีไม่ทะลุการป้องกัน ทำดาเมจได้แค่แต้มเดียว!
ในเวลาเดียวกัน ที่ใต้เท้าของซยงเหมาไจ้หรานเซาก็มีแสงสีทองวาบขึ้นมา ปล่อยสกิล ‘เสียสละ’ ออกไปแล้ว เหนือศีรษะของบอสพลันมีตัวเลขแสดงค่าดาเมจกระโดดขึ้นมา ‘-1!’
สองวินาทีผ่านไป กรงเล็บดำหายจากอาการมึนงง เมื่อเล็งเป้าไปที่จางหยางดีแล้วก็ตะปบเข้าไปทันที
‘ป้องกัน!’
‘-36!’
‘โจมตีด้วยโล่!’
‘-96!’
‘กวาดตามแนวนอน!’
‘-136!’
“โจมตีได้!” จางหยางพูดในช่องแชทปาร์ตี้ขึ้นมาประโยคหนึ่ง
.....................................................................