Miracle of God เทพนักรบผู้พิทักษ์

Miracle of God เทพนักรบผู้พิทักษ์: Chapter 019 ตอนที่ 19

#19Chapter 019

บทที่ 19 ลุยเดี่ยว

“จ้านอวี้ ยอมแพ้เถอะ” เมื่อเห็นแถบเลือดของดาดาร์ดาที่เพิ่งลดลงไปเพียง 9% ไป่ฟาอีจงจึงโนมน้าวขึ้นมา “เดี๋ยวเอาใหม่อีกรอบ ตอนนี้ทุกคนมีประสบการณ์แล้ว ต้องไม่ตายกันเร็วขนาดนี้แน่”

จางหยางยิ้มบางๆ พูด “ฉันลองดูก่อน”

“ลองน้องแกดิ คิดว่าตัวเองเป็นเทพรึไง จะฆ่าบอสคนเดียว?” เอ้าซื่อฝ่าเสินอดไม่อยู่ด่าออกมา “ถ้านายฆ่าบอสคนเดียวได้ บิดาจะคำนับนายสามที ต่อไปจะเรียกนายว่าปู่”

“ฮึ ฉันไม่อยากจะมีโชคได้เป็นปู่นายหรอก จะได้ไม่ต้องถูกทำให้โกรธจนตาย” จางหยางเคลื่อนไหวหลบการโจมตีของบอสไปมาอย่างอิสระแคล่วคล่องว่องไว ขณะเดียวกันก็ทำดาเมจใส่บอสได้เป็นกอบเป็นกำ ที่จริงแล้วการทำดาเมจของเขาก็สูงนำเป็นหัวขบวนในปาร์ตี้อยู่แล้ว ถ้าเขาลุยคนเดียว ก็เพียงยืดระยะเวลาในการต่อสู้ออกไปอีกสองสามเท่าแค่นั้นเอง

“นักรบกาก เลิกทำให้ทุกคนเสียเวลาดีกว่าน่า” ฮวาคู่ฉ่าร่วมวงห้ามปราม “นายตีบอสอีกหนึ่งนาที เก้าคนนอนอยู่ตรงนี้ ก็เท่ากับเสียเวลาไปเก้านาทีแล้ว นายชดใช้ไหวหรอ?”

“เฮ้! อย่าซี้ซั้วมาเป็นตัวแทนคนอื่นดิ” เสวี่ยจงซาตะโกนออกมา “ฉันเชื่อมั่นในตัวจ้านอวี้เต็มที่ ไม่แคร์ที่จะต้องนอนอยู่ตรงนี้นานอีกหน่อย ถ้านายกลัวเสียเวลา ก็รีบๆ ทิ้งร่างแล้วไปวิ่งกลับมาจากจุดเกิดซะ”

“ฉันก็ไม่แคร์ที่จะนอนตรงนี้นานอีกหน่อย” ไป่ฟาอีจงก็แสดงการสนับสนุนจางหยาง

“พวก**!” ซยงเหมาไจ้หรานเซาด่าออกมาหนึ่งประโยค

แต่ว่าด่าก็ส่วนด่า พวกเอ้าซื่อสี่คนกลับไม่มีใครยอมทิ้งร่างสักคน! ‘เดอะ มิราเคิล ออฟ ก๊อด’ กำหนดไว้ว่า ถ้าการต่อสู้ในดันเจี้ยนยังไม่สิ้นสุดลงแล้วปลดปล่อยวิญญาณทิ้งร่างไปก่อน จะไม่สามารถกลับมาในดันเจี้ยนฟื้นคืนชีพได้ และก็ไม่มีทางได้ส่วนแบ่งในไอเทมที่ดรอปมาอีกด้วย

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะคิดอะไรอยู่ ถึงแม้พวกเอ้าซื่อสี่คนไม่คิดว่าจางหยางจะสามารถฆ่าบอสด้วยตัวคนเดียวได้ แต่ก็ไม่ยอมปลดปล่อยวิญญาณ กลัวจะเกิดเรื่องที่ไม่น่าเป็นไปได้ขึ้น อีกอย่างถึงให้พวกเขาปลดปล่อยวิญญาณไปวิ่งกลับมาจากจุดเกิดก็ไม่มีประโยชน์อะไร จะกลับเข้ามาในดันเจี้ยนอีกรอบก็ไม่ได้ สู้นอนอยู่ตรงนี้กับทุกคนยังดีเสียกว่า

‘ติ๊ง! ดาดาร์ดาได้ปล่อย ‘หลุมหลอมละลาย’, คงค้างไว้เป็นเวลานาน 60 วินาที!’

..............

‘ติ๊ง! ดาดาร์ดาได้ปล่อย ‘หลุมหลอมละลาย’, คงค้างไว้เป็นเวลานาน 60 วินาที!’

ในที่สุดบ่วงไฟในสมรภูมิก็มีจำนวนสูงจนเต็มเพดาน กินพื้นที่ไปกว่าครึ่งของหลุมใต้ดินอันใหญ่โตมโหฬารนี้แล้ว และเนื่องจากมีบ่วงไฟถึง 60 อัน ทำให้เมื่อมองออกไปก็จะเห็นเปลวเพลิงพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าเต็มไปหมด ดูแล้วสวยงามน่าตื่นตาตื่นใจ

‘ติ๊ง! ดาดาร์ดาได้ปล่อย ‘เพลิงมังกร’!’

ดาดาร์ดาเริ่มพ่นไฟอีกครั้ง

หลังจากที่บ่วงไฟมีจำนวนสูงจนเต็มพิกัด เวลานี้ ‘เพลิงมังกร’ ก็มีพลังคุกคามสูงสุดเช่นกัน บีบบังคับให้ผู้เล่นต้องเคลื่อนย้ายตำแหน่ง แต่ว่าตอนนี้ทั่วสมรภูมิกลับเต็มไปด้วยบ่วงไฟ หากไม่ระวังเพียงเล็กน้อยก็ต้องเหยียบโดนแน่นอน!

สถานการณ์นี้ใช้ความสามารถทางกีฬาของจางหยางแค่หนึ่งในสามส่วนเท่านั้น ก็เพียงพอต่อการรับมือแล้ว ตลกละ หากแค่นี้ก็ต้องการความสามารถทั้งหมดของเขาแล้ว ถ้าอย่างนั้นโหมดยากและโหมดความตายล่ะจะผ่านไปได้ยังไง?

ปริมาณเลือดของดาดาร์ดาลดลงอย่างคงเส้นคงวา จากในตอนแรก 91% สามนาทีผ่านไปก็ลดลงมาเหลือ 66% แล้ว

ค่าพลังชีวิตของจางหยางตั้งแต่ต้นจนถึงตอนนี้ก็ยังคงอยู่ที่ 100% เขาเคลื่อนไหวเข้าออกหลบหลีกการโจมตีของบอสด้วยทักษะชั้นยอดอย่างง่ายดาย ดาบรบในมือเมื่อเงื้อฟันลงไป ล้วนต้องนำค่าพลังชีวิตของบอสติดมาด้วย

“ยอดฝีมือ! ยอดฝีมือของแท้!” ทุกคนมองจนปากอ้าตาค้างไปหมด

ถึงแม้พวกเขาจะรู้ว่าความสามารถของจางหยางนั้นเหนือกว่าค่ามาตรฐาน แต่ก็ไม่มีใครรู้แน่ชัดว่าเหนือกว่ามาตรฐานไปถึงระดับไหน แต่ด้วยภาพที่เห็นอยู่เบื้องหน้านี้ ก็อธิบายได้แจ่มแจ้งแล้วว่าต้องอยู่ในระดับยอดฝีมือชัวร์

ลุยเดี่ยวฆ่าบอส!

เจ้าหมอนี่ลุยเดี่ยวฆ่าบอสได้อย่างแน่นอน!

ไม่! ไม่ใช่แค่บอสตัวนี้ เจ้าหมอนี่สามารถจัดการทั้งดันเจี้ยน ‘หลุมใต้ดินบังกา’ โหมดปกติตั้งแต่ต้นจนจบได้ด้วยตัวคนเดียว ต่างเพียงแค่ ถ้ามีปาร์ตี้ช่วยกันก็จะใช้เวลาแค่ชั่วโมงเดียว แต่ถ้าเขาคนเดียวต้องใช้เวลาสามชั่วโมง

นี่ยังเป็นคนอยู่หรือเปล่า?

หั่วฝ่าตี้รีบหาชื่อคนคนหนึ่งออกมาจากรายชื่อเพื่อนสนิท จากนั้นก็กระซิบไปหาทันที “หัวหน้ากิลด์ ฉันมีเรื่องจะบอก”

“สำคัญมั้ย? ฉันกำลังพาปาร์ตี้เล่นโหมดยาก ‘หลุมใต้ดินบังกา’ อยู่” ผ่านไปสักพักอีกฝ่ายจึงตอบข้อความกลับมา

หั่วฝ่าตี้เปิดโหมดอัดวีดีโอ อัดฉากที่จางหยางลุยเดี่ยวฆ่าบอสเอาไว้ จากนั้นส่งให้ฝ่ายตรงข้าม พูดว่า “หัวหน้ากิลด์ นี่เป็นเรื่องสำคัญมาก ลองดูคลิปที่ฉันส่งไปก่อน”

“ฮ่าๆ เจ้าเด็กน้อย นายคงไม่ได้ส่งคลิปโป๊มาให้ฉันดูอีกแล้วใช่มั้ย?” ครั้งนี้ฝ่ายตรงข้ามตอบกลับมาอย่างรวดเร็วน่าจะเป็นเพราะผ่านบอสไปได้แล้ว หรือไม่ก็คงตายยกปาร์ตี้เรียบร้อย

“หัวหน้ากิลด์” หั่วฝ่าตี้แสดงท่าทางไร้เดียงสาออกมา

“เอ๋?” ฝ่ายตรงข้ามเปิดระบบแชทด้วยเสียงแล้ว ทำให้ได้ยินเสียงร้องด้วยความตกตะลึงของเขาอย่างชัดเจน “พวกนายเงียบๆ หน่อย ฉันมีเรื่องจะคุยกับเสี่ยวหั่ว” เขาหยุดไปพักหนึ่งแล้วพูดว่า “เสี่ยวหั่ว คนนี้ชื่ออะไร?”

“จ้านอวี้” หั่วฝ่าตี้ปิดช่องแชทของปาร์ตี้ เริ่มแชทด้วยเสียงกับฝ่ายตรงข้าม

“ร้ายกาจมาก บอสแตะไม่โดนเลยสักนิดตั้งแต่ต้นจนจบ บ่วงไฟบนพื้นก็เยอะขนาดนั้น กลับไม่ไปเหยียบโดนเลยสักครั้งเดียว ยอดฝีมือ ยอดฝีมือแน่ๆ ถึงแม้จะแค่โหมดปกติ แต่ก็สุดยอดมากแล้ว ก่อนหน้านี้ตอนที่ฉันเล่นโหมดปกติ โดนบอสตัวที่สามนี่เก็บเรียบไปสองครั้ง ครั้งที่สามถึงจะผ่านไปได้” ฝ่ายตรงข้ามคนนั้นเงียบไปครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “คนนี้ยังไม่มีกิลด์?”

“อืม ไม่งั้นฉันก็ไม่แจ้งหัวหน้าหรอก” หั่วฝ่าตี้พูด

“เดี๋ยวนายลองไปแย็บๆ ถามเขาดูว่าสนใจจะเข้ากิลด์ ‘ซือเล่อหยวน (สวรรค์ที่หายไป)’ ของพวกเรามั้ย เงื่อนไขคุยกันได้ อืม เอาตำแหน่งเจ้าหน้าที่บริหารให้เขา แล้วก็ให้มีชื่ออยู่ในทีมบุกเบิก”

“โอเค ฉันรู้แล้ว ใช่แล้วหัวหน้า เขาบอกว่าเดี๋ยวจะพาพวกเราไปเล่นโหมดยาก นายจะมาเล่นด้วยกันมั้ย?” หั่วฝ่าตี้พูด

“อืม ฉันยังไม่ผ่านบอสหมายเลขหนึ่งเลย เท่ากับว่าจำนวนครั้งที่ลงดันเจี้ยนยังไม่ได้ใช้ ไปเล่นกับพวกนายได้ เออใช่ พวกนายไม่ได้คนเต็มแล้วหรอ?

“มีสี่คนเป็นพวกเลวจากกิลด์เอ้าซื่อ เดี๋ยวรอจบโหมดปกติก็จะเตะพวกเขาออกไป”

“งั้นก็ดีเลย นายไปจองสี่ที่กับจ้านอวี้ไว้ก่อน อีกเดี๋ยวฉันจะพาพวกเหล่าเทียนไปแจมกับพวกนาย เดี๋ยวก่อน ยังไงนายรอฉันไปพูดเองดีกว่า”

“ตกลง” หั่วฝ่าตี้ตอบรับอย่างรวบรัด

อีกด้านหนึ่ง ปริมาณเลือดของดาดาร์ดาลดลงเหลือ 21% แล้ว แต่ว่าปริมาณเลือดของจางหยางยังคงเต็มอยู่เหมือนเดิม ขณะนี้ทุกคนไม่เหลือความสงสัยแม้แต่น้อย เชื่อแล้วว่าจางหยางฆ่าบอสคนเดียวได้จริงแท้แน่นอน

‘-15!’

‘-10!’

‘-7!’

‘-4!’

‘-3!’

‘-2!’

‘-1!’

‘ติ๊ง! ปาร์ตี้ของคุณได้ฆ่า ‘ดาดาร์ดา’, คุณได้รับค่าประสบการณ์ 42050 แต้ม (รางวัลปาร์ตี้ 50 แต้ม)!’

เนื่องจากคนที่ตายแล้วจะไม่ได้รับส่วนแบ่งค่าประสบการณ์ ดังนั้นค่าประสบการณ์ที่ได้จากการฆ่าดาดาร์ดาจึงเป็นของจางหยางคนเดียวทั้งหมด ทำให้แถบค่าประสบการณ์ของเขาเพิ่มขึ้นไปช่วงใหญ่ๆ ในระดับที่เห็นได้ด้วยตาเปล่า

“ผ่านแล้ว! ผ่านแล้วจริงๆ!” คนอื่นๆ อีกเก้าคนพูดพึมพำคนเดียวราวกับกำลังฝันไป

“ไปฟื้นคืนชีพกันได้แล้ว ฉันจะรอพวกนายกลับมา ค่อยไปเก็บของจากศพ” จางหยางยิ้มพลางพูด

เอ้าซื่อฝ่าเสินกลับเอาความคิดเลวๆ ของตัวเองไปประเมินความตั้งใจของจางหยาง พูดขึ้นว่า “ไปแตะตอนนี้เลย แบ่งอุปกรณ์สวมใส่ให้เรียบร้อยค่อยไปจุดเกิด ฟื้นคืนชีพที่ปากทางเข้าก็พอ ไม่ต้องวิ่งมาถึงนี่”

หากเปิดของที่ดรอปในระหว่างที่ไปวิ่งมาจากจุดเกิด คนที่อยู่นอกดันเจี้ยนจะหมดโอกาสในการทอยแต้ม

จางหยางยิ้มแล้วก้มลงแตะศพบอส

[ค้อนหนัก] (เกรดเหล็กสีดำ, ค้อนมือเดียว)

ค่าโจมตีเวท (MATK): 8-12

เลเวลที่ต้องการ: 5

[หมวกสักหลาดของท่านลอร์ด] (เกรดเหล็กสีดำ, เกราะหนัง)

ค่าการป้องกัน (Defense: DEF): +2

ค่ากำลังกาย (Vitality: VIT): +3

ค่าความเร็ว (Agility: AGI): +1

เลเวลที่ต้องการ: 5

[กางเกงขายาวผ้าลินิน] (เกรดเหล็กสีดำ, เกราะผ้า)

ค่าการป้องกัน (Defense: DEF): +1

ค่ากำลังกาย (Vitality: VIT): +2

ค่าสติปัญญา (Wisdom: WIS): +1

ค่าพลังวิญญาณ (Spirit: SPR) : +1

เลเวลที่ต้องการ: 5

ทุกคนเริ่มทยอยกันทอยแต้ม สุดท้ายค้อนหนักเป็นของเซินไห่เตอโยวอวี้ เสวี่ยจงซาได้หมวกสักหลาดของท่านลอร์ด ส่วนกางเกงขายาวผ้าลินินถูกหั่วฝ่าตี้แย่งไปได้ พวกเอ้าซื่อสี่คนกลับจบไม่สวยยกทีม

นี่เป็นเรื่องที่ทำให้ทุกคนพออกพอใจอย่างเห็นได้ชัด ใบหน้าของคนอื่นๆ ล้วนมีรอยยิ้มประดับอยู่ มีแต่พวกเอ้าซื่อที่สีหน้าดูไม่ได้ จากนั้นทุกคนก็ทยอยกดปลดปล่อยวิญญาณไปวิ่งกลับมาจากจุดเกิด

“อืม ฟื้นคืนชีพแล้วพวกเราไปเล่นโหมดยาก ใครมีธุระก็แยกย้ายก่อนได้” จางหยางพูดสบายๆ ที่จริงแล้วเขาก็ไม่ได้สนใจอุปกรณ์สวมใส่ของโหมดยากสักเท่าไหร่ แต่ว่าด้วยพื้นฐานอุปกรณ์สวมใส่ของทุกคนในปาร์ตี้ตอนนี้ ถ้าไม่ไปเล่นโหมดยากเพื่อเอาอุปกรณ์สวมใส่มาเปลี่ยนบ้าง จะทำให้เล่นโหมดความตายได้ลำบาก

พวกเอ้าซื่อสี่คนดวงตาเปล่งประกายวาบขึ้นมาทันที ในใจคิด 'อุปกรณ์สวมใส่ที่ดรอปในโหมดยากเป็นเกรดเหล็กสีดำเลเวล 10 เมื่อเทียบกันแล้ว ไอเทมที่ดรอปจากโหมดปกติก็เป็นแค่ของพื้นๆ กากๆ เอง'

ในปาร์ตี้เงียบสงบ ไม่มีใครแสดงตัวว่าจะจากไป

จางหยางพูดขึ้นมาอีกว่า “เอ้าซื่อสี่คนน่ะ พวกนายออกไปเองเลย”

“ทำไมพวกเราต้องออกจากตี้ด้วย?” ซยงเหมาไจ้หรานเซารีบตะโกนขึ้นมาทันที เห็นได้ชัดว่าจางหยางเป็นซูเปอร์ยอดฝีมือ ถ้าเกาะขาเขาไปแน่นๆ ต้องกลัวว่าจะไม่ได้อุปกรณ์สวมใส่ด้วยหรือ?

“ไม่ทำไม ก็แค่เห็นแล้วขัดตา!” จางหยางขี้เกียจจะพูด เตะพวกเอ้าซื่อทั้งสี่คนออกจากปาร์ตี้ทันที

“เชี่ย! รีบๆ รับบิดากลับเข้าตี้เดี๋ยวนี้ ไม่งั้นถ้าบิดาเจอนายทีนึงก็จะฆ่าทีนึง ฆ่าจนกลับไปเวลศูนย์!” เอ้าซื่อฝ่าเสินกระซิบหาจางหยางอย่างรวดเร็ว

“น้องชาย ตอนแรกพวกเราอุตส่าห์ใจดีพานายเล่นด้วย นายไม่ควรจะหักหลังทำตัวไร้น้ำใจกันแบบนี้” ฮวาคู่ฉ่ากลับใช้วิธีเรียกร้องความสงสาร

จางหยางมีหรือจะเสียเวลามาสนใจคนพวกนี้ จัดการแบลคลิสต์พวกเอ้าซื่อทั้งสี่คนทันที แค่นี้ก็ไม่ต้องรับข้อความที่พวกนั้นกระซิบมาแล้ว

เขาเปิดหน้าค้นหาตัวละคร ลองค้นหาชื่อ ‘เหมียวเถียวเหม่ยสิงหนาน’ ดูว่าเจ้าอ้วนหานออนไลน์หรือยัง บังเอิญสุดๆ ผลการค้นหาคือคนคนนี้กำลังออนไลน์ จางหยางจึงรีบกระซิบไปทันที “เชี่ยอ้วน ฉันคือจางหยาง” ขณะเดียวกันก็ส่งคำขอเป็นเพื่อนไปด้วย

คำขอเป็นเพื่อนส่งผ่านทันที เจ้าอ้วนหานตอบข้อความกลับมาว่า “โอ๊ะ! พี่อ้วนนอนไปแค่สองชั่วโมงกว่าเอง ทำไมนายถึงเวล 10 แล้วล่ะ?”

จางหยาง ‘ฮึ!’ ใส่ไปหนึ่งทีแล้วพูดว่า “พูดไร้สาระให้น้อยๆ หน่อย รีบๆ ไปทำเควสต์ก่อนเข้าดันเจี้ยน ‘หลุมใต้ดินบังกา’ ให้เสร็จ พี่จะพานายไปลงโหมดยาก”

“หยางน้อย อย่าลืมว่านายเกิดที่หลังพี่อ้วนสองเดือนนะ” เจ้าอ้วนหานแก้ต่างมาประโยคหนึ่ง แล้วพูดต่อว่า “เอาล่ะ พี่จะไปทำเควสต์เดี๋ยวนี้”

“ยอดฝีมือ ตอนนี้น้อยลงไปสี่คน มีคนในกิลด์ฉันอยากมาเล่นด้วยพอดี ฉันเชิญพวกเขามาได้มั้ย?” หัวฝ่าตี้กระซิบหาจางหยาง

จางหยางคิดแล้วตอบว่า “ฉันมีเพื่อนคนนึงจะมาเล่นด้วย ตอนนี้ทำเควสต์อยู่ ทางนายมาได้แค่สามคนนะ”

“โอเค!” หั่วฝ่าตี้ตอบรับอย่างเรียบง่ายตรงไปตรงมา

จางหยางมอบตำแหน่งหัวหน้าปาร์ตี้ให้หั่วฝ่าตี้ เพียงไม่นานก็มีคนสามคนมาเข้าร่วมปาร์ตี้

‘ติ๊ง! ผู้เล่น ‘ชื่อเลี่ยนหั่ว’ (แดงฝึกยิง) เข้าร่วมปาร์ตี้!’

‘ติ๊ง! ผู้เล่น ‘กุ่ยเทียน’ (วันผี) เข้าร่วมปาร์ตี้!

‘ติ๊ง! ผู้เล่น ‘ชิงซือหรูเสวี่ย’ (ผมดำราวหิมะ) เข้าร่วมปาร์ตี้!

.....................................................................

devc-a3b5dd88-33025Miracle of God เทพนักรบผู้พิทักษ์: Chapter 019 ตอนที่ 19