Miracle of God เทพนักรบผู้พิทักษ์: Chapter 020 ตอนที่ 20
บทที่ 20 โหมดยาก
หลังจากหั่วฝ่าตี้เพิ่มสมาชิกเรียบร้อยก็คืนตำแหน่งหัวหน้าให้จางหยาง
“ไฮ! สวัสดีทุกคน” พอเข้ามาในปาร์ตี้ปุ๊ป ชื่อเลี่ยนหั่วก็ทักทายด้วยรอยยิ้มทันที
จางหยางกำลังวิ่งออกไปนอกดันเจี้ยนอยู่ พูดว่า “พวกที่วิ่งมาจากจุดเกิดน่ะ ฟื้นคืนชีพที่ปากทางเข้าให้หมด ใช่แล้ว ชื่อเลี่ยนหั่ว ตอนนี้พวกนายอยู่ที่ไหน จะมาถึงเมื่อไหร่?”
“พวกเรากำลังลงดันพอดี พอออกจากตี้ก็เลยถูกส่งมาที่หน้าทางเข้าอัตโนมัติ เร็วกว่าพวกนายแน่” ชื่อเลี่ยนหั่วพูดไปหัวเราะไป
จางหยางพยักหน้า ส่งข้อความหาเจ้าอ้วนหาน “เร็วๆ หน่อย ไม่งั้นนายจะตีบอสตัวแรกไม่ทันแล้ว”
“เชี่ย! พี่อ้วนของนายกำลังวิ่งอยู่เนี่ย ยังไงก็ต้องรอฉัน” เจ้าอ้วนหานตอบกลับมาทันที
จางหยางยิ้ม แน่นอนว่ายังไงเขาก็ต้องรอเจ้าอ้วนหานมาก่อนจึงจะเริ่มตีบอส คนย่อมจะมีความเห็นแก่ตัวกันอยู่บ้าง
เพียงไม่นานพวกที่วิ่งมาจากจุดเกิดก็มาฟื้นคืนชีพที่หน้าทางเข้าดันเจี้ยนกันแล้ว จางหยางเองก็ออกมาจากข้างใน ทั้งเก้าคนจึงรวมตัวกันเรียบร้อย
“ว้าว! มีสาวสวยด้วย” ผู้เล่นทั้งหมด 9 คน เป็นผู้ชาย 8 คน มีเพียงชิงซือหรูเสวี่ยที่เป็นผู้หญิง นี่ก็เป็นเรื่องปกติของเกมทั่วไปที่สัดส่วนผู้เล่นชายจะมากกว่าผู้เล่นหญิง ส่วน ‘เดอะ มิราเคิล ออฟ ก๊อด’ นั้น อาศัยภาพในเกมที่สวยงามสมจริง จึงสามารถดึงดูดผู้เล่นหญิงมาเพิ่มได้เป็นจำนวนมากในไม่กี่เดือนให้หลัง
ชิงซือหรูเสวี่ยเลือกเผ่าพันธุ์เอลฟ์ สวมชุดกระโปรงยาวสีน้ำนม บนศีรษะมีมงกุฎดอกไม้สีทอง รูปร่างสูงโปร่ง เอวบางร่างน้อย ขายาว ทรวงอกกลมกลึงนูนสูง ใบหน้ารูปไข่เผยเสน่ห์สาวเต็มวัยออกมา พูดไม่ได้ว่าสวยเลิศล้ำ แต่ก็มีดีพอตัว หากไปเดินบนถนนจะต้องมีจำนวนคนที่เหลียวกลับมามองสูงมาก
ชิงซือหรูเสวี่ย, เอลฟ์หญิง, นักบวช, กิลด์ซือเล่อหยวน, เลเวล 10
ชื่อเลี่ยนหั่ว, คนแคระชาย, จอมโจรต่อสู้, กิลด์ซือเล่อหยวน, เลเวล 10
กุ่ยเทียน, มนุษย์ครึ่งสัตว์ชาย, นักรบโจมตี, กิลด์ซือเล่อหยวน, เลเวล 10
เหนือศีรษะของสามคนนี้มีชื่อกิลด์ ‘ซือเล่อหยวน’ แสดงไว้เช่นเดียวกับหัวฝ่าตี้ รอบก่อนเป็นกิลด์เอ้าซื่อสี่คน ตอนนี้เปลี่ยนเป็นกิลด์ซือเล่อหยวนสี่คน เมื่อเคยโดนงูกัดมาครั้งหนึ่งย่อมเกิดความกลัว คนอื่นๆ จึงพากันมองประเมินคนของกิลด์ซือเล่อหยวนพวกนี้
จางหยางเปลี่ยนระดับความยากของดันเจี้ยนเป็นโหมดยากแล้วพูดว่า “เข้าดัน!” หางตาเหลือบไปเห็นพวกเอ้าซื่อสี่คนก็ฟื้นคืนชีพแล้ว กำลังใช้สายตาเต็มไปด้วยความแค้นจ้องมองพวกของจางหยางมาจากอีกฝั่งหนึ่ง
‘ติ๊ง! คุณเข้าสู่หลุมใต้ดินบังกา (โหมดยาก)!’
“ทำไมหายไปคนนึง?” กุ่ยเทียนขมวดคิ้วถาม
“เขายังทำเควสต์ก่อนเข้าดันอยู่ เดี๋ยวก็มา พวกเราเล่นไปก่อน” จางหยางตอบมาประโยคหนึ่ง
สำหรับดันเจี้ยนโหมดยากนั้น ไม่ได้เพิ่มจำนวนมอนสเตอร์ให้มากขึ้น แต่ปริมาณเลือดและพลังการโจมตีจะยกระดับขึ้นสูงมาก
[ทหารยามรักษาการณ์] (ชั้นสูง)
เลเวล: 10
ค่าพลังชีวิต: 7500
เมื่อเทียบกับโหมดปกติ ค่าพลังชีวิตสูงขึ้นถึง 50%
จางหยางทำสัญลักษณ์ที่มอนสเตอร์ตัวหนึ่งในกลุ่มแล้วพูด “อีกเดี๋ยวทุกคนรุมตีมอนตัวที่ฉันมาร์กไว้ ทีละตัวๆ”
กุ่ยเทียนรีบแสดงความคิดเห็นออกมาทันที “นายคนเดียวดึงมอนอยู่มั้ย? หาอัศวินป้องกันมาเพิ่มก่อนดีมั้ย? ตีไปจนถึงหน้าบอสตัวแรกค่อยเปลี่ยนเพื่อนนายเข้ามา”
จางหยางยิ้มออกมาอีกครั้ง พูดว่า “ไม่ต้องแล้ว ฉันน่าจะดึงอยู่”
กุ่ยเทียนพอได้ยินแบบนี้ก็ไม่ได้พูดอะไรอีก ก่อนที่พวกเขาจะมาก็รู้ว่ามาครั้งนี้เพื่อมาดูฝีมือของจางหยาง จากนั้นก็จะตัดสินใจว่าจะให้ค่าตอบแทนอย่างไร เพื่อให้เขามาร่วมทีมบุกเบิกของกิลด์ ดังนั้นแม้ว่าในใจของกุ่ยเทียนจะไม่เชื่อว่าจางหยางแค่คนเดียวจะสามารถดึงมอนสเตอร์ 6 ตัวอยู่ แต่ก็ไม่พูดอะไรให้มากความ
จางหยางถือดาบรบเดินไปข้างหน้า ยังไม่ทันจะได้เปิดมอน บนร่างกลับมีแสงสีขาววาบขึ้นมากะทันหัน มีเกราะกึ่งโปร่งแสงปรากฏขึ้นมา
‘ติ๊ง! ผู้เล่น ‘ชิงซือหรูเสวี่ย’ ได้ปล่อย ‘เกราะศักดิ์สิทธิ์’ ให้คุณ, สามารถรับความเสียหายได้ 80 แต้ม, จะหายไปหลังจาก 30 วินาที!’
‘เกราะศักดิ์สิทธิ์’ เป็นสกิลของนักบวชโดยเฉพาะ มีประโยชน์มาก แต่ว่าสามารถเรียนได้จากหนังสือสกิลที่ดรอปมาจากมอนสเตอร์เท่านั้น ชิงซือหรูเสวี่ยสามารถเรียนสกิลนี้ได้ ดูแล้วคงจะเป็นคนที่มีบารมีพอควรในกิลด์ซือเล่อหยวน
จางหยางคิดไปด้วย เลือกมอนสเตอร์ตัวหนึ่งปล่อยสกิล ‘จู่โจม’ เข้าใส่ไปด้วย
‘-64!’
การโจมตีหนึ่งครั้งได้ค่าความโกรธ 11 แต้ม รวมกับสกิล ‘จู่โจม’ เพิ่มค่าความโกรธได้ 10 แต้ม ค่าความโกรธของจางหยางจึงขึ้นมา 21 แต้มในชั่วขณะ
‘-146!’
‘-152!’
‘-304!’
‘-149!’
‘-144!’
‘-153!’
ตัวเลขค่าดาเมจสูงลิ่ว 6 ชุด ที่ได้จากสกิล ‘กวาดตามแนวนอน’ เด้งขึ้นมาพร้อมกัน ดูแล้วน่าชื่นตาชื่นใจเป็นที่สุด แถมยังมีครั้งหนึ่งที่ติดคริติคอลอีกด้วย
“เชด! ดาเมจโคตรน่ากลัว” กุ่ยเทียนร้องเสียงหลงออกมา พุ่งเข้าฟันมอนสเตอร์ไปด้วย พูดไปด้วย “สกิลนี้ของนายคือสกิลไรอะ ทำไมร้ายกาจเบอร์นี้?”
จางหยางดึงความเกลียดชังไปด้วย โพสต์สกิล ‘กวาดตามแนวนอน’ ลงช่องแชทไปด้วย
“เชดเข้! มีสกิลเทพแบบนี้ด้วย โจมตีระยะประชิด 200% แถมยังเป็นสกิลโจมตีวงกว้าง นี่ยังจะให้คนอื่นมีชีวิตอยู่มั้ย? พี่ใหญ่จ้านอวี้ หนังสือสกิลนี้นายไปเอามาจากไหนน่ะ?” กุ่ยเทียนยอมศิโรราบให้กับ ‘กวาดตามแนวนอน’ กระทั่งคำว่าพี่ใหญ่ก็ยังพูดออกมา
จางหยางยิ้มแล้วพูด “บังเอิญทำเควสต์ลับมาน่ะ นี่คือรางวัล”
พอได้ยินแบบนี้ สีหน้าของกุ่ยเทียนก็แสดงความผิดหวังออกมาทันที
ถ้าเป็นหนังสือสกิลที่ดรอปจากมอนสเตอร์ ไม่ว่าจะดรอปน้อยหายากหาเย็นขนาดไหน แต่ก็ยังพอมีโอกาสจะได้เจออยู่บ้าง แต่ว่ารางวัลจากเควสต์ลับนั้นกลับมีแค่ครั้งเดียว มีแค่ที่นี่ร้านเดียว ไม่มีสาขาอื่นอีกแล้ว!
จางหยางใช้สกิล ‘ป้องกัน’ สร้างความเสียหายกลับไปใส่มอนสเตอร์ทั้งหมดได้จำนวนไม่น้อย แปดวินาทีให้หลัง ระยะเวลาคูลดาวน์ของสกิล ‘กวาดตามแนวนอน’ สิ้นสุดลง เขาขยับดาบรบหนึ่งที ก็นำตัวเลขค่าดาเมจที่น่าสะพรึง 6 ชุดติดตามมาอีกครั้ง จากนั้นเขาพูดว่า “นักรบโจมตีพอเลเวล 20 ก็เรียนสกิล ‘ฟาดฟันพายุหมุน’ ได้แล้ว เป็นสกิลโจมตีวงกว้างเหมือนกัน”
[ฟาดฟันพายุหมุน]: ขยับอาวุธในมือให้เหมือนกับพายุหมุน สร้างความเสียหายระยะประชิด 80% กับทุกเป้าหมายที่อยู่รอบด้าน ผลาญค่าความโกรธ 20 แต้ม ระยะเวลาคูลดาวน์ 10 วินาที ต้องการอาวุธระยะประชิด
ดูแล้วเหมือนว่าจะมีพลังน้อยกว่า ‘กวาดตามแนวนอน’ แต่ว่านักรบโจมตีสามารถถืออาวุธมือเดียวสองชิ้น หรือถืออาวุธสองมือ ถึงแม้จะทำดาเมจระยะประชิดแค่ 80% ก็น้อยกว่า ‘กวาดตามแนวนอน’ ของนักรบป้องกันไม่เท่าไหร่ แน่นอนว่าอุปกรณ์สวมใส่ของทั้งสองฝ่ายจำเป็นต้องไม่ต่างกันมากด้วย
กุ่ยเทียนถอนหายใจออกมาแล้วพูดว่า “ต้องรอเวล 20 แหนะ แถมยังพลังน้อยกว่ากวาดตามแนวนอนบานเลย”
ก่อนจะเลเวล 20 นอกจากอัศวินป้องกันแล้ว อาชีพอื่นๆ ล้วนไม่มีสกิลโจมตีวงกว้าง จางหยางเองก็เป็นเพราะทำเควสต์ลับสำเร็จถึงได้มา
ระหว่างที่ทั้งสองคนคุยกัน ทหารยามรักษาการณ์ก็ล้มลงทีละตัวๆ ถึงแม้มอนสเตอร์พวกนี้จะมีปริมาณเลือดและพลังการโจมตีจะแข็งแกร่งมากขึ้น แต่ในเมื่อโจมตีไม่โดนคน ทำดาเมจสูงมากขึ้นก็ย่อมไม่มีประโยชน์ ได้แค่เพิ่มเวลาก่อนจะลงไปกองกับพื้นให้นานขึ้นแค่นั้นเอง
อีกไม่กี่นาทีต่อมา มอนสเตอร์ 6 ตัวก็ล้มลงกับพื้นตามลำดับ
“จ้านอวี้สนใจจะมาเข้ากิลด์ ‘ซือเล่อหยวน’ ของพวกเรามั้ย?” ชื่อเลี่ยนหั่วเชื้อเชิญจางหยาง “กิลด์ของพวกเรามีจี้หลงกรุ๊ปเป็นสปอนเซอร์ สมาชิกหลักจะได้รับเงินเดือนคงที่ทุกเดือน ถ้านายมาเข้ากิลด์เรา ฉันจะให้นายเป็นเจ้าหน้าที่บริหารทันที แต่ละเดือนได้เงินเดือนไม่ต่ำกว่าหนึ่งหมื่น”
พนักงานออฟฟิศทั่วไป เงินเดือนก็ประมาณหมื่นกว่าๆ ราคาที่ชื่อเลี่ยนหั่วเปิดมาก็ไม่ถือว่าน้อยแล้ว
ถ้าเป็นชาติที่แล้ว จางหยางที่เพิ่งจะเริ่มเล่นเกมไม่แน่ว่าอาจจะเอาชนะสิ่งยั่วใจนี้ไปไม่ได้รีบตอบรับไปแล้ว แต่เขาในตอนนี้มีหรือจะสนใจเงินจิ๊บจ๊อยแค่หมื่นกว่า! จางหยางยิ้มเล็กน้อยแล้วพูด “ตอนนี้ฉันยังไม่มีความคิดจะเข้ากิลด์”
“น่าเสียดายจริงๆ” ชื่อเลี่ยนหั่วพูดด้วยความเสียดาย หันหน้าไปอีกทางขยิบตาให้ชิงซือหรูเสวี่ย
สาวสวยที่แอบเซ็กซี่เล็กๆ คนนั้นก็รีบพยักหน้าอย่างไม่ทิ้งร่องรอยอะไรให้น่าสงสัย เริ่มพยายามคุยเล่นกับจางหยางทันที
แผนคนงามหรือ?
จางหยางส่ายศีรษะด้วยความเบื่อหน่าย ถ้าเปลี่ยนเป็นเขาในอดีต ไม่แน่อาจหลงในความงามจนตาลายไปแล้ว แต่เนื่องจากเกิดมาแล้วสองชาติ ทำให้ตอนนี้จิตใจของจางหยางหนักแน่นมั่นคงเป็นที่สุด จึงสามารถตอบกลับชิงซือหรูเสวี่ยไปแบบไม่จืดชืดเย็นชา ขณะเดียวกันก็พาปาร์ตี้รุกคืบไปข้างหน้า
“หยางน้อย เชิญฉันเร็ว ฉันทำเควสต์เสร็จแล้ว” ขณะกำลังนับถอยหลังจัดการมอนสเตอร์ระลอกที่สอง เจ้าอ้วนหานก็ส่งข้อความมาในที่สุด
จางหยางจึงส่งคำเชิญไปทันที ทำให้ปาร์ตี้มีสมาชิกที่เป็นเอลฟ์อาชีพฮันเตอร์ ชื่อ ‘เหมียวเถียวเหม่ยสิงหนาน’ เพิ่มเข้ามา
“รีบๆ วิ่งมา ไม่งั้นพวกเราจะเปิดบอสแล้ว” จางหยางพูดในช่องแชทปาร์ตี้
“อย่าเพิ่ง! รอพี่ก่อน” หานกวงรีบตะโกนออกมา
เวลาผ่านไปเจ็ดแปดนาที เอลฟ์อาชีพฮันเตอร์รูปร่างอ้วนท้วนคนหนึ่งก็วิ่งมาจากด้านหลัง ที่ข้างกายมีหมาป่าสีดำอยู่ตัวหนึ่ง
ตามการแนะนำของทางการ เอลฟ์นั้นมีรูปร่างผอมๆ สูงๆ กันทั้งนั้น แต่ ‘เหมียวเถียวเหม่ยสิงหนาน’ กลับทำลายภาพลักษณ์อันสง่างามสูงส่งของเอลฟ์ไปจนหมดสิ้น เอวหนาราวกับถังน้ำนั้นทำให้รู้สึกหวาดกลัวเมื่อได้พบเห็น
“ไม่ได้มาสายใช่มั้ย?” หานกวงกวาดตามองทุกคนในปาร์ตี้ไปหนึ่งรอบ เมื่อสายตามองเห็นชิงซือหรูเสวี่ยเข้า ก็พลันเปล่งประกายขึ้นมา วิ่งส่ายก้นดุ๊กดิ๊กเข้าไปหาแล้วพูด “ไฮ! สาวสวย ฉันชื่อเหมียวเถียวเหม่ยสิงหนาน อนาคตฮันเตอร์ผู้ยิ่งใหญ่ หนึ่งเดียวไม่มีใครเทียบได้”
จางหยางหยิบเกราะแขนราชาเสือดำที่ได้มาเมื่อตอนไปฆ่าราชาเสือดำออกมาจากในเป้สะพายหลังมอบให้เจ้าอ้วนหาน เจ้าอ้วนหานก็รับไปอย่างไม่เกรงใจตามเคย หลังจากส่งอีโมติคอนรูปหน้ายิ้มกลับไปก็นำเกราะแขนมาใช้ทันที
จางหยางพูด “เดี๋ยวก็จะเจอบอสแล้ว เงียบกันแป๊บนึง ขอฉันอธิบายแผนการหน่อย”
“บอสยังคงมีสองสกิลเหมือนเดิม ‘ตาเพชรฆาต’ ส่งผลเหมือนดิมไม่เปลี่ยน แต่ค่าดาเมจของ ‘พ่นพิษ’ จะเพิ่มขึ้น 50% แค่ครั้งเดียวก็ซดเลือดไป 300 แต้มแล้ว พวกที่ค่าเลือดไม่ถึง 300 โดนแค่นิดนึงก็ตายในวิเดียวแน่นอน ชิงซือหรูเสวี่ย เธอต้องคอยเพิ่ม ‘เกราะศักดิ์สิทธิ์’ ให้พวกที่เลือดไม่ถึง 300 ตลอดเวลา พยายามเต็มที่ไม่ให้จำนวนสมาชิกลดลง”
ปาร์ตี้นี้มีสมาชิก 4 คนที่ค่าเลือดต่ำกว่า 300 คือ ชื่อเลี่ยนหั่ว กุ่ยเทียน เจ้าอ้วนหาน และไป่ฟาอีจง ดูแล้วพวกเขาคงเอาแต้มค่าสถานะอิสระไปเพิ่มที่ค่าการโจมตี แต่ไม่ได้เพิ่มที่ค่าพลังชีวิตเลย
แน่นอนว่าที่เจ้าอ้วนหานเพิ่มแต้มแบบนี้เป็นเพราะได้รับผลกระทบมาจากจางหยาง ในเมื่อขึ้นเลเวล 5 ก็มีสัตว์เลี้ยงอยู่ด้านหน้าแล้ว เขามีเลือดเยอะไปก็ไม่มีความหมายอะไร
“แทงค์ตัวเดียวไหวหรอ?” ชื่อเลี่ยนหั่วแสดงความกังวลออกมา พูดขึ้นว่า “ก่อนหน้าที่ฉันพาปาร์ตี้มาเล่นก็ตายอยู่ตรงนี้เจ็ดแปดรอบ ทั้งหมดเป็นเพราะแทงค์สะสม ‘ตาเพชรฆาต’ ไว้หลายชั้นเกิน สุดท้ายเจอบอสแตะโดนแค่นิดนึงก็ตายทันที”
“เรื่องนี้ไม่ต้องกังวลไป ตอนที่น้องยอดฝีมือเล่นโหมดปกติก็โดน ‘ตาเพชรฆาต’ ซ้อนไปสิบกว่าชั้น แต่บอสทำยังไงก็แตะไม่โดนเขา” เสวี่ยจงซากลายเป็นแฟนคลับของจางหยางไปนานแล้ว จึงรีบโม้แทนเขาทันควัน
ชื่อเลี่ยนหั่วเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง พูดขึ้นว่า “งั้นก็ลองดู” มีประโยคหนึ่งที่เขาเก็บไว้ในใจ ‘บอสในโหมดยากโจมตีเร็วกว่าบอสโหมดปกติตั้งเยอะ ถึงจางหยางจะหลบการโจมตีของบอสโหมดปกติได้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าโหมดยากก็จะทำได้นี่’
“เริ่มได้!” จางหยางสูดหายใจเข้าลึกแล้วถือดาบมุ่งหน้าเข้าหาบอส
จู่โจม!
‘-57!’
‘-141!’
จางหยางโจมตีปกติทีหนึ่ง ตามมาด้วย ‘กวาดตามแนวนอน’ ทีหนึ่ง แค่ชั่วอึดใจก็ทำดาเมจไปได้เป็นจำนวนมาก
“เริ่มโจมตีได้!”
.....................................................................