Miracle of God เทพนักรบผู้พิทักษ์: Chapter 021 ตอนที่ 21
บทที่ 21 ปอกกล้วยเข้าปาก
เมื่อจางหยางสั่งให้โจมตีได้ คนอื่นๆ ก็ลงมือทำดาเมจกันอย่างบ้าคลั่งในทันใด
‘ติ๊ง! คุณได้รับผลกระทบจาก ‘ตาเพชรฆาต’ (ชั้นที่ 1), ค่าความเสียหายทั้งหมดที่ได้รับจะเพิ่มขึ้น 100% เป็นเวลา 12 วินาที!’
เพิ่งเริ่มโจมตีได้ไม่นาน จางหยางก็ติดดีบัฟแล้ว ทำให้มีไอดำจางๆ ลอยออกมาจากทั่วร่าง จางหยางไม่สนใจมันสักเท่าไหร่ แต่ชื่อเลี่ยนหั่วกลับรู้สึกไม่มั่นใจ หัวใจเต้นเร็วราวกับมีคนตีกลองอยู่ในใจตลอดเวลา เมื่อคิดถึงว่าแต่เดิมบอสก็ทำดาเมจสูงมากอยู่แล้ว แถมยังติดดีบัฟเพิ่มเข้าไปอีก นั่นหมายความว่าหากจางหยางโดนตีแค่นิดเดียวก็ตายได้ทันที
ทว่าความจริงก็ได้พิสูจน์แล้วว่าเขาคิดมากเกินไป จางหยางขยับเคลื่อนไหวจากทิศหนึ่งไปอีกทิศหนึ่ง กระโดดหลบหลีกการโจมตีอย่างบ้าคลั่งของบอสได้อย่างง่ายดายและเชี่ยวชาญ ไม่ลนลานแม้แต่น้อย ทำให้รู้สึกราวกับว่าเขากำลังเดินเล่นอยู่ในสนามหน้าบ้านอย่างไรอย่างนั้น
‘ได้โปรด นี่มันบอสโหมดยากเชียวนะ!’ ชื่อเลี่ยนหั่วตะโกนอยู่ในใจ คิดถึงกิลด์ของตัวเอง ได้ก่อตั้งทีมบุกเบิกที่เรียกกันว่าทีมชั้นยอดขึ้นมา กลับมาตายซ้ำตายซ้อนที่นี่ตั้งเจ็ดแปดครั้ง นี่ถ้าเขาไม่ได้ตั้งใจมาดูฝีมือของจางหยางด้วยตาตนเอง เพื่อจะชักชวนเขาไปเข้ากิลด์ ป่านนี้ก็คงยังตายอยู่ตรงนั้นจนอ้วกแตกต่อไป!
ทำไมจางหยางถึงหลบการโจมตีของบอสได้ง่ายดายขนาดนั้น? และก็ไม่เห็นต้องพยายามอะไรมากมาย เดี๋ยวหลบซ้าย เดี๋ยวหลีกขวา ดูสบายเหลือเกิน! แต่ทำไมแทงค์สองคนของกิลด์เขาแม้จะพยายามเต็มที่แล้ว ก็ยังโดนบอสตบเสียจนต้องร้องไห้หาพ่อหาแม่เลย?
“น้องยอดฝีมือก็เทพแบบนี้แหละ” เสวี่ยจงซาหันหน้าไปมองชื่อเลี่ยนหั่วด้วยท่าทางที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ ราวกับว่าคนที่กำลังจัดการมอนสเตอร์อยู่ไม่ใช่จางหยางแต่เป็นตัวเขาเองเสียอย่างนั้น
ชื่อเลี่ยนหั่วตุ๋ยบอสอย่างรุนแรงไปพลาง มองดูจางหยางไปพลาง สายตาที่มองจางหยางนั้นเต็มไปด้วยความหลงใหลอย่างแรงกล้า ความมุ่งมาดปรารถนาที่จะดึงจางหยางเข้ากิลด์ตนเองยิ่งเข้มข้นขึ้นไปกว่าเดิม
ถึงจะดูเหมือนว่าจางหยางไม่ต้องใช้ความพยายามในการหลบหลีกการโจมตีของบอส แต่ที่จริงแล้วทั้งหมดนี้เกิดจากความเข้าใจในเกมที่นำหน้าเกมในตอนนี้ไปห้าปี เขาอาศัยสัญชาตญาณในการตอบสนอง เพียงแค่มอนสเตอร์ขยับตัว จางหยางก็รู้แล้วว่าการโจมตีครั้งต่อไปจะมาจากทางไหน จากนั้นก็หลบล่วงหน้า นี่ก็คือประสบการณ์และความรู้ความเข้าใจ
ทันใดนั้น กรงเล็บดำหยุดการโจมตี หันหน้าไปอีกทางหนึ่ง ‘ฟู่!’ น้ำลายสีดำถูกพ่นออกมา พุ่งตรงไปทางเหล่าน่าเอ้าเจียว
ตัวเลข ‘-300’ สีแดงพลันลอยขึ้นมาเหนือศีรษะของเหล่าน่าเอ้าเจียว ยังดีที่เขามีเลือดเยอะพอ ค่าพลังชีวิตถูกลดไป 300 แต้ม ยังเหลือเลือดอีก 40 แต้ม เซินไฮ่เตอโยวอวี้และชิงซือหรูเสวี่ยจึงช่วยกันฮีลไปหลายทีในที่สุดเลือดก็เพิ่มขึ้นมา ปาร์ตี้กลับเข้าสู่จังหวะการโจมตีตามเดิมอย่างรวดเร็ว
ที่จริงแล้ว ส่วนที่ยากของบอสตัวนี้เป็นภาระของตัวแทงค์
เนื่องจากมีสกิล ‘ตาเพชรฆาต’ ดังนั้นปกติแล้วหากจะสู้กับบอสตัวนี้ต้องมีแทงค์สองตัว โดยแทงค์สองตัวจะต้องช่วยกันปรับสมดุลค่าความเกลียดชัง เพื่อเลี่ยงไม่ให้ ‘ตาเพชรฆาต’ ไปลงที่แทงค์ตัวใดตัวหนึ่งมากเกินไปจนตายในที่สุด เพราะหากแทงค์ตัวหนึ่งตายไป แทงค์อีกตัวก็จะอยู่ได้อีกไม่นาน นอกเสียจากปาร์ตี้นั้นจะแข็งแกร่งพอ สามารถฆ่าบอสให้ตายได้ก่อนที่แทงค์จะล้มลง
แต่ว่าจางหยางนั้นต่างออกไป มีประสบการณ์ที่สูงกว่ามาตรฐานเกมในตอนนี้ไปห้าปี ด้วยความเข้าใจนี้ ทำให้การควบคุมและการหลบหลีกการโจมตีของบอสจึงง่ายราวกับดื่มน้ำ ไม่ต้องเปลืองแรงแม้แต่น้อย เขาคาดการณ์ว่า แม้จะเป็นบอสโหมดความตาย เขาก็ยังคงหลบหลีกได้มากกว่า 90% ขึ้นไป
เมื่อแก้เรื่องยากที่สุดอย่างแทงค์ล้มตายได้ บอสตัวนี้ก็คือกล้วยชัดๆ!
90% 80% 70%......... 10%!
เลือดของกรงเล็บดำลดลงตลอด เพียงไม่นานก็ลดลงจนเกือบถึงก้นหลอด จางหยางจึงปล่อยสกิล ‘โจมตีด้วยโล่’ โจมตีใส่เป็นครั้งสุดท้าย กรงเล็บดำพลันร้องคำรามออกมา ร่างกายใหญ่ยักษ์ล้มครืนลงกองกับพื้น ดรอปอุปกรณ์สวมใส่จำนวนหนึ่งและเงินกระจายอยู่บนพื้น
“ผ่านแล้ว?” ชื่อเลี่ยนหั่วราวกับกำลังฝัน บอสที่สร้างความลำบากให้กิลด์ของเขาหลายชั่วโมงตัวนี้ กลับถูกกำจัดทิ้งอย่างง่ายดายในครั้งเดียวโดยปาร์ตี้เฉพาะกิจกลุ่มหนึ่ง
ในใจเขาขัดแย้งกันไปหมด ด้านหนึ่งก็หวังว่าจะผ่านบอสไปได้ เป็นการพิสูจน์ว่าจางหยางมีคุณค่าพอให้ดึงไปร่วมทีม อีกด้านหนึ่งก็ไม่อยากให้ผ่านเร็วเกินไป เพราะมันจะพิสูจน์ว่าทีมบุกเบิกชั้นยอดของเขาที่จริงแล้วเป็นพวกไม่ได้ความมารวมกัน
“เป็นยังไง ฉันบอกแล้วว่าน้องยอดฝีมือเทพมาก” เพราะเป็นโจรเหมือนกัน เสวี่ยจงซาจึงแสดงความสนิทสนมกับชื่อเลี่ยนหั่ว ตบบ่าฝ่ายตรงข้าม ใบหน้าได้ใจสุดๆ ความโอ้อวดแบบนั้นทำเอาชื่อเลี่ยนหั่วอดแอบด่าพวกยืมบารมีคนอื่นมาใช้ข่มคนไม่ได้
“หยางน้อย ฉันเป็นพวกมือแดงมีโชค ให้ฉันแตะศพ” เจ้าอ้วนหานว่าแล้วก็ไปแตะศพทันที
ตามที่ทางการของ ‘เดอะ มิราเคิล ออฟ ก๊อด’ บอกไว้ ไอเทมที่ดรอปจากมอนสเตอร์ยกให้ผู้เล่นที่โจมตีเป็นคนสุดท้ายตัดสินใจ แต่พวกผู้เล่นทั้งหลายก็ยังคงเชื่อว่าขึ้นอยู่กับคนที่ไปแตะศพว่ามีโชคหรือไม่ จึงมีการเรียกกันว่ามือแดงกับมือดำขึ้นมา
เมื่อมือของเจ้าอ้วนหานแตะลงไป หน้าทอยแต้มของอุปกรณ์สวมใส่สามชิ้นก็ปรากฏขึ้นมาเบื้องหน้าทุกคน
[กำปั้นพิโรธของกรงเล็บดำ] (เกรดเหล็กสีดำ, นวม)
ค่าพลังการโจมตี (Attack: ATK): 15-23
ระยะระหว่างการโจมตี: 1.9 วินาที
เลเวลที่ต้องการ: 10
แม้จะเป็นนวมเหมือนกัน แต่เมื่อเทียบกับโหมดปกติแล้ว จะเห็นได้ชัดว่าค่าการโจมตีสูงขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง
จอมโจรสองคนทอยแต้ม คนอื่นๆ กลับเลือกปล่อยผ่าน แม้จางหยางกับกุ่ยเทียนจะสามารถสวมนวมได้ แต่คนหนึ่งมีอุปกรณ์สวมใส่เกรดเหล็กสีดำเลเวล 10 แล้ว ส่วนอีกคนหนึ่งชื่นชอบอาวุธสองมือ จึงไม่ลงไปแย่งกับจอมโจร ผลคือเสวี่ยจงซาได้ 87 แต้ม เอาชนะชื่อเลี่ยนหั่วที่ได้ 82 แต้ม จึงได้รับนวมนี้ไป
เสวี่ยจงซาเปลี่ยนมาใช้อาวุธใหม่ด้วยความดีอกดีใจ ขณะเดียวกันก็อวดชื่อเลี่ยนหั่วไปด้วย ในใจของผู้เล่นที่ไม่ได้สังกัดกิลด์ไหนพวกนี้ รู้สึกว่าสนิทสนมกับจางหยางมากกว่า ส่วนพวกกิลด์ซือเล่อหยวนนั้นคือพวกมาหวังของฟรี จึงเกิดอาการไม่ชอบคนแปลกหน้าขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
[หน้ากากป้องกันใบหน้าหัวสุนัข] (เกรดเหล็กสีดำ, เกราะเหล็ก)
ค่าการป้องกัน (Defense: DEF): +3
ค่ากำลังกาย (Vitality: VIT): +6
ค่าความแข็งแกร่ง (Strength: STR): +3
ค่าความเร็ว (Agility: AGI): +1
เลเวลที่ต้องการ: 10
อัศวินและนักรบสวมเกราะเหล็กได้ แต่ว่าเซินไห่เตอโยวอวี้เป็นตัวฮีล อีกทั้งยังเห็นได้ชัดว่าหมวกเกราะนี้เป็นของพวกโจมตีกายภาพ ดังนั้นเขาจึงเลือกปล่อยวาง
จางหยาง, 43 แต้ม
กุ่ยเทียน, 33 แต้ม
“ฮึ่ย! มือเหม็นเน่าจริงๆ” กุ่ยเทียนส่ายศีรษะ
จางหยางเอาหมวกเกราะมาใส่ ทั้งใบหน้าจึงหลบเข้าไปอยู่ใต้หัวสุนัขทันที มองอย่างไรก็เหมือนสุนัขกำลังยืนเหมือนคน
คนอื่นพอเห็นแบบนี้ก็พากันหัวเราะขำยกใหญ่
“หยางน้อย นายลุคนี้นี่หล่อตาค้างเลยจริงๆ!” เจ้าอ้วนหานหัวเราะจนหายใจหอบ
โชคยังดีที่เกมมีออพชั่นให้เลือกซ่อนหมวกเกราะได้ จางหยางจึงรีบติ๊กถูกทันควัน หน้ากากหัวสุนัขจึงหายไปมองไม่เห็นแล้ว แต่ทุกคนกลับยังคงพยายามกลั้นหัวเราะกันอยู่ เมื่อเห็นหน้าจางหยางมุมปากก็อดกระตุกไม่ได้
[บูทหนักขึ้นเงา] (เกรดเหล็กสีดำ, เกราะผ้า)
ค่าการป้องกัน (Defense: DEF): +3
ค่ากำลังกาย (Vitality: VIT): +5
ค่าสติปัญญา (Wisdom: WIS): +4
ค่าพลังวิญญาณ (Spirit: SPR): +1
เลเวลที่ต้องการ: 10
ชัดเจนว่านี่คืออุปกรณ์สวมใส่ของแม่นมอัศวิน ทุกคนจึงให้เซินไห่เตอโยวอวี้ไปอย่างไม่มีข้อสงสัย
‘ติ๊ง! คุณได้รับส่วนแบ่ง 1 เหรียญเงิน 30 เหรียญทองแดง!’
เมื่อแบ่งอุปกรณ์สวมใส่เรียบร้อยก็เก็บเงิน บอสให้มาทั้งหมด 13 เหรียญเงิน ขี้งกมาก
‘เดอะ มิราเคิล ออฟ ก๊อด’ ควบคุมการผลิตเงินอย่างเคร่งครัด ดังนั้นถึงแม้ว่าเป็นช่วงกลางหรือช่วงปลายของเกมก็ไม่เคยเกิดปัญหาเงินเฟ้อครั้งใหญ่
“รีบดูสถิติค่าดาเมจเร็ว” กุ่ยเทียนรีบตะโกนออกมา สำหรับผู้เล่นจำนวนมากแล้ว การลงดันเจี้ยนมีสิ่งที่ทำให้สนุกอยู่สองอย่าง หนึ่งคือ ได้อุปกรณ์สวมใส่ สองคือ แข่งกันทำดาเมจ
ทุกคนเปิดสถิติการทำดาเมจขึ้นมาดูพร้อมกัน พอดูปุ๊ปก็ตะลึงงันตาค้างไปเลย
[สถิติการสร้างความเสียหาย]
1. จ้านอวี้, ค่าความเสียหาย 11345, 21%
2. เหมียวเถียวเหม่ยสิงหนาน, ค่าความเสียหาย 8647, 16%
3. กุ่ยเทียน, ค่าความเสียหาย 7566, 14%
4. ชื่อเลี่ยนหั่ว, ค่าความเสียหาย 7027, 13%
5. ไป่ฟาอีจง, ค่าความเสียหาย 5401, 10%
6. เสวี่ยจงซา, ค่าความเสียหาย 4863, 9%
7. เหล่าน่าเอ้าเจียว, ค่าความเสียหาย 4861, 9%
8. หั่วฝ่าตี้, ค่าความเสียหาย 4328, 8%
“จ้านอวี้ สรุปแล้วนายเป็นนักรบป้องกันหรือนักรบโจมตีกันแน่?” กุ่ยเทียนถามเสียงหลง แต่เดิมเขามั่นใจในตัวเองเต็มเปี่ยมว่าต้องเป็นคนทำดาเมจสูงสุดแน่ แต่คิดไม่ถึงว่าไม่เพียงแต่ไม่ได้ที่หนึ่ง แม้แต่ที่สองก็ยังไม่ได้
เจ้าอ้วนหานแสดงความเห็นด้วยขึ้นมาทันใด “ใช่! ใช่! ฉันควรจะเป็นคนทำดาเมจได้ที่หนึ่งชัดๆ”
เชี่ยอ้วนนี่ทำเควสต์ลับได้สกิล ‘ยิงแม่นยำ’ มา ถึงแม้จะได้คะแนนจากระดับ ‘ธรรมดา’ เท่านั้น แต่ก็ทำให้มีสกิลมากกว่าคนอื่นหนึ่งสกิล อีกทั้งยังมีแต้มสกิลพิเศษเป็นรางวัลอีก ในสถานการณ์ที่อุปกรณ์สวมใส่ของทุกคนยังไม่ช่วยเพิ่มพลังอะไร ความได้เปรียบของสกิลจึงเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าอย่างไม่มีข้อสงสัย
สองตาของชื่อเลี่ยนหั่วส่องแสงแวววาว ยิ่งเพิ่มความกระหายอยากจะได้จางหยางที่ความสามารถสูงคนนี้มาเป็นพวก แววตาร้อนแรงนั้นราวกับแม่ม่ายที่หิวกระหายมาหลายสิบปี ทำเอาเสวี่ยจงซาที่เหลือบมาเห็นตกใจจนต้องรีบเว้นระยะห่างจากเขาทันที นึกว่าแนวโน้มในบางด้านของเขามีปัญหา
“เดินหน้าต่อ!” จางหยางยกดาบขึ้นนำปาร์ตี้มุ่งไปข้างหน้า
เขามีความชอบธรรมในการสั่งการขึ้นมาอย่างสมบูรณ์แล้ว คนอื่นๆ ไม่คัดค้านสักนิด ทุกคนฆ่ามอนสเตอร์เล็กๆ ราวกับกำลังยกมีดหั่นผักสับแตง สิบกว่านาทีให้หลังก็มาถึงด้านหน้าบอสตัวที่สอง
เมื่อเทียบกับโหมดปกติ ปริมาณเลือดและการโจมตีของบอสเพิ่มขึ้นมาก สกิล ‘สาปแช่งน้ำไฟ’ เลือดจะลดลงมากขึ้น หุ่นเชิดที่เรียกออกมาก็แกร่งขึ้นเช่นกัน แต่ว่าทางฝั่งของจางหยางก็เปลี่ยนเป็นพวกของชื่อเลี่ยนหั่วสามคน ซึ่งเป็นผู้เล่นชั้นยอดของกิลด์ซือเล่อหยวน ทำให้พลังการโจมตียกระดับขึ้นอีกช่วงใหญ่ๆ
ดังนั้นจางหยางจึงไม่พูดอะไรให้มากความ ในเมื่อสกิลของบอสไม่ได้เปลี่ยน ทำตามแผนการเดิมที่ใช้ตอนโหมดปกติก็ใช้ได้แล้ว
หลังจากพูดว่า “เริ่มโจมตี” จางหยางนำเพื่อนร่วมปาร์ตี้ทั้งกลุ่มเริ่มโจมตีบอสตัวนี้อย่างดุเดือดเลือดพล่าน ไม่เกินสี่ห้านาที บอสหมายเลขสองก็ร้องครวญคราง ดรอปอุปกรณ์สวมใส่กองใหญ่แล้วล้มลงกองที่พื้น
โจมตีเสร็จก็แตะศพ เกราะหนังหนึ่ง เกราะผ้าสอง ไม่มีเกราะเหล็กสักชิ้น กุ่ยเทียนโมโหจนร้องโวยวายไม่หยุด บอกว่าเจ้าอ้วนหานมือดำอับโชค ครั้งหน้าไม่ให้เปิดศพแล้ว
ทุกคนพูดคุยหัวเราะกัน แบ่งอุปกรณ์สวมใส่เรียบร้อยก็เดินหน้าต่อ จัดการเก็บกวาดมอนสเตอร์ตัวเล็กตัวน้อยหมดเรียบร้อย ก็จัดการจับบอสหมายเลขสามกดล้มลงอย่างราบรื่น
หลังจากฆ่ากรงเล็บดำบอสหมายเลขหนึ่งแล้ว ทุกคนก็ไม่สงสัยแม้แต่น้อยว่าจะผ่านโหมดยากไปไม่ได้ ฝีมือของจางหยางแข็งแกร่งสุดๆ ทุกคนมีความรู้สึกว่า เขาต้องการแค่ตัวฮีลคนหนึ่ง.... ไม่สิ ไม่แน่ว่ากระทั่งตัวฮีลก็ไม่ต้องการ เพราะเขาแค่คนเดียวก็สามารถผ่านโหมดยากไปได้แล้ว
.....................................................................