Miracle of God เทพนักรบผู้พิทักษ์: Chapter 022 ตอนที่ 22
บทที่ 22 โหมดความตาย
“น้องยอดฝีมือ ยังจะไปโหมดความตายมั้ย?” เสวี่ยจงซาใช้สายตาเต็มไปด้วยความหวังมองจางหยาง กลัวว่าเขาจะพูดคำว่าไม่ออกมา ไม่เพียงแต่เขา คนอื่นๆ ก็เหมือนกันสองตาเต็มไปด้วยความกระหายอยาก มองจางหยางด้วยท่าทางน่าสงสาร
จางหยางใช้ความสามารถของเขาพิสูจน์แล้วว่าเขามีฝีมือมากพอจะไปท้าดวล หรือกระทั่งทะลวงผ่านดันเจี้ยนโหมดความตายได้ และสำหรับผู้เล่นทั่วไปแล้ว จะมีอะไรดีไปกว่าเกียรติยศจากการที่เซิร์ฟเวอร์ลงประกาศชื่อของพวกเขา
ตัวอักษรสีแดงแต่ละแถวๆ ที่ลงประกาศไปทั่วเซิร์ฟเวอร์นั้น เพียงแค่คิดก็ตื่นเต้นจนหน้าแดง หนังหัวชาไปหมดแล้ว
จางหยางยิ้มแล้วพูด “ไปแน่นอน”
ได้ยินเขารับปาก ทุกคนที่เหลือก็เผยรอยยิ้มยินดีออกมา
“แต่ว่า ฉันต้องพูดเรื่องหนึ่งก่อน!” จางหยางพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม “ฉันต้องการพิมพ์เขียวงานหล่อที่จะดรอปจากบอสเมอร์เมอร์เมอร์ในโหมดความตายเท่านั้น ดังนั้นถ้าใครไม่เห็นด้วยก็รีบพูดมาตอนนี้เลย ถึงเวลานั้นจะได้ไม่ต้องอึดอัดขัดใจกัน”
“น้องยอดฝีมือ อย่าว่าแต่พิมพ์เขียวแผ่นเดียวเลย ถึงจะเอาอุปกรณ์สวมใส่ทั้งหมด ฉันก็ไม่ว่าอะไร” เสวี่ยจงซาพูดด้วยความตื่นเต้น
ตัวอักษรแดงๆ ทั่วเซิร์ฟเวอร์ เจ๋งกว่าอุปกรณ์สวมใส่ตั้งเยอะ!
“ฉันก็ไม่ว่าอะไร” ทุกคนทยอยตอบ
“งั้นตกลง พวกเราเปลี่ยนไปเล่นโหมดความตายกัน” จางหยางเปลี่ยนระดับความยากของดันเจี้ยน จากนั้นพูด “เข้าดัน!”
ทั้งสิบคนก้าวผ่านประตูใหญ่ของดันเจี้ยนไปทีละคนๆ นี่เป็นครั้งที่สามแล้วที่เข้ามาในหลุมใต้ดินบังกา
‘ติ๊ง! คุณได้เข้าสู่ ‘หลุมใต้ดินบังกา’ (โหมดความตาย)!’
“จุ๊ๆๆ! โหมดความตาย เสียงนี้ฟังแล้วรู้สึกเลือดลมพลุ่งพล่านขึ้นมาเลย” เหล่าน่าเอ้าเจียวพูดไปหัวเราะไป “พวกเรานี่เป็นปาร์ตี้แรกที่มาโหมดความตายเลยรึเปล่า?”
“มันแน่นอนอยู่แล้ว” เซินไห่เตอโยวอวี้นานๆ จะโม้กับเขาสักที
“จ้านอวี้ ไอ้น้องชาย นายมั่นใจแค่ไหนในการผ่านโหมดความตาย?” ชื่อเลี่ยนหั่วถามด้วยน้ำเสียงสบายๆ ซ่อนความคาดหวังครั้งใหญ่เอาไว้ การที่เขามีตำแหน่งเป็นหัวหน้ากิลด์ ทำให้เขาอยากจะผ่านดันเจี้ยนโหมดความตายเป็นกลุ่มแรกของเซิร์ฟเวอร์มากยิ่งกว่าใคร เพราะนี่จะช่วยให้ระดับความมีชื่อเสียงของกิลด์เพิ่มสูงขึ้นอีกมากโข
เดิมทีชื่อเลี่ยนหั่วแค่จะมาดูฝีมือของจางหยางด้วยตัวเองเท่านั้น เพื่อตัดสินใจว่าควรจะให้ค่าตอบแทนเขาอย่างไรในการดึงตัวมาเข้ากิลด์ และถึงแม้การแสดงออกของจางหยางในโหมดยากก็ทำให้เขาตกตะลึงเป็นที่สุดแล้ว แต่ถ้ายังสามารถผ่านโหมดความตายได้อีกล่ะก็ สำหรับเขาแล้วนี่เป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจอย่างคิดไม่ถึง
“หลุมใต้ดินบังกาเป็นดันเจี้ยนแรกของเกม ดังนั้นถึงแม้ว่าจะเป็นโหมดความตายก็ไม่ได้ยากจนเกินไป ขอแค่ทุกคนทำตามกลยุทธ์ที่วางไว้ โอกาสที่จะผ่านด่านมีสูงมาก” จางหยางยังคงพูดแบบพื้นๆ
แต่ว่าชื่อเลี่ยนหั่วกลับตื่นเต้นดีใจ “แต่ว่ากิลด์หลิงเทียน (ฟ้าสูง) กับกิลด์ป้าเจ่อ (ผู้เป็นใหญ่) กำลังสู้กับบอสตัวแรกอยู่ รู้สึกว่าจะตายยกตี้ไปสิบกว่ารอบแล้ว พวกเราจะแซงพวกเขาไปได้จริงหรอ?
กิลด์หลิงเทียนและกิลด์ป้าเจ่อล้วนเป็นกิลด์เก่าแก่ของเกมในภูมิภาคจีน ในเกมออนไลน์สมัยก่อน พวกเขาก็ดำรงอยู่อย่างยิ่งใหญ่ ทำสถิติดันเจี้ยนไว้น่าภูมิใจอย่างยิ่ง ครั้งนี้เมื่อ ‘เดอะ มิราเคิล ออฟ ก๊อด’ เปิดตัว พวกเขาก็ส่งสมาชิกหลักเข้ามาประจำการในเกม ถึงแม้กิลด์ซือเล่อหยวนจะเป็นกิลด์กึ่งมืออาชีพที่มีบริษัทเป็นสปอนเซอร์ แต่เมื่อเทียบกับกิลด์หลิงเทียนและกิลด์ป้าเจ่อแล้ว ก็ยังเป็นได้แค่กิลด์เล็กๆ เกรดสอง เกรดสามเท่านั้น
จางหยางยิ้มแล้วพูด “น่าจะได้”
“ฉันเชื่อน้องยอดฝีมือ” เสวี่ยจงซารีบแสดงความนับถือชื่นชมที่มีต่อจางหยางออกมา ท่าทางราวกับพวกแฟนคลับเดนตายผู้จงรักภักดี
จางหยางชูดาบขึ้นพูด “เอาล่ะ เตรียมตัวเริ่มโจมตี ถ้ามียาก็พยายามกินยาให้มากที่สุด มอนสเตอร์โหมดความตายดุร้ายมาก ต้องทำดาเมจให้แรงที่สุด” ว่าแล้วเขาก็ก้าวไปข้างหน้าก้าวใหญ่ทันใด ปล่อยสกิล ‘จู่โจม’ ออกไปใส่มอนสเตอร์ลูกสมุนหกตัวที่หน้าประตู ‘-70’ โจมตีปกติฟันลงไปยังร่างของมอนสเตอร์ตัวหนึ่ง
ค่าความโกรธเพิ่มขึ้นมาเป็น 21 แต้ม จางหยางจึงปล่อย ‘กวาดตามแนวนอน’ ตามออกไป
‘-144!’
‘-159!’
‘-143!’
‘-900!’
‘-153!’
‘-148!’
“เชี่ย!” เมื่อเห็นค่าดาเมจมหาศาลถึง ‘-900!’ กุ่ยเทียนอดไม่อยู่ระเบิดคำหยาบออกมา ไม่เพียงแต่เขา คนอื่นๆ มีใครบ้างที่ไม่ปากอ้าตาค้าง
จางหยางเองก็คิดไม่ถึง เหตุที่ทำค่าดาเมจได้สูงจนน่าสะพรึงขนาดนี้นั้นเป็นเรื่องบังเอิญสุดขีด โจมตีติดคริติคอล บวกกับลัคกี้สไตรก์ ค่าดาเมจจึงสูงขึ้นหกเท่า
‘ลัคกี้สไตรก์’ เพิ่มค่าดาเมจสามเท่า อัตราการเกิดขึ้นอยู่กับค่าความโชคดี
เนื่องจากมอนสเตอร์มีค่าการป้องกันสูง อีกทั้งอาชีพที่ขึ้นอยู่กับความเร็วอย่างจอมโจรและฮันเตอร์นั้น การโจมตีปกติของพวกเขาอ่อนแอมาก ตีครั้งหนึ่งทำดาเมจได้แค่ประมาณ 10 แต้ม มีเพียงเวลาที่ใช้สกิลจึงจะทำดาเมจค่อนข้างสูง แต่ให้สูงสุดก็แค่ 30-50 แต้มเท่านั้น ทำให้เมื่อเจอตัวเลข 900 อันน่าผวานี้ ใครล่ะจะไม่ตกตะลึง
“จ้านอวี้ ตอนนี้ฉันเริ่มดีใจแล้วที่นายไม่เป็นนักรบโจมตี ‘กวาดตามแนวนอน’ เมื่อกี้นี้ ถ้านายใช้อาวุธสองมือล่ะก็ ค่าดาเมจจะต้องสูงขึ้นไปถึง 1500 เลย!” กุ่ยเทียนตบอกตัวเอง ใบหน้าราวกับยกหินออกจากอก เลิกคิดจะแข่งทำดาเมจกับจางหยางไปนานแล้ว
จางหยางหัวเราะฮ่าๆ “รีบทำดาเมจ จัดการเสร็จเร็วก็เลิกงานเร็ว!”
มีประโยคหนึ่งที่จางหยางเก็บไว้ในใจ นั่นก็คือ วันข้างหน้าหลังจากที่แพทช์ใหม่ ‘การสืบทอด’ เปิดใช้ แต่ละอาชีพจะมีโอกาสได้รับ ‘การสืบทอด’ เช่น อาชีพนักรบจะมี จิตวิญญาณนักดาบ, คนเถื่อน, เทพแห่งสงคราม และอื่นๆ เป็นการสืบทอด อย่าง ‘จิตวิญญาณนักดาบ’ หากใช้อาวุธประเภทดาบในการโจมตี ค่าดาเมจทั้งหมดจะเพิ่มขึ้น 30%
แต่การสืบทอดที่ร้ายกาจที่สุดจากทั้งหมดก็คือ ‘เทพแห่งสงคราม’ เป็นการสืบทอดที่มีหนึ่งเดียวเท่านั้น ทั้งโลกมีเพียงแค่คนเดียวที่จะได้รับการสืบทอด! หนึ่งในความสามารถพิเศษของการสืบทอด ‘เทพแห่งสงคราม’ คือ ทำให้นักรบป้องกันและนักรบโจมตีทั้งสองสายสามารถใช้อาวุธถือสองมือ หรือใช้อาวุธถือมือเดียวทั้งสองมือพร้อมกัน หรือใช้โล่เป็นอาวุธมือรองได้
หมายความว่า หากจางหยางได้รับการสืบทอด ‘เทพแห่งสงคราม’ วันข้างหน้าก็จะใช้อาวุธถือสองมือและใช้อาวุธถือมือเดียวสองมือพร้อมกันได้แต่ว่าการเปิดใช้แพทช์การสืบทอดนี้ต้องรอผู้เล่นขึ้นเลเวล 100 ซึ่งอย่างน้อยก็ต้องอีกหนึ่งปีให้หลังนู่น!
เมื่อถูกค่าดาเมจสุดน่ากลัวของจางหยางกระตุ้น ทุกคนจึงทำดาเมจกันสุดชีวิตแบบไม่ยั้ง ถึงแม้จะสู้กับเจ้าโรคจิตนี่ไม่ได้ แต่ก็ไม่อาจแพ้ให้กับคนอื่นอีกแล้ว
ท่ามกลางบรรยากาศแบบนี้ มอนสเตอร์ลูกสมุนจึงถูกเก็บเรียบไปทีละชุดๆ เพียงไม่นานปาร์ตี้สิบคนนี้ก็มาถึงด้านหน้าบอสหมายเลขหนึ่ง ‘กรงเล็บดำ’ แล้ว
[กรงเล็บดำ สัตว์พิทักษ์ปากทางเข้าหลุมใต้ดิน] (บอสระดับทองแดงสีเขียว)
เลเวล: 12
ค่าพลังชีวิต: 72000
เมื่อเทียบกับโหมดปกติ ปริมาณเลือดเพิ่มมาอีกเท่าตัว เป็นบอสที่ยกระดับจากเหล็กสีดำขึ้นเป็นระดับทองแดงสีเขียว
“เชด! เลือดเจ็ดหมื่นกว่า นี่จะเว่อร์ไปหน่อยแล้ว!” เจ้าอ้วนหานเช็ดน้ำลายแล้วมองไปยังหมูน้อยสีขาวน่าสงสารข้างตัวที่มีเลือดเพียง 300 แต้ม อดน้ำตาไหลไม่ได้ “หยางน้อย บอสนี่เก็บมาทำเป็นลูกรักได้มั้ย”
“นายคิดว่าไงล่ะ?” จางหยางถลึงตาไม่พอใจใส่เจ้าอ้วนหานไปหนึ่งที จากนั้นพูดว่า “บอสตัวนี้ยังไม่ยาก แค่ทำดาเมจสูงหน่อย ค่าดาเมจของ ‘พ่นพิษ’ สูงถึง 400 แต้ม หวังว่ามันจะทำให้เราต้องฮีลน้อยครั้งหน่อยละกัน”
เนื่องจากก่อนหน้านี้จางหยางได้ ‘หัวสุนัข’ มา ปริมาณเลือดจึงขยับขึ้นมาเป็น 410 แต้ม นอกจากเขาแล้วก็มีเพียงหั่วฝ่าตี้และเสวี่ยจงซาที่มีค่าพลังชีวิตสูงกว่า 400 คนอื่นๆ ถ้าโดน ‘พ่นพิษ’ เข้าไปล่ะก็พูดได้คำเดียวว่าตาย
จางหยางคิดแล้วพูดว่า “ชิงซือ เธอพยายามใส่ ‘เกราะศักดิ์สิทธิ์’ ให้ทุกคนที่มีเลือดสูงกว่า 320 แต้ม ส่วนคนอื่นๆ ก็ปล่อยไป”
‘เกราะศักดิ์สิทธิ์’ สามารถรับดาเมจได้ 80 แต้ม คนที่มีค่าเลือดมากกว่า 320 แต้ม เมื่อสวมเกราะแล้วจะสามารถทนการ ‘พ่นพิษ’ ได้หนึ่งครั้ง ส่วนพวกที่เลือดน้อยกว่า 320 แต้ม แม้จะสวมเกราะก็ยังหนีไม่พ้นชะตาชีวิตที่หากโดนโจมตีครั้งเดียวก็ต้องตายอยู่ดี ใส่เกราะให้พวกเขาเท่ากับเอาค่าพลังเวทของตัวฮีลไปทิ้งเปล่าๆ
“ลุย!” จางหยางเดินขึ้นหน้าหนึ่งก้าว ‘จู่โจม’ เข้าด้านหน้ากรงเล็บดำ
‘-57!’ หนึ่งดาบฟันลงไป ตัวเลขค่าดาเมจสีขาวลอยขึ้นมาเหนือศีรษะบอส
เพียงไม่นานกรงเล็บดำก็ตื่นขึ้นมาจากอาการมึนงง พลันระเบิดเสียงคำรามออกมา ยกกรงเล็บอันแหลมคมขึ้นมา แล้วกวาดไปที่ศีรษะของจางหยาง จางหยางรีบหลบ รอดพ้นจากการโจมตีครั้งนี้ไป ขณะเดียวกันดาบรบในมือก็เงื้อขึ้น โจมตีธรรมดาลงไปอีกครั้ง
‘-60!’
ค่าความโกรธขยับขึ้นมาเป็น 29 แต้ม จางหยางจึงปล่อยสกิล ‘กวาดตามแนวนอน’ ออกไป
‘-145!’
เขาเก็บสกิล ‘ป้องกัน’ เอาไว้ไม่ใช้ออกไป เนื่องจากการโจมตีของบอสในโหมดความตายมีความเร็วสูงมาก แม้แต่ตัวจางหยางเองก็รับประกันไม่ได้ว่าจะหลบพ้นการโจมตีของบอสได้แน่นอน ดังนั้นเขาจำเป็นต้องเก็บสกิล ‘ป้องกัน’ เอาไว้ เกิดเมื่อไหร่หลบไม่พ้นขึ้นมา ก็จะได้ปล่อยสกิลออกมาป้องกันการถูกทำดาเมจ
‘ติ๊ง! คุณได้รับผลกระทบจาก ‘ตาเพชรฆาต’ (ชั้นที่ 1), ค่าความเสียหายทั้งหมดที่ได้รับจะเพิ่มขึ้น 100% เป็นเวลา 12 วินาที!’
เพียงไม่นานร่างของจางหยางก็ได้รับผลกระทบของ ‘ตาเพชรฆาต’ หนึ่งชั้นแล้ว
ในเวลาเดียวกับที่จางหยางเข้าไปรับมือกับบอส คนอื่นๆ ก็เริ่มลงมือโจมตี ท้าดวลกับบอสในโหมดความตายนี้
‘ติ๊ง! คุณได้รับผลกระทบจาก ‘ตาเพชรฆาต’ (ชั้นที่ 2), ค่าความเสียหายทั้งหมดที่ได้รับจะเพิ่มขึ้น 200% เป็นเวลา 12 วินาที!’
ยี่สิบวินาทีให้หลัง ร่างของจางหยางก็มี ‘ตาเพชรฆาต’ ซ้อนไว้สองชั้นแล้ว ในโหมดความตาย การต่อสู้ด้วยมือเปล่าของกรงเล็บดำทำดาเมจประมาณ 200 แต้ม เมื่อบวกกับผลกระทบจากการติดดีบัฟ หากในตอนนี้จางหยางถูกบอสแตะโดนเพียงเล็กน้อย ค่าดาเมจก็คือ 600 แต้มโดยประมาณ ถึงแม้จะหักสกิลถูกกระทำ[footnoteRef:1]ที่ลดความเสียหายจากการโจมตีของศัตรูลงได้ 20% ก็ยังไม่พ้นต้องถูกฆ่าตายในวินาทีเดียว [1: สกิลถูกกระทำ (Passive Skill) หรือสกิลติดตัว เป็นสกิลที่ใช้ออกเองโดยอัตโนมิติ คือมีผลแม้เราจะไม่เรียกใช้]
“ทำไมความเร็วในการโจมตีของบอสตัวนี้มันถึงได้เร็วขนาดนี้เนี่ย” กุ่ยเทียนมองดูเสียจนตัวสั่นไม่หยุด เขาพิจารณาดูตัวเองแล้ว การโจมตีของบอสร้อยครั้ง เขาหลบได้หนึ่งครั้งก็ถือว่าดีแล้ว แต่ว่านี่บอสยิ่งโจมตีเร็วเท่าไหร่ ปฏิกริยาตอบสนองของจางหยางก็ยิ่งเร็วเท่านั้น ราวกับสามารถเพิ่มขึ้นได้ไม่มีที่สิ้นสุด
ความจริงแล้ว จากประสาทการตอบสนองของจางหยาง เขาในตอนนี้ยังห่างไกลจากขีดสูงสุดอีกเยอะ แต่เพราะติดที่ข้อจำกัดของอุปกรณ์สวมใส่ และความเร็วที่ไม่เพียงพอ เขาจึงทำได้แค่ระดับนี้เท่านั้น
นอกจากตัวจางหยางเองแล้ว คนอื่นๆ ไม่มีคนไหนไม่กลัวว่าจางหยางอาจถูกบอสฆ่าตายได้ตลอดเวลา ราวกับว่ากำลังเดินไต่ลวดอยู่บนชะง่อนผา หากพลาดเพียงนิดเดียวก็คือตาย!
ตามคำพูดที่ว่ากันมา คนย่อมมีวันพลาด ม้าย่อมมีวันสะดุด เดินริมน้ำเป็นประจำ มีที่ไหนเท้าไม่เปียก! จางหยางก็ไม่ใช่หุ่นยนต์ ในที่สุดก็เกิดความผิดพลาดขึ้นเล็กน้อย เคลื่อนย้ายตำแหน่งช้าไปครึ่งจังหวะ
ครึ่งจังหวะที่เพียงพอต่อการเอาชีวิต!
เมื่อมองเห็นว่าอย่างไรจางหยางก็หลบไม่พ้นกรงเล็บยักษ์ของบอสแน่แล้ว ในใจของทุกคนรู้สึกหมดหวัง ถอนหายใจออกมาโดยไม่ได้ตั้งใจ เป็นคนอย่างไรก็ต้องมีเวลาที่ผิดพลาด ไม่อย่างนั้นก็เป็นเทพแล้ว!
‘ติ๊ง! คุณป้องกันการโจมตีของกรงเล็บดำ!’
‘-39!’ ป้องกันแล้วโจมตีกลับ
‘-204!’ โจมตีด้วยโล่ติดคริติคอล
ภายใต้สายตาไม่อยากจะเชื่อแต่ละคู่ จางหยางแสดงการโจมตีกลับจากสถานการณ์ที่สิ้นหวัง สกิล ‘ป้องกัน’ ที่เก็บไว้ไม่ใช้มาตลอด ในที่สุดก็ถูกปล่อยออกมาช่วยชีวิต ทำให้การโจมตีที่สามารถเอาชีวิตได้ในครั้งนี้สลายไป
“แบบนี้ก็ได้หรอ?” ในใจของชื่อเลี่ยนหั่วสั่นไหวอย่างรุนแรง เขาเชื่อว่าแทงค์สองตัวของกิลด์เขาไม่มีทางมีเวลาพอที่จะปล่อยสกิล ‘ป้องกัน’ ในขณะที่หลบการโจมตีของบอสล้มเหลวได้
หลังจากที่กรงเล็บดำโจมตีจางหยางอย่างบ้าคลั่งได้ระยะหนึ่ง ก็หันหน้าไปหาไป่ฟาอีจงแล้วพ่นพิษสีดำใส่
‘ติ๊ง! ผู้เล่น ‘ไป่ฟาอีจง’ ตาย!’
ค่าดาเมจสูงถึง 400 ฆ่าไป่ฟาอีจงตายในพริบตา
“เร่งการโจมตี ไม่งั้นตายกันหมดแน่!” จางหยางตะโกนเสียงไม่ดังมาก ดาบรบขยับไหว ค่าดาเมจหลั่งไหลขึ้นมาเหนือศีรษะของกรงเล็บดำ
90% 80%......... ปริมาณเลือดของกรงเล็บดำเริ่มลดลงช้าๆ
‘ติ๊ง! ผู้เล่น ‘กุ่ยเทียน’ ตาย!’
70%
‘ติ๊ง! ผู้เล่น ‘เซินไห่เตอโยวอวี้’ ตาย!’
10%
‘ติ๊ง! ผู้เล่น ‘ชื่อเลี่ยนหั่ว’ ตาย!’
ปริมาณเลือดของกรงเล็บดำเหลือเพียง 10% สุดท้าย ส่วนปาร์ตี้ของจางหยางก็เหลือเพียงเขา เจ้าอ้วนหาน และชิงซือหรูเสวีย สามคนเท่านั้น
“สู้ๆ!” เจ็ดคนที่กองอยู่ที่พื้นส่งเสียงเชียร์ให้กำลังใจ
8% 7% 6% 5%!
‘ติ๊ง! ผู้เล่น ‘เหมียวเถียวเหม่ยสิงหนาน’ ตาย!’
“ใส่ให้สุดชีวิตเลย ชิงซือ ไม่ต้องสร้างเกราะเติมเลือดแล้ว ช่วยกันทำดาเมจ!” จางหยางตะโกนเสียงดัง หากตายกันหมดเหลือเขาคนเดียว สกิล ‘พ่นพิษ’ ของบอสก็ต้องมาลงที่เขาแล้ว ในโหมดปกติ หรือกระทั่งโหมดยาก เขายังมั่นใจว่าจะหลบสกิลนี้พ้น แต่ในโหมดความตาย ความเร็วในการปล่อยสกิลนี้ไวเกินไปจริงๆ อีกทั้งระยะห่างของทั้งคู่ก็ใกล้กันขนาดนี้ อย่างไรก็ไม่สามารถหลบพ้นได้
ชิงซือหรูเสวี่ยตอบรับแล้วรีบปล่อยสกิล ‘ประกายแสงศักดิ์สิทธิ์’
4% 3%
‘ติ๊ง! ผู้เล่น ‘ชิงซือหรูเสวี่ย’ ตาย!’
“อีกฮึดเดียวเท่านั้น!”
“ฆ่ามันเลย!”
“ยอดฝีมือ ฝากความหวังไว้ที่นายแล้ว!”
เจ้าอ้วนหานและคนอื่นๆ ตื่นเต้น พากันตะเบ็งเสียงดัง ใครก็ไม่อยากให้ความพยายามที่สู้กับบอสมานานครึ่งค่อนวันต้องมาพังลงในตอนที่เหลืออีกแค่ 1% เท่านั้น
2%
1%
ทันใดนั้น กรงเล็บดำหยุดการโจมตี พ่นพิษสีดำออกมาจากปาก
“เชี่ย!” ทุกคนร้องขึ้นมาในใจ
จางหยางสงบเยือกเย็น ดาบรบในมือกวัดแกว่งต่อไป ทำดาเมจเพิ่มได้อีกสองครั้ง
‘-62!’ โจมตีทั่วไป
‘-840!’ กวาดตามแนวนอนติดคริติคอล บวกกับลัคกี้สไตรก์!
‘ติ๊ง! ผู้เล่น ‘จ้านอวี้’ ตาย!’
‘ติ๊ง! ปาร์ตี้ของคุณได้ฆ่า ‘กรงเล็บดำ’!’
เสียงเตือนจากระบบดังขึ้นมาสองครั้ง จางหยางและกรงเล็บดำก็ล้มลงกองกับพื้นพร้อมกัน
.....................................................................