Miracle of God เทพนักรบผู้พิทักษ์

Miracle of God เทพนักรบผู้พิทักษ์: Chapter 023 ตอนที่ 23

#23Chapter 023

บทที่ 23 พ้นขีดอันตราย

“ผ่านแล้ว?”

“ผ่านแล้ว!”

ทุกคนจากสงสัยกลายเป็นตื่นเต้นดีใจ ไชโยโห่ร้องกันขึ้นมา ถ้าหากพวกเขาไม่ได้ยังนอนเป็นศพอยู่ ตอนนี้จะต้องโอบกอดกันฉลองความดีใจไปแล้ว

โดยเฉพาะชื่อเลี่ยนหั่ว พวกผู้เล่นทั่วไปอย่างเสวี่ยจงซาพวกนี้ บางทีอาจยังไม่เข้าใจถึงระดับความยากของโหมดความตาย แต่เขานั้นรู้และเข้าใจดี! กิลด์ยักษ์ใหญ่อย่างหลิงเทียนและป้าเจ่อ ยังเจอบอสหมายเลขหนึ่งตัวนี้บดขยี้ตายอย่างทุกข์ทนซ้ำแล้วซ้ำอีก แต่ด้วยการนำทีมของจ้านอวี้ พวกเขากลับฆ่าบอสตายได้ตั้งแต่ครั้งแรก ถ้าจะบอกว่าเป็นเรื่องโชคดี อย่างไรชื่อเลี่ยนหั่วก็ไม่เชื่อ

เจ้าคนที่ชื่อว่าจ้านอวี้คนนี้ โคตรเทพเลยจริงๆ!

“ทุกคนไปวิ่งกลับมาฟื้นคืนชีพ แล้วค่อยแบ่งอุปกรณ์สวมใส่กัน!” จางหยางเป็นคนแรกที่ปลดปล่อยวิญญาณ เริ่มวิ่งจากจุดเกิดกลับมาคืนชีพที่ดันเจี้ยน

ตั้งแต่ได้กลับชาติมาเกิดอีกครั้ง นี่เป็นครั้งแรกที่เขาอยู่ในสถานะวิญญาณ มองดูทิวทัศน์ที่กลายเป็นภาพขาวดำ จางหยางก็เกิดอาการตาพร่า วิ่งอย่างมึนๆ งงๆ เข้าไปในประตูใหญ่ของดันเจี้ยนแล้วจึงฟื้นคืนชีพขึ้นมา ภาพเบื้องหน้าไหววูบ เปลี่ยนกลับมาเป็นภาพสีตามปกติ จากนั้นเขาจึงกลับไปยังจุดที่วิญญาณจากมา

คนอื่นๆ ก็กลับเข้ามาในดันเจี้ยนฟื้นคืนชีพกันแล้ว ไม่นานทั้งสิบคนก็กลับมายืนตรงหน้าศพขนาดมหึมาของกรงเล็บดำ ขณะนี้ทุกคนยังคงระงับความตื่นเต้นไว้ไม่อยู่ ถ้าไม่ใช่ว่าศพของกรงเล็บดำยังนอนอยู่ตรงนั้น ไม่แน่ว่าพวกเขาอาจจะคิดว่านี่เป็นเพียงแค่ฝัน! เจ้าอ้วนหานถึงขนาดจงใจทำท่าจะไปกอดชิงซือหรูเสวี่ย แต่ฝ่ายตรงข้ามกลับผลักกุ่ยเทียนเข้าไปในอ้อมกอดเขาแทน

“น้องยอดฝีมือ ไปแตะศพเถอะ” สายตาของทุกคนทอดมองไปที่จางหยาง ก่อนหน้านี้ แต่ไหนแต่ไรพวกเขาไม่เคยคาดหวังเลยว่าตนเองจะฆ่าบอสโหมดความตายได้ พวกเขาจึงรู้สึกขอบคุณจางหยางเป็นอย่างยิ่ง

จางหยางตบบ่าเจ้าอ้วนหานพูดว่า “เชี่ยอ้วน ไปเปิดศพ!”

เจ้าอ้วนหานหัวเราะด้วยความชอบใจ พุ่งเข้าไปที่ร่างบอสแล้วยื่นมืออ้วนๆ ออกไปแตะ

[ฟันแหลมคม] (เกรดทองแดงสีเขียว, กริช)

ค่าพลังการโจมตี (Attack: ATK): 24-32

ระยะระหว่างการโจมตี: 1.4 วินาที

เลเวลที่ต้องการ: 10

เกรดทองแดงสีเขียว! อุปกรณ์สวมใส่เกรดสูงสุดของเกมในตอนนี้

จอมโจรและนักรบสามารถใช้กริชได้ แต่มีเพียงจอมโจรสายนักฆ่าถึงจะแสดงประโยชน์ของกริชออกมาได้เต็มที่ ปาร์ตี้นี้แม้จะมีจอมโจรสองคน แต่กลับเป็นจอมโจรต่อสู้ หรือพูดได้ว่า ไม่มีคนที่เหมาะสมอย่างแท้จริงให้เลือก

“นักรบกับจอมโจร ใครต้องการก็ทอยแต้ม” จางหยางพยักหน้าแล้วพูด

สามัคคีปรองดองกันดีมาก หลังจากจางหยางกดปล่อยวาง กุ่ยเทียนก็กดปล่อยวางเช่นกัน มีเพียงชื่อเลี่ยนหั่วและเสวี่ยจงซาที่ทอยแต้ม

รอบนี้แต้มของชื่อเลี่ยนหั่วสูงมาก ได้ถึง 98 แต้ม ฆ่าเสวี่ยจงซาในวินาทีเดียว

“น่าเสียดาย อาวุธนี้ถ้าเปลี่ยนเป็นดาบถือมือเดียว ขวาน หรือค้อน ก็จะเป็นของชั้นยอดแล้ว” ชื่อเลี่ยนหั่วจัดการเอากริชเป็นอาวุธมือรองไปด้วย ทอดถอนใจไปด้วย

“ยังพอไหว อาวุธมือรองไม่มีผลต่อสกิลดาเมจ ดูแต่ DPS[footnoteRef:1] กริชนี้ DPS สูงถึง 20 มากกว่าเกรดเหล็กสีดำเท่าตัวเลยนะ” เสวี่ยจงซามองชื่อเลี่ยนหั่วด้วยความอิจฉา สำหรับทุกอาชีพแล้ว อาวุธนั้นป็นส่วนสำคัญที่สุดในการเพิ่มค่าดาเมจ [1: DPS (Damage Per Second) อัตราการสร้างความเสียหายต่อวินาที ]

“พี่อ้วน แตะต่อสิ!” เหล่าน่าเอ้าเจียวพูด เจ้าอ้วนหานเป็นคนคุยเก่งโม้สนุกเลยสนิทเป็นเพื่อนกับทุกคนไปนานแล้ว

มืออ้วนๆ ของเจ้าอ้วนหานแตะลงไปอีกครั้ง อุปกรณ์สวมใส่อีกชิ้นก็เด้งเข้ามาในรูม่านตาของทุกคน

[เกราะหุ้มหน้าอกเงางาม] (เกรดทองแดงสีเขียว, เกราะหนัง)

ค่าการป้องกัน (Defense: DEF): +4

ค่ากำลังกาย (Vitality: VIT): +10

ค่าความแข็งแกร่ง (Strength: STR): +3

ค่าความเร็ว (Agility: AGI): +7

เลเวลที่ต้องการ: 10

“ไอเทมนี้เจ๋ง” หานกวงชอบอกชอบใจ “พี่นี่เป็นพวกมือแดงจริงๆ”

ฮันเตอร์สามคนและเสวี่ยจงซาร่วมทอยแต้ม เนื่องจากชื่อเลี่ยนหั่วได้อาวุธไปเล่มหนึ่งแล้ว จึงเลือกปล่อยวางไม่ไปร่วมชิงอุปกรณ์สวมใส่ชิ้นนี้อีก สุดท้ายไป่ฟาอีจงทอยได้ 85 แต้มจึงได้ไป

“เฮ้อ มือของพี่อ้วนออกจะแดง แต่ทำไมทอยแต้มห่วยเบอร์นี้?” เจ้าอ้วนหานแกล้งเล่นใหญ่ส่ายหัวไม่หยุดแล้วไปแตะอุปกรณ์สวมใส่ชิ้นสุดท้ายจากร่างบอส

[ถุงมือเหล็กบริสุทธิ์] (เกรดทองแดงสีเขียว, เกราะเหล็ก)

ค่าการป้องกัน (Defense: DEF): +6

ค่ากำลังกาย (Vitality: VIT): +6

ค่าความแข็งแกร่ง (Strength: STR): +3

ค่าความเร็ว (Agility: AGI): +1

เลเวลที่ต้องการ: 10

เมื่อเห็นว่าอุปกรณ์สวมใส่ชิ้นนี้จางหยางใช้ได้ คนอื่นๆ ไม่รอให้จางหยางเอ่ยปาก ก็กดเลือกปล่อยวางกันเอง

จางหยางก็ไม่แสร้งทำเป็นเกรงใจ เพียงพูด “ขอบคุณ” แล้วก็นำถุงมือนี้มาสวมใส่ ค่าพลังชีวิตขยับขึ้นไปเป็น 470 ทันที ค่าการโจมตี 82-90

‘ติ๊ง! คุณได้รับ 5 เหรียญเงิน 20 เหรียญทองแดง!’

เมื่อเก็บเงินจากพื้นเรียบร้อย ศพของกรงเล็บดำก็ค่อยๆ หายไป แม้จะเป็นบอสในโหมดความตาย ก็ให้เงินแค่ 52 เหรียญเงินเท่านั้น เห็นชัดเลยว่าระบบขี้ตืดขนาดไหน!

“เป้าหมาย หมายเลขสอง!”

ทุกคนพละกำลังเต็มเปี่ยม อารมณ์เบิกบาน มุ่งตรงไปหาบอสหมายเลขสอง บาร์บาร์บาร์

‘ดันเจี้ยนแรกง่ายอะ!’

จัดการลูกสมุนชุดสุดท้ายเรียบร้อย จางหยางก็คิดขึ้นมาด้วยความสะท้อนใจ ตั้งแต่ดันเจี้ยนที่สอง ‘รังของมาจาเวย์’ เป็นต้นไป ลูกสมุนรายทางก็ไม่ง่ายขนาดนี้แล้ว บ้างก็มีสกิลที่จะทำให้คนเป็นกังวล บ้างก็เคลื่อนไหวผลุ่บๆ โผล่ๆ ซ่อนในที่มืด รอจนกระทั่งผู้เล่นเข้าไปในขอบเขตความเกลียดชังก็จะกระโดดออกมาโจมตีทันควัน

แน่นอน ที่ยุ่งยากลำบากยิ่งกว่าก็คือบอส บอสของหลุมใต้ดินบังกาเมื่อเทียบกับบอสของดันเจี้ยนที่จะตามหลังมา นับว่าง่ายมากจริงๆ โหมดความตายนี้พูดได้แค่ว่าเป็นเวอร์ชั่นทดลองเท่านั้น!

[บาร์บาร์บาร์เอาแต่นอน] (บอสระดับทองแดงสีเขียว)

เลเวล: 78

ค่าพลังชีวิต: 78000

“หยางน้อย ยังใช้แผนเดิมรึเปล่า?” เจ้าอ้วนหานถามเบาๆ กลัวว่าเสียงดังจะเป็นการปลุกบอสให้ตื่น

“เหมือนเดิม” จางหยางพยักหน้า คิ้วขมวดเล็กน้อยพูดว่า “แต่ว่าคนที่โดนคำสาปน้ำไฟ ทุกวินาทีเลือดจะลดลงถึง 140 แต้ม ดังนั้นไม่เพียงแต่พวกที่โดนคำสาปต้องตอบสนองให้รวดเร็ว รีบย้ายตำแหน่ง ดื่มขวดแดง ตัวฮีลก็ต้องเติมเลือดให้เร็วที่สุดด้วย!”

ปริมาณเลือดลดลง 140 แต้มทุกวินาที สำหรับสมาชิกในปาร์ตี้ส่วนใหญ่ เพียงแค่สามสี่วินาทีก็ต้องตายแล้ว!

จางหยางคิดเล็กน้อยแล้วพูดต่อ “รอบนี้เปลี่ยนกลยุทธ์นิดหน่อย ถ้าบอสเรียกลูกสมุนออกมาก็ปล่อยไปไม่ต้องยุ่ง ตีบอสอย่างเดียวก็พอ ฉันจะดึงลูกสมุนเอาไว้เอง ตัวฮีลจะงานหนักมาก พวกเราชักช้าไม่ได้ จำเป็นต้องรีบฆ่าบอสให้ตายเร็วที่สุด”

“รับทราบ” ทุกคนพากันพยักหน้า

“ดี เดี๋ยวพอฉันเริ่มเปิดบอส พวกนายก็โจมตีทันทีเลยนะ ใส่ให้เต็มที่!” จางหยางสูดหายใจเข้าลึกๆ เดินไปข้างหน้าเล็กน้อยก็หลุดเข้าไปในเขตความเกลียดชังของบาร์บาร์บาร์

บาร์บาร์บาร์ตื่นขึ้นมาจากฝันหวานทันใด ยกหอกในอ้อมกอดขึ้นมาแล้วพุ่งไปหาจางหยาง ตะคอกออกมา “มนุษย์น่ารังเกียจ เจ้าทำให้บาร์บาร์บาร์ตื่น บาร์บาร์บาร์จะฆ่าเจ้า!”

จางหยางปล่อยสกิล ‘จู่โจม’ เข้าใส่ ทำให้บาร์บาร์บาร์มึนงง

‘-60!’ โจมตีปกติ

‘-152!’ กวาดตามแนวนอน

ขณะเดียวกัน คนอื่นก็ทยอยโจมตีเข้ามา

บาร์บาร์บาร์ฟื้นคืนสติขึ้นมาอย่างรวดเร็ว พลันแทงหอกเข้าใส่จางหยาง

‘ป้องกัน!’

‘-40!’ ป้องกันแล้วโจมตีกลับ

‘-106!’ โจมตีด้วยโล่

ครั้งนี้จางหยางไม่ได้เก็บสกิล ‘ป้องกัน’ เอาไว้ สาเหตุคือ หนึ่ง บอสไม่มีสกิลดีบัฟ ถึงแม้เขาจะไม่ทันระวังโดนทำดาเมจเข้า ก็ไม่ถึงกับตายในวินาทีเดียว สอง สู้กับบอสตัวนี้ต้องโจมตีให้ตายเร็วที่สุด เขาจึงจำเป็นต้องเค้นพลังการทำดาเมจออกมาสุดชีวิต

บาร์บาร์บาร์เดือดเป็นฟืนเป็นไฟ สองตาพลันแดงก่ำ ปล่อยสกิลออกมา

‘ติ๊ง! ผู้เล่น ‘กุ่ยเทียน’ ได้รับผลกระทบจาก ‘สาปแช่งด้วยน้ำ’, ค่าพลังชีวิตลดลง 140 แต้มทุกวินาที, จะลดลงต่อเนื่องจนกระทั่งผู้เล่นตาย!’

‘ติ๊ง! ผู้เล่น ‘เหล่าน่าเอ้าเจียว’ ได้รับผลกระทบจาก ‘สาปแช่งด้วยไฟ’, ค่าพลังชีวิตลดลง 140 แต้มทุกวินาที, จะลดลงต่อเนื่องจนกระทั่งผู้เล่นตาย!’

“อย่ามัวแต่ห่วงตี ย้ายตำแหน่งเดี๋ยวนี้!” จางหยางตะโกนเสียงขรึม

กุ่ยเทียนและเหล่าน่าเอ้าเจียวมีความเข้าใจในการเล่นเป็นทีมดีทั้งคู่ จึงรีบวิ่งเข้าหากันทันที ส่วนตัวฮีลทั้งสอง ที่ทำหน้าที่ใส่เกราะก็ใส่เกราะ ที่ทำหน้าที่เติมเลือดก็เติมเลือด พยายามอย่างเต็มที่ให้สองคนที่โดนคำสาปมีชีวิตรอดต่อไป

ยังไม่ทันจะสองวินาที สองคนนี้ก็เคลื่อนย้ายมาเจอกัน คำสาปน้ำไฟถูกถอนทันที

“ดีมาก กลับไปตำแหน่งเดิมทำดาเมจต่อ!” จางหยางหลบการโจมตีของบอสไปด้วย พูดไปด้วย “ตัวฮีลคอยดื่มบลู[footnoteRef:2]ด้วย อย่าไปเสียดาย!” [2: บลู พอร์ชั่น (Blue Portion) คือยาเพื่อเพิ่มค่าพลังเวท ]

สิบห้าวินาทีผ่านไป บาร์บาร์บาร์ปล่อย ‘คำสาปน้ำไฟ’ อีกครั้ง โชคดีที่ทุกคนผ่านการฝึกฝนจากโหมดยากมาจนเข้าขากันดีแล้ว อีกทั้งจางหยางก็มีบารมีเป็นที่เคารพนับถือ พอเขาเตือนปุ๊ป ก็ไม่มีใครกล้าลังเล รีบย้ายตำแหน่งทันที

บวกกับตัวฮีลทั้งสองก็ระมัดระวังเอาการเอางานเป็นอย่างดี ทำให้จำนวนผู้เล่นไม่ลดลงตั้งแต่ต้นจนจบ

ค่อยๆ เป็น ค่อยๆ ไป ปริมาณเลือดของบาร์บาร์บาร์ก็ลดลงเหลือ 75% แล้ว

“เจ้าพวกหนอนเหม็นเน่าน่ารังเกียจ บาร์บาร์บาร์โกรธแล้ว!” บอสตัวนี้ปักหอกลงกับพื้น จากนั้นยกสองมือขึ้นมาเริ่มทำการร่ายมนต์ปล่อยสกิล “ปีศาจร้ายจากนรกอเวจี จงนำพาความชั่วร้ายมาสู่โลกมนุษย์”

วงแหวนพลังเวทมนต์รูปดาวหกแฉกพลันปรากฏขึ้นใต้ฝ่าเท้าของบาร์บาร์บาร์ ปีศาจน้อยสีแดงตัวหนึ่งปรากฏขึ้นมาที่ข้างกายเขา และนั่นก็คือธาร์เซียที่ถูกทุกคนทำร้ายไปสองรอบแล้วนั่นเอง

[ธาเซียร์, หุ่นเชิดปีศาจของบาร์บาร์บาร์] (ชั้นสูง)

เลเวล: 13

ค่าพลังชีวิต: 6000

ไม่ต้องรอให้ธาร์เซียขยับ จางหยางก็ทักทายด้วยสกิล ‘ยั่วยุ’ ในฉับพลัน

“! #¥#¥% (ภาษาปีศาจ)!” ธาร์เซียส่งเสียงร้องแปลกประหลาดอย่างต่อเนื่อง เคลื่อนกรงเล็บสองข้างเข้าทักทายจางหยาง

‘ป้องกัน!’

‘-46!’

‘-40!’ ตัวเลขค่าดาเมจจากการป้องกันแล้วโจมตีกลับสองครั้งเด้งขึ้นมาพร้อมกัน

‘-160!’

‘-150!’ กวาดตามแนวนอน

จางหยางฟาดด้วยหลังมือ ทำให้โล่หนาแกร่งนั้นกระแทกเข้าไปที่ใบหน้าของบาร์บาร์บาร์ “ไม่ต้องไปสนลูกสมุน ทำดาเมจใส่บอสเต็มแรง!”

‘-160!’ โจมตีด้วยโล่

บาร์บาร์บาร์ถูกจางหยางอัดคอมโบเข้าใส่เสียจนร้องครวญด้วยความเจ็บปวด ดึงหอกที่ปักอยู่บนพื้นออกมาแทงสวนใส่จางหยาง ขณะเดียวกันก็ปล่อยสกิล ‘คำสาปน้ำไฟ’ ออกมา

สองคนที่ถูกเรียกชื่อเคลื่อนย้ายตัวเองทันที ขณะที่แถบเลือดกำลังจะหมดเกลี้ยงอยู่รอมร่อก็ถอนคำสาปได้พอดี

“จ้านอวี้ ฉันเหลือค่าพลังเวทแค่ครึ่งเดียวแล้ว” ชิงซือหรูเสวี่ยพูด

“ฉันก็เหลือครึ่งเดียวเหมือนกัน” เซินไห่เตอโยวอวี้พูดออกมาเหมือนกัน

“ฉันรู้แล้ว!” จางหยางขมวดคิ้วเล็กน้อย เดิมทีโหมดความตายผู้เล่นต้องมีพื้นฐานอุปกรณ์สวมใส่ที่เหมาะสมเสียก่อนแล้วจึงค่อยมาลุย ตามที่ทางการแนะนำคือ ให้ใช้เวลาสองวันเล่นโหมดยาก จากนั้นค่อยมาโหมดความตาย ปาร์ตี้ที่แข็งแกร่งจะผ่านบอสหมายเลขหนึ่งไปได้ จากนั้นใช้เวลาอีกสองวันสะสมอุปกรณ์สวมใส่ ถึงจะพอถูไถผ่านบอสหมายเลขสองไปได้ ส่วนบอสตัวสุดท้ายแต่ไหนแต่ไรก็เป็นตัวที่ล้มยากที่สุด มาลุยบุกเบิกไม่ถึงสี่ห้าวันอย่างไรก็ผ่านไปไม่ได้!

ถ้าหากปาร์ตี้นี้ของพวกเขาไม่มีจางหยางล่ะก็ แม้แต่โหมดยากก็ยังผ่านไปไม่ได้ พื้นฐานอุปกรณ์สวมใส่แย่มาก พอมาเล่นโหมดความตาย ความจริงเลยปรากฏให้เห็น ทำดาเมจได้ไม่แรงพอ ตัวฮีลก็บลูไม่พอ!

สำหรับเรื่องนี้ จางหยางก็ไม่มีวิธีอะไร แล้วแต่สวรรค์ท่านจะบันดาลเถอะ!

เมื่อไม่ต้องเปลี่ยนเป้าหมายไปตีลูกสมุน ทุกคนก็ราวกับกำลังตอกเสาเข็ม เพียงไม่นานก็อัดกันจนเลือดบอสลดลงมาเหลือ 50%

“พวกมนุษย์โง่เง่า ข้าจะขยี้กระดูกพวกเจ้าให้แหลก เอามาทำแก้วเหล้าของข้า!” บทพูดของบาร์บาร์บาร์เยอะมาก จากนั้นเขาโยนหอกทิ้งไปด้านข้าง เริ่มทำการเรียกหุ่นเชิดตัวที่สอง

วงแหวนพลังเวทมนต์รูปดาวหกแฉกกระเด้งขึ้นมา ปีศาจอีกตัวหนึ่งก็เข้ามาร่วมวงต่อสู้

[คูโตรเน่, หุ่นเชิดปีศาจของบาร์บาร์บาร์] (ชั้นสูง)

เลเวล: 13

ค่าพลังชีวิต: 6000

จางหยางเตรียมสกิล ‘กวาดตามแนวนอน’ รอไว้นานแล้ว หลังจาก ‘ยั่วยุ’ ใส่ไปทีหนึ่ง ก็ปล่อย ‘กวาดตามแนวนอน’ ตามไปทันที

วอยด์วอล์คเกอร์ตัวนั้นพลันหันกาย เคลื่อนสองมืออ้วนๆ ไปทางจางหยาง

“เจ้าอ้วน เจ้าตัวนี้ดูแล้วยังอ้วนกว่านายอีก!” จางหยางพูดไปหัวเราะไป ผ่อนคลายบรรยากาศตึงเครียด

“ไสหัวไป!”

เจ้าอ้วนหานด่าด้วยความโกรธ จากนั้นพูดต่อว่า “พี่อ้วนกว่ามันตั้งเยอะ!”

ในใจของเจ้าอ้วนหาน ความอ้วนเป็นสัญลักษณ์ของความยิ่งใหญ่ ดังนั้นเขาไม่มีทางยอมรับว่ามีใครอ้วนกว่าเขาเด็ดขาด!

.....................................................................

devc-a3b5dd88-33025Miracle of God เทพนักรบผู้พิทักษ์: Chapter 023 ตอนที่ 23