Miracle of God เทพนักรบผู้พิทักษ์: Chapter 002 ตอนที่ 2
บทที่ 2 เกิดใหม่
‘เฮือก!’ จางหยางพลันรู้สึกตัวขึ้นมา รู้สึกว่าเหงื่อเย็นไหลท่วมกาย ลมหายใจหอบถี่
สองตาขยับลืมขึ้น เขาทอดสายตามองออกไป ภาพที่เห็นเบื้องหน้าทำให้เขาต้องตื่นตระหนกอ้าปากค้าง
นี่คือห้องเรียนห้องหนึ่ง ห้องที่จุคนได้ร้อยกว่าคน แต่กลับมีคนนั่งกระจัดกระจายเพียงสามสิบกว่าคน บ้างกำลังอ่านหนังสือ บ้างกำลังคุยกัน บ้างเล่นกันโหวกเหวก
ทุกใบหน้าล้วนเป็นใบหน้าที่เขาคุ้นเคยเป็นที่สุด ทั้งหมดคือเพื่อนร่วมชั้นสมัยเรียนมหาวิทยาลัย
นี่คือ.....มหาวิทยาลัย?
‘ทำไมฉันมาอยู่ที่นี่ ฉันควรจะตายไปแล้วไม่ใช่หรือ’ คลื่นความคิดของจางหยางเต็มไปด้วยความตกตะลึงและไม่เข้าใจ
“จางหยาง เป็นอะไรหรือเปล่า ไม่สบายตรงไหนหรือ” เสียงสอบถามดังมาจากด้านข้าง
จางหยางผินหน้าไปมอง เห็นใบหน้าอ่อนเยาว์เต็มไปด้วยความสงสัยแต่งแต้มด้วยรอยยิ้มจริงใจ ทั้งคุ้นเคยและแปลกหน้าเหลือประมาณ
นี่คือหัวหน้าห้องสมัยเรียนมหาวิทยาลัยของเขา หลี่ซั่งหย่วน ทว่าเขาตายไปตั้งแต่สามปีก่อนเพราะเครื่องบินตกแล้วนี่
จางหยางพยักหน้าเหม่อลอย พูดราวกับอยู่ในห้วงฝัน “ฉันไม่เป็นอะไร”
ยื่นมือหยิกไปที่แขนหนึ่งที เจ็บ! จางหยางยิงฟันสูดลมเย็นเข้าไปทีหนึ่ง
นี่ไม่ใช่ความฝันแน่นอน!
ถ้าอย่างนั้น แสดงว่าฉันยังไม่ตาย! ซ้ำยังดูเหมือนว่าจะย้อนกลับไปเมื่อหลายปีก่อน! จางหยางคลำมือถือขึ้นมาดู เวลาที่แสดงบนนั้นคือวันที่ 16 มิถุนายน ค.ศ. 2034
ห้าปีก่อน!
พระเจ้าเบื้องบนให้โอกาสเขากลับมาเกิดใหม่อีกครั้ง!
ชั่วเสี้ยวขณะนั้นจางหยางทั้งตื่นเต้นทั้งดีใจ เขาไม่สนว่าทำไมถึงย้อนกลับมาเมื่อห้าปีก่อนได้ รู้เพียงแต่เขามีโอกาสอีกครั้งที่จะไปไขว่คว้าทุกสิ่งที่เป็นของเขากลับมา!
สำหรับคนที่ตายไปแล้ว ยังจะมีอะไรมีค่าไปกว่านี้อีก?
นี่คือปีสุดท้ายในรั้วมหาวิทยาลัยของเขา อีกเจ็ดแปดวันข้างหน้าก็จะรับปริญญา หลังจากนั้นก็ก้าวเข้าสู่การทำงาน ถ้าเป็นไปตามอดีตแล้ว เขาจะเข้าไปทำงานที่บริษัทซอฟท์แวร์แห่งหนึ่ง ไม่ได้สร้างตนให้มีชื่อเสียงอะไรขึ้นมา ทว่าอยู่ได้แบบกินอิ่มนอนอุ่น
จนกระทั่งสองปีให้หลัง เพื่อนร่วมงานแนะนำให้เขาเล่นเกมออนไลน์ชื่อว่า ‘เดอะ มิราเคิล ออฟ ก๊อด’
ในตอนนั้น ‘เดอะ มิราเคิล ออฟ ก๊อด’ ได้เปิดตัวมาสองปีแล้ว จากเริ่มแรกที่มีผู้เล่นออนไลน์พร้อมกันสี่ล้านคน พริบตาเดียวก็ก้าวกระโดดมีผู้เล่นออนไลน์แตะหลักพันล้าน อีกทั้งตัวเลขนี้ยังคงเพิ่มขึ้นไม่หยุด หลังจาก ‘เดอะ มิราเคิล ออฟ ก๊อด’ เปิดตัวได้ครึ่งปี บริษัทดรีมไซแอนซ์แอนด์เทคโนโลยี ผู้สร้าง ‘เดอะ มิราเคิล ออฟ ก๊อด’ ได้ก่อตั้งลีกแข่งขันกีฬาอี-สปอร์ตคลาส A และคลาส S ขึ้นมา ให้ยอดฝีมือทั้งหลายมีเวทีได้แสดงความสามารถ
ด้วยความนิยมที่ลอยลำแบบไร้คู่แข่ง ส่งผลต่องานโฆษณามูลค่ามหาศาล บริษัทยักษ์ใหญ่ชั้นนำทั้งหลายทั่วโลกค่อยๆ ก้าวเข้ามาลงทุนใน ‘เดอะ มิราเคิล ออฟ ก๊อด’ บ้างเป็นสปอนเซอร์ให้กับทีมแชมป์ บ้างสร้างทีมของตนขึ้นมา ทำให้รายได้ของนักกีฬาอาชีพขยับสูงขึ้นทีละนิด ไม่น้อยหน้าไปกว่าพวกนักกีฬาดาวเด่นของกีฬาดั้งเดิมทั้งหลาย
แน่นอนว่าหลังจากเกมพัฒนามาถึงตอนกลางและปลาย ตัวของมันเองก็เป็นหนึ่งในห่วงโซ่การค้าที่มีผลกำไรมหาศาล มีมูลค่าการค้าจากการขายสินค้าเสมือนจริงสูงจนกระทั่งบริษัทยักษ์ใหญ่ในโลกยังอดอิจฉาไม่ได้ บริษัทเหล่านี้จึงค่อย ๆ สร้างอิทธิพลของตนเองขึ้นมาเพื่อกระโดดเข้าร่วมสงครามการค้าในโลกเสมือนนี้
จางหยางเป็นคนมีความสามารถทางด้านกีฬาเฉียบคมแต่กำเนิด ดังนั้นในเกมที่ใช้เทคโนโลยี IM[footnoteRef:1] ที่ต้องสแกนคลื่นสมองเพื่อเข้าเล่นประเภทนี้ เขาย่อมสร้างผลงานได้ยอดเยี่ยมส่องประกายแพรวพราว ไม่นานก็แสดงความเป็นยอดฝีมือออกมาให้เห็น เขาสร้างทีมของตนเองขึ้นมา เพียงปีที่สองที่เล่นเกมก็เข้าร่วมการแข่งขันระดับสมัครเล่นคลาส B และอีกหนึ่งปีหลังจากนั้นก็เข้าร่วมแข่งขันในลีกอาชีพคลาส A [1: เทคโนโลยี IM ความจริงเสมือนแบบฝังตัวเต็มหรือฝังตัวโดยสมบูรณ์ (Fully Immersive Virtual Reality) คือปรากฏการณ์ซึ่งเกิดจากกระบวนการสังเคราะห์การกระตุ้นประสาทรับรู้ของสมอง การกระตุ้นที่สมจริงสามารถทำให้ระบบประสาทส่งข้อมูลไปยังสมองจนเชื่อว่าประสบการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องจริง ปัจจุบันระบบความจริงเสมือนได้มีการพัฒนาเป็นอย่างมากจนสามารถสร้างประสบการณ์เสมือนจริงให้กับผู้ใช้ในระดับฝังตัวเต็ม ระบบดังกล่าวประกอบด้วยอุปกรณ์หลายชนิด ได้แก่ จอแสดงผลชนิดสวมศีรษะ ลู่เดินชนิดรอบทิศทาง หน่วยประมวลผลทางฟิสิกส์ และซอฟต์แวร์จำลองสถานการณ์ (ที่มา: http://www3.rdi.ku.ac.th)
]
หลังจากเข้าร่วมแข่งขันในลีกอาชีพคลาส A จางหยางก็ได้รับการสนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการจากบริษัทยักษ์ใหญ่ทันที มีรายรับก้อนโต นอกจากนั้นเขายังได้รู้จักกับหลินอวี้ที่ใช้ไอดีในเกมชื่อ ‘ชิงชิงสุ่ยเซียง’ (น้ำใสกลิ่นหอม) เหตุเพราะมีความแค้นต่อกันเล็กน้อยจึงมาพัวพันกัน ไม่ตีกันย่อมไม่รู้จัก ต่อมาจึงได้คบหากันเป็นเพื่อนสนิท
ตอนนั้นหลินอวี้กำลังถูกหลิวเวยเข้ามาเกาะแกะ และเนื่องจากต้องการยกเลิกการถูกคลุมถุงชน จึงได้ทำข้อตกลงกับที่บ้าน ถ้าหากสามารถก่อร่างสร้างตัวจนสามารถแบ่งเค้กก้อนใหญ่จากห่วงโซ่การค้าในเกม ‘เดอะ มิราเคิล ออฟ ก๊อด’ ได้ ทางบ้านก็จะไม่ยุ่งเกี่ยวเรื่องการแต่งงานของเธออีก ด้วยเหตุนี้จางหยางและหลินอวี้จึงพยายามร่วมกัน ด้านหนึ่งพัฒนากิลด์[footnoteRef:2] ‘ชิงสุ่ย’ (น้ำใส) ด้านหนึ่งเพิ่มขีดความสามารถของทีมมุ่งหน้าสู่การลงแข่งในลีกอาชีพคลาส S [2: กิลด์ (Guild) ส่วนใหญ่หมายถึงสมาคม กลุ่มผู้เล่นที่จับพวกกันแบบระยะยาว
]
ทว่าน่าเสียดาย กิลด์ ‘ชิงสุ่ย’ ถูกกิลด์ ‘เสินฮว่า’ (ตำนานเทวะ) ของหลิวเวยโจมตี ตั้งแต่ต้นจนจบไม่มีโอกาสเติบโต ตลอดมาเป็นได้เพียงกิลด์เกรดสามเท่านั้น เมื่อขยายขอบเขตของกิลด์ให้เติบโตขึ้นไม่ได้ก็ไม่ต้องพูดถึงเรื่องการหาผลกำไรใดๆ แล้ว
ส่วนจางหยางเนื่องจากเริ่มเล่นเกมช้าเกินไป ทำให้อุปกรณ์สวมใส่และเลเวลห่างชั้นกับพวกนักกีฬาอาชีพคนอื่นๆ อย่างมาก ถึงแม้จะมีทักษะด้านกีฬาเยี่ยมยอด การควบคุมเฉียบคมแม่นยำ แต่ก็ไม่อาจทดแทนความห่างชั้นเหล่านี้ได้ ยิ่งไปกว่านั้นรอบตัวเขาไม่มีเพื่อนร่วมทีมที่สามารถพึ่งพาได้ มีเพียงร่างเดียวเงาเดียว ตั้งแต่ต้นจนจบจึงไม่อาจทะลวงผ่านออกไปจากลีกอาชีพคลาส A
ระหว่างนี้หลิวเวยยังใช้แผนคนงาม ให้หญิงสาวมาเข้าร่วมกิลด์ ‘ชิงสุ่ย’ ตามจีบจางหยาง ตอนนั้นจางหยางและหลินอวี้ยังไม่ตระหนักถึงความรู้สึกที่ทั้งคู่มีให้กัน จางหยางที่ยังหนุ่มเลือดลมพลุ่งพล่านจึงติดกับสเน่ห์ของนางแม่มดสาว การติดกับครั้งนี้เกือบทำให้กิลด์ ‘ชิงสุ่ย’ ต้องยุบตัวลง
โชคยังดี ในช่วงเวลาที่จางหยางรู้สึกผิด ตกต่ำเคว้งคว้าง หลินอวี้กลับยังยืนหยัดเคียงข้างไม่ไหลไปตามกระแสน้ำ เป็นกองหนุนให้จางหยาง มอบความเชื่อมั่นและการสนับสนุนให้ไม่สิ้นสุด และด้วยเหตุนี้ทั้งคู่จึงคบหาดูใจกันในท้ายที่สุด
แต่ทว่าการประกอบกิจการของหลินอวี้ใน ‘เดอะ มิราเคิล ออฟ ก๊อด’ ได้ล้มเหลวลงเสียแล้ว ผู้ใหญ่ในครอบครัวจึงจับเธอหมั้นหมายกับหลิวเวย แม้ว่าเธอจะต่อต้านแล้วต่อต้านอีกกลับทำได้เพียงยืดระยะเวลาให้นานขึ้นเท่านั้น หลังจากนั้นจึงได้เกิดเหตุการณ์ที่จางหยางไปร่วมงานแต่ง แต่ท้ายที่สุดกลับตายตกตามกันไปกับหลิวเวยเกิดขึ้น
‘เฮ่อ!’
จางหยางถอนหายใจ ในเมื่อเขามีโอกาสกลับมาเกิดใหม่อีกครั้ง อย่างไรก็จะไม่ให้เกิดโศกนาฏกรรมซ้ำรอยเดิมอีกแน่นอน
ตระกูลหลินไม่ยอมรับเขา เป็นเพราะจางหยางไม่มีสิทธิไม่มีอำนาจ ถ้าหากว่าเขามีสถานะเทียบเท่าตระกูลหลิน เรื่องยากลำบากทั้งหลายก็จะหมดสิ้นไป
แต่ทว่าจะยืนอยู่ในสถานะเท่าเทียมกับตระกูลหลินได้นั้นพูดง่ายแต่ทำยาก
ชาติที่แล้วแม้จางหยางจะพอมีทรัพย์สมบัติ แต่ว่าเขาย่อมรู้ตัวดีว่าตัวเองไม่เหมาะกับการทำธุรกิจ ถึงแม้เขาจะรู้ว่าอีกห้าปีข้างหน้าโลกจะพัฒนาไปทิศทางไหน แต่ก็ไม่เพียงพอที่จะทำให้เขากลายเป็นนักธุรกิจมีบริษัทชั้นนำใหญ่โตได้
บางทีด้วยความทรงจำในสมอง จะหาเงินสักร้อยล้านอาจเป็นไปได้ แต่ทว่าก็ยังห่างไกลจากขนาดธุรกิจของตระกูลหลินอยู่ดี
สิ่งที่เขาคุ้นเคยที่สุดและถนัดที่สุดก็คือเกม ‘เดอะ มิราเคิล ออฟ ก๊อด’
จากข้อมูลสถิติอย่างเป็นทางการของ ‘เดอะ มิราเคิล ออฟ ก๊อด’ ที่แสดงในรายงาน ‘รีวิวเกมห้าปี’ นักกีฬาในลีกอาชีพคลาส S ที่มีรายได้มากที่สุดคือ ‘อีเจี้ยนชิงเฉิง’ (กระบี่เดียวล่มเมือง) มีรายรับทั้งปีสูงถึง 420 ล้านหยวน
ใน ‘รีวิวเกมห้าปี’ ยังรายงานอีกว่ายอดรวมรายได้จากการค้าขายสินค้าในโลกเสมือนเป็นเวลาห้าปี มีมูลค่าสูงจนน่าสะพรึงถึง 7.9 ล้านล้านหยวน
ในโลกแห่งความเป็นจริงจางหยางไม่สามารถเป็นนักทำนายคาดเดาอะไรได้ แต่ถ้าพูดถึงเรื่องทิศทางลมของเกมเขากลับเข้าใจชัดเจนแจ่มแจ้ง เมื่อไหร่ไอเทม[footnoteRef:3]ชนิดไหนราคาจะขึ้นหรือตก กลยุทธ์การฝ่าดันเจี้ยน[footnoteRef:4] เทคนิควิธีการตีบอสโลก วิธีเปิดเควสต์[footnoteRef:5]ลับ ทั้งหมดนี้จางหยางล้วนจดจำไว้ในสมองเรียบร้อย [3: ไอเทม (Item) วัตถุดิบ] [4: ดันเจี้ยน ศัพท์ทางการเรียกว่า Instanced Dungeon ซึ่งคือด่านในเกม] [5: เควสต์ (Quest) คือ ภารกิจที่จะต้องทำ]
ก่อสร้างชื่อเสียง จัดตั้งกิลด์ของตนเอง ทำให้กลายเป็นกิลด์ระดับสูงสุดของเซิร์ฟเวอร์จีนและแปดเซิร์ฟเวอร์ใหญ่ของโลก สร้างตลาดผูกขาดไอเทม ทั้งหมดนี้สามารถแบ่งได้เค้กก้อนใหญ่ กำลังของคนเพียงคนเดียวมีจำกัด แต่ถ้าหากมีกิลด์ใหญ่สนับสนุน จะสร้างสินทรัพย์หลักพันล้านในเกมระดับเทพนี้มีความเป็นไปได้แน่นอน
ถึงเวลานั้นตระกูลหลินที่ต้องหาทางเลือกอื่นในการทำธุรกิจ เนื่องจากธุรกิจเดิมล้าสมัยไปแล้ว เกรงว่าไม่ต้องรอให้จางหยางไปสร้างความกดดันอะไร แม้จะอับอายขายหน้าก็ยังต้องส่งหลินอวี้เข้าสู่อ้อมอกของเขาด้วยมือตนเอง ด้วยคาดหวังว่าจะได้ส่วนแบ่งผลกำไรจากการค้าในโลกเสมือนนี้
ถึงตอนนั้นจางหยางก็จะทำความฝันในชาติที่แล้วของเขาให้เป็นจริง เข้าสู่ลีกอาชีพคลาส S ก้าวสู่บัลลังก์แชมป์ลีกแบบทีมระดับโลก
‘กึก! กึก! กึก!’ เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นดังมา ตามมาด้วยเสียงออดบอกเวลาเข้าเรียน หญิงงามคนหนึ่งสวมชุดทำงาน รูปร่างสูงเพรียวระหง เดินเข้ามาในห้องเรียน ดูแล้วน่าจะอายุประมาณยี่สิบสามถึงยี่สิบสี่ปี เส้นผมดกดำเงางามเกล้าไว้บนศรีษะทำให้เธอแลดูมีวุฒิภาวะมากขึ้น
“นักเรียนทุกคน อีกไม่ถึงสิบวันพวกเธอก็จะก้าวเข้าสู่สังคมวัยทำงานแล้ว อาจารย์ขออวยพรให้พวกเธอทุกคนได้งานที่รักที่ชอบไว้ ณ ที่นี้เลยนะ”
จิตใจของจางหยางกลับยังจมอยู่ในความทรงจำ คิดถึงรอยยิ้มแสนหวานของหลินอวี้ ความรู้สึกทั้งหลายที่เก็บสะสมเอาไว้พลันปะทุขึ้นราวกับภูเขาไฟระเบิด เขาขยับลุกขึ้นยืน ไม่สนว่าเป็นเวลาเข้าเรียนแล้ว ก้าวสองสามก้าวก็พุ่งออกไปนอกห้องเรียน พาให้เพื่อนนักเรียนทั้งหลายมองตามหลังเขาไปด้วยสายตาตกตะลึง อาจารย์สาวสวยที่อยู่ตรงแท่นบรรยายโมโหจนตัวสั่น
ทว่าเพิ่งก้าวพ้นห้องเรียนไป จางหยางกลับหยุดเท้าชะงักค้างไม่ไปต่อ หลินอวี้ในตอนนี้ยังไม่รู้จักเขา หรือคิดจะวิ่งไปอยู่หน้าเธอแล้วบอกว่า ‘เฮ้ ฉันเป็นชายที่เธอรักจะเป็นจะตายในอนาคต มา เรามารักกันเถอะ!’
ไม่ถูกมองว่าเป็นคนบ้าก็ประหลาดแล้ว!
อดทนไว้ก่อน ในอดีตหลินอวี้จะเริ่มเล่นเกมหลังจาก ‘เดอะ มิราเคิล ออฟ ก๊อด’ เปิดตัวไปแล้วหนึ่งปี ในตอนนี้คงทำได้เพียงแค่รอเท่านั้น
จางหยางถอนหายใจออกมา ขณะหมุนตัวคิดว่าจะกลับเข้าห้องเรียน เหลือบเห็นสาวงามคนหนึ่งยืนเท้าเอว ใบหน้าดุร้ายราวมารปีศาจยืนขวางอยู่หน้าประตูห้องเรียน ท่าทางราวจะกินคนทั้งเป็น
“จาง..... หยาง!” อาจารย์สาวสวยขบเขี้ยวเคี้ยวฟันเรียกชื่อของจางหยาง มือทั้งสองข้างเดี๋ยวกำเดี๋ยวแบไม่หยุด แรงระเบิดเต็มสิบ
จางหยางเพิ่งมองเห็นชัดว่าแท้จริงแล้วนี่คืออวี๋ลี่ อาจารย์สาวที่วันข้างหน้าจะมีความสัมพันธ์ข้ามคืนกับเขา เขาในตอนนั้นเมาเละเทะ ไม่มีความรู้สึกอะไรเท่าไหร่ แต่ตอนนี้เวลานี้กลับจำได้ชัดเจนว่าเรือนร่างของเธอมีเสน่ห์เย้ายวนขนาดไหน ส่วนโค้งนูนคู่นั้นที่ซ่อนอยู่ใต้เสื้อผ้ามีขนาดชวนให้คนแตกตื่นเพียงใด
ขณะมองลำคอขาวราวหยกสวยของเธอ สายตายังอดกวาดมองไปยังส่วนนูนสูงที่ซุกซ่อนเอาไว้ไม่ได้ จางหยางยากที่จะใช้สายตาแบบนักเรียนมองอาจารย์สาวสวยซ่อนเสน่ห์คนนี้ ภาพที่ทั้งสองคน ‘สู้รบ’ กันราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเบื้องหน้า พาให้เขาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกปากคอแห้งแววตาทอประกายแฝงเลศนัยขึ้นมา ความเคารพนบนอบลดลง
เขายิ้มเห็นฟันพูด “อาจารย์ ผมจะไปห้องน้ำ”
อวี๋ลี่โมโหจนแทบจะบ้าอยู่แล้ว!
เจ้าเด็กนั่นไม่เพียงแต่ไม่ขออนุญาตสักคำก็พุ่งออกนอกห้องทั้งที่เป็นช่วงเวลาเรียน ซ้ำยังใช้สายตารุกรานเปี่ยมความหมายมองบนมองล่างประเมินเธอ ทำให้เธอรู้สึกราวกับตนเองไม่ได้ใส่เสื้อผ้า ถูกฝ่ายตรงข้ามมองเสียทะลุปรุโปร่ง
พวงแก้มทั้งสองข้างแดงก่ำขึ้นมาด้วยความโกรธ อวี๋ลี่ชี้นิ้วอย่างรุนแรงออกไปนอกประตู พูด “รีบๆ ไปเลย”
จางหยางรีบรับคำ วิ่งจากไปอย่างรวดเร็ว
วนไปวนมานอกห้องเรียนสักครู่ จางหยางจึงกลับเข้าไปในห้องเรียนอีกครั้ง กล่าวขออนุญาตแล้วนั่งลงยังที่นั่งเดิม เมื่อเงยหน้าขึ้นมองกลับเห็นว่าอวี๋ลี่ยังโกรธไม่หาย แม้ใบหน้างามจะขึงขัง ผิวขาวราวกับหยก พวงแก้มแดงระเรื่อกลับชวนให้หลงใหล
อวี๋ลี่แต่เดิมก็เป็นหญิงสาวที่สวยมากคนหนึ่ง ปกติแล้วเป็นที่หมายปองของนักเรียนชายทั้งหลาย ยิ่งตอนนี้ที่หน้าตางดงามแต่ทำท่าทางเคร่งขรึม ยิ่งทำให้นักเรียนชายทั้งหลายมองจนต้องแอบน้ำลายไหล แต่ก่อนจางหยางก็เป็นหนึ่งในนักเรียนที่ชื่นชอบอวี๋ลี่ เพียงแต่ภายหลังภารกิจรัดตัว จึงค่อยๆ ลืมเลือนช่วงเวลาที่เป็นหนุ่มน้อยแอบรักในสมัยเป็นนักเรียนไปแล้ว
เขาแอบคิดเงียบๆ ‘อวี๋ลี่สวยขนาดนี้ ทำไม่ถึงไปเป็นหญิงขายบริการ น่าเสียดายจริงๆ ถ้ามีโอกาสจะต้องช่วยเหลือเธอให้ได้’
สองคาบเรียนผ่านไปอย่างรวดเร็ว อวี๋ลี่ประกาศให้เลิกเรียนได้ ก่อนจากไปเธอยังจ้องจางหยางด้วยสายตาดุๆ ก่อนหนึ่งทีแล้วจึงหมุนตัวออกไปจากห้องเรียน
พออาจารย์จากไปปุ๊บ นักเรียนที่เหลือก็พากันเสียงดังโหวกเหวกปั๊บ
“จางหยาง หลังเรียนจบนายคิดจะทำอะไร” หลี่ซั่งหย่วนส่งสมุดรายชื่อให้จางหยาง ตอนเรียนจบทุกคนจะแลกเปลี่ยนวิธีการติดต่อกันไว้เพื่อสะดวกในการติดต่อกันภายหลัง
จางหยางรับสมุดรายชื่อมา เขียนเบอร์โทรศัพท์ที่บ้านลงไปพูด “น่าจะเป็นนักเล่นเกมมืออาชีพ”
“นักเล่นเกมมืออาชีพ?” เจ้าอ้วนคนหนึ่งขยับเข้ามา เขามีชื่อว่าเจ้าเสี่ยวซง ชื่อจริง ‘อ้วนเตี้ยน้อย’ พูด “เล่นเกมหรือ หาเงินได้หรือเปล่า”
“เกมอื่นฉันไม่รู้ แต่ถ้าเป็น ‘เดอะ มิราเคิล ออฟ ก๊อด’ ล่ะก็มีโอกาสหาเงินได้ก้อนโตเลยแหละ” โจวเสี่ยงผู้มีรูปร่างสูงผอมเข้าร่วมวงสนทนา “ฉันมีญาติคนหนึ่งทำงานอยู่ที่บริษัทดรีมไซแอนซ์แอนด์เทคโนโลยี ตามที่เขาเล่าให้ฟัง หมวกแสดงผลของเกม ‘เดอะ มิราเคิล ออฟ ก๊อด’ ขายไปกว่า 500 ล้านชิ้นแล้ว”
“หมวกแสดงผลของเกมอะไร” มีคนเดินมาร่วมวงเพิ่ม เอ่ยถามออกมา
“ชิ! หรือว่านายไม่ได้ดูโทรทัศน์ ไม่เล่นเน็ตเลย ตอนนี้โฆษณาของ ‘เดอะ มิราเคิล ออฟ ก๊อด’ ว่อนทั่วไปหมด เกมแรกในประวัติศาสตร์ที่ใช้เทคโนโลยี IM ต้องสแกนคลื่นสมองเพื่อเข้าเกม บอกลาเกมแบบเดิมๆ ทิ้งไป เพียงแค่มีหมวกแสดงผล[footnoteRef:6]ของเกม ไม่ว่าที่ไหนเมื่อไหร่ก็เล่นเกมได้ ภายในของบริษัทดรีมไซแอนซ์แอนด์เทคโนโลยีเขาทดลองเล่นกันเป็นการภายในมาสิบกว่าปีแล้ว ในที่สุดก็กำหนดเปิดตัวอย่างเป็นทางการปีนี้” พวกคลั่งเกมคนหนึ่งพูดใส่อารมณ์ [6: หมวกแสดงผล (helmet) ในเกมนี้เป็นหมวกที่ใช้แสกนคลื่นสมองเพื่ออ่านค่าของผู้เล่น เช่น น้ำหนัก ส่วนสูง ใบหน้า เพื่อนำไปสร้างเป็นตัวละครเสมือนจริง]
“สนุกขนาดนั้นจริงหรอ ถ้างั้นฉันจะไปซื้อหมวกแสดงผลของเกมนี้มาลองบ้าง”
“มาๆๆ นับกันหน่อย มีกี่คนจะเล่นเกม ‘เดอะ มิราเคิล ออฟ ก๊อด’ มาลงชื่อกัน เอาไว้ตั้งกิลด์ของห้องเรา วันหลังจะได้ไปบุก ‘เดอะ มิราเคิล ออฟ ก๊อด’ ด้วยกัน
....................................................................