Miracle of God เทพนักรบผู้พิทักษ์

Miracle of God เทพนักรบผู้พิทักษ์: Chapter 003 ตอนที่ 3

#3Chapter 003

บทที่ 3 เพื่อนตาย

เวลาเจ็ดแปดวันผ่านไปอย่างรวดเร็ว จางหยางรับปริญญาเรียบร้อยแล้วกลับมาอยู่ที่บ้าน ระหว่างทางกลับบ้านก็แวะซื้อหมวกแสดงผลของเกมติดมือมาด้วย ตอนนี้ทุกอย่างเตรียมพร้อมเสร็จสรรพ เหลือเพียงรอให้ ‘เดอะ มิราเคิล ออฟ ก๊อด’ เปิดตัวเท่านั้น จากข้อมูลที่ในเว็บทางการประกาศไว้ วันที่ 30 เดือนนี้ ‘เดอะ มิราเคิล ออฟ ก๊อด’ จะเปิดตัวพร้อมกันทั่วโลก

‘ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!’ เสียงเคาะประตูดังขึ้น

บ้านของจางหยางไม่ใช่ไม่มีกริ่งประตู แต่ของเล่นนั่นมันเป็นของเก่าตั้งแต่สิบกว่าปีก่อนแล้ว และมันก็ได้พังไปตั้งแต่หลายปีก่อน

“ใครน่ะ?” จางหยางเดินไปที่ประตู มองลอดออกไปด้านนอกผ่านช่องตาแมว

คนอ้วนคนหนึ่งยืนอยู่หน้าประตู เหงื่อไหลท่วมศีรษะ ใช้มือแทนพัดโบกไปมาไม่หยุด

มองเห็นร่างคนที่คุ้นเคย จางหยางอดตื่นเต้นดีใจไม่ได้ รีบเปิดประตู ยิ้มแล้วพูดว่า “เจ้าอ้วนหาน ไม่เจอกันนานเลยนะ”

หานกวงตกใจในความกระตือรือร้นของจางหยาง พูดสัพยอก “พี่อ้วนคนนี้ไม่ได้ติดเงินนายสักหน่อย จะตื่นเต้นหาอะไรมิทราบ เอ๋! เอ๋! เอ๋! เจ้าเด็กนี่ไม่ใช่ว่านายกลายเป็นพวกรักร่วมเพศไปแล้วหรอกนะ”

หานกวงกับจางหยางเป็นเพื่อนตายที่รู้จักกันตั้งแต่ตอนเป็นเด็กน้อยใส่กางเกงก้นเปิดอยู่เลย ทั้งสองคนเรียนหนังสือด้วยกันตั้งแต่ชั้นประถม มัธยมต้น ยันมัธยมปลาย พากันไปทะเลาะวิวาทจนคบหากันสนิทสนม ต่อมาภายหลังจางหยางสอบติดมหาวิทยาลัย หานกวงกลับเริ่มเข้าสู่สังคมทำงาน เรื่องนี้ไม่กระทบต่อความสัมพันธ์ของทั้งคู่ ทว่าจางหยางรู้ดีว่าอีกหนึ่งปีให้หลังหานกวงจะไปก่อเรื่องทะเลาะวิวาทข้างถนนจนบาดเจ็บหนัก สุดท้ายเสียชีวิตระหว่างทางก่อนถึงโรงพยาบาล

ในตอนนั้นเรื่องนี้ส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อจางหยาง ทำให้เขายิ้มไม่ออกไปถึงครึ่งค่อนปี

‘ในชาตินี้ไม่ว่ายังไงก็จะไม่ยอมให้เจ้าอ้วนนี่เกิดเรื่องไม่คาดคิดขึ้นอีก’ จางหยางสาบานในใจ ใบหน้ากลับปรากฏรอยยิ้ม ทำตนเองให้ดูราวกับปกติดีไม่มีอะไรเกิดขึ้นพูดว่า “วันนี้ไม่ใช่วันหยุดสักหน่อย ทำไมนายมาโผล่ที่นี่”

ด้วยจิตใต้สำนึก จางหยางไม่อยากให้ใครรู้เรื่องที่ตนย้อนเวลากลับมาห้าปี เหตุผลข้อแรกคือ นี่เป็นเรื่องที่ฟังดูแล้วเหลือเชื่อ ข้อสองหากเรื่องนี้เปิดเผยออกไปอาจโดนจับไปเป็นหนูทดลองได้ ดังนั้นเก็บไว้คนเดียวในใจตลอดไปดีที่สุด

หานกวงเบะปากพูด “พักผ่อนตูดแกสิ ฉันออกแล้ว ไอ้ผู้จัดการสารเลวนั่นมันเป็นสัตว์เดรัจฉานชัดๆ คิดแต่จะเอาเปรียบผู้หญิงทั้งวันทั้งคืน เมื่อวานฉันเห็นมันกำลังลวนลามพนักงานหญิงที่เพิ่งเข้าใหม่ ตอนนั้นฉันอดใจไม่ไหว คว้าตัวมันได้ก็อัดไปยกหนึ่ง สรุปทั้งฉันและพนักงานหญิงที่เข้าใหม่คนนั้นโดนไล่ออก”

จางหยางส่ายศีรษะพูด “พนักงานหญิงคนนั้นโทษนายหรือเปล่าว่าทำให้เธอลำบาก บอกว่านายยุ่งเรื่องชาวบ้าน”

“เอ๊ะ! ทำไมนายเดาถูก” หานกวงอุทานด้วยความแปลกใจ “สมองของยัยผู้หญิงนั่นสงสัยจะโดนลาถีบกระจายหมดแล้ว พี่ชายตั้งใจช่วยแท้ๆ ดั๊นมาโทษกันได้ ถ้าเกิดฉันไม่ช่วยนะ รับรองเธอต้องถูกไอ้ผู้จัดการเย็ดหมานั่นทำ.....”

จางหยางหัวเราะในใจ เขาเดาถูกเสียที่ไหนล่ะ หานกวงเป็นคนเล่าเรื่องนี้ให้เขาฟังเองเมื่อชาติที่แล้ว จางหยางตบบ่าเขาพลางพูด “โลกนี้มันเย็ดหมาแบบนี้แหละ!”

หานกวงถอนหายใจออกมาหนึ่งที “พูดไม่ผิด แม่มันเถอะโลกนี้แม่งโคตรเย็ดหมาเลย!”

หลังจากทั้งสองคนเข้ามาในห้อง หานกวงเดินไปหยิบเบียร์ออกมาขวดหนึ่งจากตู้เย็นอย่างไม่เกรงใจแม้แต่นิด เปิดฝาขวดด้วยฟัน เอาขวดจ่อปากกระดกสองสามทีหมดขวด ดื่มรวดเดียวเยอะๆ ราวกับวัวดื่มน้ำก่อนจะเช็ดปากแล้วพูด “เยี่ยม!”

จางหยางนั่งลงตรงข้ามเขาพูดว่า “ถ้างั้นต่อไปนายคิดจะทำงานอะไร?”

“ที่ฉันมาวันนี้เพราะมีเรื่องจะมาบอกนาย” หานกวงพูดมีเงื่อนงำ “นายเคยได้ยินเรื่อง ‘เดอะ มิราเคิล ออฟ ก๊อด’ รึเปล่า?”

“ใช่ ‘เดอะ มิราเคิล ออฟ ก๊อด’ ที่โฆษณาในทีวีทั้งวันนั่นมั๊ย?” จางหยางหัวเราะพลางพูด

หานกวงพลันกระตือรือร้นขึ้นมา “ถูกต้อง ‘เดอะ มิราเคิล ออฟ ก๊อด’ อันนั้นแหละ ฉันได้ยินญาติที่ขายหมวกแสดงผลของเกมเล่าให้ฟังว่าคนเล่นเกมนี้เยอะมาก เราสามารถรวยได้จากเกมนี้เลยนะ”

“อ่อ ทำยังไงถึงรวยล่ะ?” จางหยางจำได้รางๆ ว่าชาติที่แล้วหานกวงก็มาชวนเขาเล่น ‘เดอะ มิราเคิล ออฟ ก๊อด’ แบบนี้เหมือนกัน แต่ตอนนั้นเขาไม่สนใจ ตอนนี้กลับมาย้อนคิดดู ถ้าหากตอนนั้นฟังคำชักชวนของหานกวง เริ่มเล่น ‘เดอะ มิราเคิล ออฟ ก๊อด’ ตั้งแต่วันแรกที่เปิดตัวก็ไม่ต้องมานั่งเสียใจภายหลังแบบนี้แล้ว

หานกวงทำท่าราวกับคิดแผนการมาอย่างดีแล้วพูด “ญาติของฉันคนนั้นมีวิธี ว่ากันว่าพอเล่นเกมถึงเลเวล 20 ระบบจะเปิดบริการให้แลกเปลี่ยนเหรียญทองกับเงินจริงได้ ขอแค่เราเล่นเกมให้ได้เหรียญทองเยอะๆ ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่รวย”

“เจ๋งดีนี่ ฉันตัดสินใจแล้วว่าจะเล่นเกมนี้” จางหยางหัวเราะพลางพยักหน้าตกปากรับคำ ตอนนี้ในสมองเขามีวิธีการหาเงินมากมาย แนะนำเจ้าอ้วนนี่สักหน่อย รับรองว่าต้องหาเงินได้เยอะ ฟินจนแทบจะบินได้ กับเพื่อนฝูงแล้วเรื่องแค่นี้เขาไม่มีทางงุบงิบปิดบังไว้

หานกวงพูดด้วยความสุขล้นปรี่ “พวกเราสองคนพี่น้องร่วมแรงร่วมใจกัน จะต้องผ่านอุปสรรคทั้งหลายไปได้แน่ กวาดล้างศัตรูให้สิ้นซาก! ใช่แล้วหยางน้อย ถ้าเราหาเงินได้เยอะแล้วจะเอาไปทำอะไรกันดี เลี้ยงสาวสวยสวมบิกินี่สักสิบกว่าคนให้เต็มบ้านไปเลยดีมั๊ย เอาให้พี่อ้วนคนนี้มองจนเบื่อไปข้างนึงเลย”

“ไสหัวไป ไอ้ผีลามก!” จางหยางแกล้งโมโห

หานกวงกลับยิ้มกว้างแบบพวกบ้าตัณหา เผยฟันขาวราวหิมะทั้งสองแถวนั้นออกมา ความฝันอันงดงามที่เจ้าอ้วนนี่คิดไว้ตั้งแต่เด็กก็คือสร้างฮาเร็มที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากได้อ่านการ์ตูนเรื่อง ‘ราชา**’

“ใช่แล้ว” จางหยางแกล้งพูดแบบไม่ตั้งใจ “นายคิดจะเลือกเผ่าพันธุ์ไหน อาชีพอะไร”

“เผ่าเอลฟ์ จอมโจร” หานกวงตอบแบบไม่ลังเล แสดงให้เห็นว่าเข้าใจเกมนี้พอควร ไม่อย่างนั้นคงพูดสองคำนี้ออกมาไม่ได้

จางหยางไม่รู้ว่าชาติที่แล้วหานกวงเลือกอาชีพอะไร แต่จะเล่นอาชีพจอมโจรหรือ? จางหยางพูด “ฉันแนะนำให้นายเปลี่ยนเป็นอาชีพอื่น อืม... อาชีพฮันเตอร์น่าจะเหมาะกับนายมากกว่า”

“เพราะอะไร?” หานกวงถามด้วยความไม่เข้าใจ

“เพราะว่าบุคคลิกไม่ค่อยระมัดระวังของนายนั่น มันไม่เหมาะกับอาชีพจอมโจรที่ต้องการความปราดเปรียว ไม่แค่อาชีพจอมโจร อาชีพนักรบระยะประชิดก็ไม่เหมาะ นายเลือกเล่นฮันเตอร์เถอะ

อืม... เจ้าแห่งสัตว์ป่า[footnoteRef:1] มีสัตว์เลี้ยงคอยจับมอนอยู่ข้างหน้า นายยืนไกลๆ ยิงธนู ปลอดภัยกว่าเยอะเลย ลงดันก็ไม่เลว ทำดาเมจ[footnoteRef:2]ก็ไม่น้อย แถมยังมีสกิลเทพ ‘แกล้งตาย’ ไว้ลดค่าความเกลียดชัง[footnoteRef:3]ด้วย นี่มันเครื่องมือชั้นยอดในการไปบุกเบิกอาณาจักรใหม่เลยนะ” จางหยางร่ายมนต์ [1: เจ้าสัตว์ป่า (Beastmaster) ] [2: ดาเมจ (Damage) คือค่าความเสียหาย] [3: ค่าความเกลียดชัง (Hate) คือความเกลียดของมอนสเตอร์ต่อตัวละคร ยิ่งมีค่าความเกลียดชังสูงยิ่งตกเป้าหมายการโจมตีของมอนสเตอร์]

หานกวงคิดแล้วคิดอีก อดไม่ได้ต้องพยักหน้า รู้สึกว่าที่จางหยางพูดมาก็มีเหตุผล เขามองไปที่จางหยางแล้วพูด “คิดไม่ถึงว่านายก็รู้เยอะเหมือนกันนะนี่”

จางหยางยิ้มเล็กน้อยหาเหตุผลมาอ้าง “ในเมื่อคิดจะเล่นก็ต้องรวบรวมข้อมูลกันหน่อย เรื่องพวกนี้ฉันอ่านเจอมาจากในบอร์ดน่ะ”

“อ่อ” เจ้าอ้วนผู้ใสซื่อหลงเชื่อจางหยางทันที “อย่างนั้นฉันจะเปลี่ยนมาเล่นฮันเตอร์ดู”

“พอตัวละครของนายถึงเวล 5 ลองซื้อพอร์ตไวน์[footnoteRef:4]สักสองสามขวดไปให้ NPC[footnoteRef:5] ที่ชื่อว่า ‘ผู้ฒ่าขี้เมาสวอน’ ดูสิ” [4: พอร์ตไวน์ (Port Wine) คือไวน์ชนิดหนึ่งที่ผสมแอลกอฮอล์เพิ่มเข้าไปในขั้นตอนการผลิต ทำให้มีฤทธิ์แรงกว่าไวน์ทั่วไป ต้นกำเนิดจาก Douro Valley ประเทศโปรตุเกส] [5: NPC (Non-Player Character) ตัวละครที่ไม่ได้ถูกควบคุมโดยผู้เล่น]

“ทำไมหรอ”

“ฉันอ่านเจอมาว่า NPC ตัวนั้นเป็นตัวจ่ายเควสต์ลับของอาชีพฮันเตอร์น่ะ” จางหยางหาข้ออ้าง

“จริงหรอ?” หานกวงเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง

“ฉันเคยหลอกนายรึไง” จางหยางถาม

“ประจำ”

“เชี่ย! ครั้งนี้พูดจริง เชื่อฉันเถอะ” จางหยางรู้สึกคันมือยิกๆ อยากจะต่อยคนเหลือเกิน

เขายังจำได้ว่าในครั้งก่อนนั้น ตอนที่ฮันเตอร์เลเวลร้อยกว่าทำเควสต์ลับสำเร็จไปเจอบั๊กของระบบเข้าพอดี ทำให้นอกจากฮันเตอร์ที่ทำเควสต์ลับสำเร็จแล้ว สมาชิกในปาร์ตี้อีกหนึ่งคนที่อยู่ด้านข้างก็พลอยได้รางวัลไปด้วย เป็น ‘นกฟีนิกซ์’ สัตว์ในเทวตำนาน

นกฟีนิกซ์ไม่เพียงแต่มีค่าการโจมตีสูงยังใช้เป็นพาหนะได้ด้วย การได้นั่งบนนกฟีนิกซ์ที่มีเพลิงโหมลุกไหม้อยู่ มันจะทำเท่อวดชาวบ้านได้เบอร์ไหน! ทำให้ในตอนที่สองคนนั้นเรียกนกฟีนิกซ์มาที่กลางเมืองหลวง ผู้เล่นจำนวนมากจึงพากันมองดูด้วยสายตาเมามายลุ่มหลง

แต่น่าเสียดายที่เควสต์ลับนี้มีแค่ครั้งเดียวเท่านั้น นอกจากสองคนนั้นแล้วก็ไม่มีผู้เล่นคนไหนได้รับนกฟีนิกซ์อีก และเนื่องจากผู้เล่นที่ไม่ได้มีอาชีพฮันเตอร์จะใช้สัตว์เลี้ยงเป็นพาหนะได้แค่ในป่าเท่านั้น ในดันเจี้ยนหรือในสนามประลอง สถานที่เหล่านี้ไม่สามารถเรียกสัตว์พาหนะมาได้ ผลกระทบของปัญหานี้จึงไม่มาก ดังนั้นบริษัทเกมจึงไม่ยึดนกฟีนิกซ์ของเพื่อนร่วมปาร์ตี้ที่ไม่ได้ทำอาชีพฮันเตอร์คนนั้นคืนมา ปล่อยให้พลาดแล้วก็พลาดเลย

ครั้งนี้เป็นคราวของเขาและหานกวงที่จะต้องคว้าสัตว์เทวะอันแสนจะดึงดูดสายตานั่นมาไว้ในกำมือให้ได้ ในครั้งก่อนฮันเตอร์และเพื่อนสมาชิกในปาร์ตี้เป็นคนเกาหลี อย่างไรจางหยางก็ไม่เคยชอบคนเกาหลีมาแต่ไหนแต่ไร ถ้าแย่งได้ก็ต้องแย่งมา

“ตกลง ฉันจะเชื่อนายอีกครั้ง” หานกวงยอมรับคำแนะนำของจางหยาง “ใช่แล้ว นายซื้อหมวกแสดงผลของเกมรึยังล่ะ”

“ซื้อมาตั้งนานแล้ว แค่รอเวลาเปิดตัวนี่แหละ”

“เฮอะๆ ถ้าอย่างนั้นพวกเราไปดื่มที่ร้านอาหารฝั่งตรงข้ามกันหน่อยดีมั้ย พี่จะบอกอะไรให้ ที่นั่นมีสาวมาใหม่ หน้าตาดูดีใช้ได้ ดูเหมือนจะสนใจพี่อ้วนคนนี้อยู่เหมือนกัน ไปที่นั่นทีไรเธอมักส่งตาหวานให้พี่ประจำเลย”

“รีบๆ ไสหัวไปเลย มีครั้งไหนบ้างที่นายไม่พูดอย่างนี้”

“เจ้าเด็กนี่ บังอาจสงสัยในความหล่อเหลาของพี่! อ่อ... ว่าแต่นายจะเล่นอาชีพอะไรล่ะ”

“ถึงตอนนั้นนายก็รู้เองแหละ”

“ชิ! ทำเป็นแอ๊บเพื่อ ระวังจะโดนฟ้าผ่า!”

อีกหลายวันผ่านไป วันสุดท้ายของเดือนมิถุนายนก็มาถึงตามนัด

วันนี้ตอนเช้า เวลา 8 โมง 45 นาที ‘เดอะ มิราเคิล ออฟ ก๊อด’ ได้เปิดตัวพร้อมกันทั่วโลก เปิดให้ผู้เล่นสมัครไอดีเกม สร้างตัวละครกันก่อน พอ 9 โมง แปดเซิร์ฟเวอร์ใหญ่ทั่วโลกก็เปิดให้บริการ นี่เป็นการบ่งบอกว่าเกมที่เป็นดั่งมหากาพย์อันยิ่งใหญ่ก้าวข้ามยุคสมัยนี้ได้ผสานรวมเข้ากับชีวิตมนุษย์ทั้งหลายแล้ว

เมื่อสวมหมวกแสดงผลของเกม พลันมีกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ กระแสหนึ่งไหลทะลุผ่านเยื่อหุ้มสมองในพริบตา ก่อให้เกิดความรู้สึกที่บอกไม่ถูก จางหยางรออย่างสงบ เพียงสามสี่นาทีให้หลังสายตาพลันเปล่งประกายวูบขึ้นมา มีเสียงคุ้นเคยดังขึ้นที่ข้างหู

“ยินดีต้อนรับเข้าสู่โลกของ ‘เดอะ มิราเคิล ออฟ ก๊อด’ ”

“กำลังสร้างไอดี กรุณารอสักครู่”

“กำลังผสานไอดีเกมเข้ากับข้อมูลอัตลักษณ์บุคคลและคลื่นสมอง เกมนี้สามารถมีได้เพียงไอดีเดียวเท่านั้น ทุกครั้งที่ลงทะเบียนไม่จำเป็นต้องกรอกรหัสผ่าน ระบบจะอ่านคลื่นสมองของท่านเพื่อจับคู่กับไอดีโดยอัตโนมัติ”

“คำเตือน! แต่ละท่านสามารถมีตัวละครเพียงหนึ่งตัวเท่านั้น หากต้องการสร้างตัวละครใหม่จำเป็นต้องลบตัวละครเดิมเสียก่อน ภายในสิบห้าวันไม่สามารถสร้างตัวละครใหม่ได้อีก และภายในสามวันไม่อนุญาตให้ลบตัวละครที่เพิ่งสร้างขึ้นใหม่”

“สร้างไอดีสำเร็จ ยินดีต้อนรับสู่แผ่นดินใหญ่นอรันดา ท่านผู้กล้ามีพันธมิตรกำลังต้องการความช่วยเหลือจากท่านอยู่” เสียงไพเราะนุ่มนวลของหญิงสาวดังไปมาอยู่ข้างหู ขณะนี้จางหยางกำลังนึกถึงภาพอันแสนคุ้นเคย ภาพเผ่าปีศาจและเหล่าวิญญาณจำนวนมากบ้างหล่นลงมาจากฟ้า บ้างคืบคลานออกมาจากพื้นดิน มุ่งหน้าสู่เมืองอันแสนโดดเดี่ยวของเผ่าพันธุ์มนุษย์ บุกโจมตีเข้าไปอย่างโหดเหี้ยมอำมหิต

ภูมิหลังของ ‘เดอะ มิราเคิล ออฟ ก๊อด’ เป็นเรื่องราวที่เผ่าพันธุ์มนุษย์ร่วมมือกับเผ่าเอลฟ์ มนุษย์ครึ่งสัตว์ และคนแคระต่อสู้กับเผ่าปีศาจและเหล่าวิญญาณ จางหยางเคยดูอารัมภบทมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน จึงกดข้ามไปยังหน้าการสร้างตัวละครทันที

“กรุณาเลือกเผ่าพันธุ์” เสียงระบบซึ่งเป็นเสียงอันไพเราะนุ่มนวลของหญิงสาวพูด

“เผ่าพันธุ์มนุษย์”

“เผ่าพันธุ์มนุษย์ ยืนยัน!” เสียงนุ่มนวลของหญิงสาวพูดต่อ “กรุณาเลือกอาชีพ”

“นักรบ”

“อาชีพ ‘นักรบ’ ยืนยัน! กรุณาเลือกความเชี่ยวชาญ”

ทุกอาชีพมีการแยกความเชี่ยวชาญ เช่น นักรบมีสองประเภทคือ สายโจมตี และสายป้องกัน

“ป้องกัน” จางหยางยิ้มระลึกความหลัง

ชาติที่แล้วเขาเลือกอาชีพนักรบสายป้องกัน ครั้งนี้ก็ยังเลือกอาชีพเดิม ไม่เพียงเพราะเป็นอาชีพที่ชอบ แต่ยังเป็นเพราะเขาเข้าใจอาชีพนี้ดีที่สุด มีเควสต์ลับจำนวนมากที่เกี่ยวข้องกับแต่ละอาชีพ เควสต์ลับมีเพียงหนึ่งครั้งเท่านั้น ทำสำเร็จจะได้รางวัลก้อนโต แน่นอนว่าจางหยางมีความเข้าใจเกี่ยวกับเควสต์ลับของอาชีพนักรบเป็นอย่างดี ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจเลือกอาชีพนี้เหมือนเดิม

“ความเชี่ยวชาญ ‘ป้องกัน’ ยืนยัน!” เสียงนุ่มนวลของหญิงสาวพูดต่อ “กรุณาตั้งชื่อในเกมของท่าน”

“จ้านอวี้ (นักรบผู้พิทักษ์)”

“ชื่อ ‘จ้านอวี้’ ยืนยัน!”

เสียงจากระบบหยุดไปครู่หนึ่ง ภาพที่จางหยางเห็นพลันเปลี่ยนไป ปรากฏหน้าอินเตอร์เฟส[footnoteRef:8]ตัวละครที่มีรูปร่างหน้าตาคล้ายกับเขาขึ้นมา เสียงนุ่มนวลของผู้หญิงดังขึ้นอีกครั้ง “นี่คือหุ่นจำลองที่สร้างขึ้นมาจากลักษณะเฉพาะทางสรีระของคุณ คุณสามารถปรับเปลี่ยนหน้าตาได้ในตอนนี้” [8: อินเตอร์เฟส (Interface) ตัวประสานหมายถึง การเชื่อมต่อระหว่าง คอมพิวเตอร์ ที่ถ่ายโอนข้อมูลจากกันและกันได้ แต่มักนำมาใช้ในความหมายของ user interface ที่แปลว่า การติดต่อประสานระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์กับผู้ใช้ เช่น แป้นพิมพ์, จอภาพ ต่างก็เป็นตัวประสานกับผู้ใช้ทั้งสิ้น]

รูปร่างไม่สามารถปรับเปลี่ยนได้ แต่ปกติจางหยางมักออกกำลังกายอยู่เสมอ มีส่วนสูง 180 เซนติเมตร จึงมีรูปร่างที่สมบูรณ์แบบอยู่แล้ว เขาคิดสักครู่แล้วจึงปรับเปลี่ยนที่ใบหน้าเล็กน้อย บอกไม่ได้ว่าดูดีขึ้นหรือแย่ลง เพียงแต่ทำให้คนคุ้นเคยจำเขาได้ยากขึ้นเล็กน้อยเท่านั้น

เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย จางหยางจึงกดเลือก ‘ยืนยัน!’

“สร้างตัวละครเสร็จสมบูรณ์ กรุณารอสักครู่เพื่อเชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์ ระหว่างนี้ท่านสามารถตรวจสอบค่าสถานะต่างๆ ของตัวละคร ซึ่งจะช่วยให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีในเกมได้มากขึ้น ขอให้ท่านเล่นเกมอย่างมีความสุข”

หน้าอินเตอร์เฟสตัวละครปรากฏขึ้นเบื้องหน้าจางหยาง ตัวละครที่เขาเพิ่งสร้างขึ้นนั้นทั้งร่างสวมอุปกรณ์สวมใส่เน่าๆ ที่เอวพกดาบสั้น มีอาชีพเป็นนักรบสายป้องกัน แต่ดันไม่มีแม้กระทั่งโล่ จางหยางรู้ดีว่าต้องรอตัวละครถึงเลเวล 5 ทำเควสต์ทั้งหมดสำเร็จจึงจะได้รับโล่เกรดเหล็กสีดำ

ตอนนี้เขามีอุปกรณ์สวมใส่ 3 ชิ้น

[เกราะหุ้มหน้าอกสภาพชำรุด] (สีขาว, เกราะเหล็ก)

ค่าการป้องกัน (Defense: DEF): +1

เลเวลที่ต้องการ: 0

[เกราะหน้าแข้งสภาพชำรุด] (สีขาว, เกราะเหล็ก)

ค่าการป้องกัน (Defense: DEF): +1

เลเวลที่ต้องการ: 0

[ดาบสั้นสำหรับมือใหม่] (สีขาว, ดาบถือมือเดียว)

ค่าพลังการโจมตี (Attack: ATK): 1-3

ระยะระหว่างการโจมตี: 2 วินาที

เลเวลที่ต้องการ: 0

ระยะระหว่างการโจมตี คือ ความถี่ที่สามารถใช้อาวุธโจมตีหนึ่งครั้ง อาวุธประเภทกริชมีระยะห่างการโจมตีสั้นที่สุด อาวุธถือมือเดียวและอาวุธระยะไกลเป็นลำดับต่อมา ที่ช้าที่สุดคืออาวุธถือสองมือ

อุปกรณ์สวมใส่เกรดสีขาว เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ‘เกรดกระดานขาว’ นอกจากค่าการป้องกันแล้วอะไรก็ไม่เพิ่ม ค่าพลังโจมตียิ่งอ่อนจนแทบระเบิด เกรดสูงกว่าเกรดกระดานขาว คือ เกรดเหล็กสีดำเลเวล 1 ลำดับสูงขึ้นไปยังมีอีก 9 เกรด คือ เกรดทองแดงสีเขียว เกรดเงินสีขาว เกรดทองสีเหลือง เกรดทองสีม่วง เกรดวิญญาณ เกรดไร้ตัวตน เกรดนักบุญดิน เกรดนักบุญฟ้า และเกรดเทพเจ้า สิ่งนี้มีไว้เพื่อเติมเต็มความต้องการของผู้เล่นที่ชอบความ ‘แข็งแกร่งยิ่งขึ้น’

ค่าสถานะ (Status) โดยละเอียดของจางหยางมีดังนี้

[ผู้เล่น: จ้านอวี้]

เลเวล: 0

ค่าพลังชีวิต (HP): 50/50

ค่าความโกรธ (Rage): 0/100

ค่าการป้องกัน (Defense: DEF): 2

ค่ากำลังกาย (Vitality: VIT): 0

ค่าความแข็งแกร่ง (Strength: STR): 4

ค่าความเร็ว (Agility: AGI): 1

ค่าสติปัญญา (Wisdom: WIS): 0

ค่าพลังวิญญาณ (Spirit: SPR): 0

ค่าความโชคดี (Lucky: LUK): 0

ค่าโจมตีระยะประชิด (Malee Attack): 5-8

ระยะห่างระหว่างการโจมตี: 2 วินาที

ค่าโจมตีระยะไกล (Ranged Attack): ไม่มี

ค่ากำลังกาย ค่าความแข็งแกร่ง ค่าความเร็ว ค่าสติปัญญา และค่าพลังวิญญาณ คือสเตตัสพื้นฐาน 5 ชนิดของตัวละคร 

ค่ากำลังกาย: เพิ่มค่าพลังชีวิต (HP) โดยค่ากำลังกายทุก 1 แต้ม เพิ่มค่า HP ได้ 10 แต้ม

ค่าความแข็งแกร่ง: เพิ่มค่าโจมตีกายภาพ (PATK) ทุก 2 แต้มของค่าความแข็งแกร่งจะทำให้ความรุนแรงในการโจมตีจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อย

ค่าความเร็ว: เพิ่มความเร็วในการเคลื่อนไหวและอัตราการโจมตีกายภาพติดคริติคอล[footnoteRef:9]ของตัวละคร สำหรับจอมโจรและนักธนู ค่าความเร็วยังเพิ่มสกิลการโจมตีด้วย [9: การโจมตีติดคริติคอลคือ การโจมตีที่สร้างความเสียหายเพิ่มมากขึ้นกว่าปกติ]

ค่าสติปัญญา: เพิ่มค่าโจมตีเวท (MATK) ค่าพลังเวทสูงสุด (Max MP) และอัตราการโจมตีเวทติดคริติคอล โดยทุก 1 แต้มของค่าสติปัญญาจะเพิ่มค่าโจมตีเวท 1 แต้ม และทุก 1 แต้มของค่าสติปัญญาจะเพิ่มค่า Max MP 10 แต้ม

ค่าพลังวิญญาณ: ลดระยะเวลาการร่ายมนต์และเพิ่มความเร็วการฟื้นคืนค่าพลังเวท (Magic Power: MP)

ค่าความโชคดีเป็นสเตตัสที่ค่อนข้างพิเศษ ไม่สามารถเพิ่มได้จากอุปกรณ์สวมใส่ จะได้มาจากการทำเควสต์หลักหรือเควสต์ลับที่มีความยากสูงสำเร็จแล้วระบบให้เป็นของรางวัล สเตตัสนี้สามารถนำไปใช้ได้หลายอย่าง เช่นทำให้ค่าโจมตีของผู้เล่นเพิ่มขึ้นสามเท่า เรียกว่า ‘ลัคกี้สไตรก์’ (Lucky Strike)

ตัวละครทุกตัวที่เพิ่งเกิดใหม่ จะมีแต้มรวมของสเตตัสพื้นฐานทั้งหมด 5 แต้ม และเพราะว่านักรบไม่ต้องการค่าสติปัญญาและค่าพลังวิญญาณ ดังนั้นสองสเตตัสนี้จึงมีค่าเป็นศูนย์ นำคะแนนไปแบ่งให้กับค่าความแข็งแกร่งและค่าความเร็วแทน

ค่าความโกรธเป็นค่าที่มีเพียงอาชีพนักรบจึงจะมี ในขณะที่ไม่ได้สู้รบจะมีค่าความโกรธเป็นศูนย์ แต่เมื่อเข้าสู่การรบ นักรบจะสามารถเพิ่มค่าความโกรธได้ 1 แต้มในทุกวินาที โดยในการโจมตีทั่วไปค่าความโกรธจะเพิ่มขึ้น แต่จะเพิ่มขึ้นเท่าไหร่นั้น ขึ้นอยู่กับค่าดาเมจและเลเวลของตัวละครด้วย นอกจากนี้การใช้สกิลจำเป็นต้องใช้ค่าความโกรธ ด้วยเหตุนี้จึงมักเรียกการใช้สกิลกันว่า ‘ตัวระบายความโกรธ’

.....................................................................

devc-1b3c75c7-32954Miracle of God เทพนักรบผู้พิทักษ์: Chapter 003 ตอนที่ 3