Miracle of God เทพนักรบผู้พิทักษ์: Chapter 013 ตอนที่ 13
บทที่ 13 ตะลุยดันเจี้ยน
มังกรดำและยูนิคอร์นเป็นบอสในป่าที่มีเลเวล 150 ขึ้นไปทั้งคู่ แถมยังเป็นมอนสเตอร์ที่แข็งแกร่งที่สุดในมอนสเตอร์เลเวลเดียวกัน! ทว่าแม้จะต่อกรด้วยยาก แต่ก็ยังง่ายกว่าไปสู้กับคาลินาเยอะเลย
ส่วนคัมภีร์อมตะของเผ่าอันเดด...... จางหยางอยากจะบ้า!
คัมภีร์อมตะเป็นถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของเผ่าอันเดด เก็บรักษาไว้ที่หอคอยวิญญาณปีศาจ ซึ่งตั้งอยู่ในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของเผ่าอันเดด ด้านนอกไม่เพียงมีกองทัพขนาดใหญ่ประจำการอยู่ ด้านในยังมี ‘ราชันพ่อมด’ แมดวิช ผู้ซึ่งเป็นหัวหน้าราชันพ่อมดแห่งเผ่าอันเดดลำดับที่ 7 รักษาการณ์อยู่ด้วย นั่นคือบอสระดับเทพเลเวล 200 ขึ้นไป! คิดจะเอาคัมภีร์อมตะไปจากใต้หนังตาเขา...
ไม่ว่าจะพูดอย่างไร สำหรับจางหยางในตอนนี้อย่างไรก็ไม่มีทางทำเควสต์นี้ได้ ทำได้แค่โยนเรื่องนี้ทิ้งไปด้านข้างก่อน
สิ่งแรกที่จางหยางทำคือไปรับเควสต์ ‘ร่องรอยของคนในหลุมใต้ดิน’ ซึ่งเป็นเควสต์ก่อนเข้าดันเจี้ยนหลุมใต้ดินบังกา เควสต์นี้ง่ายมาก แค่ฆ่ามอนสเตอร์ซึ่งเป็นคนของหลุมใต้ดิน 20 ตัว เมื่อทำเสร็จแล้วก็ไปหาหัวหน้าทหารยามรักษาการณ์ ‘ธอร์’ คุณลุงวัยกลางคนคนนี้ตกใจขึ้นมาทันที ไม่อยากจะเชื่อว่ามีคนของหลุมใต้ดินมาโผล่ใกล้เมืองไวท์เจด
NPC ตัวนี้ก็เลยจ่ายเควสต์ลำดับต่อมา ‘หาแหล่งกบดานของมันให้เจอ’ จางหยางทำตามคำชี้แนะของเควสต์ มายังปากทางเข้าของดันเจี้ยน ‘หลุมใต้ดินบังกา’ ทำตามที่เควสต์ชี้แนะเรียบร้อย ก็กลับไปส่งมอบเควสต์ แล้วก็ได้รับเควสต์ต่อมาจากธอร์ ‘จู่โจมทันที’ และได้สิทธิ์ในการเข้าดันเจี้ยนหลุมใต้ดินบังกา
[จู่โจมทันที] (ระดับความยากของภารกิจ: ระดับ A)
คำอธิบายภารกิจ: คุณค้นพบแหล่งกบดานคนของหลุมใต้ดิน หาหัวหน้าของพวกมัน ‘ดาดาร์ดา’ แล้วจู่โจมทันที ฆ่าสิ่งมีชีวิตน่ารังเกียจเกะกะลูกตาพวกนี้ให้ตาย!
ความคืบหน้า: ฆ่าดาดาร์ดา 0/1
เควสต์นี้ไม่ได้กำหนดไว้ว่าให้ฆ่าดาดาร์ดาด้วยการเล่นโหมดไหน ดังนั้นถึงจะฆ่าบอสตายด้วยการเล่นโหมดความตาย รางวัลที่จะได้ก็ไม่ต่างกับฆ่าดาดาร์ดาด้วยการเล่นโหมดปกติ
จางหยางกลับมาที่ปากทางเข้าดันเจี้ยนหลุมใต้ดินบังกาอีกครั้ง พอดีเจอปาร์ตี้ที่มีสมาชิก 9 คนอยู่พอดี เมื่อเห็นจางหยางที่แบกโล่ไว้ด้านหลัง ก็มีคนกระซิบ[footnoteRef:1]มาทันที “ห้องใต้ดินบังกาโหมดปกติ มีอัศวินป้องกันเป็นเมนแทงค์[footnoteRef:2]แล้ว ขาดออฟแทงค์[footnoteRef:3] มามั้ย?” [1: กระซิบ (Whisper) เป็นระบบแชทใช้ในการส่งข้อความลับ โดยจะมีแค่ตัวเรากับตัวละครที่เราเลือกสองคนเท่านั้นที่จะเห็นข้อความ] [2: เมนแทงค์ (Main-tank) แทงค์ตัวหลัก] [3: ออฟแทงค์ (Off-tank) แทงค์ตัวรอง]
ผู้เล่นที่สามารถถือโล่ได้มีแค่นักรบป้องกันกับอัศวินป้องกันเท่านั้น ดังนั้นถึงแม้จางหยางจะไม่เปิดเผยข้อมูลตัวละคร ฝ่ายตรงข้ามก็สามารถรู้อาชีพของเขาได้
โหมดยากและโหมดความตายสามารถเล่นได้วันละครั้ง แต่โหมดปกติไม่ได้จำกัดจำนวนครั้งในการเล่น จางหยางต้องเก็บจำนวนครั้งไว้รอเจ้าอ้วนหานออนไลน์ค่อยลงดันพร้อมกัน ดังนั้นจึงเหลือแค่ลงดันโหมดปกติพร้อมปาร์ตี้เฉพาะกิจนี้แล้ว เขาคิดแล้วก็กระซิบตอบไป “เชิญฉัน!”
‘ติ๊ง! ผู้เล่นฮวาคู่ฉ่า (กางเกงในลายดอก) เชิญคุณเข้าร่วมปาร์ตี้ ตอบรับหรือไม่?’
‘ตอบรับ!’ จางหยางกดยืนยัน
‘ติ๊ง! คุณเข้าร่วมปาร์ตี้แล้ว หัวหน้าปาร์ตี้: ฮวาคู่ฉ่า โหมดการแบ่งไอเทม: แบ่งโดยปาร์ตี้’
โหมดการแบ่งไอเทมคือ เลือกวิธีการแบ่งไอเทมเกรดสีขาวขึ้นไปที่ดรอปจากการตีมอนสเตอร์ โหมดแบ่งโดยปาร์ตี้คือ ทุกคนทอยแต้มหากใครทอยได้แต้มสูงของก็เป็นของคนนั้น นี่เป็นวิธีที่ปาร์ตี้เฉพาะกิจมักเลือกใช้ในการแบ่งของ
นอกจากแบ่งโดยปาร์ตี้ ยังมีอีกสองแบบคือ แบ่งโดยหัวหน้า (หัวหน้าเป็นผู้ตัดสินใจว่าจะให้ไอเทมกับใคร) และเก็บได้อิสระ (ใครเก็บได้เป็นของคนนั้น)
จางหยางมองดู สามาชิกในปาร์ตี้ 9 คน ฮวาคู่ฉ่ากับอีก 3 คนมาจากกิลด์เดียวกัน ‘เอ้าซื่อ’ (ภูมิใจ) ส่วนอีก 5 คนที่เหลือ มี 2 คนมาจากคนละกิลด์ อีก 3 คนที่เหลือเหมือนจางหยางคือเป็นพวกไม่มีกิลด์
“เชี่ย! นักรบทำไมมีเลือดแค่ 350 โคตรกาก ฮวาฮวา เตะเขาออกไป!” ผู้เล่นคนหนึ่งที่ชื่อว่า ‘เอ้าซื่อฝ่าเสิน’ (เทพนักเวทแห่งเอ้าซื่อ) พอเห็นปริมาณเลือดของจางหยางก็รีบเปิดปากด่าออกมา
‘ติ๊ง! คุณถูกถอดออกจากปาร์ตี้!’ จางหยางได้รับการแจ้งเตือนอย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกันก็ถูกเตะออกจากปาร์ตี้
จางหยางอดมึนงงไม่ได้ คนของกิลด์เอ้าซื่อเผด็จการเอาแต่ใจมาก ไม่ถามสักคำก็เตะออกมาแล้ว ความโกรธปะทุขึ้นมาในใจ แต่ว่าเขาก็ส่ายศีรษะตามมาทันที ทำไมต้องไปถือสาหาความกับคนพวกนี้ ไม่จำเป็นต้องลดตัวลงไปเป็นคนโง่เหมือนคนพวกนั้น
ขณะกำลังคิดจะจากไป สายตาของจางหยางก็ถูกร่างของคนคนหนึ่งดึงดูดไว้ ฝ่ายตรงข้ามไม่ได้ปิดบังชื่อของตน ‘ไป่ฟาอีจง (ยิงร้อยนัดเป้าเดียว), คนแคระชาย, ฮันเตอร์เจ้าแห่งสัตว์ป่า, เลเวล 10’ ตัวหนังสือเหล่านั้นกระทบเข้ามาในรูม่านตา
เป็นเขา!
จางหยางจำได้ชัดเจนว่าในชาติที่แล้ว ฮันเตอร์เจ้าแห่งสัตว์ป่าคนนี้เป็นตัวละครที่เจ๋งมาก มีชื่อติดในสิบสุดยอดฮันเตอร์เจ้าแห่งสัตว์ป่า พูดถึงทักษะการเล่น พี่ชายคนนี้ยังไม่ถึงขนาดไม่มีคู่แข่ง แต่ช่วยไม่ได้ที่เขาโชคดีอย่างแรง ได้ลูกมังกรแดงมาเป็นสัตว์เลี้ยง
มังกรเป็นมอนสเตอร์ที่แข็งแกร่งที่สุดชนิดหนึ่งใน ‘เดอะ มิราเคิล อ๊อฟ ก๊อด’ แม้จะลดชั้นมาเป็นสัตว์เลี้ยงของผู้เล่น สูญเสียความสามารถในการฆ่าสิ่งมีชีวิตตายภายในกระบวนท่าเดียว แต่ก็ยังคงแข็งแกร่งเป็นที่สุด ไป่ฟาอีจงได้รับการช่วยเหลือจากมังกรตัวนี้ จึงประสบความสำเร็จมีรายชื่อติดสิบสุดยอดฮันเตอร์เจ้าแห่งสัตว์ป่า เป็นที่หนึ่งเหนือใคร ถูกผู้เล่นขนานนามว่า ‘นักล่ามังกร’ ทำเอาผู้เล่นฮันเตอร์ที่ได้นกฟีนิกซ์คนนั้นด้อยกว่าไปเลย
ส่วนเรื่องที่ไป่ฟาอีจงทำอย่างไรถึงได้มังกรมาเป็นสัตว์เลี้ยงนั้น เขาเก็บไว้เป็นความลับ ไม่เคยหลุดออกมาแม้แต่นิด ภายหลังแม้ว่าผู้เล่นฮันเตอร์จะพยายามค้นหาวิธีว่าทำอย่างไรจึงจะได้สัตว์เลี้ยงที่แข็งแกร่งขนาดนี้มาบ้าง แต่ก็ไม่ได้อะไรขึ้นมาเลย ‘นักล่ามังกร’ ตลอดมาก็มีเพียงเขาคนเดียวเท่านั้น!
ทว่าตอนนี้คนดังในอนาคตคนนี้ยังห่างจากช่วงเวลานั้นอีกนาน ข้างกายมีแค่หมูสีขาวที่ส่ายก้นไม่หยุด ใบหน้าก็ไม่มั่นใจในตนเองเหมือนตอนที่ดังแล้ว มองแล้วไม่แตกต่างจากผู้เล่นทั่วไป
จางหยางไม่คิดว่าแค่วันที่สองที่เล่นเกมก็จะได้เจอคนดังในอนาคต เขาพลันมีความคิดหนึ่งขึ้นมา ถ้าหากดึงไป่ฟาอีจงมาเป็นลูกทีมได้ ความฝันที่จะไปพิชิตลีกอาชีพคลาส S ก็จะก้าวหน้าไปก้าวโตเลย
อีกทั้งตอนนี้ไป่ฟาอีจงยังไม่ดัง เป็นช่วงเวลาที่เหมาะในการดึงมาเป็นพวกที่สุด
“เฮ้ พวกเรายังขาดคนอยู่ดี จะถือว่าพานายเล่นละกัน” ฮวาคู่ฉ่ากระซิบมาอีกครั้งอย่างกะทันหัน ขณะเดียวกันก็ส่งคำเชิญเข้าร่วมปาร์ตี้มาด้วย
ปฏิกิริยาแรกของจางหยางคือปฏิเสธ แต่สายตาเหลือบไปเห็นไป่ฟาอีจงเข้า เลยเปลี่ยนความตั้งใจทันที กด ‘ตอบรับ’ แทน
เมื่อกลับเข้ามาในปาร์ตี้อีกครั้ง จางหยางจึงมีเวลาดูส่วนผสมทางอาชีพของปาร์ตี้นี้: อัศวินป้องกัน 1 คน (เมนแทงค์), อัศวินนักบวช (ตัวฮีล), ฮันเตอร์ 2 คน (ตัวทำดาเมจ), จอมโจร 2 คน (ตัวทำดาเมจ), นักเวท 2 คน (ตัวทำดาเมจ), นักบวช (ตัวฮีล)
ปริมาณเลือดของอัศวินป้องกันสูงมาก มีถึง 700 แต้ม! แต่ว่าด้วยสายตาที่ได้จากประสบการณ์การเล่นเกม 3 ปีของจางหยาง มองแค่แวบเดียวก็รู้ว่าแทงค์อาชีพอัศวินชื่อว่า ‘ซยงเหมาไจ้หรานเซา’ (ขนหน้าอกกำลังไหม้) ที่มาจากกิลด์เอ้าซื่อเหมือนกันคนนั้น มีโล่อย่างเดียวที่เป็นเกรดเหล็กสีดำ ส่วนที่เหลือเป็นกระดานขาวทั้งหมด
อุปกรณ์สวมใส่เกรดกระดานขาวนอกจากค่าการป้องกันแล้วก็ไม่เพิ่มค่าสถานะอื่นอีก ปริมาณเลือดของอัศวินคนนี้เพิ่มมาจากค่าสถานะอิสระล้วนๆ หรือจะพูดได้ว่าเขาเอาค่าสถานะที่ได้มา 50 แต้มจากการขึ้นเลเวล 10 ไปเพิ่มที่ค่ากำลังกายทั้งหมด บวกกับค่าสถานะที่จะเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเวลาเลื่อนเลเวล และค่าพลังชีวิตที่ติดตัวมาตอนเกิด 50 แต้ม ทั้งหมดรวมเป็น 650 แต้มแล้ว
และเมื่อมาคิดรวมกับค่ากำลังกาย 5 แต้ม ที่ได้มาจากโล่เกรดเหล็กสีดำ ก็จะรวมกันเป็น 700 พอดี
วิธีการที่เอาแต้มทุกอย่างไปทุ่มที่ค่ากำลังกายทั้งหมด เรียกกันว่า ‘การเพิ่มแต้มแบบกระทิงเลือด’ ในช่วงแรกๆ ของเกม อุปกรณ์สวมใส่จะยังไม่ช่วยเสริมความแข็งแกร่งเท่าไหร่ ค่าสถานะอิสระจึงเป็นหลักสำคัญในการเพิ่มค่าสถานะของผู้เล่นให้แข็งแกร่งมากขึ้น แต่ว่าตั้งแต่เกรดทองแดงสีเขียวขึ้นไป ค่าสถานะที่ได้มาจากอุปกรณ์สวมใส่ ก็จะไล่ตามค่าสถานะที่ได้มาจากค่าสถานะอิสระทันแล้ว และเมื่ออัพเป็นเกรดเงินสีขาวขึ้นไปก็จะเพิ่มความแข็งแกร่งแซงหน้าค่าสถานะอิสระเรียบร้อย ยิ่งอัพเกรดขึ้นไปมากขึ้นเท่าไหร่อุปกรณ์สวมใส่ก็จะยิ่งช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้ตัวละครได้มากขึ้นเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม ตำแหน่งแทงค์ไม่ใช่แค่ต้องต้านมอนสเตอร์ให้อยู่เท่านั้น แต่ยังต้องผูกความเกลียดชังไว้กับตัวให้ได้อีกด้วย ไม่อย่างนั้น ถ้าบอสไปฆ่าคนอื่นหมดเสียก่อน คุณเลือดเยอะ แล้วเลือดคุณสู้กับบอสได้หรือไม่?
อาวุธของแทงค์อาชีพอัศวินคนนี้เป็นค้อนถือมือเดียวเกรดสีขาวที่ซื้อตอนขึ้นเลเวล 10 ค่าโจมตีน่าจะอยู่ประมาณ 7-13 แต่เขาเป็นพวกเพิ่มแต้มแบบกระทิงเลือด ไม่ได้เพิ่มค่าสถานะอิสระไปที่ค่าความแข็งแกร่งเลย ดังนั้นค่าความแข็งแกร่งของเขาเต็มที่ก็มีแค่ 15 แต้ม ค่าโจมตีระยะประชิดเมื่อคิดออกมาแล้วก็ได้แค่ 22-28 แต้มเท่านั้น
มอนสเตอร์เลเวล 10 มีค่าการป้องกันพื้นฐาน 10 แต้ม มอนสเตอร์ระดับชั้นสูงมี 15 แต้ม ระดับบอส 20 แต้ม กระทั่งตีมอนชั้นสูงยังทำดาเมจได้แค่ 7-13 แต้ม ถ้าตีบอสดาเมจที่ทำได้ก็จะเหลือแค่ 2-8 แต้มเท่านั้น แบบนี้ถ้ายังผูกความเกลียดชังไว้ได้ก็เท่ากับเจอผีหลอกแล้ว!
เปรียบเทียบดูสักหน่อย แค่ดาบรบเหล็กบริสุทธิ์ของจางหยางก็ทำดาเมจได้ 16-24 แต้มแล้ว บวกกับค่าความแข็งแกร่งที่สูงถึง 60 แต้ม ดังนั้นโจมตีระยะประชิดทีหนึ่งก็ทำดาเมจได้สูงถึง 76-84 แต้มแล้ว พูดได้แค่ว่า ‘โคตรน่ากลัว!’
“นักรบกาก อีกแป๊บก็หัดเรียนรู้หน่อยนะ พวกเราใจดีจะแบกนายไปด้วย อย่าทำพังพาพวกเราตายไปด้วยล่ะ” เอ้าซื่อฝ่าเสินยังคงพล่ามไม่หยุด
“คนพวกนี้ปากหมา อย่าไปเสียอารมณ์เลย” มีคนกระซิบมาหาจางหยาง พอมองดูก็เห็นว่าคนส่งคือ ไป่ฟาอีจง
เขาอดยิ้มไม่ได้ กำลังคิดอยู่เลยว่าจะผูกสัมพันธ์กับเขาอย่างไรดี จึงรีบตอบกลับ “อืม จะคิดว่าพวกนั้นกำลังตด!”
“ฮ่าๆ พูดถูก คิดซะว่าเป็นพวกเด็กตูดหมากลุ่มนึงละกัน!” ไป่ฟาอีจงตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว
“คนครบแล้ว พวกเราเข้าไปในดันกันได้แล้ว เวลามีค่า!” ฮวาคู่ฉ่าพูดขึ้นมาในช่องแชทของปาร์ตี้ “เร็วๆ เข้า”
ทั้งสิบคนทยอยเข้าไปในดันเจี้ยน ทันใดนั้นภาพเบื้องหน้าของคนทั้งกลุ่มก็เปลี่ยนไป เป็นหลุมใต้ดินที่มืดมิดมีแสงเพียงริบหรี่ ห่างจากทางเข้าไม่ไกลมีคนของหลุมใต้ดิน 6 ตัว ร่างกายและผิวหนังเป็นสีเขียว หลังงุ้มงอ ไม่มีดวงตา แต่ใบหูสองข้างกลับใหญ่โตผิดปกติ
[ทหารยามรักษาการณ์] (ชั้นสูง)
เลเวล: 10
ค่าพลังชีวิต: 5000
“ต้าเหมา ไป!” ฮวาคู่ฉ่าพูดในช่องแชทของปาร์ตี้ “นักรบป้องกันเตรียมตัวให้ดี เกิดมีคน OT ขึ้นมาจะได้รับช่วงจัดการต่อ! นักบวชกับอัศวินนักบวชคอยฮีลตัวแทงค์!”
OT คือ การทำค่าความเกลียดชังสูงกว่าเป้าหมายปัจจุบันของมอนสเตอร์ ซึ่งส่วนใหญ่หมายถึง ตัวแทงค์ทำให้มอนสเตอร์เปลี่ยนเป้าโจมตี
นักรบป้องกันและอัศวินป้องกัน ถึงแม้จะเป็นตัวแทงค์ทั้งคู่ แต่วิธีการโจมตีหลักของทั้งสองอาชีพกลับแตกต่างกัน
สกิลของอัศวินป้องกันส่วนใหญ่เป็นการโจมตีวงกว้าง จึงเหมาะกับการสู้ในสถานการณ์ที่มีมอนสเตอร์ตัวเล็กอยู่กันเป็นกลุ่ม นอกจากนั้นการต้านทานเวทก็ค่อนข้างดี เวลาเจอบอสที่ใช้พลังเวทก็จะทำผลงานได้ดี ส่วนนักรบป้องกันจะแข็งแกร่งในด้านดึงดูดความเกลียดชังของมอนสเตอร์ไว้กับตัว เหมาะกับการลากมอนสเตอร์เดี่ยว และบอสที่ใช้การโจมตีกายภาพ
มือซ้ายของซยงเหมาไจ้หรานเซาถือโล่ มือขวาถือค้อนศึก เดินขึ้นไปข้างหน้าเพียงไม่กี่ก้าวก็ยกมือซ้ายขึ้นมา แล้วโยนโล่ออกไป
นี่ไม่ใช่การโยนของมีค่าทิ้งไป แต่เป็นสกิลของอัศวินป้องกัน ‘โล่บิน’ โจมตี 3 เป้าหมายในครั้งเดียว สร้างความเสียหายกายภาพ 100% ของค่าความแข็งแกร่ง
.....................................................................