Miracle of God เทพนักรบผู้พิทักษ์

Miracle of God เทพนักรบผู้พิทักษ์: Chapter 010 ตอนที่ 10

#10Chapter 010

บทที่ 10 ตระกูลอันธพาล

ขณะนี้จางหยางมีสองสกิลที่สามารถอัพเลเวลได้ แต่ว่าสกิล ‘โจมตีรุนแรง’ นั้นถึงแม้จะอัพจนเต็มแล้วก็เพิ่งจะมีอัตราการโจมตีพิเศษแค่ 50% เท่านั้น ต้นทุนที่ใช้ในการดำเนินการแพงเกินไป! จางหยางจึงไม่ลังเลใดๆ ทั้งสิ้น นำแต้มสกิลอันล้ำค่าเป็นที่สุดนั้นเพิ่มไปที่สกิลเทพ ‘ป้องกัน’ ทันที

[ป้องกัน] (เลเวล 2): ยกโล่ของคุณขึ้นมาป้องกันการโจมตีจากด้านหน้าของศัตรู 1 ครั้ง อยู่ได้ 1 วินาที หากป้องกันการโจมตีสำเร็จ จะสร้างความเสียหายจากค่าความแข็งแกร่ง 100% ต่อเป้าหมาย และสร้างค่าความเกลียดชังจำนวนมาก คุณจะได้รับค่าความโกรธเล็กน้อย ระยะเวลาคูลดาวน์: 9 วินาที ต้องการ: โล่

ระยะเวลาคูลดาวน์ของสกิล ‘ป้องกัน’ สั้นลง ไม่เพียงแต่เพิ่มการป้องกันการโจมตีได้ ที่สำคัญยิ่งกว่าคือ เพิ่มอัตราการใช้สกิล ‘โจมตีด้วยโล่’ ให้มากขึ้นอีกด้วย นี่ถึงจะเป็นสิ่งที่จางหยางให้ความสำคัญ!

จางหยางทำภารกิจที่คุ้มค่าของหมู่บ้านผู้เล่นใหม่เรียบร้อยหมดแล้ว เป้าหมายต่อไปคือขึ้นสู่เลเวล 10 หลังจากนั้นก็ไปเมืองหลวง

ตอนนี้จางหยางไม่มีวิธีอื่น ทำได้แค่ตีมอนอัพเวลอย่างเดียวเท่านั้น เขามาถึงหุบเขาเพลิงที่มีผู้เล่นน้อยที่สุด ตั้งใจว่าจะอยู่ที่นี่จนถึงเลเวล 10 ตอนนี้เขามีสกิล ‘กวาดตามแนวนอน’ ที่ใช้ในการโจมตีวงกว้างแล้ว ทำให้ความสามารถในการตีมอนสเตอร์ของเขาเพิ่มขึ้นมาอีกระดับหนึ่งทันที ทิ้งห่างผู้เล่นอื่นแบบไม่เห็นฝุ่น

ทว่าจางหยางยังไม่ทันจะเข้าไปในหุบเขา ก็ต้องประหลาดใจที่พบว่ามีผู้เล่นสิบกว่าคนอยู่แถวปากทางเข้าหุบเขา พวกเขาไม่ได้ปิดบังชื่อของตน มีชื่อสีเขียวเขียนอยู่ด้านบนว่า ‘จุดจุดจุด , หลิวหมังซื่อเจีย (ตระกูลอันธพาล)’ ทั้งหมดอยู่ที่เลเวลหกเจ็ดโดยประมาณ

‘หลิวหมังซื่อเจีย!’ จางหยางอดขบฟันไม่ได้

หลิวหมังซื่อเจียเป็นชื่อของกิลด์แห่งหนึ่ง หัวหน้ากิลด์คือหลิวหมังทู่ (กระต่ายอันธพาล) รองหัวหน้าคือ คุณชายทู่ที่สอง (คุณชายกระต่ายที่สอง) หลังจากนั้นก็เรียงกันต่อมาตามลำดับอาวุโส คุณชายทู่ที่สาม คุณชายทู่ที่สี่..... สรุปก็คือทั้งหมดคือคุณชายทู่! ในชาติที่แล้วของจางหยาง กิลด์หลิวหมังซื่อเจียเป็นกิลด์ที่มีชื่อเสียงมาก แต่ไม่ได้เป็นเพราะกิลด์นี้มีความสามารถสูง กลับเป็นเพราะสมาชิกของกิลด์นี้เป็นพวกอันธพาล!

หัวหน้ากิลด์หลิวหมังทู่ ได้ยินมาว่าในโลกแห่งความเป็นจริงก็เป็นอันธพาลเช่นกัน พวกลูกน้องในกิลด์ก็เป็นลูกน้องเขามาแต่ไหนแต่ไรแล้ว เป็นพวกคดโกง มักข่มเหงรังแกชาวบ้านไปทั่ว หลังจากมาเล่นเกมกิลด์หลิวหมังก็ยังไม่เปลี่ยนเจตนารมณ์ ขอให้มีผลประโยชน์ พวกเขาสามารถทำได้ทุกอย่าง ไม่ว่าวิธีการจะเลวร้ายแค่ไหนล้วนเอามาใช้ได้ทั้งสิ้น

ในตอนที่กิลด์ชิงสุ่ยกับกิลด์เสินฮว่าของหลิวเวยงัดข้อกันอยู่นั้น หลิวเวยเคยจ้างกิลด์หลิวหมังไปทำเรื่องน่ารังเกียจกับผู้เล่นในกิลด์ชิงสุ่ย กิลด์หลิวหมังพวกนั้นพากันฟลัดข้อความในเมืองหลวงทุกวัน พูดจาดูหมิ่นซี้ซั้วบ้าง ใส่ร้ายป้ายสีบ้าง ใช้คำพูดว่าร้ายรุนแรง ทำให้คนขยะแขยงถึงขนาดกินข้าวไม่ลงเลยทีเดียว

หลิวหมังทู่ยังพาลูกน้องไปเฝ้าหน้าทางเข้าที่ทำการของกิลด์ชิงสุ่ยด้วยตัวเองอีกด้วย พอเห็นผู้เล่นหญิงออกมาก็ถอดกางเกงตบก้นพูดจาสกปรกใส่ แสดงความไร้คุณธรรมต่ำช้าออกมาหมด แต่ที่น่าโมโหก็คือ กิลด์ชิงสุ่ยนั้นไม่แข็งแกร่งพอ ทำให้ต้องตั้งที่ทำการในเมืองหลวงเท่านั้น ไม่สามารถไปเลือกที่ตั้งนอกเมืองเองได้ และในเมืองก็ดันห้ามผู้เล่นก่อเรื่องทะเลาะวิวาทเสียนี่!

ดังนั้นพวกของจางหยางจึงได้แต่มองคนพวกนี้ทำเรื่องเลวทรามตาปริบๆ ไร้หนทางต่อต้าน ทำเอาในช่วงนั้นผู้เล่นหญิงนับร้อยคนไม่ออนไลน์ไปหลายวัน เจอผลกระทบแบบนี้ พวกผู้เล่นชายก็พากันหมดอาลัยตายอยาก หมดขวัญกำลังใจ

จางหยางมีความแค้นกับคนพวกนี้มานานแล้ว ขณะคิดจะยกดาบไปตีกับคนพวกนั้นสักยก กลับพลันต้องล้มเลิกความคิดนี้ไปอย่างไม่เต็มใจ

เนื่องจากหมู่บ้านผู้เล่นใหม่ได้รับการปกป้องจากระบบ ห้ามผู้เล่นต่อสู้กันเอง

“กิลด์หลิวหมังซื่อเจียเหมาที่นี่หมดแล้ว คนอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องรีบไสหัวไป ไม่งั้นจะฆ่าให้กลับไปอยู่เวลศูนย์เลย!” เห็นจางหยางเดินมา ผู้เล่นที่บนศีรษะเขียนว่า ‘คุณชายทู่ที่เก้า’ รีบตะโกนออกมาเสียงดัง

จองหองจริง! แค่ห้าหกคนก็คิดจะเหมาที่นี่แล้ว!

“พี่ใหญ่ ข้างในมีบอสอยู่ตัวหนึ่งจริงๆ ชื่ออะไรนะ ‘เทวทูตเพลิงบาเอล’ บอสระดับเหล็กดำ! แต่ว่ามีผู้เล่นคนหนึ่งกำลังตีอยู่” ผู้เล่นอาชีพจอมโจรอยู่ๆ ก็โผล่ออกมา พูดด้วยความตื่นเต้นสุดขีด

“พี่ใหญ่ก็คือพี่ใหญ่ ยังไม่ทันเข้าไปก็รู้ว่าข้างในมีบอสแล้ว เทพมาก!” ลูกน้องคนหนึ่งรีบเลียแข้งเลียขา

“ฮ่าๆ!” หลิวหมังทู่หัวเราะเสียงดัง ทำท่าทางราวกับเป็นจอมยุทธผู้มีอำนาจสั่งการยุทธภพ “รอพวกเราแย่งบอสตัวนี้มาได้ ระบบจะได้ประกาศชื่อเราบ้าง! ถึงตอนนั้นกิลด์หลิวหมังซื่อเจียของพวกเราก็จะมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วหล้า เราก็รับน้องชายมาเพิ่มอีกเป็นพันเป็นหมื่นคน ทีนี้พวกเราก็จะรวยแล้ว”

“ไม่เสียทีที่เป็นพี่ใหญ่ ฉลาดปราดเปรื่องเหนือใคร คาดการณ์แม่นยำราวกับเทพ! ให้พวกเราขายทรัพย์สินหมดบ้านมาซื้อหมวกแสดงผลของเกม เล่นเกมกันเป็นกลุ่ม คงมีแต่พี่ใหญ่นี่แหละที่กล้าคิดริเริ่มแบบนี้!” ลูกน้องอีกคนยกยอปอปั้น

“แต่ว่าพี่ใหญ่ ฉันได้ยินมาว่ามีแต่คนที่ทำเฟิร์สคิลบอสระดับเหล็กดำเซิร์ฟเวอร์ถึงจะออกประกาศจากระบบให้นี่” ลูกน้องอีกคนค้านขึ้นมา

“พูดจาเหลวไหล คำพูดของพี่ใหญ่แกบังอาจสงสัยได้ด้วยรึ สมองโดนลาถีบไปแล้วรึไง?” คุณชายทู่ที่แปดรีบสั่งสอน

หลิวหมังทู่ยกขาถีบผู้เล่นที่เอ่ยค้านออกมากระเด็นไปแล้วพูดว่า “ถ้าแกฉลาดขนาดนั้น จะให้ฉันเป็นพี่ใหญ่ทำไมหา?”

“ใช่ๆ พี่ใหญ่ฉลาดปราดเปรื่องเหนือใคร!”

“พี่ใหญ่ฉลาดปราดเปรื่องไม่มีใครเปรียบ!”

“พี่ใหญ่ผู้เกรียงไกร!”

หลิวหมังทู่มองไปอีกทาง เห็นจางหยางยังยืนอยู่ด้านข้างดูละครที่พวกเขาแสดง จึงพูดออกมาด้วยความหงุดหงิด “เจ้าโง่ตรงนั้นน่ะ ทำไมยังไม่ไสหัวไปอีก จะรอถูกฆ่าจนกลับไปเลเวลศูนย์รึ?”

คนพวกนี้ยังไม่รู้ว่าหมู่บ้านผู้เล่นใหม่มีกฎห้าม PK ในใจจางหยางพลันมีความคิดหนึ่งแว่บขึ้นมา เขายิ้มเล็กน้อยแล้วพูด “จะฆ่าฉันกลับไปเลเวลศูนย์? เหอะๆ พวกนายก็ลองดูสิ ไม่มีศัตรูหน้าไหนทำอะไรร่างกายฉันได้!”

“ไม่มีศัตรูหน้าไหนทำอะไรร่างกายได้ แม่**ยังฝันอยู่อีก!” คุณชายสี่ทู่เงื้อดาบในมือขึ้นมาฟันลงไปที่ศีรษะจางหยาง

จางหยางกลับไม่หลบไม่หลีก ใบหน้ายังประดับด้วยรอยยิ้มรับดาบที่ฟันลงมานี้

ฉัวะ!

ดาบสำหรับมือใหม่ฟันลงมากลางศีรษะจางหยาง ทว่าราวกับฟันลงไปบนเงาว่างเปล่า ไม่เกิดอะไรขึ้นแม้แต่นิด

มีมหาเทพระบบปกป้อง ผู้เล่นคนไหนก็เหมือนกันหมด

คุณชายทู่ที่สี่ยังไม่เชื่อ ฟันฉัวะๆๆๆ ลงมาอีกหลายดาบ แต่ก็เหมือนเดิม ถูกระบบตัดสินให้ไม่มีผลกระทบใดๆ

พวกหลิวหมังทั้งหลายร้องออกมาด้วยความตระหนก สองตาพลันเบิกกว้าง

“พี่ใหญ่ ไม่มีใครต่อกรได้จริงๆ ด้วย!” คุณชายทู่ที่ห้าร้องตะโกนออกมาเสียงดัง

หลิวหมังทู่รีบสลัดสีหน้ายโสเอาแต่ใจทิ้งไปทันที กลายเป็นรอยยิ้มอาบทั่วใบหน้าพูดว่า “น้องชายท่านนี้...ฉันเป็นหัวหน้ากิลด์หลิวหมังซื่อเจีย น้องชาย มาคบหาเป็นเพื่อนฝูงกันเถอะ!”

“หลบไป! หลบไป! พ่อจะเข้าไปเอาบอสแล้ว” จางหยางตั้งใจพูดหยาบเสียงดังแบบคนอารมณ์ไม่ดี

“ช้าก่อนน้องชาย ช้าก่อน!” หลิวหมังทู่รีบขวางจางหยางไว้ ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มประจบประแจง “อย่าดุร้ายขนาดนั้นเลยน่า”

จางหยางหัวเราะเยาะหยันเล็กน้อยแล้วพูดว่า “ทำไมคิดอะไรกับร่างกายที่ศัตรูทำอะไรไม่ได้ของฉันรึไง”

“น้องชาย สรุปแล้วทำยังไงถึงมีร่างกายที่ศัตรูทำอะไรไม่ได้แบบนี้ล่ะ? มีเวทมนต์ลับอะไรรึเปล่า?” หลิวหมังทู่ใบหน้าแสดงความสนิทสนม

จางหยางแสดงท่าทางแบบคนที่ในใจเต็มไปด้วยความได้ใจจนอยากจะแบ่งปันให้คนอื่นได้รับรู้ แต่กลับต้องพยายามข่มใจอดทนไว้ ทำเพียงแค่มองหลิวหมังทู่ยิ้มๆ

หลิวหมังทู่คันหัวใจยิบๆ พูดว่า “น้องชายๆ รู้จักกันนับเป็นวาสนา อย่างกไปหน่อยเลยน่า!”

จางหยางแกล้งทำลึกลับ มองซ้ายมองขวาอย่างระมัดระวัง พวกของหลิวหมังทู่ขยับเข้ามารวมกันทันที แสดงสีหน้าแบบเดียวกันออกมา

“เวทมนต์ลับนี้ที่จริงแล้วง่ายมากเลย แค่ท่องคาถาประโยคเดียวเอง!” จางหยางเผย ‘ความลับ’ ออกมา

“คาถาอะไร?” สิบกว่าคนถามขึ้นมาพร้อมกัน

“พัว-เรา-คือ-โค-โง-มา!” จางหยางกดเสียงต่ำแล้วพูด

“จริงหรอ?”

“ไม่เชื่อก็ลองดูสิ!” จางหยางยักไหล่

หลิวหมังทู่รีบสั่งลูกน้องคนหนึ่ง “มา... ฟันฉัน!”

ลูกน้องคนนั้นคันมืออยากลองขึ้นมาทันที ขณะเงื้อดาบกำลังจะฟันลงไป

“เดี๋ยวก่อน!” หลิวหมังทู่รีบร้องออกมา “ฉันยังไม่ได้ท่องคาถา”

เขาปรับสีหน้าเล็กน้อย พูดออกมาเสียงดัง “พัว-เรา-คือ-โค-โง-มา”

“มา!”

“มาแล้ว!”

ลูกน้องคนนั้นคำรามเสียงดังหนึ่งทีแล้วฟันดาบลงไป

ไม่มีอะไรเกิดขึ้น!

หลิวหมังทู่ทั้งดีใจทั้งแปลกใจ หัวเราะฮ่าๆ เสียงดังออกมาทันที “ไร้ศัตรูจริงๆ ด้วย! ฮ่าๆ ร่างกายที่ศัตรูทำอะไรไม่ได้”

“พี่ใหญ่ พวกเรามีเวทมนต์ลับแล้ว ทีนี้อยากฆ่าบอสตัวไหนก็ฆ่าบอสตัวนั้นได้เลย อยากจะทำลายใครก็ทำได้เลยใช่มั้ย?”

หลิวหมังทู่โบกมืออย่างทรงอำนาจ “ไป ตามบิดาเข้าไปข้างในฆ่าบอสให้สิ้นซาก”

“เดี๋ยวก่อน” จางหยางรีบพูด “เวลาที่คาถามีผลสั้นมากๆ ดังนั้นต้องท่องตลอดเวลา ถ้าท่องเสียงไม่ดังพอ บางทีก็ไม่ได้ผลนะ!”

“โอเค รู้แล้ว! เจ้าเด็กเหม็นเน่า ไสหัวไปได้แล้ว” หลิวหมังทู่แสดงกิริยาหยาบช้าออกมาเต็มที่ เข้าตามเกณฑ์ปล่อยเปรตเสร็จก็ไม่ต้องการพระแล้ว เขาหัวเราะฮ่าๆ อย่างบ้าคลั่ง นำลูกน้องทั้งกลุ่มพุ่งเข้าไปในหุบเขา

สิบกว่าคนนั้นใส่เกียร์หมาพุ่งเข้าชนแบบไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น เพียงครู่เดียวก็ดึงดูดความเกลียดชังของธาตุไฟได้เจ็ดแปดตัว

คนเหล่านี้ยังคงไม่เกรงกลัว ต่างคนต่างตะโกนเสียงดัง “พัว-เรา-คือ-โค-โง-มา!” เข้าตะลุมบอนกับมอนสเตอร์ทันที

กลุ่มคนที่อยู่เลเวล 5-6 ต่อสู้กับมอนสเตอร์เลเวล 10 ผลที่ได้.......

ตายเรียบ!

สิบกว่านาทีต่อมา คนพวกนี้ค่อยๆ ทยอยฟื้นคืนชีพ

“พี่ใหญ่ ทำไมถึงใช้การไม่ได้ล่ะ?” คุณชายทู่ที่แปดบ่น

หลิวหมังทู่คิดแล้วตอบว่า “หรือว่าพวกเราท่องเสียงไม่ดังพอ? ลองดูอีกที”

“พัว-เรา-คือ-โค-โง-มา!”

“ลุย!”

ตายเรียบต่อไป

อีกสิบกว่านาทีให้หลัง คนของกิลด์หลิวหมังซื่อเจียฟื้นคืนชีพอีกครั้ง

“พี่ใหญ่ ฉันรู้สึกว่าพวกเราถูกหลอกแล้ว! คาถานั่นทำไมฟังแล้วเหมือนบอกว่า ‘พวกเราคือคนโง่มาก’ ล่ะ!” ลูกน้องคนหนึ่งสงสัย

“ไสหัวไป! ต้อง**หรอกถึงจะเป็น**มาก!” หลิวหมังทู่โมโหแล้ว “ท่องเสียงดังๆ อีกรอบ ลุย!”

“พวกเราคือคน**มาก!”

กลุ่ม**กลุ่มนี้ ยังคงทยอยกันล้มลงต่อไป

จางหยางซ่อนตัวแอบดูอยู่ในหุบเขามาได้ระยะหนึ่งแล้ว หัวเราะจนท้องคัดท้องแข็งไปหมด เขาขยับดาบสำหรับมือใหม่ในมือ เริ่มต้นออกเดินทางฆ่ามอนสเตอร์

ในครั้งแรกที่เขามาเก็บธาตุไฟ เนื่องจากว่าเขามาฆ่ามอนสเตอร์แค่คนเดียว เดินเข้าไปยังไม่ทันได้หนึ่งในสิบของสถานที่แห่งนี้ มอนสเตอร์ด้านหลังก็เกิดใหม่อีกรอบแล้ว ดังนั้นเขาจึงไม่ได้เดินเข้าไปยังส่วนลึกของหุบเขา

นึกถึงที่พวกกิลด์หลิวหมังบอกว่ากลางหุบเขามีบอส จางหยางอดสนใจขึ้นมาไม่ได้ ฆ่ามอนสเตอร์ไป พลางมุ่งหน้าเข้าไปในหุบเขา

เมื่อเดินมาถึงใจกลางหุบเขา มีแท่นบูชายัญขนาดใหญ่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าจางหยาง ตรงใจกลางแท่นบูชายัญสลักวงแหวนพลังเวทไว้สลับซับซ้อน แสงสีขาวเปล่งออกมาวูบวาบ ตรงกลางแท่นมีธาตุไฟที่ทัร่างเป็นสีแดงเข้มกำลังต่อสู้อยู่กับเอลฟ์สาวที่สวมชุดนักบวชสีขาวราวหิมะ แต่ธาตุไฟตัวอื่นกลับอยู่ห่างจากแท่นบูชายัญไกลๆ

เห็นได้ชัดว่าธาตุไฟตัวที่กำลังต่อสู้อยู่นั้นมีร่างสูงใหญ่กว่าธาตุไฟตัวอื่น สีก็ยังเข้มกว่าตัวอื่นด้วย ทุกครั้งที่โจมตีจะมีเปลวเพลิงเปล่งประกายแพรวพราว ตอนนี้เห็นได้ชัดว่าเอลฟ์สาวคนนั้นกำลังเสียเปรียบ แม้จะเคลื่อนที่หลบหลีกไม่หยุด แต่กลับถูกตีกดดันตลอดเวลา ปริมาณเลือดใกล้เข้าขีดอันตรายเต็มทีแล้ว

[เทวทูตเพลิงบาเอล] (บอสระดับเหล็กสีดำ)

เลเวล: 10

ค่าพลังชีวิต: 2889/5000

[คาลิน่า] (ทั่วไป)

เลเวล: 10

ค่าพลังชีวิต: 537/2000

.....................................................................

devc-75d0bbbd-32992Miracle of God เทพนักรบผู้พิทักษ์: Chapter 010 ตอนที่ 10