Miracle of God เทพนักรบผู้พิทักษ์

Miracle of God เทพนักรบผู้พิทักษ์: Chapter 011 ตอนที่ 11

#11Chapter 011

บทที่ 11 เนื้อเรื่องหลัก

‘หลิวหมังซื่อเจียเป็นพวกไอ้โง่ทั้งก๊ก’

จางหยางอดด่าในใจไม่ได้ นี่มันใช่ผู้เล่นกำลังตีบอสที่ไหน นี่มัน NPC สองตัวกำลังสู้กันอยู่ชัดๆ

“ท่านผู้กล้าหนุ่ม โปรดช่วยเหลือข้าที” เอลฟ์สาวคาลินาค้นพบจางหยาง รีบร้องขอให้ช่วยเสียงดัง

“อย่าไปเชื่อเจ้าปีศาจนี่ เจ้ามนุษย์!” เทวทูตบาเอลเปล่งเสียงทุ้มต่ำออกมา “ไปจากที่นี่ ข้าขอสั่งเจ้า!”

จางหยางคว้าดาบสำหรับมือใหม่ออกมาแล้วพุ่งเข้าไปทันที เป้าหมาย----เทวทูตเพลิงบาเอล!

เหตุผลง่ายมาก ชื่อของคาลินาเป็นสีเขียว อยู่ในประเภท ‘เป็นมิตร’ อย่างไรก็ไม่มีทางโจมตี! ทว่าชื่อของเทวทูตเพลิงบาเอลเป็นสีแดง เป็นมอนสเตอร์จริงแท้แน่นอน! นี่เป็นเรื่องไม่มีทางเลือก!

จู่โจมติดสตัน!

หลังจากจางหยางตีเทวทูตเพลิงบาเอลติดสตัน รีบกวัดแกว่งดาบฟันอย่างต่อเนื่องทันที เริ่มฟาดฟันบอสอย่างรุนแรงท่ามกลางประกายดาบวูบวาบ

เทวทูตเพลิงบาเอลรู้สึกตัวจากความมึนงง พลันโทสะลุกโชน “เจ้ามนุษย์หน้าโง่ เจ้าจะต้องรับผลจากการกระทำของเจ้า!” มันหมุนตัวทันใด เลิกโจมตีคาลินา หันมาไล่ตามเข่นฆ่าจางหยางอย่างถึงพริกถึงขิง

คงไปโดนเนื้อเรื่องหลักของเกมเข้าแล้ว ไม่อย่างนั้นเทวทูตเพลิงบาเอลคงไม่เลิกสนใจคาลินาที่สร้างความเสียหายให้มันได้มากกว่า แล้วหันมาตามล่าจางหยางที่เพิ่งฟันดาบลงไปแค่ไม่กี่ที เห็นได้ว่านี่ไม่เกี่ยวกับค่าความเกลียดชังแล้ว!

จางหยางนึกในใจ ‘เกมออกแบบมาให้ฉันตีแกได้อย่างเดียว จะให้ทำยังไงล่ะ!’ เขาหลบหลีกไปพร้อมกับหาโอกาสสวนกลับ พลางคิดในใจ ‘คาลินา ทำไมชื่อนี้ฟังคุ้นหูจัง เหมือนเคยได้ยินมาจากไหน!’

‘NPC เอลฟ์ตัวนี่จะต้องมีที่มาที่ไปแน่ๆ NPC ทั่วไปเลเวล 10 จะมีค่าพลังชีวิต 2000 ได้ยังไง แถมตีจนเลือดของบอสลดลงไป 3000 แล้ว แต่เลือดตัวเองลดไปแค่ 1500 ยังไม่ถึงจุดอันตราย พลังการโจมตีนี้สูงกว่าบอสซะอีก!’

แม้จางหยางจะกำลังคิดอะไรในใจ แต่การเคลื่อนไหวของมือกลับไม่ช้าลงแม้แต่น้อย โล่ขยับไปมาทำ

ดาเมจใส่เทวทูตเพลิงบาเอลไม่หยุด

“เจ้ามนุษย์ พอได้แล้ว! รีบถอยไปเดี๋ยวนี้ ข้าจะยกโทษให้กับความหยาบคายไม่รู้จักยั้งคิดของเจ้า” ภายใต้การร่วมมือกันโจมตีของจางหยางและคาลินา ทำให้ค่าพลังชีวิตของเทวทูตเพลิงไหลออกอย่างต่อเนื่อง จนเหลือเลือดน้อยนิดเพียง 10%

‘ช่วยไม่ได้ เนื้อเรื่องต้องการให้พี่ชายตาย ฉันก็ไม่มีทางเลือกอื่นอะ!’ จางหยางคิดเงียบๆ ในใจ แล้วฟาดฟันต่อไปอย่างบ้าคลั่ง

“เจ้ามนุษย์สมควรตาย ข้าขอสาปแช่งเจ้า! เจ้าปล่อยปีศาจไปแล้วตนหนึ่ง เจ้าเป็นคนบาปของคนทั้งแผ่นดินใหญ่!” เพียงไม่นานเทวทูตเพลิงก็ร้องครวญครางออกมา สลายกลายเป็นขี้เถ้าไฟท่ามกลางประกายแสงขาว ทว่าเสียงทุ้มต่ำของมันยังคงลอยวนอยู่ในอากาศไม่หยุด “คาลินา เทพแห่งไฟจะต้องเผาวิญญาณเจ้าให้เป็นเถ้าถ่านแน่นอน!”

“ฮ่าๆๆ” คาลิน่าเปล่งเสียงหัวเราะอย่างยินดีที่ได้รับการปลดปล่อย “สามพันปีแล้ว! สามพันปี! ข้าคาลินาในที่สุดก็หลุดจากผนึกสมควรตายนี่ออกมาได้แล้ว”

หมอกดำทะมึนพัดมาจากทั่วทุกสารทิศ หมอกเหล่านั้นถูกคาลินาสูบเข้าไปในร่างกาย ใบหน้าอันงดงามอ่อนโยนของหญิงสาวพลันเปลี่ยนเป็นโหดร้ายอำมหิตน่าหวาดผวา เต็มเปี่ยมไปด้วยกลิ่นอายปีศาจ

เปรี๊ยะ! เปรี๊ยะ! เปรี๊ยะ! เปรี๊ยะ!

เสียงโซ่เหล็กขาดดังลั่นขึ้นมาจากรอบด้านไม่หยุด ทว่าจางหยางกลับมองไม่เห็นอะไรทั้งสิ้น นอกจากรอยยิ้มแสดงความพออกพอใจที่ค่อยๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของคาลินา ดวงตาที่เปล่งแสงขาวค่อยๆ กลายเป็นดำทะมึน ดำดิ่งลึกลง

‘ครืน!’

เสียงหนึ่งดังขึ้นมาลั่นฟ้าสะเทือนดิน แท่นบูชายัญพลันทลายลง ฝุ่นตลบคละคลุ้งไปทั่ว ร่างของคาลินาขยายใหญ่ขึ้น ปีกสีดำราวปีกค้างคาวพลันปรากฏขึ้นที่ด้านหลัง ปีกแต่ละข้างยาวประมาณคน 5 คนต่อกัน กำลังพัดกระพือพึ่บพั่บ พาเธอลอยขึ้นกลางอากาศ

‘แคว่ก!’

ชุดนักบวชสีขาวบนร่างของคาลินาฉีกขาดอย่างรุนแรง ทรวงอกครึ่งคัพปรากฏขึ้นมาแทนที่ เผยลูกบอลเนื้อที่กระเพื่อมไหวส่วนใหญ่ออกมา ส่วนร่างกายท่อนล่างสวมกระโปรงสีเมทัลลิคที่สั้นจนไม่อาจจะสั้นไปกว่านี้ได้อีกแล้ว ด้านหลังห้อยธนูยาวทำจากกระดูกมังกรที่มีขนาดยาวใหญ่กว่าร่างกายเธอเอาไว้คันหนึ่ง

เอลฟ์สาวสวยสง่าห์ กลายเป็นนางฟ้าตกสวรรค์สุดเซ็กซี่เย้ายวนใจในชั่วพริบตา

ผู้ออกแบบเกม...รสนิยมแปลกหนักมาก!

พอเห็นรูปร่างและการแต่งกายแบบนี้ของคาลินา พลันมีชื่อที่คุ้นเคยชื่อหนึ่งลอยขึ้นมาในความคิดของจางหยางทันที และเมื่อมองไปที่เหนือศีรษะของคาลินา ชื่อที่ปรากฏอยู่บนนั้นได้เปลี่ยนไปแล้ว

[หัวหน้าเผ่าปีศาจ, วินด์เรนเจอร์ถูกลดชั้น คาลินา] (บอสระดับเทพ)

เลเวล: ???

ค่าพลังชีวิต: ???

บอสระดับเทพ! บอสระดับสูงสุดของเกม!

เป็นเธอจริงๆ ด้วย!

ภูมิหลังของ ‘เดอะ มิราเคิล ออฟ ก๊อด’ เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับเผ่าปีศาจและเผ่าอันเดดบุกแผ่นดินใหญ่ ทุกเผ่าพันธุ์จึงจับมือกันจัดตั้งสหพันธ์ ร่วมกันปกป้องบ้านเกิดเมืองนอน ผู้บัญชาการสูงสุดของเผ่าปีศาจก็คือหัวหน้าเผ่าปีศาจ มีทั้งหมด 9 ตน และคาลินาเป็นหัวหน้าเผ่าปีศาจลำดับที่ 7!

จากข้อมูลแนะนำตัวละครของทางการ แต่เดิมคาลินาเป็นผู้กล้าของเผ่าเอลฟ์ ได้รับการขนานนามว่า ‘วินด์เรนเจอร์’ ในสงครามครั้งหนึ่งถูกกองทัพพันธมิตรหักหลัง วินด์เรนเจอร์ผู้โกรธเกรี้ยวถูกราชันปีศาจสบช่องบุกเข้ามา ถูกล่อลวงให้ตกต่ำภายใต้ความมืดมิด กลายมาเป็นหัวหน้าเผ่าปีศาจ

หลังจากคาลินาเป็นหัวหน้าเผ่าปีศาจ ได้ยกดาบเข้าเข่นฆ่าสังหารพันธมิตรและเพื่อนร่วมเผ่าพันธุ์ตกตายไปจนนับจำนวนไม่ถ้วน สุดท้ายถูกเทพแห่งไฟผนึกเอาไว้

จางหยางอดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้ ตัวเองงงๆ งวยๆ ดันปล่อยบอสระดับเทพออกมาเฉย! บริษัทเกมสมควรตายนี่ เอาบอสที่แข็งแกร่งขนาดนี้มาไว้ในหมู่บ้านผู้เล่นมือใหม่เสียอย่างนั้น ไม่กลัวทำให้ผู้คนทุกข์ยากลำบากราวตกนรก เลือดไหลนองเป็นแม่น้ำหรืออย่างไร

ด้วยความสามารถของบอสระดับเทพ ปล่อยสกิลท่าไม้ตายแค่ทีเดียว เกรงว่าทั้งหมู่บ้านผู้เล่นใหม่คงจะถูกทำลายลงเกือบหมดเป็นแน่!

“เจ้ามนุษย์ผู้ต่ำต้อย เจ้าช่วยปลดปล่อยข้า ข้าควรจะฆ่าเจ้าเป็นของขวัญแทนคำขอบคุณดีหรือไม่?” คาลินากระพือปีกสองข้างอยู่กลางอากาศ สายตาที่มองจางหยางราวกับกำลังมองมดอยู่

“บางทีปล่อยให้เจ้าอยู่อย่างทุกข์ทนด้วยความเสียใจ จึงจะเป็นของแทนคำขอบคุณที่ดียิ่งกว่า ลาก่อนเจ้ามนุษย์ จงมีความสุขกับบั้นปลายชีวิตของเจ้า เพราะอีกไม่นานข้า คาลินา จะทำลายโลกนี้ให้สิ้นซาก!” คาลินาราวกับกำลังคิดอะไรอยู่ ทันใดนั้นกระพือปีกดัง ‘พึ่บ!’ หนึ่งทีแล้วบินขึ้นสู่ที่สูง หายไปแบบไร้ร่องรอยในพริบตา

‘เฮ่อ! เนื้อเรื่องหลักหนอเนื้อเรื่องหลัก วุ่นอยู่ครึ่งค่อนวัน ไม่ได้อะไรกลับมาเลย’ จางหยางถอนหายใจออกมาด้วยความผิดหวัง

“อ๊าก! เจ้าโง่ เจ้าทำอะไรลงไปเนี่ย!” คนแคระหนวดเคราแดงผู้หนึ่งไม่รู้โผล่มาจากที่ไหน คว้าคอเสื้อของจางหยางแล้วตะคอกใส่ น้ำลายกระเด็นกระดอนไปหมด

[นักเดินทางอลัน•พิลลาร์] (ทั่วไป)

เลเวล: 1

ค่าพลังชีวิต: 100

NPC ที่ชื่อเป็นสีเขียว ไม่มีทางโจมตี!

แม้จางหยางอยากจะเอาดาบฟัน NPC ตัวนี้เหลือเกิน กลับทำได้แค่คิดแล้วปล่อยไป เขาผลักคนแคระออก ไม่ได้พูดอะไร เห็นได้ชัดว่าเนื้อเรื่องหลักกำลังดำเนินไป เขาไม่อยากจะถกเถียงกับ NPC ที่ควบคุมโดยระบบตัวนี้

คนแคระอลันผลักจางหยางออกไปด้วยความโกรธ “มนุษย์ ช่างเป็นมนุษย์ที่โง่เง่าเสียจริง! เจ้ารู้หรือไม่ เจ้าได้ปล่อยปีศาจไปแล้ว ทั้งยังเป็นปีศาจที่สามารถสร้างภัยพิบัติถึงตายให้แผ่นดินใหญ่อีกด้วย!”

“ในเมื่อนางถูกผนึกไว้ เหตุใดจึงสามารถหลุดออกมาได้เล่า?”

“เจ้ามนุษย์ผู้โง่เขลา! คาลิน่า นางเคยเป็นถึงวินด์เรนเจอร์ของเผ่าเอลฟ์ ธนูของนางสามารถยิงขึ้นไปไกลถึงดวงดาวบนฟากฟ้า ราวกับเทพที่ยังดำรงชีวิตอยู่ กระทั่งเทพแห่งไฟยังไม่สามารถฆ่านางให้ตายได้ ทำได้เพียงผนึกนางเอาไว้เท่านั้น! ทว่าพละกำลังของนางแข็งแกร่งยิ่งนัก ถึงกายเนื้อจะถูกผนึกไว้ แต่ยังสามารถแบ่งร่างวิญญาณที่ไม่อาจทำลายได้ขึ้นมาต่อสู้กับเผ่าไฟที่ดูแลผนึกอย่างไม่หยุดหย่อน ตั้งใจจะทลายผนึก หวังจะได้รับอิสรภาพอีกครั้ง” อลันถอนหายใจออกมา

ไม่เสียทีที่เป็นบอสระดับเทพ แค่ความคิดยังแข็งแกร่งได้ขนาดนั้น!

“เจ้า เผ่าพันธ์มนุษย์ จำเป็นต้องแก้ไขเรื่องทั้งหมดนี้!” คนแคระอลันพูดด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “รีบไปยังเมืองไวท์เจดเดี๋ยวนี้ นำเรื่องที่คาลินาหลุดจากผนึกไปบอกจอมเวทแอนโทนี เฟย์ลอน ให้พวกเขาเตรียมการป้องกัน!”

‘ติ๊ง! อลัน พิลลาร์ มอบภารกิจให้คุณ: ‘ข่าวภัยพิบัติ’ คุณจะรับหรือไม่? ภารกิจนี้เป็นภารกิจเนื้อเรื่อง หากทำภารกิจต่อเนื่องสำเร็จจะได้รับรางวัลล้ำค่า!’

เควสต์เนื้อเรื่อง!

เมื่อเทียบกับเควสต์ลับแล้ว เควสต์เนื้อเรื่องสามารถเปิดได้ง่ายกว่า แต่เพราะว่าเปิดค่อนข้างง่าย การจะทำให้สำเร็จจึงยากลำบากเป็นที่สุด! ตอนแรกๆ อาจจะแค่วิ่งไปฆ่ามอนสเตอร์เล็กๆ แต่ในก้าวสุดท้าย หรือกระทั่งไม่กี่ก้าวสุดท้าย จำเป็นต้องสู้กับบอสระดับสูง หากผู้เล่นมีไม่ถึงหลักร้อยหลักพันคน กระทั่งหลักหมื่นร่วมมือกัน อย่างไรก็ไม่มีทางสำเร็จ!

ดวงตาของจางหยางเปล่งประกายวาบขึ้นมาทันที ชาติที่แล้วแม้เขาจะบังเอิญได้ทำเควสต์ลับมาบ้าง

แต่ว่าเควสต์เนื้อเรื่อง... เนื่องจากเริ่มเล่นเกมช้าจึงไม่มีโอกาสได้เจอ! เควสต์เนื้อเรื่องนี้ ไม่รู้ว่าท้ายที่สุดจะต้องสู้กับคาลิน่าหรือไม่ หากเป็นเช่นนั้นล่ะก็... จางหยางคาดคะเนว่าหากมีผู้เล่นเลเวล 200 ขึ้นไปไม่ถึงหลักพันหลักหมื่น น่าจะเป็นการเอาอาหารไปประเคนให้ฆ่าถึงที่แทนแน่นอน!

คิดจะขึ้นไปถึงเลเวล 200 ต้องใช้เวลาอย่างน้อยห้าปีขึ้นไป ตัวละครของจางหยางในชาติที่แล้วขนาดเล่นไป 3 ปี ยังเพิ่งจะเลเวล 179 เท่านั้น

‘ตอบรับ!’ จางหยางตอบรับเควสต์ ส่วนที่ว่าเมื่อไหร่จะทำสำเร็จก้าวสุดท้ายนั้น ค่อยๆ ทำไปแล้วกัน!

หลังจากอลันจ่ายเควสต์เรียบร้อยก็วิ่งหายไปอย่างรวดเร็ว ไม่รู้ว่า NPC เลเวล 1 ทำไมถึงไปมาอย่างอิสระในถิ่นของมอนเสตอร์เลเวล 10 ได้

จางหยางฆ่าบอสอัพเวลต่อไป ครึ่งชั่วโมงให้หลัง ร่างของเขาเปล่งประกายสีทองขึ้นสู่เลเวล 9 เมื่อมองดูเวลา พบว่าสามทุ่มกว่าแล้ว จางหยางจึงตัดสินใจว่าอัพถึงเลเวล 10 แล้วจะออฟไลน์ไปพักผ่อน

หลังจากแท่นบูชายัญถูกทำลายก็ไม่กลับคืนมาเหมือนเดิมอีก แต่กลับมีองค์ธาตุไฟจำนวนมากปรากฏขึ้นมา เควสต์เนื้อเรื่องมีเพียงครั้งเดียว ดังนั้นฉากที่มาช่วยคาลิน่าทลายผนึกเช่นนี้ ผู้เล่นคนอื่นก็จะไม่มีโอกาสได้พบอีกแล้ว

จางหยางตีมอนไปอีกสี่ชั่วโมง ในที่สุดก็ได้เลื่อนเลเวล ขึ้นสู่เลเวล 10 แล้ว นำอุปกรณ์สวมใส่ระดับเหล็กสีดำ 3 ชิ้น ที่เก็บไว้ในเป้สะพายหลังมานานแล้วออกมาใช้ ปริมาณเลือด และพลังการโจมตีพลันสูงขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง

[ผู้เล่น: จ้านอวี้]

เลเวล: 10

ค่าพลังชีวิต (HP): 350

ค่าการป้องกัน (Defense: DEF): 16

ค่าความแข็งแกร่ง (Strength: STR): 60

ค่าโจมตีระยะประชิด (Malee Attack): 76-84

ระยะห่างระหว่างการโจมตี: 2 วินาที

สำหรับสายแทงค์แล้ว ปริมาณเลือดขนาดนี้ออกจะน้อยไปสักหน่อย แต่เรื่องพลังการโจมตีต้องยกนิ้วให้เลย ดึงดูดความเกลียดชังได้เยอะแน่นอน!

เขานำแต้มสกิลจากการขึ้นเลเวล 10 ไปเพิ่มให้สกิล ‘ป้องกัน’ อีกครั้ง ระยะเวลาคูลดาวน์ของสกิลเทพนี้ลดลงเหลือ 8 วินาทีแล้ว

หลังจากนั้นจางหยางมาถึงจุดเทเลพอร์ต[footnoteRef:2]ของหมู่บ้านผู้เล่นใหม่ แสงสีขาววาบขึ้นมาครั้งหนึ่ง เขาก็มาโผล่ที่จุดเทเลพอร์ตในเมืองไวท์เจดแล้ว จากนั้นเขาก็ออฟไลน์ [2: จุดเทเลพอร์ต (Teleport) ในเกมเป็นจุดที่ใช้เคลื่อนย้ายผู้เล่นจากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่งอย่างรวดเร็ว]

เมื่อถวดหมวกแสดงผลของเกมออก จางหยางไปห้องครัวทำอาหารมื้อดึกให้ตัวเอง รีบกินอย่างมูมมามแล้วไปอาบน้ำ หลังจากนั้นขึ้นเตียงนอนหลับไปอย่างรวดเร็ว

6 โมงเช้าวันต่อมา จางหยางตื่นขึ้นมาแล้วไปออกกำลังกายก่อน 1 ชั่วโมง แล้วค่อยไปอาบน้ำฝักบัว หลังจากนั้นไปซื้อขนมปังแบนชิ้นใหญ่และปาท่องโก๋จากร้านขายของกินเล่น เอากลับมากินที่บ้านพร้อมกับนม

กินอาหารเช้าเรียบร้อย ขณะที่จางหยางกำลังจะเข้าเกม กลับได้ยินเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ‘กริ๊งๆๆ’

“ฮัลโหล”

“หยางน้อย นายมันเทพมาก!” จางหยางเพิ่งจะพูดได้แค่ฮัลโหลคำเดียว ก็ถูกน้ำลายของคู่สายถล่มจนจมน้ำแล้ว “ฉันทำตามคำแนะนำของนายเลือกอาชีพฮันเตอร์ ไปตีหมาป่าก่อนแล้วก็เก็บหนังหมาป่า 10 ผืน ไปสุสานใต้ดินฆ่ามอนต่อ พอเวล 5 ก็ไปส่งมอบผ้า ฮ่าๆ พี่ชายเล่นโต้รุ่งเลยทีเดียว ตอนนี้เวล 10 แล้ว”

“...... นายเป็นใครอ่ะ?”

“เชี่ย! เสียงของพี่อ้วนนายจำไม่ได้รึไง?” หานกวงสัพยอก “ฉันยังไปรับเควสต์ลับของฮันเตอร์มาด้วยนะ แต่ว่าระดับยากมากกับยากทำไม่ไหว ทำได้แค่ธรรมดา ได้คะแนน ‘ปานกลาง’ ได้หนังสือสกิล ‘ยิงแม่นยำ’ มา ฮ่าๆ สกิลนี้อย่างเจ๋งอะ แต่ว่านะมีคนนึงถึงกับทำได้คะแนน ‘สมบูรณ์แบบ’ เลย เซิร์ฟเวอร์ฟลัดข้อความยกใหญ่เลย โคตรเมพ พี่อ้วนนี่อ่านจนตาร้อนไปหมด ไม่รู้ว่าเขาทำได้ยังไง”

ฟังน้ำเสียงตื่นเต้นของเขา จางหยางอดยิ้มไม่ได้ พูดขึ้นว่า “ใช้ได้นี่ ถ้างั้นนายก็ไปเมืองหลวงได้แล้วดิ อีกแป๊บพวกเราพี่น้องไปลงดันกัน”

“เอิ๊ก! พี่อ้วนเพิ่งโต้รุ่งมา ตาจะลืมไม่ไหวแล้ว ขอไปนอนสักสองสามชั่วโมงก่อน หยางน้อย เดี๋ยวตอนบ่ายพี่อ้วนค่อยมาลงดันด้วย รอพี่ก่อน! ใช่แล้ว ชื่อฉันในเกมคือ ‘เหมียวเถียวเหม่ยสิงหนาน’ (หนุ่มหล่อผอมเพรียว) อย่าลืมแอดเพื่อนล่ะ อืม วางละนะ”

ไม่รอจางหยางตอบ หานกวงก็วางโทรศัพท์ไปแล้ว

เหมียวเถียวเหม่ยสิงหนาน? เมื่อจางหยางนึกถึงรอบเอวที่หนาเท่าคนปกติสองคนของหานกวง ก็อดรู้สึกหนาวเหน็บขึ้นมาไม่ได้

.....................................................................

devc-75d0bbbd-32992Miracle of God เทพนักรบผู้พิทักษ์: Chapter 011 ตอนที่ 11