Miracle of God เทพนักรบผู้พิทักษ์

Miracle of God เทพนักรบผู้พิทักษ์: Chapter 039 ตอนที่ 39

#39Chapter 039

บทที่ 39 คำเชิญ

เวลาครึ่งชั่วโมงผ่านไปอย่างรวดเร็ว แท่งเหล็กของจวนเยี่ยค่วงกงส่งมาถึงแล้ว หลังจากจางหยางจ่ายเงิน สินค้าก็เข้ามาอยู่ในเป้สะพายหลังของเขา

เขาวิ่งไปที่ร้านตีเหล็ก เริ่มสร้าง ‘หินลับมีดระดับต้น’

‘ติ๊ด!’ ทันใดนั้นก็มีคนกระซิบมา

“น้องจ้านอวี้ ช่วยพวกเราตีบอสหน่อยได้มั้ย บอสระดับเงินสีขาวเลเวล 25 ตัวหนึ่ง พวกเราตีมาหลายรอบแล้ว โดนฆ่าตายจนจะร้องไห้อยู่แล้วเนี่ย”

จางหยางมองดู เหล่าน่าเอ้าเจียวเป็นคนส่งมา ถึงแม้ว่าหลังจากที่ทำเฟิร์สเคลียร์โหมดยากไปแล้ว พวกเขาจะไม่ได้ตั้งปาร์ตี้ด้วยกันอีก แต่ว่าทุกวันเวลาออนไลน์ ออฟไลน์ก็ยังทักทายกันอยู่เสมอ ความสัมพันธ์ไม่เลว ถึงแม้จางหยางคิดจะดึงไป่ฟาอีจงให้มาเป็นพวกเร็วๆ แต่ก็กลัวว่าการแทรกแซงของตัวเองจะกระทบกับ ‘อนาคต’ ของไป่ฟาอีจง ถ้าเป็นเพราะเหตุนี้ทำให้เขาพลาดจากการได้มังกรแดงมาเป็นสัตว์เลี้ยง ไม่ได้กลายเป็น ‘นักล่ามังกร’ นั่นจะพังพินาศมาก!

“บอสระดับเงินสีขาวเวล 25.... ชื่ออะไร?” จางหยางถาม

“ผู้พลีชีพอันดูอิน!”

“เชี่ย!” จางหยางหลุดระเบิดคำหยาบออกไป ถึงจะเป็นบอสเหมือนกันก็มีระดับที่หลากหลายแตกต่างกัน ผู้พลีชีพอันดูอินเป็นบอสโลก เลเวลประมาณ 30 ถ้าจะงัดข้อกับเขา? ได้ แต่ไปหาผู้เล่นเลเวล 20 ขึ้นไปมาสักหลายร้อยคนก่อน

“พวกนายมีกันกี่คน?” จางหยางถาม ไม่ได้แสดงว่ามีความมั่นใจ

“มีอยู่สามสิบกว่าคน” เหล่าน่าเอ้าเจียวตอบกลับมาด้วยความภาคภูมิใจเต็มเปี่ยม

จางหยางถอนหายใจแล้วพูด “ฉันแนะนำให้พวกนายกลับบ้านเหอะ!”

“จ้านอวี้ นี่เป็นบอสระดับเงินสีขาวเลยนะ ถ้าฆ่าได้จะต้องได้ขึ้นทำเนียบเกียรติยศแน่เลย” เหล่าน่าเอ้าเจียวเริ่มหลอกล่อจางหยาง

ถึงผลไม้จะยั่วยวนใจ แต่ก็ต้องมีความสามารถในการเด็ดด้วย! ขณะที่จางหยางกำลังคิดจะปฏิเสธ ทันใดนั้นในใจพลันคิดขึ้นมาได้เรื่องหนึ่ง

เขาจำได้ว่าชาติที่แล้ว มีผู้เล่นคนหนึ่งโพสต์ลงในบอร์ดว่าเขาโซโล่เดี่ยวฆ่าผู้พลีชีพอันดูอินได้ และเพราะว่าผู้เล่นคนนั้นเพิ่งจะเลเวล 28 เมื่อมีกระทู้นี้ออกมาจึงถูกผู้เล่นคนอื่นด่าจนไม่เหลือชิ้นดี ถูกหาว่ามโนบ้าง ฝันกลางวันบ้าง จนกระทั่งผู้เล่นคนนั้นโพสต์คลิปตอนที่ฆ่าบอส ทุกคนถึงหมดคำพูด ยอมรับความจริงนี้

ผู้พลีชีพอันดูอินเป็นมอนสเตอร์สายเวท มีสกิลเดียวคือ ‘ลูกบอลไฟ’ ทันทีที่เริ่มการต่อสู้ เขาก็จะเริ่มสร้างลูกบอลไฟ แต่ว่าเขาเป็นถึงบอสโลก ลูกบอลไฟของเขาไม่ได้ปล่อยออกมาครั้งละลูก แต่เป็นสิบลูก! ค่าดาเมจของลูกบอลไฟแต่ละลูกสูงถึง 1000 แต้ม ทุก 3 วินาทีปล่อยครั้งหนึ่ง สามารถเรียกได้ว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญการฆ่าตายยกทีม!

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากลักษณะเฉพาะของอันดูอินที่ร่ายเวทได้อย่างเดียว ผู้เล่นฮันเตอร์คนนั้นจึงใช้ประโยชน์จากลักษณะภูมิประเทศ ทุกครั้งที่บอสจะร่ายเวทเสร็จ ก็จะหลบเข้าไปอยู่หลังก้อนหินใหญ่ในมุมที่ลับสายตาของบอส เพราะ ‘เดอะ มิราเคิล ออฟ ก๊อด’ ได้กำหนดไว้ว่า หากเป้าหมายออกจากการมองเห็น การโจมตีทุกชนิดจะถูกตัดสินว่าไม่มีผล ดังนั้นบอสจึงทำได้แค่หยุดร่ายเวท

พอถึงตอนนี้ ฮันเตอร์คนนั้นก็จะปรากฏตัวออกมาโจมตีทันที ส่วนบอสก็เริ่มร่ายเวทต่อ รอจนกระทั่งเวลาที่ใช้ในการร่ายเวท 3 วินาทีใกล้จบลง เขาก็หลบเข้าไปหลังก้อนหินอีกครั้ง

แผนที่วางไว้ในการต่อสู้ง่ายมาก การนำไปใช้ก็ไม่ยาก จุดที่ยากก็คือแถบเลือดของบอสยาวมาก อีกทั้งไม่สามารถโจมตีต่อเนื่องได้ คนคนนั้นต้องใช้เวลาไปทั้งหมดหนึ่งวันหนึ่งคืนถึงจะฆ่าบอสตายได้

หลังจากที่กลยุทธ์ถูกเผยแพร่ออกมา ระดับความยากในการฆ่าอันดูอินก็ลดลง บริษัทเกมตอบสนองกลับอย่างรวดเร็วด้วยการย้ายหินก้อนใหญ่นั้นออกไป

ตอนที่จางหยางเข้ามาเล่น ‘เดอะ มิราเคิล ออฟ ก๊อด’ หินใหญ่ก้อนนั้นได้ถูกเคลื่อนย้ายออกไปนานแล้ว ส่วนที่เขาได้อ่านเจอกระทู้เก่านี้ก็เพราะตอนนั้นเขารู้สึกเบื่อๆ เลยเข้าบอร์ดหาอะไรอ่านไปเรื่อยเปื่อย แล้วบังเอิญเจอคนที่เบื่อยิ่งกว่าเขาขุดกระทู้ขึ้นมาจากหลุมพอดี

ถ้าหินก้อนนั้นไม่ต่างจากที่เขาคิดมากนัก อาชีพระยะประชิดอาจจะใช้ประโยชน์จากลักษณะภูมิประเทศนี้ได้!

เมื่อจางหยางคิดมาถึงตรงนี้ จึงตอบกลับไปว่า “ตกลง นายส่งพิกัดมาให้ฉัน ฉันจะไปเดี๋ยวนี้”

“8715, 24103 จะรอนาย” เหล่าน่าเอ้าเจียวส่งพิกัดกลับมาอย่างรวดเร็ว “เดี๋ยวฉันไปบอกให้คนเชิญนายเข้าตี้ อย่าปฏิเสธล่ะ”

ผ่านไปสักครู่ จางหยางก็ได้รับคำเชิญเข้าปาร์ตี้

‘ติ๊ง! ผู้เล่น ‘สุ่ยเยียนเอ๋อร์ (มอระกู่)’ ได้เชิญคุณเข้าร่วมปาร์ตี้ ตอบรับหรือไม่?’

หลังจากจางหยางกดตอบรับก็ไปปรากฏในปาร์ตี้ทันที

‘ติ๊ง! คุณได้เข้าร่วมปาร์ตี้ หัวหน้า: ‘สุ่ยเยียนเอ๋อร์’, โหมดการแบ่งไอเทม: แบ่งโดยปาร์ตี้!’

เมื่อนับเขาเข้าไปด้วย ปาร์ตี้นี้มีสมาชิกทั้งหมด 34 คน ‘เดอะ มิราเคิล ออฟ ก๊อด’ จำกัดจำนวนสมาชิกในปาร์ตี้ไว้สูงสุดคือ 50 คน เมื่อจางหยางกวาดสายตามองออกไป ก็พบเข้ากับชื่อที่คุ้นเคยทันที----- ไกวเสวี่ยเอ๋อร์!

“อันธพาลเหม็นเน่า!” ไกวเสวี่ยเอ๋อร์ส่งรูปการ์ตูนแยกเขี้ยวกางกรงเล็บมารูปหนึ่ง นี่เป็นรูปการแสดงสีหน้าที่มาพร้อมตัวเกม

จางหยางตัดสินใจทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ วิ่งไปที่จุดหมายต่อ

“นี่คือจ้านอวี้ นักรบป้องกันที่ทำเฟิร์สเคลียร์คนนั้นไง ซูเปอร์ยอดฝีมือ!” เหล่าน่าเอ้าเจียวแนะนำตัวแทนจางหยาง อวยเต็มปากเต็มคำอย่างไม่ลังเล

ตอนแรกจางหยางคิดจะทำตัวเงียบๆ ไม่ให้เป็นจุดเด่น แต่เจอเหล่าน่าเอ้าเจียวพูดแบบนี้ เขาจึงต้องเปิดปากพูด “สวัสดีทุกคน!”

“สวัสดีท่านเทพจ้านอวี้!”

“ว้าว เวล 18 แล้ว ร้ายกาจจริงๆ!”

“ทำไม่ไม่ติดอันดับเลเวล?”

“ระบบคงมีบั๊ก!”

ทุกคนพากันพูดคุย คึกคักสุดๆ

จางหยางเปิดแมพใหญ่ขึ้นมา หาตามพิกัดจนเจอเป้าหมาย นั่นคือส่วนลึกของเทือกเขาไวท์คลาวด์! ถ้าเขาจำไม่ผิด มอนสเตอร์ในภูเขานี้เลเวล 20 ขึ้นไปทั้งสิ้น

เขาอดแปลกใจไม่ได้ จึงถามเหล่าน่าเอ้าเจียว “ที่ห่างไกลขนาดนี้ พวกนายหาบอสเจอกันได้ยังไง”

“กิลด์เรามีพวกหลงทิศอยู่คนหนึ่ง เธอหลงทางเข้าไปที่เทือกเขาไวท์คลาวด์เลยเจอบอสตัวนี้เข้า” เหล่าน่าเอ้าเจียวตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว

ไม่ต้องถาม คนนั้นต้องเป็นไกวเสวี่ยเอ๋อร์แน่! การรับรู้ทิศทางของผู้หญิงคนนี้ จางหยางรู้ซึ้งมาด้วยตัวเองแล้ว

“ทุกคนฟื้นฟูกันก่อนแป๊บนึง เดี๋ยวพวกเราค่อยตีต่อ!” หัวหน้าปาร์ตี้สุ่ยเยียนเอ๋อร์พูดขึ้นมาในช่องปาร์ตี้

“นี่คือหัวหน้ากิลด์ของพวกเรา” เหล่าน่าเอ้าเจียวแนะนำให้จางหยางรู้จัก

เพียงไม่นาน

“ต้าหลิน นายไปเปิดบอส! ตัวฮีลคอยระวังเอาไว้ ตัวทำดาเมจตามฉันมา!” สุ่ยเยียนเอ๋อร์ออกคำสั่ง

ไม่ต้องคิด จางหยางก็เห็นชะตาชีวิตของพวกเขาที่จะตายยกตี้ล่วงหน้าแล้ว

ครึ่งนาทีให้หลัง

ชื่อของทุกคนในปาร์ตี้กลายเป็นสีดำทั้งหมด ยกเว้นจางหยาง นี่แสดงว่าพวกเขาตายกันหมดแล้ว!

“หัวหน้า มอนตัวนี้โหดเกิน ยังไงก็ตีไม่ไหว!” มีคนเริ่มบ่นออกมา

“ใช่ บอลไฟโยนออกมาทีนึงนี่เล่นเป็นแถบ ทุกคนตายในวิเดียว ตัวฮีลไม่มีทางเติมเลือดได้เลย”

“บอสเลเวล 25 ไม่ใช่สิ่งที่พวกเราในตอนนี้จะตีได้จริงๆ”

“แล้วจะพอแค่นี้หรอ?” สุ่ยเยียนเอ๋อร์ไม่ยอมจำนน

“ก็ทำอะไรไม่ได้แล้วอะ อย่างน้อยต้องรอพวกเราเลเวล 20 ขึ้นไป ตีดันเจี้ยนต่อไปแตกก่อน ค่าเลือดเพิ่มเป็น 1500 ขึ้น ถึงจะพอมีหวังผ่านไปได้”

พูดได้ตรงประเด็นมาก

“รอกันก่อน จ้านอวี้ยังมาไม่ถึง ถ้าเขามาจะต้องมีวิธีแน่นอน” เหล่าน่าเอ้าเจียวมั่นใจในตัวจางหยางเต็มที่

“ชิ! นี่มันไม่ใช่ปัญหาของแทงค์ ลูกบอลไฟของบอสโจมตีเป้าหมายทีละหลายคน ไม่จำเป็นต้องมีแทงค์อยู่แล้ว”

“หัวหน้ากิลด์ รอจ้านอวี้ก่อนค่อยลองอีกครั้งเถอะ” การแสดงออกของจางหยางในหลุมใต้ดินบังกาทำให้เหล่าน่าเอ้าเจียวยอมจำนนไปนานแล้ว เขาจึงหลับหูหลับตาเชื่อว่าจางหยางจะต้องมีวิธีแก้ไม่ว่าปัญหานั้นจะยากลำบากแค่ไหนก็ตาม

สุ่ยเยียนเอ๋อร์ยังลังเลตัดสินใจไม่ได้ ผ่านไปสักพักจึงพูดขึ้น “ตกลง รอเขามา พวกเราค่อยตีดูอีกครั้ง”

“โอ๊ะ! เมียฉันจะคลอดแล้ว ฉันต้องพาเธอไปส่งโรงพยาบาลเดี๋ยวนี้ โทษทีนะทุกคน ขอออฟไลน์ก่อนละ!” คนคนหนึ่งอยู่ๆ ก็ร้องขึ้นมา จากนั้นก็ออฟไลน์ไปอย่างรวดเร็ว

“อ๋า! ได้เวลาเลิกงานแล้ว ฉันต้องกลับบ้านไปทำกับข้าวให้เมียกิน ทุกคน ฉันก็ออฟไลน์ก่อนล่ะนะ พวกนายค่อยๆ เล่นกันไป!”

“เชด! หญิงชั่วชายเลวห้องข้างๆ โคตรเสียงดังเลย บิดาไปขู่ก่อน จะได้เลิกเฮงซวยทำให้คนอื่นอารมณ์เสียตั้งแต่เช้ายันเย็นแบบนี้ซักที”

“ยุ่งนิดหน่อย ต้องไปป้อนนมลูกแล้ว”

“..........”

เพียงพริบตาเดียว ผู้เล่นสิบกว่าคนก็หาเหตุผลออฟไลน์ไปแล้ว ข้ออ้างแปลกประหลาดอะไรก็มีทั้งนั้น จากปาร์ตี้ที่มี 34 คน เหลือเหงาหงอยแค่ 15 คนทันที

“งั้นก็ช่างเถอะ แยกย้าย!” เห็นคนไม่อยากตีเยอะขนาดนี้ ตั้งใจหาข้ออ้างมาออฟไลน์ สุ่ยเยียนเอ๋อร์จึงได้แต่ประกาศออกมาอย่างจนใจ

หลังจากมีประกาศออกมา ทุกคนก็ทยอยออกจากปาร์ตี้ เพียงไม่นานก็เหลือแค่สุ่ยเยียนเอ๋อร์ ไกวเสวี่ยเอ๋อร์ และจางหยาง สามคนเท่านั้น

“จ้านอวี้ โทษที ทำให้นายวิ่งมาเสียเที่ยว” หลังจากเหล่าน่าเอ้าเจียวออกจากปาร์ตี้ก็กระซิบหาจางหยาง

“ไม่เป็นไร” จางหยางตอบกลับ มุ่งหน้าไปยังภูเขาไวท์คลาวด์ต่อ

“เอ๋ อันธพาลเหม็นเน่า ทำไมนายยังไม่ออกจากตี้อีก?” ไกวเสวี่ยเอ๋อร์เห็นจางหยางยังอยู่ในปาร์ตี้ จึงถามออกมาเล่นๆ

“ฉันจะลองดูหน่อยน่ะ”

“ลองอะไร? ลองแอ๊วเจ๊หรอ?” ไกวเสวี่ยเอ๋อร์พูด

“หานอิ๋งเสวี่ย เธออย่าเอาแต่แซวคนจะได้มัย” สุ่ยเยียนเอ๋อร์ทนดูต่อไปไม่ไหว กระโดดออกมาช่วยเรียกร้องความเป็นธรรม

“คริๆ เธอยังอายุน้อยห้ามมีความรัก อิจฉาเจ๊รึไง”

สุ่ยเยียนเอ๋อร์โมโหจึงข่มขู่ขึ้นมา “หานอิ๋งเสวี่ย ระวังฉันจะขึ้นไปข้างบนหยิกตู้มๆ ของเธอ! บีบให้ตู้มๆ สองข้างของเธอระเบิดไปเลย!”

“ฮ่าๆๆ ไข่ดาว เธออิจฉาเจ๊อีกแล้ว” ไกวเสวี่ยเอ๋อร์หัวเราะเสียงดัง

จางหยางเหงื่อตก ผู้หญิงสองคนนี้อารมณ์ดุเดือดมาก!

ระหว่างที่ผู้หญิงสองคนกำลังลับฝีปากกัน จางหยางก็มาถึงเทือกเขาไวท์คลาวด์อย่างรวดเร็ว พุ่งตรงไปยังตำแหน่งของบอส เนื่องจากรอบๆ นี้เป็นมอนสเตอร์เลเวล 20 ขึ้นไปทั้งนั้น จางหยางที่อยู่เลเวล 18 จึงดึงดูดความเกลียดชังของพวกมันได้อย่างง่ายดาย ทำให้ต้องตีมอนมาเกือบตลอดทาง

“..... หานอิ๋งเสวี่ย ฉันจะเลิกคบกับเธอ อีกหน่อยถ้าเธอหลงทาง ไม่ต้องเรียกฉันไปช่วยแล้ว” สุ่ยเยียนเอ๋อร์ข่มขู่ด้วยอาวุธที่ร้ายกาจที่สุด

“ขอฉันนับดูก่อน ตั้งแต่เล็กจนโตเธอบอกจะเลิกคบกับฉันมากี่รอบแล้ว? อืม 1892 ครั้ง หรือว่า 1893 ครั้ง?” ไกวเสวี่ยเอ๋อร์ไม่เก็บเอามาใส่ใจสักนิด

ทะลุผ่านพุ่มไม้ออกมา ในที่สุดจางหยางก็มาถึงจุดหมาย ขณะเดียวกันก็เห็นผู้หญิงสองคนยืนอยู่ไม่ไกล คนหนึ่งกำลังมองเล็บมืออย่างสงบเยือกเย็น ส่วนอีกคนกลับกำลังโกรธ ยกมือขึ้นเท้าเอว

ไกวเสวี่ยเอ๋อร์ สุ่ยเยียนเอ๋อร์

เมื่อเห็นจางหยางโผล่ออกมา ในที่สุดผู้หญิงทั้งสองคนก็หยุดโต้เถียงกัน พร้อมกันนั้นก็หันมามองเขา

ไกวเสวี่ยเอ๋อร์พูด “นายคิดจะลองจริงๆ หรอ?”

สุ่ยเยียนเอ๋อร์เป็นนักรบหญิงเผ่าพันธุ์มนุษย์ เลเวล 13 ดูแล้วอายุราว 17 หรือ 18 ปี ร่างกายยังไม่โตเต็มวัย เป็นเรื่องจริงที่อยากได้หน้าอกก็ไม่มีหน้าอก อยากได้ก้นก็ไม่มีก้น แต่ว่าหน้าตาสวยมาก อีกหน่อยถ้ารูปร่างเป็นสาวเต็มตัวเมื่อไหร่ รับรองเลยว่าต้องเป็นผู้หญิงที่ไม่ธรรมดาระดับล่มเมืองได้เลย

แน่นอนว่าก่อนอื่นรูปร่างหน้าตาของเธอในตอนนี้ต้องไม่ได้ ‘ศัลยกรรม’ มาก่อน

“อืม จะลองดู” จางหยางตอบสบายๆ ขณะเดียวกันก็มองดูหินก้อนใหญ่ทรงกระบอกที่ตั้งอยู่ไม่ไกลอย่างละเอียด หินก้อนนี้เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 5 เมตร สูงประมาณ 3 เมตร ราวกับตอไม้ที่ถูกตัด

มีหวัง!

จางอดยิ้มอย่างตื่นเต้นออกมาไม่ได้

.....................................................................

devc-52435f55-33144Miracle of God เทพนักรบผู้พิทักษ์: Chapter 039 ตอนที่ 39