Miracle of God เทพนักรบผู้พิทักษ์

Miracle of God เทพนักรบผู้พิทักษ์: Chapter 038 ตอนที่ 38

#38Chapter 038

บทที่ 38 โล่ขายดี

หลังจากที่จางหยางเริ่มทำเควสต์ ‘สหายของหมอ’ เขาก็อยู่ในป่าตลอดไม่ได้กลับเข้ามาในเมืองเลย

เขารีบวิ่งไปที่ร้านค้า เอาขยะไม่มีประโยชน์ที่อยู่ในเป้สะพายหลังขายทิ้งไปจนหมด จากนั้นก็ไปดูกล่องจดหมาย ระบบผู้ช่วยจัดการอีเมลได้แจ้งตั้งแต่หลายวันก่อนแล้วว่าเขามีเมลใหม่ แต่ว่าเขาไม่ได้กลับเข้ามาในเมืองจึงรับเมลไม่ได้

นั่นคือเมลที่ร้านประมูลส่งมา โล่ดินเผาทรงกลมที่เขาวางขายไว้ถูกประมูลไปแล้ว ปิดประมูลที่ราคา 870 เหรียญทอง ถูกหักไป 87 เหรียญทอง ทางร้านประมูลจึงส่งยอดคงเหลือมาให้

เมื่อเปิดดูในกระเป๋า ตอนนี้เขามีทั้งหมด 15300 เหรียญทอง หากเกมนี้มีการจัดอันดับคนร่ำรวยล่ะก็ จางหยางจะต้องติดอันดับแน่นอน

จางหยางไปที่ร้านแปรธาตุก่อน เขาเลือกที่จะวางเรื่องเรียน ‘ทำเหมือง’ ไว้ก่อน เปลี่ยนมาเรียน ‘แปรธาตุ’ แทน

หากต้องการสร้างความร่ำรวยจากการทำเหมือง จะต้องทุ่มเทเวลาจำนวนมากในการเก็บรวบรวมแร่ต่างๆ เหตุผลเพียงข้อเดียวที่ทำให้จางหยางเรียนสกิล ‘ทำเหมือง’ ในตอนแรกก็คือ เควสต์อาชีพตอนที่อยู่ในหมู่บ้านผู้เล่นมือใหม่จำเป็นต้องใช้ก็เท่านั้นเอง

เขาหยิบสูตรยาต้านทานเวทเงาระดับต้นออกมาเรียนทันที แสงสีทองสว่างวาบขึ้น รายการ ‘แปรธาตุ’ ของเขาในที่สุดก็ไม่ว่างเปล่าอีกต่อไป

จางหยางมาถึงร้านประมูล เปิดหน้าต่างรายการสินค้าขึ้นมาดู พิมพ์คีย์เวิร์ดว่าต้นกะหล่ำปลีและดอกแปะก๊วยลงไปแล้วเริ่มค้นหา

ฉับพลันนั้น รายการขายต้นกะหล่ำปลีและดอกแปะก๊วยปรากฏขึ้นมาหลายแถว ราคาพื้นฐานอยู่ที่ 20 เหรียญเงินต่อหนึ่งกอง แต่ก็มีพวกพ่อค้าหน้าเลือดแอบยัดไส้ เอาสมุนไพรแค่ต้นเดียวมาตั้งราคา 20 เหรียญเงินเท่ากัน กะจะเอาไว้หลอกพวกผู้เล่นที่ไม่ทันระมัดระวัง

จางหยางกดเลือกซื้อต้นกะหล่ำปลีและดอกแปะก๊วยที่ราคามัดละไม่เกิน 30 เหรียญเงินมาทั้งหมดโดยไม่เปิดเผยชื่อ รายการประมูลที่เดิมทีมีสินค้าวางขายเหลือเฟือ ในพริบตาเดียวก็เหลือเพียงรายการขายของพ่อค้าหน้าเลือดไม่กี่แถวนั้นแปะอยู่อย่างโดดเดี่ยว

ผู้เล่นสายแปรธาตุที่กำลังเตรียมกว้านซื้อสินค้าเหมือนกันไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น จึงร้องออกมาทันที

“เอ๋ ดอกแปะก๊วยล่ะ เมื่อกี้ยังมีเป็นร้อยกอง ทำไมเหลือแค่เจ็ดดอกแล้วล่ะ? แม่มัน นี่มันไอ้ตัวไหนที่ลูกเกิดมาไม่มีตูดโพสต์ขายไว้เนี่ย ดอกเดียวก็ 20 เหรียญเงิน บิดาไม่ระวังกดไปสองครั้งแล้วเนี่ย!”

“ต้นกะหล่ำปลีก็หมดแล้ว ทำบ้าอะไรกันเนี่ย ฉันยังต้องอัพสกิลแปรธาตุอยู่นะ!”

“ใครมันเงินหนาขนาดนั้นเนี่ย แป๊ปเดียวกินของเข้าไปเยอะขนาดนั้น!”

ต้นกะหล่ำปลีเป็นหนึ่งในวัตถุดิบที่ต้องมีในการปรุงยาน้ำรักษาอาการบาดเจ็บเบื้องต้น ส่วนยาน้ำพลังเวทระดับต้นก็จำเป็นต้องใช้ดอกแปะก๊วย สูตรปรุงยาน้ำสองชนิดนี้ดรอปง่ายที่สุด ปกติแล้วผู้เล่นสายแปรธาตุจะอาศัยสูตรยาสองอย่างนี้ในการอัพสกิลแปรธาตุ

เมื่อเจอจางหยางกว้านซื้อสินค้าไปในพริบตาแบบนี้ จึงเป็นเรื่องธรรมดาที่พวกผู้เล่นสายแปรธาตุจำนวนมากจะอยู่นิ่งกันไม่ไหว

จางหยางวิ่งไปที่ด้านข้างกล่องจดหมาย นำต้นกะหล่ำปลีและดอกกะหล่ำออกมา เนื่องจากพื้นที่ในเป้สะพายหลังมีจำกัด จึงได้แต่นำวัตถุดิบส่วนใหญ่ไปฝากไว้ในธนาคารชั่วคราว เมื่อตอนที่ตัวละครเกิดขึ้นมา ระบบจะให้คลังเก็บไอเทมในธนาคารแก่ผู้เล่นหนึ่งแถวโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย โดยคลังเก็บไอเทมหนึ่งแถวจะมีขนาด 100 ช่อง หากต้องการจำนวนแถวมากขึ้น? ได้ จ่ายเงินซื้อสิ! คลังเก็บไอเทมแถวที่สองราคาถูกมาก แค่ 10 เหรียญทองเท่านั้น แถวที่สามแพงขึ้นมาเป็น 100 เหรียญทอง จากนั้นแถวที่สี่ก็ 1000 เหรียญทอง..... ราคาจะเพิ่มขึ้นทีละ 10 เท่าไปเรื่อยๆ!

จางหยางซื้อคลังว่างมา 3 แถวในครั้งเดียว น่าจะเอาของในกล่องจดหมายทั้งหมดเก็บเข้าไปได้พอดี จ่ายออกไป 1110 เหรียญทองก็ทำให้เขาปวดตับหนักหน่วงอยู่เหมือนกัน

กลับมาที่ร้านแปรธาตุอีกครั้ง จางหยางซื้อขวดเปล่าจำนวนมาก จากนั้นก็กดเปิดไอคอนแปรธาตุ เริ่มปรุงยาต้านทานเวทเงาระดับต้น

‘ติ๊ง! คุณได้สร้าง ‘ยาต้านทานเวทเงาระดับต้น’ x 1ขวด, ค่าความเชี่ยวชาญ ‘แปรธาตุ’ ของคุณเพิ่มขึ้น 1 แต้ม!’

‘ติ๊ง! คุณได้สร้าง ‘ยาต้านทานเวทเงาระดับต้น’ x 1 ขวด, ค่าความเชี่ยวชาญ ‘แปรธาตุ’ ของคุณเพิ่มขึ้น 1 แต้ม!’

…..

‘ติ๊ง! คุณได้สร้าง ‘ยาต้านทานเวทเงาระดับต้น’ x 2 ขวด, ค่าความเชี่ยวชาญ ‘แปรธาตุ’ ของคุณเพิ่มขึ้น 1 แต้ม!’

หืม? ออกมาสองขวด!

จางหยางยิ้ม นี่คือข้อดีของค่าความโชคดี! ค่าความโชคดีทำให้เวลาที่ผู้เล่นสร้างไอเทมจะมีโอกาสได้รับผลงานสองชิ้น ค่าความโชคดียิ่งสูงขึ้น โอกาสแบบนี้ก็จะยิ่งมากขึ้น แต่แน่นอนว่าถึงแม้จะสะสมค่าความโชคดีได้เป็น 100 แต้ม โอกาสแบบนี้ก็ยังน้อยจนน่าสงสารอยู่ดี!

รอจนกระทั่งใช้วัตถุดิบบนร่างจนหมด จางหยางก็รีบวิ่งไปที่ธนาคารเอายาที่ปรุงขึ้นมาไปเก็บ แล้วนำวัตถุดิบชุดใหม่ไปปรุงยาต่อ

ระบบที่ออกแบบมาทำร้ายคนนี่ก็นะ ต้องใช้เวลา 2 วินาทีถึงจะปรุงยาได้ 1 ขวด จางหยางซื้อวัตถุดิบมาทั้งหมด 370 กอง สามารถปรุงยาได้ 7400 ขวด....

จางหยางปรุงยาอยู่ 4 ชั่วโมงเต็มๆ ถึงจะใช้วัตถุดิบจนหมด สกิล ‘แปรธาตุ’ ได้อัพขึ้นมาเป็นระดับกลางตั้งนานแล้ว แต่น่าเสียดายที่ไอคอนสร้างยาต้านทานเวทเงาระดับต้นก็ได้เปลี่ยนเป็นสีเทาหลังจากที่อัพสกิลขึ้นมาระดับกลางด้วย การสร้างไอเทมที่ไอคอนเป็นสีเทาจะไม่ได้รับค่าความเชี่ยวชาญเพิ่ม

เมื่อเห็นว่าคลังเก็บไอเทมในธนาคารมีขวดยาวางอยู่อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย จางหยางอดรู้สึกประสบความสำเร็จขึ้นมาไม่ได้!

ในตอนนี้ยาต้านทานเวทเงาต้นทุนอยู่ที่ขวดละ 5 เหรียญเงิน แต่หลังจากที่ผู้เล่นส่วนใหญ่เคลื่อนพลเข้าสู่ ‘รังของมาจาเวย์’ ซึ่งเป็นดันเจี้ยนต่อไป ราคาของยาต้านทานเวทเงานี้จะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเป็นขวดละ 1 เหรียญทอง และยังจะขายดีมากชัวร์! แน่นอนว่าราคาของต้นกะหล่ำปลีและดอกแปะก๊วยก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย ถึงตอนนั้นก็จะได้กำไรไม่สูงเท่านี้แล้ว

จางหยางเปิดรายชื่อเพื่อนขึ้นมา ในที่สุดเจ้าอ้วนหานก็ออนไลน์แล้ว เขาจึงกระซิบไป “เจ้าอ้วน รีบไปหาต้นกะหล่ำปลีและดอกแปะก๊วยมาเก็บ อีกไม่กี่วันราคาจะขึ้นแล้ว อืม ขอแค่ราคาไม่เกิน 2 เหรียญทองต่อกอง จับกินได้หมดเลย!”

“เชด! หยางน้อย ข่าวนี้ของนายแม่นไม่แม่น?” เจ้าอ้วนหานตอบข้อความกลับมาอย่างรวดเร็ว

“เจ้าอ้วน ฉันเอาโอกาสรวยมาให้นายแล้ว จะคว้าไว้ได้รึเปล่าอยู่ที่ตัวนายเอง!”

“หยางน้อย ทั้งตัวพี่อ้วนมีแค่ 16 เหรียญทอง ถึงหามาได้ก็คงได้ไม่เท่าไหร่หรอก”

“เอาเถอะ เดี๋ยวฉันส่งเมลไปให้นาย 1000 เหรียญทอง ถือว่าให้นายยืม”

“ฮ่าๆ น้องชายที่แสนดี”

เจ้าอ้วนหานไม่ได้พูดคำขอบคุณอะไร การคบหากันของทั้งสองคนไม่จำเป็นต้องมาทำเป็นเกรงใจ ทั้งหมดได้เก็บไว้ในใจแล้ว!

หลังจากส่งเหรียญทอง 1000 เหรียญไปให้เจ้าอ้วนหาน จางหยางก็เอาแท่งทองแดงหายาก 6 แท่งและแท่งเหล็ก 30 กอง มุ่งหน้าไปที่ร้านตีเหล็ก ทำโล่ดินเผาทรงกลมออกมาอีก 6 อัน ผลที่ได้จากร้านประมูลในครั้งแรกทำให้เขาแปลกใจเล็กน้อย คนมีเงินเยอะจริงๆ!

จางหยางเอาโล่ดินเผาทรงกลมไปวางที่ร้านประมูลหนึ่งอัน ตั้งราคาขั้นต่ำ 500 เหรียญทอง ถ้าซื้อเลยทันทีราคา 1000 เหรียญทอง กำหนดเวลาไว้ 24 ชั่วโมง ไม่เปิดเผยข้อมูลผู้ขายเหมือนเดิม

ของหายากแบบนี้ต้องทยอยขายออกไปทีละชิ้นๆ ถึงจะได้ราคาดี ของเยอะเมื่อไหร่ ก็จะไม่ได้ราคาแล้ว

เขาค้นหาพิมพ์เขียวงานหล่อ ดูว่ามีของสนุกหายากแปลกประหลาดบ้างหรือไม่

นี่เพิ่งจะผ่านไปไม่กี่วัน ร้านประมูลที่เดิมทีเงียบเหงาได้เปลี่ยนเป็นคึกคักขึ้นมาแล้ว จำนวนไอเทมที่นำมาวางประมูลก็สูงขึ้นมาหลายสิบเท่า เฉพาะพิมพ์เขียวสร้างไอเทมก็มีวางขายอยู่หลายร้อยแผ่น ส่วนใหญ่แล้วเป็นพิมพ์เขียว ‘หินลับมีดระดับต้น’ มีพิมพ์เขียวสร้างอุปกรณ์สวมใส่อยู่ไม่กี่แผ่นมาให้เห็นเป็นครั้งคราว

จากสถิติใน ‘รีวิวเกมห้าปี’ หลังจากเปิดเซิร์ฟเวอร์ได้ 10 วัน จำนวนคนที่ออนไลน์เพิ่มขึ้นจาก 4 ล้านคน เป็น 10 ล้านคนอย่างรวดเร็ว เพียง 3 เดือนให้หลังก็ขึ้นไปถึง 100 ล้าน จากนั้นก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อย่างมีเสถียรภาพ อีก 2 ปีให้หลังก็มีจำนวนผู้เล่นที่ออนไลน์สูงขึ้นอย่างน่ากลัวถึง 1000 ล้านคน

ผู้เล่นยิ่งมาก เลเวลยิ่งสูง ไอเทมที่วางขายในร้านประมูลย่อมต้องมากขึ้นเป็นปกติ

พิมพ์เขียว ‘หินลับมีดระดับต้น’ เป็นสินค้าที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจมากที่สุดของผู้เรียน ‘ตีเหล็ก’ ที่ต้องการเพิ่มค่าความเชี่ยวชาญ วัตถุดิบในการสร้างต้องการเพียงแท่งเหล็กหนึ่งแท่ง ส่วนผลงาน ‘หินลับมีดระดับต้น’ นั้นเป็นเครื่องอุปโภคบริโภค หากนำไปลับอาวุธ จะทำให้ค่าดาเมจของอาวุธเพิ่มขึ้น 10 แต้ม ค้างไว้เป็นระยะเวลา 1 ชั่วโมง

จางหยางไม่สามารถอาศัยการสร้างโล่ดินเผาทรงกลมมาอัพสกิล ‘ตีเหล็ก’ ให้ขึ้นไปอยู่ระดับกลางได้ จึงประมูลพิมพ์เขียว ‘หินลับมีดระดับต้น’ ทันที ขณะไปรับของที่กล่องจดหมายก็เปิดรายชื่อเพื่อนกระซิบไปหาจวนเยี่ยค่วงกงที่เป็นคนขุดแร่ไปด้วย

“เฮ้ พี่ชาย ตอนนี้นายมีแท่งเหล็กอยู่เท่าไหร่?”

ผ่านไปสักพักฝ่ายตรงข้ามก็ตอบกลับมา “โย่! ไม่ได้ส่งข่าวคราวมาหลายวันเลยนะ ยังนึกว่านายไม่เอาแล้ว แท่งเหล็กมีเยอะมาก นายจะเอาเท่าไหร่ล่ะ?”

“อืม เอามา 100 กอง” หากจะอัพสกิล ‘ตีเหล็ก’ ขึ้นไปอยู่ระดับกลาง ต้องใช้แท่งเหล็ก 50 กอง แต่ว่าในตัวจางหยางยังมีแท่งทองแดงหายากอีก 7 แท่ง ต้องการแท่งเหล็กอีก 35 กองถึงจะใช้แท่งทองแดงหมด

“ซี๊ด!” เห็นได้ชัดว่าจวนเยี่ยค่วงกงถูกทำให้ตกใจแล้ว “ฉันว่า นายอย่ามาทำให้ฉันตกใจทุกรอบจะได้มั้ย? 100 กองเยอะเกินไป ฉันเอาของในธนาคารออกมาทั้งหมดยังได้แค่ประมาณ 50 กองเอง”

“ตกลง 50 กองก็ 50 กอง รอนายมีของเมื่อไหร่ก็ค่อยส่งมาอีก 50 กอง เหมือนเดิม จ่ายเงินตอนรับจดหมาย”

“โอเค ขอบคุณเถ้าแก่ที่อุดหนุน”

จางหยางยื่นมือออกไปตีหนึ่งที ก็เรียน ‘หินลับมีดระดับต้น’ เรียบร้อย เมื่อคิดขึ้นมาได้ว่าเมลต้องใช้เวลาครึ่งชั่วโมงจึงจะส่งมาถึง เขารออยู่ที่นี่เฉยๆ ก็น่าเบื่อ แต่ว่าหลายวันมานี้เขาฆ่ามอนจนกระอักเลือดแล้ว ในระยะเวลาอันสั้นนี้ไม่มีอารมณ์จะตีมอนอีก

‘ติ๊ด!’ ระบบผู้ช่วยจัดการอีเมลแจ้งเตือนขึ้นมากะทันหัน มีเมลใหม่

จางหยางตะลึง เขาคิด ‘หรือว่าหลังจากเขามาเกิดใหม่เวลาที่ใช้ในการรับส่งเมลของ ‘เดอะ มิราเคิล ออฟ ก๊อด’ ก็เปลี่ยนไปด้วย? ส่งมาถึงเร็วขนาดนี้เลย?’

เมื่อเปิดกล่องจดหมายขึ้นมาดู กลับไม่ใช่แท่งเหล็กที่จวนเยี่ยค่วงกงส่งมา แต่เป็นการแจ้งเตือนที่ส่งมาจากร้านประมูล โล่ดินเผาทรงกลมขายออกไปสำเร็จแล้ว ถูกผู้เล่นที่ชื่อ ‘อิ้งเฟิงเนี่ยวซานจั้ง (โต้ลมฉี่สามจั้ง)’ ประมูลไปโดยตรง

เป็นเศรษฐีแล้ว!

จางหยางรีบวิ่งไปที่ธนาคารทันที นำโล่อันที่สองออกมาวางขายที่ร้านประมูลด้วยเงื่อนไขเดิม

‘ติ๊ด!’ ไม่เกินสองนาที จางหยางก็เห็นการแจ้งเตือนจากระบบผู้ช่วยจัดการอีเมล เมื่อเปิดดูพบว่าโล่ขายออกไปอีกแล้ว คนซื้อยังคงเป็น ‘อิ้งเฟิงเนี่ยวซานจั้ง’!

จางหยางลงขายอีกครั้ง

ฝั่งตรงข้ามก็ซื้ออีก

ขาย, ซื้อ, ขาย, ซื้อ.....

เวลาสิบนาที โล่ห้าอันในธนาคารของจางหยางได้ขายไปจนเกลี้ยง ทั้งหมดถูก ‘อิ้งเฟิงเนี่ยวซานจั้ง’ เอาไปกินเรียบ โล่อันหลังๆ เดิมทีเขาคิดจะตั้งราคาสำหรับซื้อทันทีให้สูงขึ้น แต่มาคิดๆ ดูหนึ่งพันเหรียญก็เยอะแล้วจึงปล่อยไป

ยิ่งเป็นระยะแรกของเกม เหรียญทองก็จะยิ่งราคาตกเร็ว แต่ว่าถ้านับตามราคาตลาดวันนี้ที่ 1:9 หนึ่งพันเหรียญทองก็ได้เกือบหมื่นหยวนแล้วนะ!

เป็นคนรวยแล้ว!

แต่มาคิดๆ ดูแล้วก็ไม่มีอะไร โล่ดินเผาทรงกลมอันนี้เดิมทีก็เป็นโล่ที่ดีที่สุดของเกมในตอนนี้ อีกทั้งนอกจากกิลด์ซือเล่อหยวน ตอนนี้ก็ยังไม่มีกิลด์ที่สองที่ผ่านดาดาร์ดาไปได้ เอาแค่แร่ทองแดงหายากที่เป็นวัตถุดิบก็บอกได้ถึงความหายากของโล่นี้แล้ว

อิ้งเฟิงเนี่ยวซานจั้งคนนี้คงเป็นคนของกิลด์ใหญ่ที่ไหนสักแห่ง ถึงสามารถมีหนึ่งชิ้นก็ซื้อหนึ่งชิ้น เหมาโล่ที่จางหยางลงขายทั้งหกชิ้นไปจนหมดได้

ดันเจี้ยนเลเวล 20 มีเพียงโหมดความตายถึงจะดรอปโล่เกรดเงินสีขาว ตามที่ผู้พัฒนาเกมคาดการณ์ไว้ อย่างน้อยต้องใช้เวลาสี่ห้าวัน กิลด์ใหญ่ทั้งหลายถึงจะรวบรวมทีมบุกเบิกที่มีเลเวลเหมาะสมได้

รังของมาจาเวย์ยากกว่าหลุมใต้ดินบังกาเยอะมาก ในช่วงแรกที่เข้าไปบุกเบิก เนื่องจากยังไม่รู้สกิลของบอส แม้จะเป็นโหมดปกติก็สามารถสร้างความลำบากให้พวกเขาได้หนึ่งวันแล้ว โหมดยากต้องใช้เวลาสามวัน ส่วนโหมดความตายยิ่งนานขึ้นไปอีก หากต้องการได้โล่เกรดเงินสีขาวอันนั้นมา เป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาสิบวันเป็นอย่างน้อย!

นอกจากนี้ ปาร์ตี้ที่สามารถผ่านโหมดความตายได้โดยที่เลเวลเท่ากันกับตัวดันเจี้ยน ตลอดมาก็มีแค่ปาร์ตี้จากพวกกิลด์ใหญ่ไม่กี่ทีมเท่านั้น ส่วนผู้เล่นทั่วไปได้แต่รอให้เลเวลสูงแล้วค่อยย้อนกลับมาบดขยี้! เมื่อคาดการณ์ได้อย่างนี้ แปลว่าโล่ดินเผาทรงกลมนี่ยังขายได้อีกนานเลย เพียงแต่อีกหน่อยจะขายไม่ได้ราคาสูงเท่านี้แล้ว

ดูแล้ว หลุมใต้ดินบังกาโหมดความตายยังคงคุ้มค่าที่จะไปตีซ้ำ!

.....................................................................

devc-52435f55-33144Miracle of God เทพนักรบผู้พิทักษ์: Chapter 038 ตอนที่ 38