Miracle of God เทพนักรบผู้พิทักษ์

Miracle of God เทพนักรบผู้พิทักษ์: Chapter 033 ตอนที่ 33

#33Chapter 033

บทที่ 33 จุดเปลี่ยนเล็กๆ

“น้องจ้านอวี้ วันนี้ฉันพาผู้เล่นชั้นยอดของกิลด์มากันครบเลย นายคิดว่าพวกเราจะขึ้นไปติดอันดับความเร็วโหมดความตายได้มั้ย?” ชื่อเลี่ยนหั่วกระซิบหาจางหยาง

จางหยางอดหัวเราะไม่ได้ ตอบกลับว่า “นายก็โลภเกินไปหน่อยแล้ว เหรียญทองแค่พันเดียวจะให้ฉันช่วยนายติดอันดับ?”

ชื่อเลี่ยนหั่วยิ้มด้วยความกระดากแล้วพูดว่า “ถ้าติดอันดับความเร็วได้จริงๆ ฉันค่อยเพิ่มให้นายอีกหมื่นเหรียญทอง”

เมื่อเทียบกับการที่เซิร์ฟเวอร์ฟลัดประกาศแล้ว เหรียญทองเล็กน้อยแค่หมื่นเหรียญไม่นับว่าเป็นอะไรเลยจริงๆ

จางหยางส่ายหัวแล้วพูดว่า “นายคงไม่รู้เงื่อนไขในการติดอันดับความเร็ว?”

“หืม? ไม่ใช่ทำลายสถิติก็ได้แล้วหรอ?” ชื่อเลี่ยนหั่วถามกลับด้วยความไม่เข้าใจ

“ต้องแบ่งเป็นสองสถานการณ์ หนึ่ง ถ้าอันดับความเร็วมีการบันทึกสถิติไว้แล้ว แบบนั้นแค่ทำลายสถิติเดิมก็ขึ้นได้แล้วจริงๆ สอง ถ้าอันดับความเร็วยังไม่มีการบันทึกสถิติ เหมือนอย่างพวกเราในตอนนี้ จะต้องทำเงื่อนไขสองข้อให้ครบพร้อมกันถึงจะติดอันดับได้”

จางหยางพูดต่อ “ก่อนอื่น สถิติที่บันทึกใหม่นี้ต้องทำลายสถิติเฟิร์สเคลียร์! อีกข้อคือ จะต้องเร็วกว่าเวลาที่ระบบกำหนดไว้ด้วย”

“อะไร ยังมีเวลาที่ระบบกำหนดไว้อีก?” ชื่อเลี่ยนหั่วไม่รู้จริงๆ

“นั่นมันแน่นอนอยู่แล้ว ไม่งั้น นายใช้เวลาหนึ่งวันเต็มๆ ทำเฟิร์สเคลียร์ จากนั้นทำสถิติใหม่ให้เร็วขึ้นวันละหนึ่งนาที แบบนี้นายก็จะติดอันดับได้ซ้ำแล้วซ้ำอีกไม่สิ้นสุด! ต้องรู้ไว้ด้วยว่า ติดอันดับความเร็วหนึ่งครั้งจะได้หินรูน เจมสโตน และยังมีรางวัลอื่นๆ อีก ระบบจะยอมให้นายเอาเปรียบขนาดนั้นรึไง?”

“อ่อ!” ชื่อเลี่ยนหั่วเข้าใจในที่สุด

“ดังนั้นระบบจึงกำหนดสถิติตั้งต้นไว้สูงมาก นายต้องทำลายสถิตินี้ให้ได้ซะก่อน ระบบถึงจะยอมรับว่าสถิติของนายมีคุณสมบัติพอที่จะติดอันดับความเร็วได้ อย่างหลุมใต้ดินบังกา เวลาที่กำหนดไว้ในการขึ้นอันดับความเร็วคือ 30 นาที”

“เช็ดครก! เวลาเร็วขนาดนั้นเลย?” ถึงแม้ชื่อเลี่ยนหั่วจะมีฐานะถึงเป็นหัวหน้ากิลด์ก็ยังอดระเบิดคำหยาบออกมาไม่ได้

จางหยางหัวเราะแล้วพูดว่า “ดังนั้น เล่นให้มันดีๆ เก็บอุปกรณ์สวมใส่ไปก่อน รอทุกคนขึ้นเลเวล 15 ก็เกือบจะเป็นอุปกรณ์สวมใส่เกรดทองแดงสีเขียวหมดทั้งตัวแล้ว ถึงตอนนั้นค่อยมาลองท้าดวลกับเวลาขั้นต่ำ”

เมื่อได้ฟังจางหยางอธิบายแบบนี้ ชื่อเลี่ยนหั่วก็ตัดใจได้แล้ว ในระยะเวลาอันสั้นนี้ไม่กล้าหวังสูงถึงอันดับความเร็วอะไรอีกแล้ว

“หัวหน้ากิลด์ เริ่มกันได้ยัง?” เจวี๋ยตุ้ยฟั่งอวี้พูดด้วยความยโสโอหังเต็มพิกัด หยิบโล่ออกมาจากด้านหลัง แล้วก็หยิบค้อนออกมาจากข้างเอว สายตาที่เหล่มองจางหยางแฝงความยียวนกวนประสาทชัดเจน

จางหยางไม่เข้าใจขึ้นมาแล้ว ตัวเองไปทำอะไรขัดใจไอ้หมอนี่มาเนี่ย! เขาไม่ได้เป็นคนประเภทที่กลัวจะมีเรื่องอยู่แล้ว ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องทน จึงจ้องตากลับไปทันควัน

เจวี๋ยตุ้ยฟั่งอวี้รู้สึกคับข้องใจ

เขาเป็นถึง MT (เมนแทงค์) ของกิลด์ซือเล่อหยวน มีใครในกิลด์ที่ไม่ต้องเรียกเขาด้วยความเกรงใจว่า ‘พี่เจวี๋ยตุ้ย’ บ้าง ไม่ว่าจะเป็นทักษะการดึงมอน หรือปฏิกิริยาตอบสนองของเขา มีอะไรบ้างที่ไม่เป็นที่หนึ่งเหนือคนอื่น? ถ้าไม่เป็นเพราะชอบชิงซือหรูเสวี่ยล่ะก็ เขาย้ายออกจากกิลด์ที่นับว่าเป็นแค่กิลด์ระดับเล็กระดับกลางอย่างซือเล่อหยวนนี่ไปนานแล้ว

แต่ว่าเมื่อวานนี้ เขารู้สึกว่าตัวเองถูกทำให้เสียเกียรติอย่างรุนแรง

หัวหน้ากิลด์ของเขาอยู่ๆ ก็สลัดเขาทิ้ง ไปลงดันเจี้ยนกับปาร์ตี้เฉพาะกิจเสียอย่างนั้น พูดว่าเจอตัวแทงค์แข็งแกร่งอะไรก็ไม่รู้จะไปสังเกตการณ์ดูสักหน่อย

นี่นับเป็นอะไร? ซือเล่อหยวนมีแทงค์อันดับหนึ่งของจักรวาลอย่างเขาอยู่แล้ว ยังจะต้องการแทงค์ตัวอื่นอีกหรือ?

แต่ทว่าผลลัพธ์ที่ตามมากลับทำให้เขาต้องโมโหเดือด ปาร์ตี้เฉพาะกิจนั่น ไม่เพียงแต่จะผ่านโหมดยาก แม้กระทั่งโหมดความตายก็ยังสอยเรียบแล้ว

เจวี๋ยตุ้ยฟั่งอวี้โทสะปะทุแล้วจริงๆ เรื่องใหญ่มีแสงไฟสปอร์ตไลท์สาดส่องแบบนี้เขากลับไม่มีส่วน! เขาไม่มีทางยอมรับว่าความสามารถของเขาสู้แทงค์ของปาร์ตี้เฉพาะกิจนั่นไม่ได้ เพียงแต่รู้สึกว่าฝ่ายตรงข้ามโชคดีมากก็เท่านั้นเอง

เมื่อวานเย็นชื่อเลี่ยนหั่วส่งโล่ให้เขาชิ้นหนึ่ง และยังบอกว่าให้มาเล่นโหมดความตายในวันรุ่งขึ้น

พอเจวี๋ยตุ้ยฟั่งอวี้มองดูโล่ก็ตกตะลึงขึ้นมาทันที นี่มันเกรดทองแดงสีเขียวเลยนะ! เป็นโล่ที่เจ๋งที่สุดของเกมในตอนนี้เลย! แค่คิดเขาก็ยังไม่ต้องคิด โล่นี้ต้องเป็นไอเทมที่ดรอปจากหลุมใต้ดินบังกาโหมดความตายแน่นอน

แต่ว่าทำไมนักรบป้องกันของปาร์ตี้นั้นที่ชื่อจ้านอวี้ถึงไม่ได้โล่นี้ไปล่ะ? ในฐานะที่เป็นแทงค์ โล่คืออุปกรณ์ในการป้องกันที่สำคัญที่สุด จะปล่อยหลุดมือไปได้อย่างไร?

อธิบายได้อย่างเดียวก็คือ จ้านอวี้นั่นเป็นแค่ตัวมาเล่นฆ่าเวลาเฉยๆ ไม่สมควรจะได้โล่นี้! ดังนั้นหัวหน้ากิลด์จึงเก็บโล่นี้มาให้เขา ไม่แบ่งให้เจ้านั่น

เจวี๋ยตุ้ยฟั่งอวี้ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่ามีเหตุผล รอจนกระทั่งชื่อเลี่ยนหั่วบอกว่าพรุ่งนี้จะเล่นโหมดความตายกับจ้านอวี้ เขาอดตัดสินใจเงียบๆ ไม่ได้ว่าจะต้องทำให้ไอ้ผู้ชายโชคดีคนนั้นรู้สึกอัปยศอดสูให้ได้ ไอ้เวรนั่นกล้าวิ่งมาเกาะขาใหญ่ๆ อาศัยบารมีของพวกหัวหน้ากิลด์จนทำเฟิร์สเคลียร์โหมดความตายได้ เรื่องนี้แม้กระทั่งตัวเขาก็ยังไม่มีส่วนเลยนะ!

เจวี๋ยตุ้ยฟั่งอวี้เดี๋ยวเอาโล่ดินเผาทรงกลมออกมาสวมใส่ เดี๋ยวก็ถอดเก็บซ้ำไปมาไม่หยุด ตั้งใจกวนประสาทจางหยาง แล้วเขาก็พูดขึ้นว่า “ดูซะ โล่นี่อยู่ในมือพี่ นายอะนับเป็นตัวอะไร ดูซะสิ ดูให้มันมากๆ หน่อย นายก็ได้แต่มองด้วยความอิจฉาเท่านั้นแหละ”

จางหยางไม่เข้าใจมากขึ้นกว่าเดิมอีก ทำไมไอ้หมอนี่เอาโล่ที่เขาสร้างมาอวดต่อหน้าเขาเสียอย่างนั้น นี่หมายความว่าอะไร? อืม สมองน่าจะมีปัญหา! ช่างเถอะ จะไปถือสาอะไรกับคนที่สมองไม่เต็มเต็งแบบนี้ เหนื่อยเปล่าๆ

“ฉันลุยล่ะนะ ชิงซือ คอยฮีลฉัน!” เจวี๋ยตุ้ยฟั่งอวี้เล่นใหญ่กระโจนเข้าไปหากลุ่มมอนสเตอร์ ก่อนจะไปยังไม่ลืมมองเหยียดใส่จางหยางไปทีหนึ่ง

“ตัวแทงค์กิลด์นายคนนี้ สมองมีปัญหารึเปล่า?” จางหยางอดไม่ไหวต้องกระซิบหาชื่อเลี่ยนหั่ว

ชื่อเลี่ยนหั่ว “.........”

อย่างไรก็ตาม การที่เจวี๋ยตุ้ยฟั่งอวี้สามารถเป็น MT ของกิลด์ซือเล่อหยวนได้ ย่อมต้องมีความสามารถแน่นอน อีกทั้งอัศวินนักรบยังเชี่ยวชาญการดึงมอนเป็นกลุ่มมาแต่กำเนิด มอนสเตอร์หกตัวนั้นจึงถูกเจวี๋ยตุ้ยฟั่งอวี้ดึงไว้ได้อยู่หมัด ไม่มีสัญญาณว่าจะวิ่งสะเปะสะปะสักนิด แต่ว่าถึงอย่างไรเจวี๋ยตุ้ยฟั่งอวี้ก็ไม่ใช่จางหยาง เขาอาศัยแค่สกิลและค่าการป้องกันล้วนๆ ฝืนกินการโจมตีของมอนสเตอร์เข้าไปทื่อๆ แต่ไหนแต่ไรมอนสเตอร์ลูกสมุนในโหมดความตายก็ดุร้ายอยู่แล้ว เมื่อเป็นอย่างนี้หลอดเลือดของเขาจึงราวกับเล่นรถไฟเหาะตีลังกาอยู่ เดี๋ยวขึ้นเดี๋ยวลง ทำเอาตัวฮีลทั้งสองวุ่นจนหัวหมุนไปหมด

จางหยางเห็นดังนั้นก็เลยอยู่ด้านข้างร่วมชมความคึกคัก ก็แค่ลูกสมุนเอง ตีไปมั่วๆ ก็พอแล้ว

อย่างไรก็ตามผู้เล่นชั้นยอดก็คือผู้เล่นชั้นยอด อัตราการฆ่ามอนสเตอร์ไม่สามารถเอามาเทียบกับปาร์ตี้เฉพาะกิจเมื่อวานนี้ได้เลย แม้จางหยางจะไม่ได้ลงมือ มอนสเตอร์หกตัวนั้นก็ล้มลงไปนอนอย่างรวดเร็ว เพียงแต่แถบบลูของตัวฮีลทั้งสองก็ถูกใช้ไปจนเกลี้ยงด้วย ทำให้ต้องนั่งลงกินของว่างเพื่อเพิ่มค่าพลังเวท

“จ้านอวี้ อีกเดี๋ยวไปทำเควสต์เป็นเพื่อนฉันหน่อยได้รึเปล่า?” ค่าพลังเวทของชิงซือหรูเสวี่ยกลับมาเต็มอย่างรวดเร็ว เดินด้วยท่วงท่างดงามมาหยุดอยู่ด้านข้างจางหยาง พูดเสียงหวานออกมา

“ชิงซือ จะไปทำเควสต์อะไร ฉันไปเป็นเพื่อนก็พอแล้ว” เจวี๋ยตุ้ยฟั่งอวี้กระโดดออกมาพูดทันที เรื่องที่เขาสนใจชิงซือหรูเสวี่ยไม่ใช่เพิ่งจะเกิดขึ้นแค่วันสองวันนี้

จางหยางยักไหล่ ความหมายก็คือมีคนไปเป็นเพื่อนเธอแล้ว พวกเราอย่ามาเสียเวลาเลย ถึงแม้จะพูดกันว่าคนเราหากไม่อาศัยช่วงที่ยังเป็นวัยรุ่นทำเรื่องรักๆ ใคร่ๆ ถือว่าเป็นชีวิตวัยรุ่นที่ล้มเหลว แต่ว่าเขามีประสบการณ์ผ่านโลกมาเยอะแล้ว ตอนนี้ในหัวเต็มไปด้วยความคิดที่จะพัฒนาขีดความสามารถของตัวเองเพื่อให้หลินอวี้ได้มีที่พึ่งพิงเท่านั้น จะมีเวลาสบายอกสบายใจไปสนใจเรื่องอื่นได้ที่ไหนกัน

ชิงซือหรูเสวี่ยอดขุ่นเคืองไม่ได้ หันหน้ากลับไปใช้สายตาที่เต็มไปด้วยความโกรธจ้องเจวี๋ยตุ้ยฟั่งอวี้ไปทีหนึ่ง

เจวี๋ยตุ้ยฟั่งอวี้ไม่เข้าใจเบื้องลึกที่ซ่อนอยู่ในสถานการณ์นี้ ในใจจึงโกรธขึ้นมา ‘เด็กนั่นไม่แค่สารเลว ยังมาเจ๊าะแจ๊ะผู้หญิงของเขาอีก ถ้าเรื่องอย่างนี้ทนได้ ยังจะมีเรื่องอะไรทนไม่ได้อีกหา!’

ระหว่างที่จางหยางยังไม่ทันรู้เรื่องอะไรทั้งสิ้น ก็ถูกบางคนยกระดับจาก ‘สารเลว’ กลายเป็นศัตรูหัวใจอย่างรวดเร็ว

“เดินหน้าต่อ!” ชื่อเลี่ยนหั่วสั่งการให้ปาร์ตี้รุกคืบไปเบื้องหน้า โดยไม่ทันสังเกตว่าเจวี๋ยตุ้ยฝั่งอวี้แอบเตรียมกระทำการณ์บางอย่างกับจางหยาง

ทวารบาล

“จ้านอวี้ นายกับเจวี๋ยตุ้ยฟั่งอวี้จัดการคนละตัว!” แม้ชื่อเลี่ยนหั่วจะรู้ดีว่าจางหยางแค่คนเดียวก็สามารถแทงค์จนจบทั้งโหมดความตายได้ แต่ว่าพาแทงค์บ้านตัวเองมาแล้ว ถ้าให้เขายืนว่างอยู่ด้านข้างเฉยๆ ก็จะทำให้กิลด์ซือเล่อหยวนขายหน้าเกินไป

“ฮึ่ม! หัวหน้า ฉันคนเดียวก็พอแล้ว” หลังจากที่เจวี๋ยตุ้ยฟั่งอวี้สวมใส่โล่นั้นแล้ว ความมั่นใจในตัวเองก็อัดเต็มพร้อมระเบิด ไม่มีใครบนโลกนี้สามารถห้ามความเจิดจรัสของเขาได้

จางหยางทำท่าทางแสดงความหมายว่า ‘เชิญ’ ออกไป

เจวี๋ยตุ้ยฟั่งอวี้ทำเสียง ‘ฮึ!’ เย้ยหยันกลับแล้วถือค้อนศึกเดินขึ้นหน้า

‘ผั่วะๆๆ’ หลังจากวุ่นวายไก่บินหมากระโดดกันสักพัก ชื่อเลี่ยนหั่วก็รีบตะโกนออกมา “จ้านอวี้ เข้าไป! เจวี๋ยตุ้ยจะตายแล้ว ตัวฮีลเร่งมือ!”

เจ้าอ้วนหานหัวเราะเสียงดังยกใหญ่

จางหยางคว้าดาบขึ้นมา ก้าวใหญ่ๆ ก้าวเดียวก็ ‘จู่โจม’ ออกไป ทำให้มอนสเตอร์ตัวหนึ่งติดสตัน แล้วเริ่มฟาดฟันลงไป หลังจากมอนสเตอร์ตัวนั้นหายมึนงง ก็ ‘ยั่วยุ’ ซ้ำลงไปอีก รอสองวินาทีจนผลของยั่วยุหมดลง ความเกลียดชังก็นิ่งแล้ว

เมื่อมองเห็นมือซ้ายของจางหยางมีโล่ที่เหมือนของตัวเองเปี๊ยบ เจวี๋ยตุ้ยฟั่งอวี้จึงงงงวยเล็กน้อย ‘ทำไมเขาก็มีล่ะ?’

เพื่อประหยัดเวลา จางหยางจึงขี้เกียจจะทะเลาะกับเจวี๋ยตุ้ยฟั่งอวี้ จัดการเก็บกวาดลูกสมุนมาตลอดทาง เพียงไม่นานก็มาถึงเบื้องหน้าบอสหมายเลขหนึ่งแล้ว และเจวี๋ยตุ้ยฟั่งอวี้ก็ได้รู้ถึงความร้ายกาจของจางหยางแล้ว ค่าความเกลียดชังนั้นน่าตื่นตะลึงจริงๆ ทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองเป็นส่วนเกินไปทันที

หลังจากจัดการกรงเล็บดำเรียบร้อยแล้ว เขาก็ยิ่งตะลึงขึ้นไปอีก จางหยางแบก ‘ตาเพชรฆาต’ สิบกว่าชั้น กลับไม่ให้บอสแตะโดนตัวได้เลยสักครั้ง การควบคุมจังหวะและเวลาในการเคลื่อนย้ายตำแหน่งแบบนั้น ทำให้เจวี๋ยตุ้ยฟั่งอวี้ได้เปิดหูเปิดตาครั้งใหญ่ เขาเพิ่งจะได้รู้ว่าที่จริงแล้วแทงค์ยังสามารถทำแบบนี้ได้ด้วย! หลังจากนั้นเขาก็เงียบไม่ออกเสียงอีกเลยสักคำ เอาแต่ตีมอนสเตอร์เงียบๆ เพียงอย่างเดียว

เนื่องจากปาร์ตี้แข็งแกร่งกว่าเมื่อวานไม่น้อย อุปกรณ์สวมใส่ของจางหยางก็ยกระดับขึ้นเยอะ เก็บบอสลับเรียบร้อยก็ไม่มีการตายยกปาร์ตี้เกิดขึ้น แต่แน่นอนว่าเรื่องมีคนตายนั้นหลีกเลี่ยงไม่ได้

ตามที่ตกลงกันไว้ล่วงหน้า หากดรอปอุปกรณ์สวมใส่ที่จางหยางใช้ได้ก็จะยกให้เขาก่อน จางหยางจึงไม่เกรงใจ ม้วนเก็บอุปกรณ์เกรดทองแดงสีเขียวไปสี่ชิ้น

[หมวกเกราะของท่านลอร์ด] (เกรดทองแดงสีเขียว, เกราะเหล็ก)

ค่าการป้องกัน (Defense: DEF): +6

ค่ากำลังกาย (Vitality: VIT): +12

ค่าความแข็งแกร่ง (Strength: STR): +6

ค่าความเร็ว (Agility: AGI): +2

เลเวลที่ต้องการ: 10

[ผ้าคลุมไหล่สีแดงเลือด] (เกรดทองแดงสีเขียว, เสื้อคลุม)

ค่าการป้องกัน (Defense: DEF): +3

ค่ากำลังกาย (Vitality: VIT): +2

เลเวลที่ต้องการ: 10

[เกราะหุ้มหน้าอกของนักรบ] (เกรดทองแดงสีเขียว, เกราะเหล็ก)

ค่าการป้องกัน (Defense: DEF): +6

ค่ากำลังกาย (Vitality: VIT): +12

ค่าความแข็งแกร่ง (Strength: STR): +8

เลเวลที่ต้องการ: 10

[แหวนอำพัน] (เกรดทองแดงสีเขียว, แหวน)

ค่าการป้องกัน (Defense: DEF): +3

ค่ากำลังกาย (Vitality: VIT): +2

อุปกรณ์สวมใส่: ทุกครั้งที่หลบการโจมตีสำเร็จ จะเพิ่มค่าความแข็งแกร่ง 20% เป็นอัตราคงที่ ค้างไว้เป็นระยะเวลา 10 วินาที เอฟเฟกต์นี้ไม่สามารถใช้ซ้อนได้

เลเวลที่ต้องการ: 10

“สี่สิบเจ็ดนาที” ชื่อเลี่ยนหั่วคำนวณเวลา “จ้านอวี้ ถ้าพวกเรายกระดับอุปกรณ์สวมใส่อีกสักนิด แล้วก็ฝึกกลยุทธ์ให้คล่องอีกหน่อย น่าจะลดเวลาที่ใช้ในการผ่านด่านให้ลงมาอยู่ภายใน 30 นาทีได้?”

จางหยางเปลี่ยนอุปกรณ์สวมใส่ไปด้วย พูดไปด้วย “อืม พอมีความหวังอยู่”

“เฮอะๆ งั้นพวกเราไปตีโหมดยากต่อ ไม่ทำให้ยอดฝีมือใหญ่อย่างนายเสียเวลาแล้ว” ชื่อเลี่ยนหั่วพูด ถ้าพวกเขามีอุปกรณ์สวมใส่จากโหมดความตายแล้วยังเล่นโหมดยากไม่รอดอีก มันจะเป็นเรื่องน่าอับอายขายหน้าเกินไป

“ตกลง งั้นบ๊ายบาย” จางหยางและเจ้าอ้วนหานต่างคนต่างออกจากปาร์ตี้

.....................................................................

devc-174234ce-33051Miracle of God เทพนักรบผู้พิทักษ์: Chapter 033 ตอนที่ 33