หวนชะตารัก

หวนชะตารัก: Chapter 010 ตอนที่ 10

#10Chapter 010

บทที่ 10 พี่สาวน้องสาวกับท่านป้า

ผ้าม่านรถม้าของคุณหนูจวินไม่ได้ปิดลงตลอดทาง สาวใช้ตัวน้อยที่ตกใจจากเรื่องผูกคออดนอนมาหนึ่งคืน ตอนนี้อยู่เป็นเพื่อนไม่ไหวพักตามคำสั่งไปอย่างเชื่อฟังแล้ว

ออกมาจากหมู่บ้านเป่ยหลิวไม่นานก็มาถึงถนนใหญ่ ใกล้อำเภอหยางเฉิงเข้าไปเรื่อยๆ บนถนนใหญ่รถม้าที่สัญจรไปมายิ่งมากขึ้น ยังไม่ทันเข้าอำเภอหยางเฉิง ก็สัมผัสได้ถึงความเจริญคึกคักแล้ว

อำเภอหยางเฉิง เมืองเจ๋อโจว

อำเภอแห่งนี้ตั้งอยู่ที่ด่านสำคัญของภาคตะวันตกเฉียงเหนือ แม้ว่านางจะไม่เคยมาแต่ก็ไม่ใช่จะไม่คุ้น ไม่เพียงที่นี่ สถานที่ทางเหนือจากเมืองหลวงขึ้นไปนางรู้จักดี เพียงแต่ว่ารู้จักบนแผนที่และในหน้าหนังสือเท่านั้น

วัฒนธรรมของคนเหนือเปิดกว้าง เด็กสาวอย่างนางเปิดม่านรถมองออกไปข้างนอกเช่นนี้ไม่มีอะไรไม่เหมาะสม บางครั้งคนเดินถนนก็เบนสายตามา ผวาไปชั่วขณะแล้วก็หลบสายตาไป

สายตาของคุณหนูจวินมุ่งมองที่ทิวทัศน์ กันไม่ให้ตัวเองคิดเรื่องเกี่ยวกับอดีตมากเกินไป

เรื่องในอดีตเป็นมาอย่างไรนางเข้าใจถ่องแท้แล้ว ไม่มีความจำเป็นต้องเสียแรงไปกับมัน ขบคิดอีกซ้ำแล้วซ้ำเล่า นอกจากจะทำให้ตัวเองทนทุกข์เสียใจคั่งแค้นจนแทบบ้าก็ไม่มีเรื่องดีอะไร

นางเพียงต้องรู้ว่านางเป็นใคร ตอนนี้สถานการณ์เป็นอย่างไร รวมถึงจะทำสิ่งใดก็เพียงพอแล้ว

จะรู้สามสิ่งนี้ได้ นางต้องรักษาความคิดของตัวเองให้กระจ่าง

มองปัจจุบัน มองไปข้างหน้า

เมื่อรถม้าเข้าประตูเมืองอันใหญ่โตของอำเภอหยางเฉิง หลิ่วเอ๋อร์สาวใช้ก็ตื่นขึ้นมา มองไปด้านนอกรถเบ้ปาก

“ต้องกลับมาที่บ้านนั้นอีกแล้ว” นางพูดอย่างรังเกียจและจำทน

ทั้งครั้งนี้ยิ่งไม่เหมือนก่อนหน้า ก่อนหน้านี้บ้านที่ชวนให้คนรังเกียจหลังนี้ สำหรับพวกนางสองนายบ่าวเป็นเพียงที่พักเท้าชั่วคราว หน้าที่เป็นเหมือนกับโรงเตี๊ยม ตระกูลหนิงแห่งอำเภอเป่ยหลิวถึงจะเป็นบ้านที่แท้จริงของพวกนาง

เพราะในใจคิดว่าทั้งหมดนี้เป็นเพียงชั่วคราว หลังจากอดทนผ่านไป เมฆครึ้มมลายฟ้าย่อมสว่าง ดังนั้นจึงอดทนยอมให้ตนเองอยู่ในสภาพแวดล้อมชั้นต่ำนี้ได้

แต่ตอนนี้หนังสือหมั้นไม่มีแล้ว สัญญาหมั้นก็ไม่มีแล้ว คุณหนูไม่มีที่ไปแล้ว ทางข้างหน้าไม่มีฟ้าสว่างแล้ว มีเพียงความมืดไม่มีสิ้นสุด

ภายภาคหน้าจะทำอย่างไร?

ความยโสที่มีเสมอบนใบหน้าของสาวใช้ตัวน้อยมีแววสับสนขึ้นมาเลือนราง จนกระทั่งเข้าประตูตระกูลฟางก็ยังคงนิ่งงันอยู่

คุณหนูจวินตั้งใจมองหมู่เรือนของตระกูลฟาง

หมู่เรือนของตระกูลฟางตั้งอยู่บนที่ดินใจกลางอำเภอหยางเฉิง แม้ว่าจะเทียบไม่ได้กับตระกูลหนิงที่อำเภอเป่ยหลิว แต่ในเมืองก็นับว่าพื้นที่ไม่เล็ก เป็นที่หนึ่งที่สอง คานแกะสลักเสาวาดลาย ศาลาทางเดินหอสูง ตัวเรือนห้องหับ มากมายแต่ก็เป็นระเบียบ

รถม้าแล่นผ่านถนนแคบเข้าไปยังเรือนด้านใน รถม้าไม่ได้หยุดลง คุณหนูจวินได้ยินเสียงฝีเท้าวุ่นวายดังมาจากด้านนอก คนในบ้านได้ยินข่าวแล้ว คิดว่าคงเป็นกังวลมาก

“...ลากกลับมาแล้ว”

“...ตายหรือยัง?”

“..ตายแล้วจริงๆ หรือ?”

หลังเสียงฝีเท้าก็มีเสียงแหลมเล็กของผู้หญิงดังขึ้น เสียงนี้ถ้าจะบอกว่าเป็นห่วงกังวล พูดว่าตื่นเต้นรอคอยคงจะถูกกว่า

ดูแล้วไม่ใช่ทุกคนจะเป็นกังวล

คุณหนูจวินเม้มปาก จากหน้าต่างรถมองไปทางเสียงพูดนั้น

ที่ประตูทางเชื่อมเรือนนอกกับเรือนในมีเด็กสาวสวมชุดแดงๆ เขียวๆ สิบกว่าคนแห่ออกมา มีอายุมากมีอายุน้อย

สายตาของคุณหนูจวินหยุดอยู่ที่เด็กสาวอายุสิบสามสิบสี่ปีคนหนึ่ง

เด็กสาวคนนั้นหน้าตางดงาม ในหมู่คนโดดเด่นสะดุดสายตาเป็นพิเศษ คิ้วและดวงตาตวัดขึ้นเหมือนกับนายหญิงผู้เฒ่าฟางดูคมดุอยู่หลายส่วน

เวลาเดียวกับที่คุณหนูจวินมองไปที่นาง นางก็มองกลับมา สายตาของทั้งสองประสานกัน

คุณหนูสามตระกูลฟาง

ในความทรงจำของคุณหนูจวินจำได้ หลานสาวที่อายุน้อยที่สุดของนายหญิงผู้เฒ่าฟาง

เมื่อมองเห็นเด็กสาวด้านหลังม่านรถ สีหน้าคุณหนูสามตระกูลฟางก็พลันนิ่งขึงไป ตามติดด้วยสีหน้าผิดหวังและดูถูกอย่างไม่ปิดบัง

“ไม่เอาไหน ขนาดตายยังไม่กล้า” นางสบถเสียงทีหนึ่งก็หมุนตัวจากไป

เสียงวุ่นวายรอบด้านพลันเงียบหาย สาวใช้หญิงรับใช้ต่างหยุดหายใจไม่ส่งเสียง สีหน้าระแวงมองไปทางเด็กสาวที่นั่งอยู่ในรถ

ฤดูใบไม้ผลิปีรัชสมัยไท่คังที่สาม คุณหนูจวินถูกรับมาจากอำเภอฝู่หนิง ที่ตระกูลฟางได้พบหน้าลูกพี่ลูกน้อง กับเด็กสาวที่เสียบิดามารดาคนนี้ ทุกคนต่างก็เวทนา เอาของที่ตนเองชอบที่สุดมาเป็นของขวัญพบหน้า

คุณหนูจวินให้สาวใช้ตัวน้อยเป็นคนรับ ไม่ได้ให้ของขวัญตอบ แน่นอนว่านี่ไม่ใช่การเยี่ยมญาติปกติ ทั้งนางก็เพิ่งเสียบิดาไป ไม่มีใจคิดถึงเรื่องอื่น พี่น้องตระกูลฟางก็ไม่ได้รู้สึกว่าเสียมารยาทอย่างใด

แต่วันต่อมาคุณหนูสามตระกูลฟางก็เห็นผ้าเช็ดหน้าที่ตัวเองมอบให้อยู่ในมือของหลิ่วเอ๋อร์สาวใช้ของคุณหนูจวิน ทั้งยังนำมาใช้เช็ดโคลนบนรองเท้า

คุณหนูสามเข้าไปถาม คุณหนูจวินตอบว่าของชั้นต่ำเช่นนี้ให้สาวใช้ของนางใช้ก็ให้เกียรติมากแล้ว

ตอนนั้นคุณหนูสามก็ทะเลาะกับคุณหนูจวินขึ้นมา ทะเลาะเสร็จคุณหนูจวินก็คว้าเชือกจะไปผูกคอ บีบจนนายหญิงใหญ่ฟางต้องลงโทษคุณหนูสามถึงเลิกรา

ทั้งสองคนผูกแค้นกันตั้งแต่นั้น ในเวลาสั้นๆ เพียงครึ่งปีกระทบกระทั่งกันไม่รู้กี่ครั้ง ถ้าหากไม่ใช่นายหญิงใหญ่ฟางห้ามคุณหนูสามไว้อยู่ ไม่รู้ว่าจะทะเลาะกันจนเป็นอย่างไร

เมื่อได้ยินว่าคุณหนูจวินผูกคอ คุณหนูสามไม่เพียงไม่กังวล ยังทำท่าดีใจอยากเห็นนางตายรีบออกมา ถูกหยามหมิ่นขนาดนี้ คุณหนูจวินเกรงว่าคงจะโวยวายจะเป็นจะตายขึ้นมาอีกครั้งแน่

บรรดาสาวใช้กับหญิงรับใช้เตรียมตัวไว้พร้อม จะได้หยุดคุณหนูจวินที่จะก่อเรื่องขึ้นมาทัน

แต่คุณหนูจวินกลับนั่งนิ่งไม่ขยับ ไม่ได้ยินคำพูดของคุณหนูสามหรือ?

“ฟางจิ่นซิ่ว!”

เสียงตะโกนแหลมบาดหูดังมาจากในตัวรถ ตามติดๆ มาด้วยสาวใช้คนหนึ่งโผล่หน้ากระโดดลงมา

“ฟางจิ่นซิ่ว เจ้าคนใจจืดใจดำ คิดสาปแช่งคุณหนูของข้าให้ตาย”

หลิ่วเอ๋อร์ท่าทางดุร้ายมองซ้ายมองขวา ท่าทางราวกับเพียงเห็นใครก็จะรี่เข้าไปลงไม้ลงมือ

สาวใช้ในตัวรถคนนี้ยังได้ยิน คุณหนูจวินที่นั่งอยู่ข้างหน้าต่างไม่มีทางไม่ได้ยิน

หญิงรับใช้สองคนที่จะพยุงนายหญิงผู้เฒ่าฟางลงจากรถสีหน้าเปลี่ยน ไม่ทันช่วยนายหญิงผู้เฒ่าฟางก็ต้องรีบเดินเข้ามา

“ใครพูดจาเหลวไหลต่อหน้าคุณหนูสามบ้าง?” พวกนางเลิกคิ้วตวาดขึ้น “พาตัวออกมาตี ขายออกไป!”

พูดแล้วก็ยื่นมือมาขวางหลิ่วเอ๋อร์

“นั่งรถมาครึ่งวัน คุณหนูจวินคงเหนื่อยแล้ว รีบพยุงคุณหนูไปพักเถอะ”

พวกนางพูดจาหวานหูกล่อม พลางขวางสายตาของหลิ่วเอ๋อร์ ทั้งยังกั้นทางไว้ไม่ให้นางตามไป

เห็นชัดว่าปกป้องคุณหนูของตระกูลตัวเอง รังแกคุณหนูของนาง

พวกทาสเลวรังแกผู้อื่น

หลิ่วเอ๋อร์กระทืบเท้าจะด่า คุณหนูจวินก็ยกผ้าม่านรถขึ้นร้องเรียกนางคำหนึ่ง นางถึงผละไปช่วยประคอง

มองคุณหนูจวินเดินลงมา บรรดาหญิงรับใช้สีหน้ายิ่งวิตก แต่คุณหนูจวินเพียงมองไปทางนายหญิงผู้เฒ่าฟางที่ลงจากรถมา ไม่ได้ร้องไห้ ไม่ได้ด่า ยิ่งไม่ได้จะเอาหัวโขกรถม้าหรือนายหญิงผู้เฒ่าฟาง

เมื่อเห็นนายหญิงผู้เฒ่าฟาง บรรดาหญิงรับใช้สาวใช้ก็ยอบกายเคารพพร้อมกัน

“ไปเถอะ” นายหญิงผู้เฒ่าฟางมองคุณหนูจวินที่ยืนนิ่งสงบอยู่ด้านข้างทีหนึ่งแล้วพูดขึ้น ไม่ได้เดินไปทางประตูชั้นใน แต่เดินไปที่ทางเดินเล็กอีกด้านหนึ่ง

ทางนั้นเป็นทิศทางซึ่งที่พักของตนตั้งอยู่ คุณหนูจวินคิดนิดหนึ่งก็รู้ นางเดินตามไป ประตูชั้นในพลันมีเสียงฝีเท้าอีกระลอกหนึ่งดังขึ้น

“ท่านแม่”

เสียงอ่อนโยนติดจะร้อนรนดังมาจากข้างใน

คุณหนูจวินได้ยินเสียงก็มองไป เห็นหญิงอายุสามสิบห้าสามสิบหกรีบร้อนเดินมา หน้าตางดงามอ่อนโยนท่าทางชดช้อย

ท่านป้าของคุณหนูจวิน นายหญิงใหญ่ฟาง

“ท่านแม่ ท่านกลับมาแล้ว” นางกล่าวขึ้น สายตาพลันมองไปที่คุณหนูจวิน สีหน้าดีใจแต่ก็มีสีหน้าหนักใจปนอยู่บางส่วน “เจินเจิน เจ้ากลับมาก็ดีแล้ว”

คนผู้นี้เป็นหญิงมือถือสากปากถือศีล ฉากหน้าอ่อนโยน ในใจร้ายกาจ

ความทรงจำของคุณหนูจวินบอกเช่นนั้น

ใต้ฟ้านี้ท่านป้าที่ไม่สนิท ล้วนไม่มีใครดี

คุณหนูจวินหลุบสายตาลงยอบกายเคารพนางเล็กน้อย

การกระทำนี้กะทันหันเกินไป ทำให้นายหญิงใหญ่ฟางตกใจจนสะดุ้ง คำพูดที่จ่ออยู่ที่ปากก็พลันลืมพูดออกมา

“ข้าจะไปกับนางทางนั้น ถามอะไรนางนิดหน่อย” นายหญิงผู้เฒ่าฟางบอก “เจ้ากลับไปก่อนเถอะ”

ผู้ใหญ่ถามลูกหลาน ไม่ได้ไปที่เรือนของผู้ใหญ่ แต่ผู้ใหญ่ไปที่เรือนของลูกหลาน เพราะว่าคุณหนูจวินกับคนตระกูลฟางแค่มองกันก็รังเกียจ คุณหนูจวินดูถูกไม่ย่างกรายเข้ามาในเรือนของบรรดานายหญิงตระกูลฟาง ส่วนนายหญิงผู้เฒ่าฟางก็ไม่ชอบให้นางมายืนอยู่ในเรือนของตัวเอง

เด็กคนนี้ช่างทำให้คนทั้งปวดหัวทั้งอับจนปัญญาเสียจริง

คุณหนูจวินเม้มมุมปาก ทิ้งเรื่องวุ่นวายไว้ไม่น้อยเลย

……………………………………….

devc-d3c95f58-34223หวนชะตารัก: Chapter 010 ตอนที่ 10