หวนชะตารัก

หวนชะตารัก: Chapter 030 ตอนที่ 30

#30Chapter 030

บทที่ 30 ทำเรื่องที่มีประโยชน์

แต่ไหนแต่ไรสาวใช้หลิ่วเอ๋อร์อยู่ที่ตระกูลฟางไม่จำเป็นต้องก้มหัวสงบปากสงบคำ ถึงแม้ทำท่าเหมือนนินทาคนจำเป็นต้องเสียงเบา แต่เสียงของนางในหอตำราดังก้องมาก

คุณหนูจวินยิ้ม ยื่นมือไปตีหัวสาวใช้คนนี้

รังแกคนเกินไปแล้วจริงๆ

แต่คนที่รังแกคนไม่รู้สึก คนที่ถูกรังแกก็ไม่รู้สึกเช่นกัน

นายน้อยฟางสีหน้ายังคงนิ่งสงบ

“คุณหนูจวินรอสักครู่ ข้าจะหลบไปเดี๋ยวนี้” เขาพูดขึ้น คิดอะไรได้สักอย่างแล้วก็ชะงักไปนิดหนึ่ง “หอตำราแห่งนี้ต่อไปคุณหนูจวินจะมาใช้บ่อยๆ หรือไม่?”

ท่าทางของเขามีมารยาทอย่างมาก เพียงแต่มารยาทนี้ดูอย่างไรก็ไม่ทำให้คนรู้สึกสบายใจ

คุณหนูจวินยิ้ม

“ไม่จำเป็นต้องหลบ ข้าแค่มาลองดูหนังสือ” นางเอ่ยขึ้น กวาดตามองหอตำราทีหนึ่ง “หนังสือที่นี่ดูไม่ถึงครึ่งวันก็หมดแล้ว”

หนังสือที่นี่ ครึ่งวันอ่านหมด?

หนังสือที่นี่เขาอ่านมาเจ็ดแปดปีแล้วยังอ่านไม่หมดเลยเถอะ

ฟางเฉิงอวี่หัวเราะแล้ว ทำไมเขาต้องพูดกับผู้หญิงคนนี้ด้วย หาเรื่องให้ตนเองสะอิดสะเอียนจริงๆ

“คุณหนูจวินที่แท้ความสามารถล้ำเลิศ” เขาเอ่ยขึ้น พูดจบก็ก้มหน้าดึงหนังสือเล่มหนึ่งมาอ่านต่อ

คุณหนูจวินก็ไม่ได้สนใจเขาอีก เดินดูไปตามชั้นหนังสือ หลิ่วเอ๋อร์หาวครั้งหนึ่ง เดินลอยๆ พิงเลียบชั้นหนังสือสัปหงกไปแล้ว

ในห้องกลับมาเงียบ

ฟางเฉิงอวี่ไม่เชื่อสักนิดว่านางเข้ามาอ่านหนังสือจริงๆ แต่คิดไม่ถึงนางจะไม่พูดจาอีก จึงอดไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองทีหนึ่ง ผู้หญิงคนนั้นกำลังเดินทอดน่องช้าๆ ไปตามชั้นหนังสือ มือลูบผ่านหนังสือที่อยู่บนชั้นหนังสือไป

กำลังหาหนังสืออยู่?

ฟางเฉิงอวี่ก้มหน้าลงไม่สนใจอีก

ห้องเงียบสงบ นอกจากเสียงพลิกหนังสือของตัวเขาเอง ก็เป็นเสียงขยับเสียดสีของเสื้อประโปรงและเสียงฝีเท้าเบาๆ เขาเงยหน้ามามอง เห็นคุณหนูจวินยืนอยู่หน้าชั้นหนังสือชั้นที่สามแล้ว ยังคงทำแบบนั้นเหมือนเดิมอยู่

ไม่ไป แล้วก็ไม่ได้จงใจพูดหาเรื่องเขาอีก

“เจ้าหาหนังสืออะไร?” ฟางเฉิงอวี่อดไม่ได้ถามขึ้น

“ข้าไม่ได้หาหนังสือ” คุณหนูจวินตอบ “ข้าดูหนังสืออยู่”

ดูหนังสือ?

ฟางเฉิงอวี่นิ่งงันไปครู่

คุณหนูจวินมองเขาทีหนึ่ง มือแตะที่หนังสือเล่มหนึ่ง สายตามองลงไปที่ชื่อหนังสือ แตะทีหนึ่งมองทีหนึ่ง แตะทีหนึ่งมองทีหนึ่ง ไม่นานก็เดินผ่านชั้นหนังสือชั้นที่สาม มาถึงชั้นที่สี่ ยืนอยู่ตรงหน้าฟางเฉิงอวี่

“ดูหนังสือ” นางเอ่ยขึ้นอีกครั้ง

มือยื่นข้ามมา พลิกหนังสือในมือฟางเฉิงอวี่ทีหนึ่ง มองชื่อหนังสือครั้งหนึ่งแล้วก็ปล่อยมือไป

ดูหนังสือจริงๆ!

ฟางเฉิงอวี่มองนาง

“สมองของเจ้าป่วยหรือ” เขาเอ่ยขึ้น

................................................................................

นายน้อยฟางผู้มีมารยาทสุภาพมาตลอดทันใดนั้นก็โกรธขึ้นมาแล้ว

ไม่เพียงสีหน้าปิดความโกรธไม่มิด พูดคำพูดไม่เกรงใจ อีกทั้งในใจของเขาความโกรธยังพลุ่งพล่าน

ดูหนังสือ

นางดูหนังสือเช่นนี้หรือ นางดูหนังสือเช่นนี้ได้

ส่วนเขาเล่า เขาเรื่องอะไรก็ทำไม่ได้ ได้แต่อ่านหนังสือ ต่อให้เป็นเช่นนี้ เขาก็ไม่เคยกล้าดูหนังสือเช่นนี้

เขาอ่านหนึ่งวันน้อยไปหนึ่งวัน เขาอ่านหนึ่งครั้งน้อยลงหนึ่งครั้ง ต่อให้เขาเฝ้าอ่านอยู่ที่นี่ตลอดเวลา จนเขาตายเขาก็ยังอ่านไม่หมด

ดูหนังสือ เช่นนี้เรียกดูหนังสือหรือ? นี่นางกำลังท้าทาย คือโอ้อวด

โอ้อวดว่านางใช้เวลาเสียเปล่าเช่นนี้ได้ ใช้เสียเปล่าตามอำเภอใจเช่นนี้ เพราะว่าชีวิตของนางยังมีอีกนาน

นางคิดทำอะไรก็ทำอะไรได้ ไม่ทำอะไรเลยก็ได้

เขามองคุณหนูจวิน คุณหนูจวินก็มองเขา ราวกับนางมองไม่เห็นความโกรธบนหน้าของเขา

“ข้าว่าไม่นะ” นางพูดน้ำเสียงละมุน

แม้จะยืนอยู่บนทางลาด แต่ก็สบตาแนวระดับกับเขาที่นั่งอยู่ได้

“เจ้าสิป่วย” นางพูดขึ้นจริงจัง

...........................................................................

เด็กรับใช้ที่จับรถเข็นอยู่ใบหน้าลำคอแดง มือที่กำรถเข็นอยู่สั่นเพราะใช้แรงมาก

รังแกกันเกินไปแล้วจริงๆ รังแกกันเกินไปแล้ว

คุณหนูจวินรังแกคนเป็นเรื่องปกติอย่างที่สุด แต่รังแกคนใช้ในบ้าน รังแกบรรดาคุณหนู รังแกนายหญิงผู้เฒ่านายหญิงใหญ่ล้วนทำได้ รังแกนายน้อยทำได้อย่างไรกัน

ขนาดนายน้อยยังรังแก ช่างไม่มีความเป็นมนุษย์แม้แต่นิด

เด็กรับใช้คิดไว้แล้ว ถ้าหากคุณหนูจวินกล้าพูดอีกหนึ่งประโยค ต่อให้เขาออกไปโดนนายหญิงใหญ่ลงโทษเขาก็จะปกป้องนายน้อย ขอต่อยคุณหนูจวินสักตุบ

ฟางเฉิงอวี่ตาแดง ความโกรธกลายเป็นเสียงหัวเราะ

“ถูก เจ้าพูดถูก ข้าป่วย” เขาเอ่ยขึ้น “ข้าตำหนิคนไม่ได้ป่วยเช่นเจ้าไม่ได้ คนที่ไม่ป่วยไม่มีคำว่าสิ้นเปลืองเวลา”

“เจ้าคิดว่าข้ากำลังสิ้นเปลืองเวลาหรือ?” คุณหนูจวินทำท่าทางเพิ่งรู้สึกตัว อมยิ้มส่ายศีรษะ “ไม่นะ ข้าไม่ได้ทำ ข้ากำลังดูหนังสือ ดูหนังสือเช่นนี้ สำหรับข้ามีประโยชน์ ขอเพียงมีประโยชน์ก็ไม่ใช่สิ้นเปลืองเวลา”

นางพูดพลางเดินผ่านฟางเฉิงอวี่ดูหนังสือบนชั้นหนังสือต่อไป

“มีประโยชน์อะไร?” ฟางเฉิงอวี่พูดขึ้น พูดแล้วก็หัวเราะอีกครั้ง “อ้อ ก็ถูก คุณหนูจวินคงรู้สึกเพลิดเพลินใจ”

“ไม่ใช่เพลิดเพลินใจ เวลาของข้าก็มีค่ามากเหมือนกัน แล้วก็ไม่มาก ข้าก็ไม่กล้าและไม่อาจสิ้นเปลืองได้” คุณหนูจวินพูดขึ้น ไม่ได้หันกลับมาเดินตามทางลาดขึ้นไปข้างบนต่อ “เรื่องไม่มีประโยชน์ข้าเองก็ย่อมไม่ไปทำ”

นางก็รู้ว่าเวลามีค่า?

ฟางเฉิงอวี่ยิ้มหยัน จะพูดอะไรบางอย่างแล้วก็หยุดไป

เวลามีค่า ทำไมเขาต้องสิ้นเปลืองไปกับผู้หญิงแบบนี้ ด่านาง มองนางสักทีหนึ่งล้วนสิ้นเปลือง

“ไปเถอะ” เขาพูดขึ้น หยิบหนังสือขึ้นมาเก็บไว้ในอกเสื้อ

เด็กรับใช้รับคำ รถเข็นก็ลงมาช้าๆ

ฟางเฉิงอวี่ไม่ได้หันกลับไป ดังนั้นเขาจึงไม่รู้ว่าคุณหนูจวินก็ไม่ได้หันกลับมามองเขาเช่นกัน แต่เขารู้คืนวันนี้นายหญิงใหญ่ฟางจะมาพบเขา

คนที่มาไม่ใช่แค่นายหญิงใหญ่ฟาง นายหญิงผู้เฒ่าฟางก็มาด้วย

“ท่านแม่ ข้าทราบแล้ว ข้าอยากอ่านหนังสืออะไรจะนำกลับมาอ่าน ไม่ไปหอตำราอีกแล้ว” ฟางเฉิงอวี่พูดขึ้นมาเอง

นายหญิงผู้เฒ่าฟางกับนายหญิงใหญ่ฟางสบตากันทีหนึ่ง สีหน้าอารมณ์สับสนอยู่บ้าง

“เฉิงอวี่ นางไปดูหนังสือแล้วจริงหรือ?” นายหญิงใหญ่ฟางพูดขึ้น

คำพูดนี้ฟังแล้วแปลกอยู่บ้าง ราวกับนางไม่ได้มาปลอบเขาหรือบอกให้เขาหลบเลี่ยง แต่มาเพื่อยืนยัน

“นางพูดกับท่านแม่ก่อนแล้วหรือ?” ฟางเฉิงอวี่อมยิ้มถามขึ้น “ท่านแม่ทำไมไม่บอกข้าก่อนสักคำ”

นายหญิงใหญ่ฟางไม่พูดจา มองนายหญิงผู้เฒ่าทีหนึ่ง

“ท่านแม่ นางไปหาแล้วจริงๆ” นางพูดเสียงสั่น

นายหญิงผู้เฒ่าฟางไม่พูดจา แต่สีหน้าเหมือนคิดบางอย่างอยู่เช่นกัน

เรื่องชักไม่ถูกต้องแล้ว

ฟางเฉิงอวี่ขมวดคิ้ว

“ท่านย่า ท่านเม่ นางรับปากพวกท่านเรื่องอะไรหรือ? ถึงได้ไปที่หอตำรา?” เขาถามขึ้น

นายหญิงใหญ่ฟางมองนายหญิงผู้เฒ่าฟางทีหนึ่ง

ไม่ต้องให้นางตอบ ฟางเฉิงอวี่ก็รู้คำตอบแล้ว

“นี่มันเรื่องอะไรกันแน่?” เขาถามขึ้นมา

เรื่องนี้ไม่ถูกต้อง ท่านแม่กับท่านย่าเกลียดผู้หญิงคนนั้นมาก แต่เดิมก็ไม่ฟังคำพูดหรือเรื่องของนาง ยิ่งไม่มีทางสนใจจนถึงขั้นได้ยินข่าวแล้วต้องมายืนยันด้วยตัวเอง

“เฉิงอวี่ มีเรื่องหนึ่ง” นายหญิงใหญ่ฟางได้รับอนุญาตจากนายหญิงผู้เฒ่าฟางผ่านทางสายตาถึงเปิดปากพูด ท่าทางยากจะเปิดปากอยู่บ้าง “นางบอกว่ารักษาเจ้าได้”

ฟางเฉิงอวี่ชั่วครู่ตะลึงไป แม้จะตกใจมาก แต่ไม่นานก็ยังเชื่อมโยงความหมายของประโยคนี้รวมไปถึงสาเหตุและผลลัพธ์ของมันได้

“ข้ารู้ว่านางพูดเรื่องนี้มาก่อน แต่ข้าไม่รู้ว่านางพูดกล่อมพวกท่านได้อย่างไร?” เด็กหนุ่มไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองเป็นอารมณ์รุนแรง แต่ถามกลับอย่างสงบ

เห็นเขาอายุน้อยก็ควบคุมอารมณ์ของตนได้เช่นนี้ อีกทั้งถามตรงไปที่จุดสำคัญได้ นายหญิงผู้เฒ่าฟางกับนายหญิงฟางก็ยากจะเก็บซ่อนความภาคภูมิใจได้ แต่เมื่อคิดได้ว่าเด็กที่ทำให้คนภาคภูมิใจคนนี้กลับเหลือชีวิตอยู่เพียงสองปี ความโศกเศร้าคับแค้นก็ราวกับสายน้ำหลากลากพวกนางจมลงไป

นี่คงเป็นสาเหตุที่ทำไมสุดท้ายพวกนางตกลงยอมรับข้อเสนอของคุณหนูจวินกระมัง

ไม่อยากยอม ไม่ยุติธรรม

“เฉิงอวี่ พวกเราคิดจะลองสักครั้ง” นางหญิงผู้เฒ่าฟางเอ่ยขึ้น

ลองสักครั้ง สามคำนี้แฝงความโศกเศร้าคับแค้นสุดประมาณ

ฟางเฉิงอวี่ยังคงนิ่งสงบ

“นางมีตรงไหนควรค่าให้พวกท่านลองสักครั้ง?” เขาถามขึ้น

“นางบอกว่า บรรพบุรุษของนางสืบทอดวิชาแพทย์ นางมั่นใจมาก นางรู้สูตรยาลับสูตรหนึ่ง” นายหญิงใหญ่ฟางพูดขึ้นอย่างรีบร้อนอยู่บ้าง “นอกจากนี้ เจ้าก็เห็นแล้ว นางไปอ่านหนังสือค้นหาแล้วจริงๆ”

อ่านหนังสือ สองคำนี้ทะลองเข้ามาในหูของฟางเฉิงอวี่ จุดประกายไฟโกรธของเขาขึ้นมา

“แบบนั้นเรียกว่าอ่านหนังสือที่ไหน! แบบนั้นเรียกว่า...” เขากัดฟันพูดขึ้น พูดถึงตรงนี้ก็หยุดไป มองนายหญิงใหญ่ฟางกับนายหญิงผู้เฒ่าฟาง สีหน้าเข้าใจขึ้นมา

ข้ากำลังดูหนังสือ ดูหนังสือเช่นนี้ สำหรับข้ามีประโยชน์ ขอเพียงมีประโยชน์ก็ไม่สิ้นเปลืองเวลา

มีประโยชน์กับนาง ย่อมทำให้ท่านย่ากับท่านแม่เชื่อว่านางไปอ่านหนังสือแล้ว ส่วนจะอ่านอย่างไร ท่านย่ากับท่านแม่ยอมมองไม่เห็น

ผู้หญิงปลิ้นปล้อนคนนี้!

“แบบนั้นเรียกว่าอะไร?” นายหญิงใหญ่ฟางมองบุตรชายที่ฉับพลันชะงักค้างไป อดไม่ได้ถามขึ้นมา

“เจ้าเล่ห์”

ฟางเฉิงอวี่กระซิบลอดไรฟันออกมาสองคำ

……………………………………….

devc-8b4819b0-34416หวนชะตารัก: Chapter 030 ตอนที่ 30