Smiling Talk ยิ้มละมุนกรุ่นหัวใจ

Smiling Talk ยิ้มละมุนกรุ่นหัวใจ: Chapter0002 ตอนที่ 2

#2Chapter0002

ตอนที่ 2

เสียงกริ่งหมดคาบดังขึ้น ขณะที่หลิงซีเฉวียนกำลังจะเร่งเร้าให้หลินเสี้ยวฉีกลับห้องเรียนอยู่นั้น ก็มีผู้ชายคนหนึ่งเอาเสื้อนอกชุดนักเรียนพาดบ่าวิ่งเหงื่อโชกมาทางพวกเธอซึ่งอยู่ที่สนามบาสเกตบอล

“หลินเสี้ยวฉี ช่วยไปซื้อโค้กให้ฉันขวดสิ”

“แล้วทำไมนายไม่ไปเองล่ะ” หลินเสี้ยวฉีทำเป็นกลอกตาใส่ แต่น้ำเสียงกลับไม่ได้ฟังดูไม่พอใจอะไร

เอ๋ แปลกคน

หลิงซีเฉวียนยิ้มและไม่รีบเดินไปโดยไม่รีบร้อนอีก เธอจำฉีย่าหลิงคนนี้ได้ เขานั่งเยื้องกับเสี้ยวฉี เป็นผู้ชายที่มีรอยยิ้มสดใสและหน้าตาดีระดับหนึ่ง

“นี่เจ๊ฉีไม่ใช่เหรอ” หลิงซีเฉวียนได้ยินเสียงฟังดูนักเลงดังลอยมาจึงหันไปมอง เห็นเซียวชุ่นกำลังเดาะลูกบาสด้วยมือข้างหนึ่ง พลางจ้องพวกเธอสองคนด้วยสีหน้าหยอกเย้า ตาเหยี่ยวแหลมได้รูปของเขาทำให้ดูเหมือนไม่ได้ลืมตา แต่กระนั้นหน้าตาโดยรวมก็ถือว่าดูดีไม่น้อย ยามยิ้มให้ความรู้สึกชั่วร้ายแก่ผู้พบเห็น

สายตาแบบนี้ทำให้หลินเสี้ยวฉีหน้าแดง “เซียวชุ่น! นายเรียกใครหา!”

“เรียกเธอไง” เซียวชุ่นเอามือพาดบ่าฉีย่าหลิงแล้วไล่สายตาจากหลินเสี้ยวฉีไปยังคนข้างๆ โดยไม่พูดอะไร พลางเม้มปากยิ้มมองหลิงซีเฉวียนอย่างมีความสุข จากนั้นก็ยักคิ้ว “วันนี้เด็กเรียนไม่รีบกลับห้องไปทำการบ้านเหรอ ถึงได้มาดูบาสที่สนาม”

“หลิงซีเฉวียนไม่ได้มาดูนายสักเสียหน่อย” เมื่อหลินเสี้ยวฉีได้ยินว่าไม่ได้พูดถึงตนก็ถอนหายใจโล่งอกอย่างหวุดหวิด ก่อนจะคล้องแขนหลิงซีเฉวียนให้หันไปแลบลิ้นใส่เขา “เธอมาดูเย่ชิงถิงต่างหาก”

หลิงซีเฉวียนอ้ำอึ้งมองเธอ ครั้นได้ยินผู้ชายตรงหน้าจงใจลากเสียงอ๋อยาวๆ เธอก็ถลึงตาใส่หลินเสี้ยวฉี ทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่าเธอมาดูบาสเป็นเพื่อน ทำไมถึงไฉนจึงบอกไปว่าเธอตั้งใจมาดู

หลินเสี้ยวฉีละอายใจจนไม่กล้าหันไปมองคนข้างๆ ความจริงหลังจากที่พูดประโยคนี้ออกไปเธอเองก็รู้สึกเสียใจ เพราะเดิมทีเธอแค่ตั้งใจจะเปลี่ยนเรื่องคุย ไม่คิดว่าพอเข้าตาจนจะพลั้งปากพูดออกไปโดยไม่ทันยั้งคิด

“พี่เย่ ทางนี้!” ขณะที่หลิงซีเฉวียนกำลังถลึงตาใส่หลินเสี้ยวฉีผู้ซึ่งกำลังรู้สึกผิดเต็มประดา ก็ได้ยินเซียวชุ่นจงใจตะโกนเรียกเสียงดัง

เธอมองตามเซียวชุ่นไป พบว่าตอนแรกผู้ชายในที่สวมเสื้อยืดสีดำที่ตอนแรกกำลังค้ำไม้หลักเลี้ยงสำหรับเลี้ยงลูกบาสคุยกับผู้ชายอีกคนหนึ่งอยู่ เมื่อครั้นได้ยินเสียงเรียกของเพื่อนสนิทจึงกวาดปรายตามองมาทางนี้

หลิงซีเฉวียนไม่สนิทกับพวกผู้ชายกลุ่มนั้นเลยสักนิด ไม่แม้แต่จะคบค้าสมาคมด้วย ดังนั้นตอนนี้เธอจึงรู้สึกกระอักกระอ่วนเต็มที เธอปัดมือหลินเสี้ยวฉีที่คล้องตนออกอย่างแรง แล้ววิ่งตรงไปยังอาคารเรียนโดยไม่สนใจเสียงเรียกกระวีกระวาดของหลินเสี้ยวฉีที่อยู่ข้างหลัง

เนื่องจากเพิ่งหมดคาบไปไม่นานและคาบต่อไปก็เป็นวิชาศิลปะ นักเรียนในห้องจึงยังมีไม่มาก หลิงซีเฉวียนกลับไปนั่งที่แล้วฟุบลงบนโต๊ะด้วยความละเหี่ยใจกับสิ่งที่ตัวเองทำลงไป

เซียวชุ่นก็แค่ตะโกนเรียกเย่ชิงถิงคำเดียว แถมยังไม่ได้พูดอะไรเสียหน่อย การที่ตัวเองทำแบบนี้ไม่เท่ากับทะเล่อทะล่าไปตอกย้ำในสิ่งที่หลินเสี้ยวฉีพูดหรอกหรือ

“หลิงซีเฉวียน เป็นอะไรไป” ลฺหวี่ซีหนิงหลี่ว์ซีหนิงกับตี๋ฉินเพิ่งจะตกแต่งบอร์ดข่าวเสร็จก็เห็นเพื่อนร่วมโต๊ะของตนนอนซึมอยู่บนโต๊ะ จึงถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง

“คาบพละเธอไปทำอะไรมา ทำไมตอนนี้ถึงได้ดูหมดเรี่ยวหมดแรง” ตี๋ฉินขยับเข้ามาใกล้อีกคน

“เปล่า” หลิงซีเฉวียนถอนหายใจยาว หลินเสี้ยวฉีหอบเครื่องดื่มสองสามขวดเข้ามานั่งแล้วยิ้มอย่างเอาอกเอาใจ พร้อมวางชาแดงเย็นขวดหนึ่งลงตรงหน้าเธอ

“หลิงซีเฉวียน ฉันรู้ว่าเธอไม่ชอบดื่มน้ำอัดลม เลยซื้อชาแดงเย็นมาให้เธอโดยเฉพาะเลย”

“ช่างเอาใจนะเธอเนี่ย” หลิงซีเฉวียนจงใจทำเสียงฮึขึ้นมาให้ได้ยิน แต่ก็ยังไม่ลุกขึ้นมานั่ง เธอเอี้ยวคอไปมองหลินเสี้ยวฉีเบาๆ ขณะที่ยังฟุบอยู่บนโต๊ะ เธอไม่ได้ถึงกับโกรธด้วยเรื่องเล็กน้อยแบบเช่นนี้ แต่แค่รู้สึกทำตัวไม่ถูกเท่านั้นเอง

เมื่อเห็นว่าหลิงซีเฉวียนไม่ได้โกรธตน หลินเสี้ยวฉีจึงถอนหายใจโล่งอก แล้วเอาเครื่องดื่มสองขวดที่เหลือที่หอบอยู่ไปวางบนโต๊ะของฉีย่าหลิงกับเซียวชุ่น พอกลับมา ก็เห็นตี๋ฉินมองด้วยสายตามีเลศนัย “หลินเสี้ยวฉี เมื่อวานเซียวชุ่นบอกฉันใน QQ[footnoteRef:1] ว่า สองวันมานี้จางเสี่ยวผิงกับฉีย่าหลิงชอบกลับบ้านด้วยกันแน่ะ” [1: QQ เป็นโปรแกรมรับส่งข้อความออนไลน์อย่างหนึ่งที่ได้รับความนิยมอย่างมากในจีน สามารถส่งข้อความให้กับผู้รับระหว่างบุคคลหรือเป็นกลุ่มก็ได้ ทั้งยังสามารถส่งเป็นข้อความเสียงหรือวิดีโอได้อีกด้วย]

“จางเสี่ยวผิง?” หลินเสี้ยวฉีอึ้ง จากนั้นก็ตอบกลับตาลอยว่า “เกี่ยวอะไรกับฉันล่ะ”

“เธอเลิกปากแข็งได้แล้วน่า” ตี๋ฉินเม้มปากยิ้มแล้วมองเลยออกไป ก่อนจะกดเสียงต่ำลงแล้วพูดว่า “ผู้หญิงที่หน้าตาดีที่สุดสองคนในรุ่นนี้มาอยู่ห้องเราหมดเลย คนหนึ่งก็จางเสี่ยวผิง อีกคนก็เฉิงอีหาน ถ้าเธอยังมัวลังเล ฉันไม่รับประกันนะว่าฉีย่าหลิงจะไม่ไปชอบคนอื่นเสียก่อน”

“โอ๊ย เลิกพูดได้แล้วน่า เรื่องไม่มีมูลทั้งนั้น” หลินเสี้ยวฉีหงุดหงิดเล็กน้อย แต่หลิงซีเฉวียนจับได้ว่าตี๋ฉินแอบยิ้มมุมปาก เธอจึงหลุบขนตายาวๆ ลงหลับตาลงนึกใคร่ครวญเผยให้เห็นขนตายาวๆ

หลินเสี้ยวฉีสนิทกับพวกผู้ชายกลุ่มเซียวชุ่นเป็นการส่วนตัวดี พวกเซียวชุ่นแต่ละคนก็โดดเด่นจนมีสาวมารุมชอบมากมาย แม้แต่ผู้หญิงรุ่นเดียวกันเองก็อาจจะมีน้อยคนด้วยซ้ำที่ไม่ใคร่เสน่หา อาจจะด้วยเหตุนี้ ตี๋ฉินจึงมักแหย่หลินเสี้ยวฉีด้วยประโยคดังกล่าว ซึ่งก็ไม่รู้ว่าหลินเสี้ยวฉีจะรู้สึกได้หรือไม่

หลิงซีเฉวียนจ้องแผ่นหลังตี๋ฉินราวกับกำลังคิดอะไรในใจ แต่แล้วเธอก็รู้สึกอะไรขึ้นมาบางอย่าง จึงหันไปมองที่นั่งซึ่งอยู่ถัดไปด้านข้างสองแถว สายตาสองคู่กำลังมองมาที่ตนด้วยความรู้สึกต่างกัน คู่หนึ่งมองอย่างทะเล้น ไม่ยี่หระต่อสิ่งใด ส่วนอีกคู่หนึ่งมองอย่างเฉยเย็นชา ทว่าแฝงด้วยความอยากรู้อยากเห็น

เซียวชุ่นกับเย่ชิงถิง

ภายในวินาทีเดียวที่สบตากัน ในใจของหลิงซีเฉวียนทั้งรู้สึกพูดไม่ออก กระทั่งรู้สึกแทบบ้า แต่แล้วก็กลับมารู้สึกนิ่งเฉยอีกครั้ง แค่ใช้ปลายเล็บคิดเธอก็รู้แล้วว่าเซียวชุ่นกับเย่ชิงถิงพูดอะไรกัน

บางทีอาจเป็นเพราะสงบจิตสงบใจได้เร็ว หลิงซีเฉวียนจึงไม่ได้หลบตาอย่างมีท่าทีอึดอัด แต่กลับละสายตาออกจากเย่ชิงถิงได้อย่างเป็นธรรมชาติราวกับแค่บังเอิญหันไปเห็นพวกเขา เธอหยิบหนังสือวิชาศิลปะใต้ลิ้นชักขึ้นมาวางบนโต๊ะโดยไม่ได้หันไปมองทางนั้นอีก ทว่ากลับจ้องปกหนังสืออย่างเหม่อลอย แค่เพียงมองครั้งเดียว ตาใสสีอำพันซึ่งแลดูไม่ยินดียินร้ายแต่แฝงไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นคู่นั้นก็ราวกับถูกผนึกไว้ในสมองของเธอ ไม่มีทางสูญสลายไปตราบนานเท่านาน

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

devc-1b3c75c7-32954Smiling Talk ยิ้มละมุนกรุ่นหัวใจ: Chapter0002 ตอนที่ 2