Smiling Talk ยิ้มละมุนกรุ่นหัวใจ: Chapter0003 ตอนที่ 3
ตอนที่ 3
เวลาผ่านไปเรื่อยๆ การสอบปลายภาคก็ใกล้เข้ามา การบ้านที่ครูประจำชั้นให้ก็มากขึ้นทันตาเห็น คาบวิชาเพิ่มเติมส่วนใหญ่ก็ถูกยึดไปเป็นคาบสำหรับอ่านหนังสือ
บนโต๊ะของหลิงซีเฉวียนมีโจทย์การบ้านวิชาภาษาจีนอยู่หนึ่งแผ่น เธอนั่งจ้องกระดาษหลังตรง ในมือถือปากกาลูกลื่น แต่นัยน์ตากลับล่องลอยไปมาอย่างเห็นได้ชัดว่ากำลังเหม่อ
ตั้งแต่เจอเย่ชิงถิงเมื่อคราวที่แล้ว และจำได้ว่าเขาคือคนเดียวกับที่เจอเมื่อตอนเปิดเทอมวันแรก เธอก็เริ่มรู้สึกแปลกๆ ขึ้นทีละน้อย
เวลาเรียน พอครูเรียกชื่อเย่ชิงถิง สายตาของเธอก็อดหันไปมองผู้ชายคนนั้นไม่ได้ พอกริ่งหมดคาบดัง เธอซึ่งมักจะชอบทำการบ้านให้เสร็จในช่วงระหว่างคาบก็กลับไม่มีกะจิตกะใจจะทำ หูตาเอาแต่คอยสังเกตอากัปกิริยาไม่ว่าเขาจะอยู่ที่ไหน พอเลิกเรียนกลับบ้าน ระหว่างที่เธอทำการบ้าน ก็จะเริ่มเห็นเธอมีท่าทีเหม่อลอยคิดถึงเขา
ด้วยเหตุนี้ เธอจึงเข้าอินเตอร์เน็ตเพื่อหาข้อมูลโดยเฉพาะ ตามหลักก็เข้าใจได้ว่านี่เป็นช่วงวัยรุ่น ซึ่งเป็นวัยเดียวกับช่วงแตกหนุ่มแตกสาว จึงรู้สึกไม่เป็นตัวของตัวเอง และอาจถึงขั้นตั้งหลักไม่อยู่เมื่อมีความรู้สึกดีๆ เกิดขึ้นอย่างประหลาด
เป็นเพราะฝ่ายตรงข้ามหน้าตาดี มองไปมองมาก็เลยชอบงั้นหรือ
เมื่อคิดถึงตรงนี้ หลิงซีเฉวียนก็ทอดถอนใจอย่างละเหี่ย
”“หลิงซีเฉวียน เป็นอะไรไป” ครูสอนดนตรีซึ่งกำลังเปิดอ่านนิตยสารอยู่ตรงแท่นบรรยายได้ยินเสียงเธอ ทั้งยังเห็นเธอฟุบลงไปกับโต๊ะกะทันหัน จึงเดินเข้าไปถามด้วยความห่วงใยเพราะเข้าใจว่าเธอคงไม่สบายตรงไหน
ตอนนี้เอง หลิงซีเฉวียนถึงเพิ่งนึกได้ว่าตัวเองกำลังอยู่ในชั่วโมงอ่านหนังสือ ห้องเรียนจึงเงียบจนได้ยินเสียงที่ตัวเองเปล่งออกมาชัดเจน
“หนูปวดหัวนิดหน่อยค่ะครู” หูของหลิงซีเฉวียนแดงขึ้น เธอจึงทำทีเป็นขมวดคิ้วเพื่อให้แนบเนียน แก้มที่ค่อยๆ แดงขึ้นของเธอทำให้ครูสอนดนตรีเข้าใจว่าอาการปวดหัวของเธอหนักหนาสาหัสมาก จึงรีบให้ลฺหวี่ซีหนิงหลี่ว์ซีหนิงประคองเธอไปตรวจที่ห้องพยาบาล
หลิงซีเฉวียนก้มหน้า ขณะที่ลฺหวี่ซีหนิงหลี่ว์ซีหนิงพยุงเธอออกจากห้องก็มีเสียงลอยตามมาข้างหลัง เป็นเสียงครูสอนดนตรีเอาแปรงลบกระดานเคาะแท่นบรรยาย ตามมาด้วยเสียงของครูที่บอกว่า “จะตรวจอะไรก็ตรวจไป แล้วรีบกลับมาอ่านหนังสือทบทวนล่ะ!”
พอออกมาจากห้องพยาบาล เสียงกริ่งหมดคาบก็ดังขึ้น แล้วก็เจอกับครูประจำชั้นเหออิงที่กำลังลงมาพอดี
เหออิงดันแว่นขึ้นมองไปรอบๆ หลิงซีเฉวียนกับลฺหวี่ซีหนิงหลี่ว์ซีหนิง แล้วถามว่า “ทำไมพวกเธอไม่อยู่ในห้องเรียน”
“หลิงซีเฉวียนปวดหัวค่ะ ครูสฺวีครูสวีเลยให้หนูพามาตรวจที่ห้องพยาบาล” เด็กผู้หญิงสองคนยืนอย่างเรียบร้อยเมื่อต้องอยู่ต่อหน้าครูประจำชั้นผู้เข้มงวดและสุขุม หลิงซีเฉวียนปล่อยให้เหออิงมองสำรวจเธอรอบหนึ่ง ก่อนจะได้ยินเธอถามเรียบๆ อย่างเป็นห่วงเป็นใยว่า “ตอนนี้ยังปวดหัวอยู่ไหม”
“เมื่อกี้เพิ่งกินยาไป รู้สึกดีขึ้นเยอะแล้วค่ะ”
“จะสอบปลายภาคแล้ว พวกเธอต้องดูแลสุขภาพกันด้วย” คำตอบอันชาญฉลาดของหลิงซีเฉวียนทำให้เหออิงพยักหน้าพอใจและไม่ซักไซ้เรื่องนี้มากนัก ในสายตาของเธอ เด็กที่ชื่อหลิงซีเฉวียนคนนี้เวลาเรียนก็ตั้งใจฟัง เวลาทำการบ้านก็ลายมือเป็นระเบียบเรียบร้อย ผลการเรียนไม่ว่าจะวิชาไหนก็อยู่ในสามอันดับแรกตลอด ถือเป็นแบบอย่างของนักเรียนที่ดี จึงไม่เคยคิดว่าเธอจะโกหก
เดินไปได้ไม่กี่ก้าว เธอก็เรียกนักเรียนทั้งสองให้หยุดอีกครั้ง แล้วสั่งว่า “จริงสิ พวกเธอช่วยไปเรียกตี๋ฉินกับเย่ชิงถิงมาที่ห้องพักครูที”
ลฺหวี่ซีหนิงหลี่ว์ซีหนิงขานรับแล้วมองครูประจำชั้นเดินจากไป ทันใดนั้นเธอก็พบว่าหลิงซีเฉวียนที่อยู่ข้างๆ กำลังยืนเหม่ออยู่ตรงบันได จึงลองผลักเธอเบาๆ แล้วถามอย่างประหลาดใจ “เธอเป็นอะไรไป”
หลิงซีเฉวียนได้สติ จึงเกี่ยวแขนเธอแล้วส่ายศีรษะ แต่สุดท้ายก็อดถามออกมาไม่ได้ว่า “เธอว่าครูเหอเรียกเขาสองคนไปทำไม”
“ฉันรู้เสียที่ไหนล่ะ” ลฺหวี่ซีหนิงหลี่ว์ซีหนิงบุ้ยปาก แต่แล้วก็เหมือนจะนึกอะไรได้จึงแอบกระซิบข้างหูเธอ “แต่ฉันเดาว่า น่าจะเกี่ยวกับเรื่องที่ลือกันหนาหูในห้องช่วงนี้นี่แหละ”
หลิงซีเฉวียนร้องโอ๊ะ เธอนึกถึงเรื่องที่ลฺหวี่ซีหนิงหลี่ว์ซีหนิงแซวตี๋ฉินว่าชอบเย่ชิงถิงก่อนหน้านี้ขึ้นมาโดยอัตโนมัติ ซึ่งก็ไม่รู้เหมือนกันว่าขณะนั้นในใจรู้สึกอย่างไร
เมื่อกลับไปถึงห้องเรียน หลิงซีเฉวียนเห็นฉีย่าหลิงกับเซียวชุ่นนั่งอยู่ที่เก้าอี้ของเธอกับลฺหวี่ซีหนิงหลี่ว์ซีหนิง ทั้งสองกำลังคุยอะไรบางอย่างอยู่กับหลินเสี้ยวฉีซึ่งนั่งแถวหน้า ไม่รู้ว่าเซียวชุ่นพูดอะไร หลินเสี้ยวฉีถึงได้เอาสมุดแบบฝึกหัดในมือตีเขาหนึ่งทีพอประมาณ ส่วนตี๋ฉินก็แอบปิดปากหัวเราะ
“ลุกๆ” ลฺหวี่ซีหนิงหลี่ว์ซีหนิงเดินอาดๆ ไปข้างที่นั่งของตนแล้วพูดกับเซียวชุ่นอย่างไม่เกรงกลัว
เซียวชุ่นมองลฺหวี่ซีหนิงหลี่ว์ซีหนิงปราดหนึ่งโดยไม่พูดอะไร เขายักไหล่ใส่เธอแล้วลากฉีย่าหลิงให้ลุกไปด้วยกัน
“ตี๋ฉิน ครูเหอให้เธอกับเย่ชิงถิงไปหาที่ห้องพักครู” พอนั่งลง ลฺหวี่ซีหนิงหลี่ว์ซีหนิงก็สะกิดหลังตี๋ฉิน และเนื่องจากเธอไม่ได้พูดเสียงเบา คนรอบข้างส่วนใหญ่จึงได้ยินกันหมด ทุกคนเพ่งความสนใจมายังลฺหวี่ซีหนิงหลี่ว์ซีหนิงโดยพร้อมเพรียงกัน
ตี๋ฉิน “อืม” ออกมาหนึ่งคำ อาศัยช่วงที่ทันทีที่หมดคาบ เธอก็วิ่งไปยังที่นั่งแถวหลังของห้อง แล้วมองหน้าเย่ชิงถิงซึ่งกำลังถกเรื่องเรอัลมาดริด-บาร์ซาอยู่กับอิ่นจวิ้นอวี้เพื่อนสนิท
หลิงซีเฉวียนถือโอกาสมองเย่ชิงถิงไปด้วย เธอเห็นเขาขมวดคิ้วเล็กน้อยหลังจากได้ยินที่ลฺหวี่ซีหนิงหลี่ว์ซีหนิงพูด จากนั้นพอคุยอะไรบางอย่างกับเพื่อนสนิทข้างๆ เสร็จ ก็ลุกออกไปทางประตูด้านหลัง ประหนึ่งไม่ได้คิดจะรอตี๋ฉินไปด้วยกัน
“เธอก็รีบไปเถอะ คาบต่อไปเป็นคาบเลขนะ” ลฺหวี่ซีหนิงหลี่ว์ซีหนิงเห็นตี๋ฉินยังนั่งอยู่กับที่จึงกระตุ้นเธอเสียหน่อย ตี๋ฉินไปห้องพักครูตามที่เธอบอกอย่างไม่เต็มใจนัก พอเธอออกไป ในห้องก็มีเสียงซุบซิบดังขึ้นทันที ตามมาด้วยสายตาอีกไม่น้อยที่มองมาที่ลฺหวี่ซีหนิงหลี่ว์ซีหนิงกับหลิงซีเฉวียน
หลิงซีเฉวียนกางหนังสือเลขลงบนโต๊ะ แต่กลับไม่ได้มองตัวหนังสือแม้แต่น้อย ไม่รู้เหมือนกันว่าเธอเหม่อลอยอยู่นานเท่าไร แต่พอหางตาเหลือบไปเห็นเงาสองเงาเข้ามาทางประตูหลัง เธอก็หันไปมองสองคนนั้นทันที
“ตี๋ฉิน ครูเหอพูดอะไรเธอถึงหน้าเสียขนาดนั้น” พอตี๋ฉินกลับมานั่งที่ ลฺหวี่ซีหนิงหลี่ว์ซีหนิงก็เขยิบเข้ามาด้วยความอยากรู้อยากเห็น หลินเสี้ยวฉีเองก็หันไปมามองทางเย่ชิงถิง แล้วพยักหน้าถามอย่างสงสัยเช่นกัน “นั่นสิ ครูเหอพูดอะไรกับเธอ ดูสิ เย่ชิงถิงทำหน้าสบายๆ จะตาย แล้วทำไมเธอถึงทำหน้าเหมือนไปโดนอะไรมา”
ตี๋ฉินถลึงตาใส่หลินเสี้ยวฉี “อะไรคือไปโดนอะไรมา ฉันนี่โดน ‘หนอนบ่อนไส้’ เล่นงานมาน่ะสิ”
“หมายความว่าอย่างไร”
“ก็ไม่รู้ว่าใครไปฟ้องยัยแก่นั่นว่าฉันกับเย่ชิงถิงกำลังคบกัน พวกเราเลยโดนเทศน์ไปยกหนึ่ง”
“แล้วไงต่อ” ลฺหวี่ซีหนิงหลี่ว์ซีหนิงถามต่ออย่างสนอกสนใจ
“ไม่แล้วไง เราสองคนก็ปฏิเสธไป” ตี๋ฉินกลอกตาขึ้น “ไม่รู้จริงๆ ว่าใครมันช่างแส่หาเรื่อง”
หลินเสี้ยวฉีผลุดหัวเราะ “คือก็ไม่รู้ว่าข่าวลือนี้มาจากไหนหรอกนะ แต่ฉันมีเรื่องใหม่จะมาเม้าล่ะ” พูดจบ เธอก็กดเสียงให้เบาลงจนมีแค่พวกเธอสี่คนที่ได้ยิน
“”เรื่องอะไร” หลิงซีเฉวียนถามไปตามน้ำ
“เมื่อวานเซียวชุ่นบอกฉันว่า เย่ชิงถิงมาขอ QQ ของเฉิงอีหานจากเขา”
“ไม่จริงน่า” ตี๋ฉินขมวดคิ้วหันไปมองเย่ชิงถิงอย่างสงสัย “เฉิงอีหานก็นั่งหน้าพ่อน้ำแข็งนั่นไม่ใช่เหรอ ยังจะต้องถามเซียวชุ่นอีกหรือไง”
“ก็เพราะอย่างนี้ไง ถึงได้ผิดสังเกต” หลินเสี้ยวฉีลูบคางอย่างขบคิด แต่กลับทำให้ลฺหวี่ซีหนิงหลี่ว์ซีหนิงหลุดขำ “เธอกับเซียวชุ่นสนิทกันดีจังจะตาย มีอะไรเขาก็เล่าให้เธอฟังหมด แบบนี้ก็เท่ากับขายเพื่อนน่ะสิ”
เดิมทีลฺหวี่ซีหนิงหลี่ว์ซีหนิงกะจะแค่ล้อเล่นขำๆ นึกไม่ถึงว่าหลินเสี้ยวฉีจะหน้าแดงขึ้นมา เสียงกริ่งเข้าเรียนดังขึ้นพอดี เธอจึงทำเสียงเชอะใส่ลฺหวี่ซีหนิงหลี่ว์ซีหนิงแล้วกลับไปเตรียมตัวเรียนโดยไม่ได้สนใจเธออีก
ลฺหวี่ซีหนิงหลี่ว์ซีหนิงเองเป็นผู้หญิงทะเล่อทะล่า พอเห็นเธอเป็นแบบนี้จึงรู้สึกผิด แต่ในเมื่อถึงเวลาเข้าเรียนแล้ว อะไรที่แซวไปแล้วก็ถือว่าแล้วไป ดังนั้นหลังจากหัวเราะออกไปจึงไม่ได้เก็บเอามาใส่ใจ
ส่วนตี๋ฉินไม่ได้สนใจแต่แรกว่าพวกเขาพูดอะไรกัน เอาแต่ทำหน้านิ่งไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่
แต่หลิงซีเฉวียนกลับสังเกตได้
ฉีย่าหลิง หลินเสี้ยวฉี เซียวชุ่น
หรือจะเป็นอย่างที่เธอคิด
เธอมองสลับไปมาระหว่างฉีย่าหลิงซึ่งอยู่แถวหน้ากับเซียวชุ่น ในดวงตามีแววเข้าใจสายหนึ่งด้วยสายตารู้ทัน
พอหันกลับมา เธอก็เหลือบไปเห็นใบหน้าด้านข้างที่ดูสับสนกระวนกระวายไม่มีความสุขของตี๋ฉินจากด้านข้าง ใบหน้าแลดูสับสนกระวนกระวายไม่มีความสุข เธอลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะแกล้งมองไปทางเย่ชิงถิงแบบไม่ตั้งใจ
ใบหน้าด้านข้างอันหล่อเหลาของฝ่ายชายก้มลงเล็กน้อย เขากำลังอ่านหนังสือวิชาคณิตในมืออย่างมุ่งมั่น
เฮ้อ...อยากเข้าใกล้เขากว่านี้จัง
เธอถอนหายใจเงียบๆ อารมณ์ก็ในใจรู้สึกดำดิ่งลงเล็กน้อย
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------