Smiling Talk ยิ้มละมุนกรุ่นหัวใจ
ตอนก่อนหน้า
1 / 20

Smiling Talk ยิ้มละมุนกรุ่นหัวใจ: Chapter0001 ตอนที่ 1

#1Chapter0001

ตอนที่ 1

วันดีคืนดี หลิงซีเฉวียนก็จะหวนระลึกถึงเมื่อครั้งที่เธอเจอกับเขาครั้งแรก

เรื่องราวในอดีตเคยถูกเธอฝังกลบเสียจนฝุ่นจับมองไม่เห็น ซึ่งแม้จะดูเหมือนเลือนรางไปนาน แต่ก็ยังคงคั่งค้างอยู่ในความทรงจำ

เมื่อใดที่ฝุ่นจางหายไปจนหมด ก็จะพบว่าพวกมันยังคงรอตาแป๋วอยู่เงียบๆ ที่เดิม ไม่ห่างหายไปไหน

อาจเพราะพวกเขาต่างพบกันเร็วในเวลาที่พอเหมาะพอเจาะเกินไป จึงเป็นดั่งเส้นขนานสองเส้นที่ไม่มีทางบรรจบกัน ได้แต่รอเงียบๆ ว่าสักวัน เส้นนั้นจะค่อยๆ วนมาพันซ้ำๆ กันเอง

และเช้านี้ซึ่งเป็นเช้าวันแรกของเดือนกันยายน เส้นขนานทั้งสองเส้นก็ได้มาบรรจบกันเป็นครั้งแรก

*****

ขณะที่หลิงซีเฉวียนกำลังสะพายกระเป๋าวิ่งพรวดไปยังชั้นเตรียมมัธยม[footnoteRef:1]ห้อง 1 เสียงกริ่งเข้าเรียนคาบแรกก็ดังขึ้น [1: ชั้นเตรียมมัธยม เป็นระดับชั้นที่มีขึ้นเพื่อให้นักเรียนประถมปรับตัว 1 ปี ก่อนจะเข้าเรียนในระดับชั้นมัธยม ]

โรงเรียนใหม่ เพื่อนใหม่

เดิมทีเธออุตส่าห์ตั้งตารอวันนี้ แต่รถที่ติดบนทางยกระดับทำให้มาโรงเรียนสาย เธอจึงไม่หลงเหลือความตื่นเต้นใดๆ อีก

เธอยืนก้มหน้าอยู่ตรงประตู ไม่กล้าสบตากว่าสี่สิบคู่ในห้องที่จับจ้องมาที่เธอ

“สวัสดีค่ะ”

เสียงสั่นเครือดังขึ้น ทำให้ครูประจำชั้นสวมแว่นซึ่งยืนอยู่บนแท่นบรรยายต้องหยุดพูดกะทันหัน เธอหยุดมองหลิงซีเฉวียนที่กำลังประหม่าไม่หยุดครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดเนิบๆ ว่า “ไปหาที่นั่งเสียสิ แล้วคราวหลังอย่ามาสายอีกล่ะ”

ใบหน้าที่แดงฝาดจากการวิ่งกระหืดกระหอบของเธอยังไม่ทันจางลงก็กลับแดงก่ำขึ้นอีกครั้ง อีกทั้งหูก็ร้อนขึ้นผิดสังเกต

เธอสาวเท้าไปยังที่ว่างที่ใกล้ที่สุดแล้ววางกระเป๋าลง ก้มหน้าก้มตาฟังครูประจำชั้นบอกกฎระเบียบสำหรับนักเรียนใหม่ต่อ โดยไม่ทันได้สนใจว่าเพื่อนร่วมโต๊ะเป็นใคร

ความจริงเธอไม่ใช่ผู้หญิงหน่อมแน้มขี้อายอะไร เพียงแต่ลึกๆ เธอเป็นคนโลกส่วนตัวสูง ชอบอยู่เงียบๆ ดังนั้นเมื่อมีสายตาเพ่งเล็งมาที่เธอ เธอจึงมักรู้สึกอึดอัด

หลิงซีเฉวียนก้มหน้าอยู่นานจนแอบรู้สึกเมื่อยคอ เธอจึงเหลือบมองแท่นบรรยายอย่างระมัดระวัง พบว่าครูประจำชั้นกำลังตั้งหน้าตั้งตาแนะนำตัวเองโดยไม่ได้สังเกตมาที่ตน

โล่งอกอย่างบอกไม่ถูก

เพื่อนรอบข้างส่วนใหญ่ต่างนั่งหลังตรงตั้งใจฟังครูประจำชั้นคนใหม่ เธอจึงเบะปากแล้วแรงจนเผอิญหันไปด้านข้างอย่างไม่ได้ตั้งใจจนเห็นเพื่อนร่วมโต๊ะของตนทางหางตา

ผิวขาวๆ กับใบหน้าด้านข้างที่จริงจังเมื่อมองจากด้านข้าง...ราวกับตุ๊กตากระเบื้องอันแสนประณีต!

นี่คือปฏิกิริยาแรกที่หลิงซีเฉวียนมีต่อผู้ชายคนผู้นั้น

ไม่ทราบว่าเป็นเพราะรับรู้ได้ถึงสายตาของเธอหรือเป็นเพราะความบังเอิญ ฝ่ายชายจึงหันหน้ามาเล็กน้อยจนดวงตาใสแจ๋วของเขาสบตาหลิงซีเฉวียนเข้าพอดี ทั้งคู่ชะงักไปพร้อมกัน หลิงซีเฉวียนยิ้มเขินๆ ให้เขา ก่อนจะหันไปมองทางอื่นอย่างรวดเร็ว

เธอพึมพำในใจว่าทำอะไรลงไป ในเมื่อความเกร็งของเธอก็ลดลงไปแล้วกว่าครึ่ง อีกทั้งยังเอาอย่างเรียนรู้จากเพื่อนคนอื่นๆ ในการที่จะมุ่งความสนใจไปที่ครูประจำชั้นหน้าห้อง ซึ่งกำลังจะให้พวกเขายืนแนะนำตัว

ไม่รู้ว่าหนุ่มหล่อข้างๆ คนนี้ชื่ออะไร

ความคิดนี้ผุดวาบขึ้นมาจากส่วนลึกของหัวใจหลิงซีเฉวียน แต่หลังจากนั้นเธอก็ไม่ได้สนใจมันอีก กระทั่งฝ่ายชายลุกขึ้นแนะนำตัวด้วยเสียงไพเราะที่ยังไม่ทันแตกหนุ่มว่า “ผมชื่อเย่ชิงถิง” ตอนนั้นเธอก็หยิบดินสอขึ้นมาเขียนหวัดๆ บนกระดาษทด

ต่อมา ที่นั่งก็ถูกจัดใหม่โดยเรียงตามลำดับความสูง

หลิงซีเฉวียนได้นั่งคู่กับผู้หญิงผมสั้นคนหนึ่งที่ชื่อลฺหวี่ซีหนิงหลี่ว์ซีหนิง ส่วนผู้ชายคนที่ทำให้เธอตกตะลึงในความหล่อคนนั้นก็ค่อยๆ ถูกลืมไป เนื่องจากเธอไม่ชอบสรวลเสเฮฮา อีกทั้งที่นั่งก็อยู่ห่างกันมาก

เมื่อไม่นึกถึงสิ่งใด สิ่งนั้นก็จะค่อยๆ แฝงตัวอยู่ในโลกของเธอ ราวกับฝุ่นที่เข้ามาจับเป็นชั้นบางๆ ยามที่เราเผลอ

เรื่อยมาจนกระทั่งขึ้น ม.1 มีอยู่วันหนึ่ง...

ช่วงเที่ยงของวันนี้ หลิงซีเฉวียนกับลฺหวี่ซีหนิงหลี่ว์ซีหนิงกำลังเล่นเครื่องบินหมากรุกอยู่กับผู้หญิงอีกสองคนซึ่งนั่งหน้าพวกเธอ

คนที่นั่งข้างหน้าเธอเป็นผู้หญิงน่ารักแสนดีคนหนึ่งชื่อตี๋ฉิน เธอถักเปียหางม้าเรียบร้อย พูดจาสุภาพ มีเพื่อนร่วมโต๊ะเป็นสาวแว่นชื่อหลินเสี้ยวฉี แม้ผิวจะไม่ได้จัดว่าขาวมาก แต่เป็นคนมีเอกลักษณ์

หลิงซีเฉวียนเป็นคนง่ายๆ ไม่เรื่องมาก แต่เธอก็รู้ว่าจริงๆ แล้วตัวเองเป็นพวกชอบคิดมาก บ่อยครั้งเมื่อมีใครพูดอะไร เธอก็มักจะเปรียบเทียบกับตัวเองก่อนว่ากำลังพูดถึงตนอยู่หรือไม่ มองเผินๆ อาจเป็นเรื่องธรรมดา แต่พูดให้ถูกหน่อยก็คือคนประเภทนี้เป็นพวกโตเกินวัย

ถึงกระนั้น เธอกับเพื่อนรอบข้างก็ถือว่าเข้ากันได้ดีทีเดียว

แม้เธอจะอยู่ชั้นมัธยมต้นซึ่งถือเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ แต่ช่วงพักเที่ยงของเด็ก ม.1 ก็ไม่ได้เข้มงวดมากนัก ลฺหวี่ซีหนิงหลี่ว์ซีหนิงจึงเสนอให้เล่นเครื่องบินหมากรุกกันตอนเที่ยง ไม่ทันไร หลิงซีเฉวียนกับเพื่อนสองคนข้างหน้าก็เข้าขากันได้เป็นอย่างดี

“ตี๋ฉิน ทำไมช่วงนี้มีแต่คนพูดกันว่าเธอชอบเย่ชิงถิงล่ะ” พอทอยลูกเต๋าเสร็จ ลฺหวี่ซีหนิงหลี่ว์ซีหนิงก็มองเยื้องไปทางขวาซึ่งมีกลุ่มผู้ชายสามสี่คนกำลังเล่นกันอยู่ พลางถามทีเล่นทีจริง

ตี๋ฉินหผลุดหัวเราะแล้วมองไปทางนั้นบ้าง “อย่าไปฟังพวกเขาเพ้อเจ้อเลย ไม่มีอะไรหรอก”

แม้จะเพิ่งอยู่ ม.1 แล้ว แต่เด็กในเมืองใหญ่ล้วนเข้าใจความรักพอเพียงแค่ผิวเผิน ในห้องยังมีการป่าวประกาศว่าใครชอบใคร หรือใครเขียนชื่อใครลงในสมุดอยู่บ่อยๆ

แต่ไหนแต่ไรหลิงซีเฉวียนไม่ได้สนใจอะไรกับเรื่องไร้สาระพวกนี้ เพราะเธอรู้สึกว่าช่างน่าเบื่อสิ้นดี

แต่วันนี้พอได้ยินลฺหวี่ซีหนิงหลี่ว์ซีหนิงพูดแบบนี้ จู่ๆ เธอก็รู้สึกคุ้นหูกับชื่อเย่ชิงถิงขึ้นมา จึงโพล่งถามไปว่า “เย่ชิงถิงคือใครเหรอ”

พอได้ยินดังนั้น ลฺหวี่ซีหนิงหลี่ว์ซีหนิงจึงตอบแทนหลิงซีเฉวียนด้วยการกลอกตามองบนยกใหญ่ให้หลิงซีเฉวียน คล้ายประหนึ่งแทบจะไม่อยากเชื่อว่าเธอจะถามคำถามนี้ออกมา “ก็เพื่อนห้องเราไง”

“ฉันรู้น่า ถึงว่าชื่อคุ้นชะมัด”

“เพื่อนห้องเดียวกัน ไม่คุ้นได้ไง!”

พอครั้นเห็นตี๋ฉินกับหลินเสี้ยวฉีพากันจ้องตนเหมือนเป็นคนปัญญาอ่อน เธอจึงลูบจมูกอย่างเก้อเขิน แล้วกลืนสิ่งที่จะถามต่อไปลงคอเสีย

ในใจของเธอมีคำอธิบายเกี่ยวกับกับเรื่องนี้อยู่ คิดว่า การที่เธอไม่รู้เรื่องอะไรนี่เลยอาจดูเหมือนเป็นเพราะเธอชินกับการจมอยู่ในโลกของตัวเอง แต่แท้จริงแล้วเป็นการผลักคนอื่นออกไปให้พ้นตัวต่างหาก

*****

ลมยามบ่ายวันนี้พัดเอาความหนาวเย็นของเดือนเมษามา พร้อมกับพัดเอาปุยเมฆใต้ฟ้าครามออกไป

ในคาบพละวันนี้ หลิงซีเฉวียนถูกหลินเสี้ยวฉีลากตัวไปที่สนามบาสเกตบอล พวกเธอนั่งลงบนพื้นหญ้า ดูเพื่อนผู้ชายในห้องเล่นบาสกัน

อาจเพราะบุคลิกของเธอ ทำให้หลิงซีเฉวียนรู้สึกไม่เป็นตัวเองเมื่อต้องมาดูผู้ชายเล่นบาส เธอจึงถอยไปหลบอยู่ใต้ร่มต้นแคฝรั่งเพื่อกำบังสายตา “มาดูใครเหรอ” เธอรู้จักหลินเสี้ยวฉีมานาน คำพูดคำจาจึงไม่ได้ทางการอะไร

“มาดูใครอะไรกัน”

เธออึ้ง

เดิมทีเธอแค่จะถามดูเล่นๆ แต่พอเห็นหลินเสี้ยวฉีหันกลับไปยิ้มอย่างมีเลศนัยแล้ว หลิงซีเฉวียนก็อดยิ้มมุมปากไม่ได้ ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงผ่อนคลายว่า “ฉันก็แค่ถามดูน่ะ เชิญต่อเลยตามสบาย”

เธอทอดตามองไปยังสนามบาสเกตบอลซึ่งอยู่ห่างออกไป แสงแดดจ้าแห้งๆ นั้นทำให้เธอหรี่ตาลงโดยอัตโนมัติ

ฝีมือการเล่นบาสของเด็กผู้ชาย ม.1 ยังอ่อนหัดอย่างเห็นได้ชัด แต่ในสายตาของคนรุ่นราวคราวเดียวกันกลับไม่ได้รู้สึกว่าเหยาะแหยะหรือดูไม่ได้แม้แต่น้อย

ผู้ชายหน้าตาดูดีสะอาดสะอ้านคนหนึ่งกลับหลังหันเล็งลูกบาสลงห่วงอย่างง่ายดาย

อยู่ๆ เธอก็รู้สึกใจสั่น จึงดึงแขนหลินเสี้ยวฉีมาถามว่า “คนไหนคือเย่ชิงถิง”

เดิมทีเธอแค่ถามไปงั้นๆ ด้วยความอยากรู้อยากเห็น แต่คิดไม่ถึงว่าหลินเสี้ยวฉีจะมองเธอแปลกๆ “ที่แท้เธอไม่รู้จริงๆ หรือนี่” พูดจบเธอก็เชิดคางไปยังผู้ชายที่กำลังแปะมือกับเพื่อนอยู่ “คนที่ใส่เสื้อยืดสีดำ ที่เพิ่งชู้ตลงเมื่อกี้น่ะ”

ที่แท้ก็เป็นเขา

หลิงซีเฉวียนเอียงหัวหันไปนึก ทันใดนั้นสิ่งที่เลือนรางอยู่ในหัวสมองก็ค่อยๆ ชัดเจนขึ้น เธอฉีกยิ้ม เป็นยิ้มที่แม้แต่ตัวเธอเองก็ไม่เคยสนใจมาก่อน

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

devc-10ddca78-32951Smiling Talk ยิ้มละมุนกรุ่นหัวใจ: Chapter0001 ตอนที่ 1