อรุณสวัสดิ์ ท่านประธานาธิบดีที่รัก!: Chapter003 ตอนที่ 3
ตอนที่ 3 เด็กถูกเอาตัวไป
ตอนแรกหลี่หลิงยังไม่ยอมแพ้ คิดว่าผู้อำนวยการคนแรกขู่พวกเธอ เซี่ยกั๋วเผิงเป็นรองนายกเทศมนตรี เหตุการณ์ไหนบ้างที่หลี่หลิงไม่เคยเจอเวลาไปกับเขา? แต่ปรากฏว่าไปโรงพยาบาลมาแล้ว6แห่ง การต้อนรับเอยการจัดการอย่างหรูหราเอยทำให้เธออ้าปากค้าง ถึงแม้รองนายกเทศมนตรีจะมีอำนาจมากแค่ไหน ก็ไม่สามารถควบคุมโรงพยาบาลทั้งหมดได้! ดังนั้นบุคคลที่อยู่เบื้องหลังคนนั้นเป็นผู้มีอำนาจมากกว่ากั๋วเผิง?
อีกทั้งในวันเดียวกันก็มีข่าวดีมาจากทางเซี่ยกั๋วเผิง เดิมทีเขาแย่งชิงตำแหน่งนายกเทศมนตรีกับอีกคนหนึ่งมาตลอด ตัวเขาเองไม่มีหวังมากนัก แต่อยู่ๆสถานการณ์ก็พลิกผัน ผู้นำเลื่อนตำแหน่งให้เขาโดยตรง และเซี่ยซิงคงก็ได้รับคัดเลือกเข้ากลุ่มเต้นรำที่ตัวเองใฝ่ฝันมานานหลายปี รู้ไว้นะว่ากลุ่มเต้นรำนั้นรับแต่นักเต้นระดับนานาชาติทั้งนั้น และเซี่ยซิงคงเป็นคนแรกที่ได้รับคัดเลือกเป็นกรณีพิเศษ
และเงื่อนไขเบื้องต้นที่ทำให้เหตุการณ์ทั้งหมดนี้สำเร็จได้คือ จะต้องเก็บลูกของเซี่ยซิงเฉินเอาไว้!
ตอนค่ำ
กลับจากโรงพยาบาล เซี่ยซิงเฉินแช่ตัวในอ่างอาบน้ำ รู้สึกสับสนอย่างมาก
ผู้ชายแซ่“ไป๋”คนนั้นเป็นใครกันแน่ ไม่นึกว่าจะมีอำนาจล้นฟ้า แม้แต่โรงพยาบาลทั่วประเทศSก็ควบคุมได้อย่างง่ายดาย? ถึงขนาดกำหนดอนาคตของทุกคนรวมทั้งพ่อและตัวเธอด้วย บังคับให้เธอตั้งครรภ์ แม้แต่เอาเด็กออกก็ตามใจเธอไม่ได้?
ในเมื่อเขาอยากได้เด็กคนนี้ถึงขนาดนี้ ถ้าอย่างนั้น...เป็นไปได้ไหมว่า ขอแค่เธอเก็บเด็กคนนี้เอาไว้ สักวันไม่ช้าก็เร็วเขาอาจปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง?
เมื่อคิดได้เช่นนี้ เซี่ยซิงเฉินทะลึ่งพรวดขึ้นมาจากน้ำ หอบหายใจถี่ๆ เกิดแผนการอย่างอื่นขึ้นในใจ เธอชักจะอยากเห็นว่าชายลึกลับหลังม่านผู้นี้จะเทพมาจากไหนกัน! รอยตบนั้นยังไงเธอก็ต้องเอาคืนให้ได้!
…เส้นแบ่งเวลาห้าปี…
ตอนแรกเซี่ยซิงเฉินนึกว่าขอแค่ถึงวันที่เธอคลอดลูก ชายผู้คนจะต้องปรากฎตัวแน่นอน
แต่เธอก็ต้องผิดหวัง
ไม่มี!
ห้าปีผ่านไป เธอจบการศึกษาสาขาภาษาต่างประเทศอย่างราบรื่น ได้ทำงานที่ดีมากที่กระทรวงการต่างประเทศ และย้ายออกจากตระกูลเซี่ย ต้าไป๋อายุครบสี่ปีแล้ว แต่ชายคนนั้นก็ยังไม่เคยปรากฏตัว
แม้สักครั้งก็ไม่เคย เซี่ยซิงเฉินค่อยๆลืมเลือนชายคนนั้นไป จนทุกวันนี้เธอและลูกชายต่างพึ่งพากันเพื่อความอยู่รอด ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย เธออธิษฐานขอเพียงอย่าให้อยู่ๆก็มีใครมาทำลายความสุขนี้เลย โชคดีมากที่ครั้งนั้นตัวเองเก็บเด็กเอาไว้ แม้ว่าหลายปีมานี้จะโดนดูถูกไม่น้อย และเพราะเรื่องนี้ปู่ย่าก็เปลี่ยนไปทุ่มเทใส่ใจเซี่ยซิงคงแทน แต่เซี่ยซิงเฉินก็ไม่เคยนึกเสียดายเลย
เลิกงานแล้ว ไขกุญแจเปิดประตูเข้าห้อง ภายในบ้านเจ้าหนูน้อยกำลังนั่งพิงโซฟาดูทีวีอยู่ ช่องเศรษฐกิจที่แสนน่าเบื่ออีกแล้ว
“ต้าไป๋ ลูกยังเด็กอยู่ เรามาดูรายการที่เด็กทั่วไปดูกันหน่อยได้ไหม แม่เปลี่ยนให้ลูกดูเรื่องสี่หยางหยางดี
ไหม?”
“ไม่เอาอ่ะ นั่นมันสำหรับเด็กไร้เดียงสา” เซี่ยต้าไป๋ปฏิเสธทันควัน
“...” เซี่ยซิงเฉินรู้สึกปวดใจ เพราะเธอชอบดูสี่หยางหยางมาก ไม่นึกเลยว่าจะถูกเด็กสี่ขวบหาว่าไร้เดียงสา
“ตอนนี้ลูกก็เป็นเด็กไร้เดียงสา ก็ต้องดูสิ่งที่ไร้เดียงสา แม่เปลี่ยนแล้วนะ”
“ก็ได้ๆ แม่เปลี่ยนช่องก็ได้ ผมรู้ว่าเด็กโง่ดูช่องเศรษฐกิจไม่รู้เรื่อง” ต้าไป๋ส่งรีโมทให้ซิงเฉินอย่างว่านอนสอน
ง่าย
“...” มุมปากซิงเฉินกระตุกขึ้น ตบเข้าที่ท้ายทอยเขา “ลูกไม่ข่มแม่ไม่ได้หรือไง? น่าหมั่นไส้จริงๆ!”
เซี่ยซิงเฉินรู้สึกว่าตัวเองคลอดเซี่ยต้าไป๋ออกมาเหมือนได้ของล้ำค่า
เขาไม่เพียงรู้จักคิดและว่านอนสอนง่าย รู้ว่าตัวเองไม่มีพ่อเหมือนเด็กคนอื่นก็ไม่ร้องโวยวาย ที่สำคัญ เจ้าหนูนี่ไอคิวสูงมาก
สรุปแล้ว สิ่งที่เขาชอบทำล้วนแต่เป็นสิ่งที่เธอไม่เข้าใจ
อย่างเช่น ตัวเลขทางเศรษฐกิจที่ยุ่งเหยิงเหล่านั้น โมเดลหลากหลายแบบในงานนิทรรศการทางการบิน รวมถึงเกมปริศนาต่างๆของสถานีโทรทัศน์ สำหรับเขาล้วนเป็นเรื่องง่ายๆ ตอนแรกเซี่ยซิงเฉินยังรู้สึกว่าการโดนเขาข่มเป็นเรื่องน่าอับอายสุดๆ แต่ต่อมาถูกข่มหลายครั้งเข้าเธอก็เริ่มชินไปเอง อีกทั้งการพาเด็กหน้าตาดีมากคนนี้ออกไปอยู่ต่อหน้าผู้คนกลับยิ่งรู้สึกภูมิใจ เธอยังแอบจับคู่ให้ลูกไว้ไม่น้อยทีเดียว
“เอาล่ะ ต้าไป๋ แม่จะไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วพาลูกออกไปกินข้าว” เซี่ยซิงเฉินตบศีรษะตัวน้อยเบาๆ เขาโบกมือน้อยๆ “ไปเถอะๆ!”
……………………
เซี่ยซิงเฉินอาบน้ำเสร็จ เปลี่ยนชุดยูนิฟอร์มทำงาน เลือกสวมเดรสสีเหลืองอ่อน
แม้เธอจะเป็นคุณแม่ที่มีลูกสี่ขวบแล้ว แต่อันที่จริงตอนนี้เธออายุแค่ยี่สิบสามปีเท่านั้น กำลังเป็นสาวสะพรั่ง สีเหลืองอ่อนสดใสดูเหมาะกับเธอดี ขับสีผิวเธอให้ยิ่งขาวหมดจดดุจหิมะ
เธอจัดการตัวเองเสร็จก็เดินออกจากห้อง ในห้องโถงกลับไร้เงาของลูก
“ต้าไป๋?”
เธอตะโกนเรียก ก็ไม่ได้ยินเสียงขานรับของลูก
“เซี่ยต้าไป๋ รีบออกมานะ จะไม่ทันเวลาแล้ว” ซิงเฉินเร่งไปพลางผลักประตูห้องลูกไปพลาง แต่ในห้องกลับ
ไม่มีใคร
ว่างเปล่า เธอนิ่งอึ้งไปชั่วครู่
ไม่รู้เพราอะไร จู่ๆหัวใจก็กระตุกทีหนึ่ง ลางสังหรณ์ไม่ดีบางอย่างเข้าจู่โจมเธอ จึงได้เร่งฝีเท้าไปยังห้องน้ำ
ว่างเปล่า!
ยังคงว่างเปล่า!
“ต้าไป๋ เซี่ยต้าไป๋” เซี่ยซิงเฉินบังคับตัวเองอย่างเต็มที่ให้ใจเย็น ไม่ปล่อยให้ทุกซอกมุมในห้องที่เขาอาจซ่อนตัวอยู่เล็ดรอดสายตาไปด้ “ต้าไป๋ รีบออกมานะ ตอนนี้ไม่ใช่เวลาเล่นซ่อนหา ถ้าลูกยังไม่ออกมา แม่จะโกรธแล้ว
นะ!”
เธอแกล้งโมโห พูดด้วยเสียงดัง น้ำเสียงแปร่งไปเล็กน้อย
ปกติในตอนนี้ เขาจะต้องโผล่มาตั้งนานแล้ว! ทว่า วันนี้...ไม่มี...
เซี่ยซิงเฉินรู้ว่าเขาไม่ได้อยู่ในห้องนี้แล้ว ก็พุ่งออกไปอย่างรีบร้อน หาตามทางเดินในตึกรอบหนึ่งแล้วก็ยังไม่พบร่องรอยของลูกเลย เธอรีบหยิบมือถือขึ้นมา เตรียมขอความช่วยเหลือจากบิดาตนที่เป็นนายกเทศมนตรี
“เซี่ยซิงเฉิน ฉันเพิ่งเห็นต้าไป๋ลูกของเธอ!”
ยังไม่ทันโทรติด เพื่อนข้างบ้านวิ่งมาอย่างรีบร้อน ชั่วขณะนั้นเซี่ยซิงเฉินรู้สึกเหมือนเทวดามาโปรด รีบจับมือเธอไว้
“คุณเจอเขาจริงๆเหรอ? เขาอยู่ไหน?”
“เพิ่งลงจากตึก คุณรีบตามไปดูเถอะ ถูกชายชุดดำสองสามคนอุ้มลงไป”
หัวใจเซี่ยซิงเฉินหล่นวูบ ไม่ทันได้เอ่ยแม้คำขอบคุณก็รีบวิ่งไป
โดนลักพาตัวไปงั้นเหรอ? ทว่าเธอไม่เพียงยากจน แต่คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวคนหนึ่งจะมีทรัพย์สินมีค่าสักแค่ไหน
เชียว? สิ่งที่มีค่าที่สุดก็คือต้าไป๋นี่แหละ เซี่ยซิงเฉินสาวเท้าพุ่งลงไปข้างล่างอย่างเร่งรีบ
ตอนวิ่งไปถึงประตูหมู่บ้าน เจอเพียงรถสิบกว่าคันจอดเรียงเป็นแถวอยู่ที่ประตู แต่ละคันล้วนเป็นรถหรูแบบเดียวกันหมด ซึ่งเต็มไปด้วยพลัง
ชาวบ้านแถบนี้เคยเจอสถานการณ์แบบนี้ซะที่ไหน ต่างคนต่างก็เอาแต่ชะเง้อมอง อยากลองเข้าไปใกล้ๆ
แต่ก็มีชายชุดดำคนอื่นขวางอยู่ ไม่มีใครสามารถเข้าใกล้ในระยะห้าสิบกว่าเมตรได้
“ซิงเฉิน ต้าไป๋ลูกของเธออยู่บนรถคนนั้น! เพิ่งถูกพวกเขาอุ้มขึ้นไป!”
มีคนกำลังชี้ไปที่เบนท์ลีย์สีดำคันที่สาม
---------------------------------------