Black Peach Z เดิมพันรักสาวแฮกเกอร์: Chapter0013+0014 ตอนที่ 7
ตอนที่ 13
กินเต้าหู้ของคุณชายฉิน !!! (จากผู้แปล : อาจจะเลือกแบบไทยแทนก็ได้นะคะ “ได้แต๊ะอั๋งคุณชายฉินแล้วววว”
[footnoteRef:1]เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน กระทั่งบอร์ดี้การ์ดชุดดำด้านข้างยังป้องกันไม่ทัน [1: สำนวนกินเต้าหู้ของใครคนหนึ่ง หมายถึงได้แต๊ะอั๋งคนๆ นั้น]
ส่วนฉินมั่วรู้สึกเพียงแค่มีอะไรบางอย่างโผเข้ามาอยู่ในอ้อมแขนตน เขาก้าวขาซ้ายไปข้างหลังก้าวหนึ่ง ดวงตาดำลุ่มลึกนิ่งขรึมหนักขึ้น
“ท่านประธาน!!”
เลขาที่เดินตามหลังฉินมั่วร้องขึ้นพร้อมๆ กับเหงื่อที่ไหลพรั่งพรู เขาคิดจะดึงลากเจ้านายออกมา แต่...ไม่ทันแล้ว...
ในระหว่างที่ฟู่จิ่วเสียหลัก แววตาเธอนั้นหรี่ลงด้วยความจนคมดุ
ยังไม่ทันให้เธอได้แผลงฤทธิ์แสดงความสามารถออกมา บรรยากาศรอบด้านตกอยู่ในเข้าสู่ความเงียบงันในทันใด
เธอรู้สึกไปเองหรือเปล่านะ?
ทำไมต้นคอถึงได้เย็นอย่างนี้ล่ะ?
ในขณะที่ใต้ฝ่ามือกลับอุ่นๆ ร้อนๆเป็นแถบเลย แข็งกระด้าง แล้วยัง...แข็ง...น่าลูบสุดๆจัง!...
สองมือของฟู่จิ่วที่ขยับไปมานั้นล้วนแต่อยู่ในสายตาของผู้บริหารทั้งหมด หัวหน้าอาจารย์ตกใจถึงขั้นหน้าซีดเลยทีเดียว
“ฟู่จิ่ว!” หัวหน้าอาจารย์อยากจะกระชากเจ้าเด็กคนนี้ออกไปจริงๆ ทำไมถึงคิดไม่ถึงเลยนะว่าจะกล้าโผล่เข้ามาแบบทำขนาดนี้ บอกทุกคนแล้วใช่ไหมว่าอย่าให้เจ้านี่ออกมา!?
ฮั่วซืออวี่ได้ยินเสียงตะคอกต่ำนั้น ถึงกับก็ดีใจจนยิ้มออกมา คราวนี้แหละล่ะ...ไอ้บ้านนอกต้องตายแน่ๆ!
“ฟู่จิ่วเหรอ?... คนที่ไล่ตามหลังคุณชายฉินติดๆ ชนิดไม่ยอมปล่อยเมื่อครั้งที่แล้วใช่ไหม”
“นี่ยังไม่ตัดใจอีกเหรอ ไม่กลัวคุณชายฉินฆ่าเอาหรือไงเนี่ย”
“สมองมีปัญหาชัวร์ส์ เห็นผู้ชายแล้วต้องระริกระรี้ขึ้นมาเชียว หมดคำพูดบรรยายกับเจ้าคนนี้เลยจริงๆ”
เมื่อได้ยินเสียงนินทาเหล่านั้น คนที่อยากเอามือปิดหน้ามากที่สุดกลับกลายเป็นเฉินเสี่ยวตง ทำไมถึงคิดไม่ถึงเลยว่าเรื่องที่ตนกลัวมากที่สุดจะเกิดขึ้นท่ามกลางผู้คนที่มากมายขนาดนี้
นึกว่าหลายวันที่ผ่านมา คุณชายจะเปลี่ยนไปแล้วเสียอีก
คิดไม่คิดถึงเลยว่าคุณชายจะใช้วิธีนี้ เพื่อทำให้เขาลดความระแวงลง
เมื่อกี้เขาไม่น่าไปยืนอยู่กับห้อง A เลยเล้ย... น่าจะไปอยู่กับห้อง D มากกว่า จะได้เข้าไปกอดขาคุณชายเอาไว้ได้ทัน ก่อนที่จะเสียสติวิ่งเข้าไปกอดคุณชายฉินแบบนั้น!
ในเวลาเดียวกัน ฟู่จิ่วเองก็ไม่ได้สบายใจนัก เธอก็เป็นผู้เคราะห์ร้ายเหมือนกันนะจะบอกให้!
แต่ดูจากท่าทางของทุกคนที่แสดงออกมา พวกนั้นย่อมไม่เชื่อเธอเป็นแน่
งั้นก็ทำมันต่อไปจนถึงที่สุดก็แล้วกัน
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ ฟู่จิ่วคลี่รอยยิ้ม แล้วจับคอเสื้อของชายหนุ่มเอาไว้ ก่อนจะโน้มไปหาใบหน้าหล่อเหลาเย็นชา เอ่ยขึ้นด้วยเสียงเจ้าเล่ห์ว่า “ไง...เพื่อน รูปร่างไม่เลวบาเลยนี่”
นี่...นี่ยังจะไปแทะโลมเขาอีก?!
เหงื่อเย็นไหลท่วมตัวเฉินเสี่ยวตง คุณชายเป็นบ้าไปแล้ว บ้าไปแล้วจริงๆ!
จะอ่อยผู้หญิงก็ทำไปเถอะ แต่นี่ดันมาแอ๊วคุณชายฉิน ไม่รู้หรือไงว่านั่นน่ะเสือชัดๆ!
ส่วนคนอื่นๆ นั้น ต่างคิดไม่ถึงว่าฟู่จิ่วจะพูดออกมาแบบนี้
ทางด้านเจ้าหนุ่มเหมียวน้อยคงจะตกใจมาก....จน เกือบจะกัดหูกระต่ายในอ้อมกอดขาดแล้ว
บรรดาผู้บริหารของโรงเรียนแทบอยากจะให้ฟู่จิ่วสูญสลายหายไปตรงหน้าทันที
ส่วนฉินมั่วนั้น แววตาของเขาเย็นยะเยือกจนถึงขีดสุด แต่เทียบกับความเย็นที่ว่านั้น สิ่งที่ทำให้คนประสาทตึงเครียดเขม็งก็คือความแค้นของเขามากกว่า
สายตานั้นเหยียบย่ำ บวกกับพลังอำนาจที่เหนือกว่า
เวลานี้ฟู่จิ่วเชื่อคำพูดของเฉินเสี่ยวตงแล้ว เจ้าหมอนี่ร้ายไม่เบาจริงๆ
ทว่าในเวลาพริบตาเดียว ใบหน้าของเขากดต่ำลงมา ความหล่อเหลาสูงศักดิ์หายไป เหลือเพียงความกดดันที่ทำให้คนกระสับกระส่ายอยู่ไม่เป็นสุข
เขาโน้มตัวลงมา รัศมีความลมหายใจเย็นจัดรินรดกระด้างกระแทกเข้ามาที่หลังหูเธอ “ฟู่จิ่วใช่ไหม เวลากลับบ้านระวังตัวให้ดีนะ เพราะอาจจะโดนคนหักมือข้างขวาเอาได้”
เขาพูดอย่างราบเรียบ ทั้งยังแผ่วเบาจนมีแค่เขาทั้งสองเท่านั้นที่ได้ยิน
ทว่าฟู่จิ่วกลับรับรู้ความหมายที่ลึกกว่านั้น เมื่อครู่เธอลูบไล้อกเขาด้วยมือขวา คุณชายฉินที่เพิ่งจะถูกเธอกินเต้าหู้ไป คิดจะหักมือเธอเลยเหรอ???
..........................................................
ตอนที่ 14
ลูบฉัน...ถือว่าชมงั้นเหรอ?
จะมีเรื่องกันใช่ไหม! เธอไม่เคยกลัวใครอยู่แล้ว
แต่...คนอย่างฟู่จิ่วก็ไม่อยากสร้างความแค้นเคืองกันโดยไม่มีสาเหตุ “พ่อพี่รูปหล่อ เมื่อกี้ฉันกำลังชมนายอยู่นะ” โดนชมทั้งที ถ้ายังจะให้คนมาต่อยอีกก็ ไม่ค่อยดีมั้ง...
ฉินมั่วยิ้มขึ้นมา แต่แววตายังคงเย็นเฉียบอยู่ ท่าทางอยากจะเอาสับเนื้อฟู่จิ่วเป็นพันเป็นหมื่นชิ้นให้หายแค้น “ลูบหน้าอกฉัน ถือว่าเป็นการชมงั้นเหรอ?”
“คุณไม่ได้เป็นผู้หญิงสักซักหน่อย โดนลูบนิดหน่อยก็ไม่เห็นว่าจะมีอะไรเสียหายเลย” ฟู่จิ่วยังเตือนสำทับอีก “เป็นคนน่ะต้องใจกว้าง รู้ไหม”
ฉินมั่วปลดมืออีกฝ่ายออกอย่างเฉยชา เอ่ยพูดออกมาด้วยเสียงลอดไรฟันที่ดูคล้ายจะบดกราม “งั้นก็น่าเสียดายที่ฉันไม่เคยรู้ว่าความใจกว้างมันเป็นยังไง”
หมายความว่าจะเอาเรื่องให้ได้ใช่ไหม
ฟู่จิ่วมองดูแผ่นหลังที่น่ากลัวอย่างที่ไม่มีอะไรมาเทียบได้ ก่อนจะสะบัดข้อมือที่มีอาการเจ็บน้อยๆ ของตน
แสงตะวันส่องผ่านรอดรอยแยกของใบไม้มากระทบบนร่างชายหนุ่ม เหมือนเป็นรัศมีที่เปล่งเรืองรองอยู่รอบกาย ขับบารมีและความดูดีมีระดับของเขาขึ้นอีกออกมา
เพียงกลิ่นอายที่พัดผ่าน ก็ยังทำให้คนรู้สึกเย็นเฉียบได้ขนาดนี้ แล้วยังจะมีบอร์ดี้การ์ดกลุ่มใหญ่ที่ตามหลังเขาอีก
ดูท่า...ต่อไปคงจะต้องยุ่งยากแน่ๆ...
เหล่าผู้บริหารโรงเรียนต่างก็คิดไม่ถึงว่าคุณชายฉินจะปล่อยเจ้าเด็กฟู่จิ่วไปง่ายๆ แบบนี้ ไม่แม้กระทั่งจะเอ่ยปากถาม จึงถึงกับผ่อนลมหายใจยาวทั้งๆ ที่ยังตกใจกันอยู่
“โชคดีที่คุณชายฉินเป็นคนใจกว้าง”
“จริงด้วย”
หัวหน้าอาจารย์เช็ดเหงื่อบนหน้าผากด้วยความโล่งใจ
มีเพียงเจ้าหนุ่มเหมียวน้อยที่เอียงศีรษะ กัดหูกระต่ายในมืออีกครั้ง เขารู้ดีว่าหัวหน้าเจ้านายเป็นพวกเจ้าคิดเจ้าแค้น ไม่ว่าความแค้นนั้นจะเล็กน้อยจิ๋วหลิวแค่ไหน ยิ่งท่านไม่แสดงความโกรธออกมา ยิ่งน่ากลัว...
คราวนี้เจ้าฟู่จิ่วที่ถลาออกมา จะต้องตายแน่ๆ!
ฉินมั่วเดินอยู่หน้าสุด รสสัมผัสที่ไม่เคยพบเจอมีมาก่อนนั้นดูเหมือนจะยังค้างอยู่บนแผ่นอกของเจ้าตัว ทำให้แววตาของเขาลุ่มลึกหนักอึ้งอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
แค่เวลาชั่วประเดี๋ยวเดียว เหล่าอาจารย์และนักเรียนกลับรู้สึกว่านานเหลือเกิน
กระทั่งแผ่นหลังของฉินมั่วจากไปไกลจนหายไปในที่สุด เฉินเสี่ยวตงจึงได้ถลาเข้ามาหาฟู่จิ่วอย่างกับลมสลาตัน ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยดวงตาเบิกโต “คุณชายรู้ตัวหรือเปล่าว่าทำอะไรลงไปเมื่อกี้ ถ้านายท่านรู้เรื่องนี้นะจะต้องด่าคุณอีกแน่ๆ แล้วยังจะฝั่งคุณชายฉินอีก เขาไม่ชอบให้ใครมาแตะต้องตัว คุณจะทดสอบความอดทนของเขาเหรอ? แถมยังไปอ่อยเขาอีก โธ่...คุณชาย คุณชายฉินเขาไม่เหมือนคุณนะครับ เขาไม่ได้เป็นเกย์จริงๆ!”
ฟู่จิ่วล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกง ปฏิเสธออกมาอย่างเด็ดขาดเท่ห์ “ฉันก็ไม่ใช่เกย์เหมือนกัน”
“คุณไปทำอย่างนั้นกับเขาแล้ว ยังจะ...” พูดว่าถึงตรงนี้ พ่อบ้านรุ่นเยาว์ได้แต่ถอนหายใจเฮือก “คุณชายครับ ผมรู้ดี ถ้าผมเป็นเกย์ ผมต้องชอบผู้ชายแบบคุณชายฉินเหมือนกันแน่ๆ แต่คุณดูพวกผู้หญิงที่มารุมดูเขาสิ ไม่มีใครทำเหมือนคุณเลยนะ ที่อยู่ๆ ก็โผเข้าไปกอดเขาเสียอย่างนั้น”
ฟู่จิ่วร้องอ้อออกมาแบบไม่อนาทรร้อนใจ มุมปากยกโค้งขึ้นมา “พูดอย่างนี้ก็หมายความว่า ฉันได้กอดแรกของเขางั้นสิ”
“คุณชาย...” เฉินเสี่ยวตงพ่ายแพ้ให้กับเจ้านายตัวเองจริงๆ นี่มันเวลาไหนกันแล้ว ยังจะคิดเรื่องนี้อยู่อีก
ฝ่ายเจ้านายตบบ่าลูกน้องเบาๆ “ล้อนายเล่นหรอก แต่ฉันขออธิบายอะไรหน่อยนะ ฉันไม่เคยคิดจะวิ่งไปกอดใคร เมื่อกี้น่ะกำลังก้มหน้าหัวคิดเรื่องที่จะไปซื้อของที่ตึกศูนย์คอมพิวเตอร์อยู่ จู่ๆ ก็โดนคนข้างหลังผลักออกไป”
“ผมเชื่อคุณครับ!” เฉินเสี่ยวตงพูดอย่างจริงจังมาก
ฟู่จิ่วเลิกคิ้ว
ฝ่ายลูกน้องพูดต่อ “ฉะนั้น พวกเราต้องจริงใจต่อกัน ครั้งหน้าถ้าคุณอยากจะทำอะไรคุณชายฉินอีก บอกผมก่อนนะครับ!”
ฟู่จิ่ว “...”
…………………………………………………………