Spirit Realm อาณาจักรวิญญาณ

Spirit Realm อาณาจักรวิญญาณ: Chapter 036 ตอนที่ 36

#36Chapter 036

ตอนที่ 36: หมาป่าปีศาจปีกเงิน

ระหว่างการฝึกฝนของผู้ฝึกวรยุทธ์ หกขั้นแรกของพลังระดับชำระต้องการเพียงการสั่งสมพลังวิญญาณเพื่อทำให้ร่างกายแข็งแกร่งขึ้นอย่างช้า ๆ มันเป็นอะไรที่ธรรมดาและง่ายดายนัก

ส่วนขั้นที่เจ็ดขึ้นไปของพลังระดับชำระ จุดเริ่มต้นของการพัฒนาของแต่ละระดับนั้นอยู่ในระดับยาก การเลื่อนขั้นแต่ละครั้งจะหนักหนาสาหัสมากขึ้นกว่าขั้นก่อนหน้านี้

โดยทั่วไป มีเพียงผู้ฝึกวรยุทธ์ผู้มีพรสวรรค์มากเท่านั้นที่จะใช้หินวิญญาณ วัตถุดิบวิญญาณและการฝึกฝนที่ยากลำบากมาผสานเข้าด้วยกัน มันจะทำให้สามารถฝ่าไปถึงพลังระดับก่อเกิดก่อนอายุยี่สิบปีได้

ในปีนี้ ฉินเลี่ยอายุสิบห้าปีและสามารถเข้าสู่ขั้นที่เจ็ดของพลังระดับชำระได้ ความเร็วของเขาถือว่าน่าตกใจมากทีเดียว

ในตอนนี้ ฉินเลี่ยรู้สึกเจ็บแปลบที่จุดไหลเวียนพลัง เขาเข้าใจในทันทีว่าการฝึกฝนที่ยากลำบากในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมาทำให้เขาเข้าใกล้กำแพงขั้นที่แปดของพลังระดับชำระแล้ว

ร่างกายมนุษย์มีจุดไหลเวียนพลังเจ็ดร้อยยี่สิบจุด ตราบที่พลังวิญญาณสามารถผ่านจุดไหลเวียนแล้วปลดปล่อยมันออกมาได้ก็ถือว่าได้เข้าสู่ขั้นที่แปดของพลังระดับชำระแล้ว

ขั้นที่แปดของพลังระดับชำระเกี่ยวกับการทำให้จุดไหลเวียนพลังของร่างกายทุกจุดแข็งแกร่งขึ้น!

ตราบที่สามารถหาเคล็ดลับที่ทำให้จุดไหลเวียนพลังหนึ่งจุดเปิดรับพลังวิญญาณที่ไหลเข้ามาได้ การเปิดจุดที่เหลือก็เป็นเรื่องที่ง่ายดาย

ก้าวแรกจากขั้นที่เจ็ดสู่ขั้นที่แปดคือการบรรจุพลังวิญญาณเข้าไปในจุดไหลเวียนพลังเพื่อทำให้ปลดปล่อยพลังงานออกมาได้

ตราบที่จุดไหลเวียนพลังสามารถเชื่อมต่อกับพลังวิญญาณได้ ระดับของเขาก็จะสูงขึ้นอีกครั้งซึ่งจะเป็นก้าวสู่ขั้นที่แปดของพลังระดับชำระ!

เขายังคงฝึกฝนต่อ หัวใจของเขาเต็มไปด้วยความสุขสันต์ เขาพยายามรวมพลังงานอย่างช้า ๆ เพื่อโจมตีเข้าใส่จุดไหลเวียนพลัง…

พลังวิญญาณของเขาเหมือนกับกระแสน้ำ มันโคจรอยู่ภายในร่างกาย จากนั้น เขาลดเกลียวของพลังจิตเพื่อรับรู้เส้นทางการโคจรพลังวิญญาณพลางเฝ้าสังเกตพลังวิญญาณที่กำลังเข้าสู่กล้ามเนื้อ หลอดเลือดและจุดไหลเวียนพลัง

เขารู้สึกได้ถึงจุดไหลเวียนพลังในทุกจุด แต่ว่า มันมีจำนวนมากเกินไป ไม่มีทางที่เขาจะระบุได้ทุกจุด

เขารวบรวมพลังวิญญาณช้า ๆ จากนั้นจึงลองฝืนอัดมันเข้าไปในจุดไหลเวียนพลังที่ไม่รู้จักบนหน้าอก

“เปรี้ยะ เปรี้ยะ เปรี้ยะ! ตูม!”

เสียงกระแสไฟฟ้าแปลก ๆ ที่มาจากการระเบิดของสายฟ้าได้พุ่งออกมาจากจุดไหลเวียนพลังที่ไม่รู้จักเข้าสู่จิตของเขา

พลังวิญญาณที่เขาพยายามอัดเข้าไปไม่สามารถทะลวงจุดไหลเวียนพลังจุดนั้นได้ ราวกับว่าถูกขวางกั้นด้วยกำแพงสายฟ้าและกำแพงกระแสไฟฟ้า มันปกป้องภายนอกของจุดไหลเวียนพลังเอาไว้อย่างหนาแน่น

“นะ-นี่มัน…”

ลึก ๆ ในใจของเขาเกิดความสุขสันต์ จู่ ๆ เขาก็ไม่มีความรู้สึกและชาด้าน จากนั้นจึงเดินโซเซจากด้านหนึ่งไปอีกด้านหนึ่ง เขาเกือบสะดุดล้มขณะก้าวเดินไปข้างหน้า

“เกิดอะไรขึ้นน่ะ? เป็นเพราะเจ้าเหนื่อยเกินไปงั้นเหรอ? พวกเราควรพักนานกว่านี้ไหม?” หลิงอวี้ฉีถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน เมื่อเห็นว่าเขาทำตัวแปลกไป หลิงอวี้ฉีที่อยู่ข้างหลังก็รีบไล่ตามเขามา

ฉินเลี่ยส่ายหัวก่อนจะลุกขึ้นอีกครั้ง เป็นสัญญาณว่าเขาสบายดี

ฉินเลี่ยรู้สึกยินดีที่ได้รับสัมผัสอันแสนวิเศษจากมือสีขาวราวหยกของนาง แต่ว่า เขารู้ว่านี่ไม่ใช่เวลามาคิดเรื่องแบบนี้ จึงได้กล่าวไปว่า “ตอนนี้ ข้าแค่สับสนนิดหน่อย หลังจากนี้จะตั้งใจมากขึ้น ข้าไม่เป็นไรหรอก” ข้าฝืนขยับออกห่างจากนางก่อนจะนำทางต่อไป

เหลียวเหยียนและพวกต่างหยุดเดิน พวกเขามองดูทั้งสองด้วยสีหน้าสงสัย เมื่อทั้งสองเริ่มเคลื่อนไหวอีกครั้ง พวกเขาก็ตามอยู่ด้านหลังไปติด ๆ

“จุดไหลเวียนพลังทั้งหมดเจ็ดร้อยยี่สิบจุดที่อยู่ทั่วร่างของข้าถูก… ถูกยึดครองโดยพลังสายฟ้าและกระแสไฟฟ้าไปแล้ว ข้าสงสัยจริงว่าพลังไฟฟ้าและกระแสไฟฟ้ามาจากตอนที่ข้าฝึกฝนพลังวิญญาณผ่านกล้ามเนื้อและหลอดเลือดหรือเปล่า ไม่นึกเลยว่ามันจะมาหลบซ่อนอยู่ข้างในจุดไหลเวียนพลังของข้า! ถ้าเป็นแบบนี้ จุดไหลเวียนพลังของข้าก็แข็งแกร่งขึ้นตั้งแต่ที่ข้าฝึกอสนีบาตทลายสวรรค์แล้วงั้นหรือ?”

ฉินเลี่ยสับสนเป็นอย่างมาก เขาไม่รู้มาก่อนว่าพลังสายฟ้าและกระแสไฟฟ้าที่อยู่ข้างในจุดไหลเวียนพลังจะส่งผลต่อการฝึกฝนของเขา เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่านี่เป็นเรื่องที่ดีหรือแย่

“ดูเหมือนข้าจะต้องหาเวลาสังเกตและวิเคราะห์สักหน่อยแล้วล่ะ เพื่อฝ่าไปถึงขั้นที่แปดของพลังระดับชำระ จุดไหลเวียนพลังของข้าจะต้องปลดปล่อยพลังวิญญาณออกมาให้ได้ ตอนนี้ พลังสายฟ้าและกระแสไฟฟ้าได้เข้ายึดครองจุดไหลเวียนพลังไปแล้ว พลังวิญญาณจึงไม่อาจเข้าไปได้ สงสัยจริงว่ามันจะส่งผลต่อพลังระดับชำระในร่างกายไหมถ้าหากพยายามไปถึงขั้นที่แปดของพลังระดับชำระ…”

เขาไม่กล้านำความคิดนี้มาใช้กับการฝึก อีกทั้งพวกเขากำลังเดินทางกันอยู่ สุดท้าย เขาก็มาให้ความสนใจกับการนำทาง

พวกเขารีบกลับบ้านผ่านความมืดมิด เมื่อท้องฟ้าเริ่มสว่างขึ้นอย่างช้า ๆ ทุกคนต่างมองไปยังจุดที่ห่างไกลจนเห็นยอดเขาสูงลิ่วจนทะลุก้อนเมฆ

“นั่นมันหุบเขาม่านหมอก!” เหลียวเหยียนมีกำลังใจขึ้นมาทันทีขณะปาดเหงื่อบริเวณหน้าผากออก “ภายในหุบเขาม่านหมอก มีโอกาสที่จะเจอผู้ฝึกวรยุทธ์ของหอเมฆดารา ถ้าพวกเรามีโอกาสพบเจอกับกลุ่มล่าสัตว์ก็จะช่วยเพิ่มกำลังให้กับเราได้มาก! อย่างน้อยที่สุด พวกเราสามารถกลับบ้านผ่านหุบเขาม่านหมอกได้ ไม่ต้องเข้าไปยังส่วนลึกของเทือกเขาอาร์คติก”

เมื่อได้ยินเช่นนั้น ทุกคนต่างพากันถอนหายใจด้วยความโล่งอกออกมา พวกเขารู้สึกว่าในที่สุดก็จะได้เห็นแสงแห่งความหวังเสียที

“พวกเราต้องผ่านวันนี้ไปให้ได้ก่อน มันจะเป็นวันที่ยากที่สุดแน่ อย่างน้อยก็ต้องออกจากป่าเพื่อไปให้ถึงหุบเขาม่านหมอก” เกาอวี้กล่าว เขาราดน้ำเย็นใส่ทุกคน

เมื่อเขากล่าวเช่นนั้น รอยยิ้มบนใบหน้าของทุกคนก็พลันหายไป ทุกคนรู้ดีว่ามันคือความจริง มันยังไม่ถึงเวลาให้มาผ่อนคลาย

พวกเขาออกเดินทางกันต่อ

หลังจากนั้น ตะวันขึ้นสูง แสงตะวันอันร้อนแรงสาดส่องผ่านใบไม้หนาทึบก่อนจะทิ่มลงสู่พื้นดินราวกับหอก

“หยุด!” จู่ ๆ เหลียวเหยียนก็ตะโกนเสียงเบา สีหน้าของเขาเคร่งขรึมเป็นอย่างมาก “ด้านหน้าพวกเรา… มีสัตว์วิญญาณกำลังมา! ไม่ดีแน่ พวกมันอยู่ที่นี่แล้ว!”

เหลียวเหยียนมีพลังระดับก่อเกิด เขามีระดับสูงกว่าทุกคนในที่นี้ คนแรกที่รู้สึกได้ถึงความผิดปกติก็ต้องเป็นเขาก่อนอย่างแน่นอน

“ไหนฉินเลี่ยบอกว่าพวกเราจะไม่เผชิญหน้ากับฝูงของสัตว์วิญญาณไง” ใครคนหนึ่งจากตระกูลเกาถามขึ้น

“ไม่ใช่ว่าสัตว์วิญญาณจะไร้ซึ่งชีวิตอยู่แต่ที่เดิมเสียหน่อย ความจริง ตลอดทางมานี้พวกเราก็ไม่ได้พบสัตว์วิญญาณสักตัว นั่นหมายความว่า ฉินเลี่ยไม่ได้นำทางให้พวกเราผิด” เหลียวเหยียนมองชายคนนั้นก่อนจะกล่าวต่อว่า “นี่เป็นเรื่องบังเอิญ เมื่อสัตว์วิญญาณเคลื่อนไหว เป็นไปไม่ได้เลยที่พวกเราจะคาดเดาได้ว่าพวกมันจะปรากฏตัวที่ไหน”

“พี่ใหญ่เหลียว พวกเราหลีกเลี่ยงได้หรือไม่?” หลิงอวี้ฉีถามด้วยความร้อนรน ลึก ๆ ในใจของนางกำลังหวาดกลัวต่อฝูงของสัตว์วิญญาณ

เหลียวเหยียนส่ายหัวก่อนจะกล่าวอย่างขมขื่นว่า “พวกเราไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ พวกมันใกล้จะมาถึงที่นี่แล้ว ข้าหวังว่า… มันจะไม่ใช่ฝูงของสัตว์วิญญาณที่ระดับสูงเกินไป ไม่อย่างนั้น พวกเราได้เจอปัญหาใหญ่แน่”

“อยู่ใกล้กับต้นไม้ใหญ่ไว้ ตั้งรูปขบวนป้องกัน เตรียมพร้อมรับมือทุกเมื่อ” เกาอวี้กล่าวอย่างเย็นชาพลางกัดฟัน

จู่ ๆ ทุกคนก็เคร่งขรึมขึ้น ไม่ว่าพวกเขาจะเป็นสมาชิกของตระกูลหลิงหรือสมาชิกของตระกูลเกา พวกเขาต่างก็มารวมกลุ่มเพื่อตั้งรูปขบวนป้องกันขึ้นเพื่อเตรียมรับมือกับฝูงสัตว์วิญญาณที่กำลังจะมาถึง

“ข้าหวังว่าพวกเราจะไม่โชคร้ายเกินไป พวกเราเกือบจะเข้าหุบเขาม่านหมอกได้แล้ว ไม่น่าจะเกิดเรื่องแย่ ๆ ขึ้นได้” หลิงหยิงภาวนาอยู่เงียบ ๆ

ทุกคนทำเหมือนกับนาง พวกเขาต่างภาวนาอย่างเงียบ ๆ โดยหวังว่าการปรากฏตัวของงฝูงสัตว์วิญญาณฝูงนี้จะเป็นเพียงสัตว์วิญญาณระดับต่ำที่สุดเท่านั้น

“กรร!”

จู่ ๆ หมาป่าสีเงินตัวใหญ่ที่มีปีกสองปีกอยู่ด้านหลังได้ปรากฏตัวขึ้นในระยะสองเมตร พวกมันมาจากในป่าที่อยู่ด้านหน้าพวกเขา

“หมาป่าปีศาจปีกเงิน! เป็น… เป็นหมาป่าปีศาจปีกเงินจริง ๆ ด้วย มันจบแล้ว!” หลิงซินคร่ำครวญด้วยความสิ้นหวังเมื่อเห็นสัตว์วิญญาณตัวนี้ปรากฏขึ้น สีหน้าของเขาเปี่ยมไปด้วยความหวาดกลัว

เมื่อหมาป่าปีศาจปีกเงินปรากฏตัวขึ้น ใบหน้าของทุกคนพลันซีดเผือด ดวงตาของพวกเขาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและความกังวล พวกเขาล้วนสิ้นหวังเหมือนกับหลิงซิน

หมาป่าปีศาจปีกเงินชอบเนื้อมนุษย์สด ๆ เมื่อได้เผชิญหน้ากับมนุษย์ พวกมันจะไม่ปล่อยให้อีกฝ่ายหนีรอดไปได้ เพราะพวกมันอยากจะเพลิดเพลินกับเนื้อมนุษย์สด ๆ นั่นเอง

“พวกเราเกือบจะออกจากป่าได้แล้วเชียว การได้มาพบกับหมาป่าปีศาจปีกเงินเช่นนี้ สวรรค์กำลังกลั่นแกล้งพวกเราอยู่ใช่ไหม?” หลิงเฟิงหัวเราะอย่างขมขื่นออกมา

“อ้า พวกเราคงต้องตายจริง ๆ แล้วล่ะ หมาป่าปีศาจปีกเงินไม่ได้อยู่เพียงลำพังแน่ พวกเราไม่มีโอกาสแล้ว” หลิงเฉียวกล่าวด้วยความจนใจ

“พวกเราเกือบจะหนีรอดจากการไล่ล่าของดินแดนน้ำแข็งที่พังทลายได้แล้วเชียว แต่พวกเรากลับต้องมาถูกฉีกกระชากโดยหมาป่าปีศาจปีกเงินหรือเนี่ย ข้าไม่ได้ต้องการเช่นนี้! ถ้าข้ารู้ว่าจะต้องเป็นแบบนี้ ข้าขอสู้กับดินแดนน้ำแข็งที่พังทลายดีกว่า ต่อให้ข้าจะฆ่าได้เพียงคนเดียว มันก็ถือว่ามีค่าอยู่ดี!” สมาชิกตระกูลเกากล่าวขึ้น

พวกเขาต่างสิ้นหวัง หมาป่าปีศาจปีกเงินตัวแล้วตัวเล่าค่อย ๆ ปรากฏตัวขึ้น หมาป่าปีศาจปีกเงินจำนวนมากปรากฏตัวขึ้น กำลังใจของพวกเขาตกลง ตรงกันข้ามกับความกลัวและความหวาดหวั่นที่เพิ่มขึ้น

หมาป่าปีศาจปีกเงินเป็นสัตว์วิญญาณระดับสอง พวกมันเทียบได้กับผู้ฝึกวรยุทธ์พลังระดับก่อเกิด ในกลุ่มของพวกเขามีผู้ฝึกวรยุทธ์ระดับก่อเกิดเพียงคนเดียวเท่านั้น นั่นก็คือเหลียวเหยียน และเขาก็เพิ่งอยู่ในขั้นต้นเท่านั้น ถ้าพวกเขาต้องสู้แบบตัวต่อตัว ย่อมไม่ใช่คู่มือของหมาป่าปีศาจปีกเงินแน่นอน

ตอนนี้มีหมาป่าปีศาจปีกเงินสิบเอ็ดตัวปรากฏอยู่ตรงหน้า!

เจอสถานการณ์เช่นนี้ พวกเขาจะไม่สิ้นหวังได้อย่างไร?

นอกจากคนอื่นแล้ว คนเดียวที่ไม่รู้สึกสิ้นหวังที่ได้เห็นหมาป่าปีศาจปีกเงินก็คือฉินเลี่ย!

ไม่เพียงแค่เขาไม่รู้สึกสิ้นหวัง เขาลอบรู้สึกตื่นเต้นเสียด้วยซ้ำ เขาเลียริมฝีปากก่อนจะแอบล้วงรูปแกะสลักที่อยู่ตรงหน้าอกออกมา เขาลอบคิดว่า พวกเราเจอกันไวจริง ๆ น่าเสียดาย น่าเสียดายที่คนของดินแดนน้ำแข็งที่พังทลายยังไล่ตามมาไม่ทัน ไม่อย่างนั้นมันคงจะดีกว่านี้แน่

“ฉินเลี่ย…” จู่ ๆ หลิงอวี้ฉีก็ขยับเข้ามาใกล้ นางยืนอยู่ด้านข้างก่อนจะเอื้อมจับมือซ้ายของเขาอย่างสุขุม นางหันใบหน้างดงามมาเป็นเชิงขอโทษ นางยิ้มก่อนจะกล่าวว่า “ข้าขอโทษ ข้าไม่ควรพาเจ้ามาที่ภูเขาหมาป่าสวรรค์เลย ถ้าเจ้าไม่มา เจ้าก็ไม่ต้องมาเผชิญกับปัญหาเช่นนี้ และเจ้าก็ไม่ต้อง… ตายไปพร้อมกับข้า”

สายลมพัดผ่าน ผมของนางปลิวไสวมายังบริเวณหน้าผากจนดูยุ่งเหยิง ทำให้นางดูเหมือนสาวบริสุทธิ์ที่กำลังเจ็บปวด มือสีขาวราวกับหยกของนางกำมือของฉินเลี่ยเอาไว้ราวกับจะทำให้ฉินเลี่ยรู้สึกดีขึ้น ความรู้สึกอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วฝ่ามือของเขา ดูเหมือนมันเป็นหนทางที่ทำให้นางสงบใจลงก่อนจะเผชิญหน้ากับความตายที่กำลังใกล้เข้ามา

“ตายอยู่ที่นี่งั้นหรือ? ข้าว่าคงไม่หรอก…” ฉินเลี่ยกระซิบบอกนาง

“เจ้าพูดอะไรออกมา?” รอยยิ้มของหลิงอวี้ฉีแลดูมืดมนและขุ่นเคืองมากยิ่งขึ้น “นี่เป็นความผิดของข้า ข้าเป็นคนเรียกเจ้ามา ทำให้เจ้าต้องมาเจอหายนะพร้อมกับข้า”

“ข้าเป็นคนอยากมากับเจ้าต่างหาก” ฉินเลี่ยกล่าว สีหน้าของเขาดูห่างไกล

เมื่อได้ยินเขากล่าวเช่นนั้น หัวใจของหลิงอวี้ฉีก็พลันอบอุ่นขึ้นมา นางยิ้มน้อย ๆ ก่อนจะกล่าวว่า “เจ้าช่าง… เจ้าช่างอ่อนโยนเหลือเกิน เจ้ารู้ว่าจะปกป้องคนอื่นอย่างไร วันที่พวกเราหมั้นหมาย ตอนที่พวกเราจับมือกันไว้… ในตอนนั้น ข้าควรจะรู้ตัวได้แล้ว แต่มารู้เอาป่านนี้ก็ไม่ถือว่าสายไปหรอก”

ฉินเลี่ยประหลาดใจ แม้กำลังจะเผชิญหน้ากับความตาย แต่หลิงอวี้ฉีที่มักทำตัวเข้มแข็งกลับเผยด้านอ่อนแอของผู้หญิงออกมาให้ได้เห็น

“วู้ววววว!”

เสียงหอนเสียงดังของหมาป่าดังขึ้น จู่ ๆ หมาป่าปีศาจปีกเงินทรงพลังทั้งสิบเอ็ดตัวต่างพุ่งเข้ามา

ปีกสีเงินของพวกมันกางออกขณะกระโดด ทำให้พวกมันร่อนอยู่บนอากาศ อีกทั้งยังทำให้ความเร็วเพิ่มขึ้นอีกด้วย

เมื่อได้เห็นความเร็วอันน่าเหลือเชื่อของหมาป่าปีศาจปีกเงิน แสงแห่งความหวังที่จะหนีรอดไปได้ของบางคนนั้นก็ได้ดับมอดลง

ทุกคน แม้แต่เหลียวเหยียนต่างสิ้นหวังจนสมองเต้นตุบ ๆ แต่ว่า พวกเขายังไม่สามารถคิดหาหนทางที่จะรอดจากหายนะครั้งนี้ได้ พวกเขาเบียดเข้าหากันเพื่อจะช่วยเหลือซึ่งกันและกัน สำหรับพวกเขา หากยังมีชีวิตก็ยังมีโอกาส

“ข้าไม่อยากดูหมาป่าปีศาจปีกเงินฉีกข้าเป็นชิ้น ๆ ก่อนจะถูกกินสด ๆ ข้าเคยได้ยินมาว่า… หมาป่าปีศาจปีกเงินไม่กินเนื้อสด ๆ ของคนที่ตายแล้ว” ผู้ฝึกวรยุทธ์ของตระกูลเกายกมีดแหลมคมในมือขึ้นด้วยสีหน้าไร้ความรู้สึก ดวงตาของเขาไร้ความรู้สึกขณะกำลังจะเชือดคอตัวเองเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกกินทั้งเป็น

“ก่อนจะฆ่าตัวตาย ช่วยรอสักหน่อยเถอะ” จู่ ๆ ฉินเลี่ยตะโกนด้วยโทนเสียงนุ่มลึก

ท่ามกลางสายตาสิ้นหวัง หวาดกลัว สงสัยและประหลาดใจ ฉินเลี่ยเดินไปอยู่ด้านหน้ารูปขบวน เขาเผชิญหน้ากับการโจมตีของฝูงหมาป่าปีศาจปีกเงิน เขาหยิบรูปแกะสลักไม้ที่ท่านตามอบให้ เขาชูมันขึ้น

……

devc-52435f55-33144Spirit Realm อาณาจักรวิญญาณ: Chapter 036 ตอนที่ 36