Spirit Realm อาณาจักรวิญญาณ: Chapter 037 ตอนที่ 37
ตอนที่ 37: รูปแกะสลัก
ฉินเลี่ยยืนอยู่ด้านหน้ารูปขบวนก่อนจะชูรูปแกะสลักให้หมาป่าปีศาจปีกเงินทั้งสิบเอ็ดตัวเห็น
“พวกมันควรจะหยุดได้แล้ว…”
ฉินเลี่ยกล่าวเงียบ ๆ ในใจพลางรอให้ฝูงหมาป่าปีศาจปีกเงินหยุดการเคลื่อนไหวอย่างไม่รีบร้อน
ตามที่ท่านตากล่าวมา หมาป่าปีศาจปีกเงินสามารถจดจำรูปแกะสลักไม้ได้ เมื่อเขาแสดงให้ดู พวกเขาก็จะรอดจากการโจมตีของหมาป่าปีศาจปีกเงิน
ไม่มีเหตุผลที่เขาจะไม่เชื่อท่านตา เขาจึงเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ เขาคิดว่าเมื่อหมาป่าปีศาจปีกเงินเห็นรูปแกะสลักไม้แล้ว พวกมันจะหยุดการจู่โจม
“เขากำลังทำอะไรน่ะ? ให้ตัวเองเป็นอาหารหมาป่างั้นเหรอ? เขาคิดว่าหลังจากหมาป่าปีศาจปีกเงินฉีกเขาเป็นชิ้น ๆ แล้ว พวกมันจะไว้ชีวิตพวกเรางั้นเหรอ?” ผู้ฝึกวรยุทธ์ตระกูลเกาผู้กำลังจะฆ่าตัวตายด้วยการเชือดคอตัวเองพึมพำเสียงต่ำ เขารู้สึกงุนงงที่เห็นการกระทำของฉินเลี่ย
“ฉินเลี่ย! ทำอะไรของเจ้าน่ะ? รีบกลับมาได้แล้ว!” หลิงอวี้ฉีกังวลและไม่สบายใจ นางตะโกนอย่างร้อนรน ไม่สนรูปขบวนป้องกันวงกลมอีก นางเดินไปหาเขาพร้อมกับถือบ่วงสองจิตเอาไว้
“รูปแกะสลักไม้นั่น… จะต้องเป็นอุปกรณ์วิญญาณที่แข็งแกร่งมากแน่ ๆ มันควรจะเป็นอย่างนั้น” เหลียวเหยียนตะลึงงัน แต่ก็ตอบสนองได้ในทันทีและกล่าวด้วยความมั่นใจว่า “ฉินเลี่ยต้องมีแผนอยู่แน่ ๆ พวกเราดูดีกว่าว่าปาฏิหาริย์แบบไหนที่เขาจะไขว่คว้ามา”
ตั้งแต่ที่เขาได้พบกับฉินเลี่ย เขาพบว่าฉินเลี่ยเต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งความลึกลับ เขาเชื่อว่ารูปแกะสลักไม้ที่อีกฝ่ายชูขึ้นด้วยความมั่นใจจะเป็นอุปกรณ์วิญญาณที่ทรงพลัง มันเป็นสิ่งที่สามารถช่วยปกป้องทุกคนจากการโจมตีของหมาป่าปีศาจปีกเงินได้
“ท่านตาฉินชานเป็นคนแกะสลักรูปแกะสลักนั่นเหรอ?” ใบหน้าของหลิงเฟิงเต็มไปด้วยความประหลาดใจก่อนจะถามต่อว่า “นี่มันเกิดอะไรขึ้น? รูปแกะสลักไม้จะสามารถหยุดหมาป่าปีศาจปีกเงินได้งั้นเหรอ? มันเป็นไปไม่ได้หรอกใช่ไหม?”
คนของตระกูลหลิงจำนวนมากต่างรู้สึกแบบนั้นเช่นกัน แววตาของพวกเขาล้วนแปลกประหลาด พวกเขารู้สึกว่าการกระทำของฉินเลี่ยออกจะไร้สาระไปหน่อย
“อืม… ทำไมพวกมันถึงไม่หยุดล่ะ?” ผ่านไปไม่กี่วินาที เมื่อเห็นว่าหมาป่าปีศาจปีกเงินยังไม่ชะลอความเร็ว ฉินเลี่ยก็ตะลึงงันไปอีกคน “ไม่จริงใช่ไหม? มันไม่ได้ผลเหมือนอย่างที่ท่านตากล่าวเอาไว้เลย! แบบนี้แย่แน่!”
ก่อนหน้านี้หมาป่าปีศาจปีกเงินอยู่ไกลจากกลุ่มนัก แต่ตอนนี้ หลังจากพุ่งเข้ามาด้วยความดุร้าย พวกมันก็เข้ามาใกล้แล้ว!
หมาป่าปีศาจตัวแรกพุ่งเข้าหาฉินเลี่ยตรง ๆ แสงสว่างในดวงตาเผยความดุร้ายอันสุดแสนเหลือเชื่อ หลังจากหอนเสียงยาวเสร็จก็พุ่งเข้าใส่ในทันที
ออร่าดุร้ายอันน่าเกรงขามแผ่ออกมาจากร่างของหมาป่าปีศาจ แสงสว่างสีเงินปรากฏขึ้นจากปีกขนาดใหญ่ ทำให้ผู้คนรับรู้ได้ว่ามันแหลมคมราวกับฟันเลื่อย
“ฉินเลี่ย! หยุดฝันกลางวันได้แล้ว!”
หลิงอวี้ฉีกรีดร้องออกมาก่อนจะปาบ่วงสองจิตในมือออก มันกลายเป็นแสงสว่างพุ่งเข้าใส่หมาป่าปีศาจที่วิ่งมาเร็วที่สุด มันช่วยกันการโจมตีให้ฉินเลี่ย
“วู้ววววว!”
หมาป่าปีศาจปีกเงินหอนเสียงดัง กรงเล็บของมันตะปบใส่บ่วงสองจิตอย่างรุนแรง
บ่วงสองจิตปะทะเข้ากับการโจมตีจนเกิดเป็นแสงสีทองและโลหะก่อนจะลอยขึ้นกลางอากาศ แสงสว่างที่ก่อขึ้นด้วยพลังวิญญาณแตกสลายในทันที
ใบหน้างดงามของหลิงอวี้ฉีซีดเผือด นางไม่คิดอะไรนอกจากพุ่งไปยืนอยู่ด้านหน้าฉินเลี่ย มืออันบอบบางของนางรวบรวมพลังวิญญาณเอาไว้เพื่อป้องกันหมาป่าปีศาจปีกเงินดุร้าย
นางกำลังช่วยกันการโจมตีถึงตายให้ฉินเลี่ย!
แสงสว่างชั่วร้ายที่ปรากฏในดวงตาของหมาป่าปีศาจปีกเงินช่างน่าหวาดกลัว มันมองมาที่หลิงอวี้ฉีด้วยสายตาดูถูก มันฉลาดพอที่จะกางปีกออกเพื่อนำร่างอันสง่างามขึ้นสู่กลางอากาศอย่างรวดเร็วก่อนจะพุ่งเข้าใส่หลิงอวี้ฉี
ดูเหมือนว่าเนื้อและเลือดสด ๆ ของหญิงสาวผู้อ่อนโยนจะอร่อยกว่าที่คาด มันจึงตัดใจจากเหยื่อก่อนหน้านี้ หรือก็คือฉินเลี่ยนั่นเอง
“รีบหนีไปสิ!” หลิงอวี้ฉีตะโกนอย่างร้อนรน
ฉินเลี่ยรู้สึกพ่ายแพ้ที่รูปแกะสลักไม้ไม่มีพลังอย่างที่คิดไว้ ทำให้เขาตะลึงงันไปพักหนึ่ง
เมื่อเขากลับสู่โลกแห่งความเป็นจริง เขาพบว่าหลิงอวี้ฉีเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว นางพุ่งมาอยู่หน้าเขาโดยไม่ห่วงชีวิตตัวเองเพื่อพยายามกันการโจมตีของหมาป่าปีศาจปีกเงินด้วยชีวิต
หลิงอวี้ฉีเป็นคนเดียวที่อยู่ขั้นที่แปดของพลังระดับชำระ หมาป่าปีศาจปีกเงินเป็นสัตว์วิญญาณระดับสองซึ่งเทียบได้กับผู้ฝึกวรยุทธ์ที่มีพลังระดับก่อเกิด เนื่องจากบ่วงสองจิตหลุดมือแล้ว นางจึงไม่มีทางเลือกนอกจากรับมือกับหมาป่าปีศาจปีกเงินตรง ๆ
ในขณะที่ฉินเลี่ยรู้สึกตัว ร่างอันบอบบางของหลิงอวี้ฉีกำลังจะถูกหมาป่าปีศาจปีกเงินโจมตี เขาไม่มีเวลาคว้าขวานปีกเขียวเพื่อเข้าโจมตีด้วยซ้ำ เขาจึงใช้รูปแกะสลักไม้โจมตีแทน
เมื่อทำการโคจรอสนีบาตทลายสวรรค์ พลังสายฟ้าและพลังกระแสไฟฟ้าได้ผสมอยู่ในพลังวิญญาณอย่างบ้าคลั่งก่อนจะไหลเข้าไปในรูปแกะสลักไม้
“ตูม!”
พลังอันน่าหวาดกลัวที่สุดแสนเหลือเชื่อได้ระเบิดออกมาจากภายในรูปแกะสลักไม้!
จู่ ๆ ส่วนหัวขอรูปแกะสลักไม้ยิงริ้วสายฟ้าสีน้ำเงินที่มีความหนาเท่ากับนิ้วมือมากกว่าสิบสายออกมา! ริ้วสายฟ้าแต่ละริ้วเหมือนกับพู่หางม้าที่เหยียดออกไปก่อนจะเชื่อมกับข่ายกระแสไฟฟ้าร้อนแรง มันกินพื้นที่ด้านหน้าเขาอย่างต่ำก็สี่เมตร!
“แป๊ะ แป๊ะ แป๊ะ! ตูม ตูม ตูม!”
สายฟ้าพุ่งออกไปอย่างรุนแรงพร้อมกับเสียงฟ้าร้องอันดึงกึกก้อง ข่ายกระแสไฟฟ้าที่ระเบิดออกมาจากส่วนหัวของรูปแกะสลักไม้มีออร่าน่าหวาดกลัวไหลออกมา!
“ปัง!”
ดวงตาของหมาป่าปีศาจปีกเงินเผยความหวาดกลัวออกมา แต่ก็ไม่อาจหลบร่างได้ทัน ทำให้ถูกข่ายกระแสไฟฟ้าเข้าปะทะในทันที
“วู้ววววว!”
เสียงร้องโหยหวนดังมาจากหมาป่าปีศาจปีกเงิน ขนสีเงินตั้งโด่และถูกเผาไหม้ในทันที ร่างของมันโก่งงอขณะตกลงมาจากท้องฟ้าราวกับมันถูกสายฟ้าจากท้องฟ้าฟาดลงมาจริง ๆ
“เปรี้ยะ เปรี้ยะ เปรี้ยะ!”
ข่ายกระแสไฟฟ้าร้อนแรงที่มาจากภายในรูปแกะสลักไม้ปลดปล่อยริ้วกระแสไฟฟ้าอันดุร้ายริ้วแล้วริ้วเล่า ริ้วกระแสไฟฟ้าแต่ละริ้วที่ปลดปล่อยออกมาพันกันยุ่งเหยิงราวกับงู ออร่าของมันก็ดุร้ายไม่แพ้กัน!
“เคร้ง เคร้ง!”
หลิงอวี้ฉีไม่แม้แต่จะหยิบบ่วงสองจิตที่ตกลงสู่พื้นขึ้นมา นางดูฉินเลี่ยผู้ปกป้องนางกับข่ายกระแสไฟฟ้าอันน่าหวาดกลัวที่ปลดปล่อยมาจากรูปแกะสลักไม้ในมือของฉินเลี่ย นางถูกช่วยให้รอดออกมาจากประตูนรก ในใจของนางมีความรู้สึกมากมายกำลังเอ่อล้นออกมา
“ข้านึกแล้ว ถ้าเด็กนั่นไม่มั่นใจจริง แล้วทำไมเขาถึงกล้าออกจากรูปขบวนป้องกันล่ะ?” เหลียวเหยียนพยักหน้าก่อนจะมองไปที่ฉินเลี่ยแล้วกล่าวว่า “เด็กคนนี้ใช่อย่างที่ข้าคิดไว้จริง ๆ เขาเต็มไปด้วยความลับ ไม่มีทางถูกฆ่าได้ง่าย ๆ หรอก”
“พี่ใหญ่เหลียวฉลาดนัก!” หลิงซินกล่าวชมอย่างจริงใจ
เหลียวเหยียนยิ้มเล็กน้อย
“วู้ววววว!”
หมาป่าปีศาจปีกเงินที่ล้มลงพื้นกำลังสั่นสะท้าน ยังมีกระแสไฟฟ้าบาง ๆ ปกคลุมอยู่ทั่วร่าง หลังจากยืนขึ้น มันก็ถอยไปด้วยความหวาดกลัว เมื่อเห็นข่ายกระแสไฟฟ้าที่ปลดปล่อยมาจากรูปแกะสลักไม้ในมือของฉินเลี่ยแล้ว มันก็ไม่กล้าโจมตีเข้ามาอีก
หมาป่าปีศาจปีกเงินที่ตามหลังมา เมื่อเห็นว่าพวกตัวเองพ่ายแพ้จึงหยุดในทันที หมาป่าแต่ละตัวต่างหลบอยู่ด้านหลังไปมา เห็นได้ชัดว่าพวกมันหวาดกลัวพื้นที่ที่เต็มไปด้วยข่ายกระแสไฟฟ้าร้อนแรง
ฉินเลี่ยเองก็ตะลึงงัน
เขาจับรูปแกะสลักเอาไว้มั่นก่อนจะขยับไปทางฝูงหมาป่า เขาอัดพลังวิญญาณและพลังกระแสไฟฟ้าเข้าไป เส้นผมที่เหมือนกับมีชีวิตบนหัวของรูปแกะสลักยังคงปลดปล่อยพลังกระแสไฟฟ้าและพลังวิญญาณอันน่าประหลาดออกมาก่อนจะก่อตัวเป็นข่ายกระแสไฟฟ้าจนปกคลุมไปทั่วพื้นที่ตรงหน้า
“นี่ นี่มันอุปกรณ์วิญญาณจริง ๆ …”
เขาไม่คิดมาก่อนว่ารูปแกะสลักที่ท่านตาทิ้งไว้ให้จะเป็นอุปกรณ์วิญญาณ เขาไม่เคยทดสอบด้วยการอัดพลังวิญญาณเข้าไปเลยตั้งแต่วันที่ได้รับมันมา
ตอนนี้เป็นช่วงเวลาสำคัญมาก เขาไม่มีเวลาให้คิดอีก เมื่อเขาถือรูปแกะสลักและเตรียมจะโจมตีหมาป่าปีศาจปีกเงิน เขาก็ได้รวบรวมพละกำลังทั้งหมดเพื่อที่จะปกป้องหลิงอวี้ฉีเอาไว้
เขาไม่เคยคาดคิดว่ารูปแกะสลักนี้จะมอบพลังอันน่าประหลาดใจให้!
เพราะเขาไม่คิดว่ารูปแกะสลักจะเป็นอุปกรณ์วิญญาณมาก่อน เขาไม่ได้ใส่พลังจิตลงไป อีกทั้งยังไม่เคยตรวจสอบการทำงานภายในของรูปแกะสลักเลย
ในตอนนี้ เมื่อเห็นว่าฝูงหมาป่าปีศาจปีกเงินหยุดการโจมตีพร้อมเผยสีหน้าประหลาดใจออกมา เขาก็อัดพลังวิญญาณเข้าไปในรูปแกะสลัก อีกทั้งยังใส่พลังจิตลงไปเพื่อรับรู้ถึงโครงสร้างของมัน ตอนนี้ เขาไม่มีความกดดันอีกแล้ว
พลังจิตส่วนหนึ่งไหลเข้าไป ใบหน้าของเขาสว่างเป็นประกายในทันที เขาลอบตะโกนในใจว่า “ช่างเป็นวิธีการหลอมอุปกรณ์ที่วิเศษอะไรเช่นนี้!”
ภายในรูปแกะสลัก มีผังวิญญาณที่แตกต่างกันอย่างต่ำก็หกผัง!
อีกทั้งยังมีผังวิญญาณพื้นฐานทั้งสี่อย่างการรวบรวมวิญญาณ การขยาย การกักเก็บวิญญาณและการเพิ่มพลังอีกด้วย!
เห็นได้ชัดว่าผังวิญญาณพื้นฐานทั้งสี่ที่อยู่ข้างในนี้ธรรมดามากเมื่อเทียบกับอันที่อยู่ในก้อนผนึกวิญญาณ แต่ว่า สิ่งที่อยู่ภายในรูปแกะสลักมันได้รับการขัดเกลาและซับซ้อนยิ่งกว่าผังการรวบรวมวิญญาณที่อยู่ข้างในหอกสั้น ขวานปีกเขียวและโล่หกเหลี่ยมหลายเท่านัก!
ผังวิญญาณพื้นฐานทั้งสี่ล้วนมีรายละเอียดที่ซับซ้อน แต่โครงสร้างกลับชัดเจนและแต่ละผังก็ทำงานร่วมกันได้อย่างดีเยี่ยม
ข้าง ๆ ผังวิญญาณพื้นฐานทั้งสี่ยังมีผังวิญญาณอีกสองผังซึ่งมีความซับซ้อนยิ่งกว่า สองผังนั้นน่าจะได้รับการพัฒนาที่เหนือกว่าและน่าจะเป็นแกนหลักของรูปแกะสลักของจริง!
ผังวิญญาณที่แตกต่างกันหกผังถูกเติมเต็มอยู่ในรูปแกะสลัก ข่ายวิญญาณถักทอเข้าและออกอย่างซับซ้อนราวกับเส้นเอ็นในร่างกายของมนุษย์ นั่นยิ่งทำให้ฉินเลี่ยตะลึงงันยิ่งกว่าเดิม!
จู่ ๆ เขารู้สึกว่ารูปแกะสลักมีชีวิต เพราะดูเหมือนมันมีกล้ามเนื้อ หลอดเลือด มันมีเลือดเนื้อที่เหมือนมนุษย์จริง ๆ!
พลังวิญญาณที่โคจรอยู่ภายในผังวิญญาณเหมือนกับวิชาที่ถูกปลดปล่อยโดยผู้ฝึกวรยุทธ์ที่ทำการเชื่อมต่อกับพลังวิญญาณ ช่างเป็นสิ่งที่งดงามและวิเศษจริง ๆ!
ฉินเลี่ยยังไม่ใช่ผู้สร้างที่แท้จริง แต่ด้วยความรู้ตื้นเขินเกี่ยวกับการหลอมอุปกรณ์ของเขา ผังวิญญาณภายในรูปแกะสลักต้องถูกสร้างโดยปรมาจารย์ผู้สร้างอย่างแน่นอน!
มันเป็นผังวิญญาณที่ซับซ้อนและลึกลับที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็นมา!
รูปแกะสลักจะต้องเป็นอุปกรณ์วิญญาณที่ไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน!
เมื่อเทียบกับรูปแกะสลักไม้แล้ว ผังวิญญาณธรรมดาภายในหอกสั้น ขวานปีกเขียวและโล่หกเหลี่ยมเหมือนกับของเด็กเล่นไปเลยเมื่อเทียบกับผลงานของปรมาจารย์ พวกมันไม่มีทางเทียบติด
เพราะผังวิญญาณภายในรูปแกะสลักไม้ทั้งน่าอัศจรรย์และคาดไม่ถึง หลังจากเขาอัดพลังเข้าไป พลังของเขาก็รุนแรงขึ้นหลายเท่าจนก่อเกิดเป็นความหวาดกลัวที่แม้แต่เขาเองก็ไม่อยากเชื่อ ทำให้หมาป่าปีศาจปีกเงินล่าถอยชั่วคราว ไม่กล้าโจมตีต่ออีก
“ฉินเลี่ย! กลับมานี่! เลิกอัดพลังวิญญารเข้าไปได้แล้ว!” จู่ ๆ เหลียวเหยียนก็เรียกเขา
“อื้ม ถอยกันก่อน อย่าให้พละกำลังของเจ้าต้องสูญเปล่า”
หลิงอวี้ฉีกล่าวอย่างอ่อนโยน จากนั้น นางรีบไปหยิบบ่วงสองจิตมา เมื่อรู้สึกได้ถึงกระแสไฟฟ้าอันดุร้ายของข่ายกระแสไฟฟ้าสีน้ำเงิน นางก็ลอบตกตะลึงไป นางมั่นใจว่าพลังที่ก่อเป็นข่ายกระแสไฟฟ้าต้องไม่ได้มาจากผู้ฝึกวรยุทธ์ที่มีพลังระดับชำระอย่างแน่นอน
“อุปกรณ์วิญญาณนั่นอยู่ขั้นที่เท่าไหร่นะ” นางครุ่นคิดอยู่ในใจ นางรู้ว่ารูปแกะสลักนี้ช่วยเพิ่มพละกำลังให้ฉินเลี่ยจนสามารถปลดปล่อยพลังได้มากกว่าเดิมหลายเท่า
ฉินเลี่ยกลับมามีสติอีกครั้ง เขาพยักหน้าก่อนจะหยุดอัดพลังวิญญาณเข้าไป หลังจากหยุดเชื่อมต่อพลังเข้าสู่รูปแกะสลักไม้แล้ว ข่ายกระแสไฟฟ้าไม่ได้หายไปในทันที มันค่อย ๆ หดตัวอย่างช้า ๆ …
“พลังวิญญาณถูกกักเก็บไว้ในรูปแกะสลักแล้ว!”
ฉินเลี่ยเริ่มพบว่ามีวัตถุสีขาวที่ถูกเผาไหม้อยู่ข้างในผังการกักเก็บวิญญาณที่อยู่ในรูปแกะสลักไม้
นั่นคือพลังวิญญาณที่ถูกกักเก็บเอาไว้ข้างใน เหตุผลที่เขาสามารถทำให้รูปแกะสลักไม้ปลดปล่อยพลังแบบนั้นออกมาได้เพราะเขากระตุ้นก้อนพลังวิญญาณสีขาวร้อนแรงที่อยู่ภายในผังการกักเก็บวิญญาณนั่นเอง!
พลังวิญญาณถูกกักเก็บเอาไว้ในรูปแกะสลักไม้เป็นเวลาหลายปี หลังจากถูกปลดปล่อยออกมา มันก็ยังดุร้ายและบ้าคลั่งและไม่มีทีท่าว่าจะหมดไปหลังจากใช้ไปแล้วครั้งหนึ่งด้วย พลังวิญญาณนี้… มันมีจำนวนและความบริสุทธิ์มากแค่ไหนกัน?
“ท่านตาสลักผังวิญญาณอันแสนวิเศษและทิ้งพลังวิญญาณแปลกประหลาดนี่ไว้งั้นเหรอ? ถ้าเป็นท่านจริง งั้นมีอีกกี่สิ่งที่ท่านตามอบให้ข้ากันแน่?” ฉันเลี่ยครุ่นคิดด้วยความตะลึงงัน
……