Spirit Realm อาณาจักรวิญญาณ

Spirit Realm อาณาจักรวิญญาณ: Chapter 038 ตอนที่ 38

#38Chapter 038

ตอนที่ 38: การโอบล้อมอันหนักหน่วง

ฉินเลี่ยและหลิงอวี้ฉีกลับมายังรูปขบวนป้องกันด้วยกันเพื่อเริ่มต่อสู้เคียงข้างกับทุกคน

“ชิ้ง ชิ้ง ชิ้ง ชิ้ง ชิ้ง ชิ้ง!”

แสงสีเงินแหลมคมอันแล้วอันเล่าพุ่งออกมาจากโล่หกเหลี่ยมของเหลียวเหยียน ลำแสงทั้งหกพุ่งออกมารวมตัวกันเป็นวงแหวนป้องกัน

ทั้งหลิงเฟิงและหลิงอวี้ฉีต่างหยิบอุปกรณ์วิญญาณของตัวเองออกมาพลางรวบรวมพลังวิญญาณแล้วอัดเข้าไปข้างใน พวกเขาพร้อมที่จะแสดงพลังของอุปกรณ์วิญญาณให้ได้เห็นแล้ว

สีหน้าเย็นชาของเกาอวี้มองไปยังหมาป่าปีศาจปีกเงินพลางกระตุ้นแหวนอ๊อค

กลุ่มก้อนวิญญาณที่ทรมานกลุ่มแล้วกลุ่มเล่าที่เป็นรูปใบหน้าวิญญาณได้ปรากฏขึ้นต่อหน้าเขาราวกับเมฆดำ มันพร้อมจู่โจมด้วยความเย็นเยือกที่พร้อมจะบีบรัดหัวใจด้วยพลังจิตที่แปรเปลี่ยนเป็นชั้นแนวป้องกัน

ฉินเลี่ยจับรูปแกะสลักไว้ เขาหันหน้าไปยังฝูงหมาป่า ท่ามกลางเสียงกระแสไฟฟ้า ข่ายสายฟ้าและข่ายกระแสไฟฟ้าแผ่ขยายออกทีละน้อย

“วู้ววววว!”

หมาป่าปีศาจปีกเงินที่บาดเจ็บก่อนหน้านี้หอนเสียงต่ำเพื่อส่งสัญญาณให้ฝูงหมาป่ากระจายตัวล้อมรอบกลุ่มคนเอาไว้

“ทุกคนระวังด้วย! หมาป่าปีศาจปีกเงินฉลาด พวกมันรู้ว่าจะต้องโจมตีจุดอ่อนตรงไหน อย่าให้พวกมันฝ่ารูปขบวนเข้ามาได้!”

เหลียวเหยียนเตือนทุกคน สีหน้าของเขาเคร่งขรึมขณะโคจรพละกำลัง ทำให้ทุกคนยังซ่อนตัวเพื่อรักษารูปขบวนเอาไว้ มีเพียงฉินเลี่ย หลิงอวี้ฉี หลิงเฟิง เกาอวี้และตัวเขาเองเท่านั้นที่ยังอยู่ข้างนอก

คนที่เหลือมีอาวุธเป็นหลาว ทวน ธนูและอาวุธโจมตีระยะไกลชนิดอื่น พวกเขาเกาะกลุ่มกันในแนวป้องกันวงกลมเพื่อเตรียมพร้อม หากหมาป่าปีศาจปีกเงินเข้ามาใกล้มากพอ พวกเขาก็สามารถสนับสนุนฉินเลี่ย เกาอวี้และพวกได้

“พวกมันมาแล้ว!”

เหลียวเหยีนตะโกนเสียงเคร่งขรึม โล่หกเหลี่ยมของเขาปลดปล่อยริ้วสายรุ้งหกสายออกมา ออร่าทรงพลังไหลออกมาจากตัวเขา

หมาป่าปีศาจปีกเงินทั้งสิบเอ็ดตัวพุ่งเข้าใส่ในเวลาเดียวกันเพื่อโจมตีจากทั้งสี่ทิศ ฉินเลี่ย หลิงอวี้ฉี เกาอวี้และหลิงเฟิงต่างอัดพลังวิญญาณเข้าไปในอุปกรณ์วิญญาณ

ในตอนนี้ อุปกรณ์วิญญาณทั้งหมดล้วนมีสีสันจากลำแสงที่เปล่งประกาย ลำแสงเหล่านี้สาดใส่หมาป่าปีศาจปีกเงินจนเข้าลูกตาดำเต็ม ๆ

“ฟิ่ว ฟิ่ว ฟิ่ว! แป๊ะ แป๊ะ แป๊ะ!”

ในขณะเดียวกัน รูปขบวนลำแสงสายรุ้ง ข่ายสายฟ้า กลุ่มเมฆอัคคี กลุ่มก้อนวิญญาณที่ทรมานและม่านแสงสีเงินได้ปลดปล่อยพลังอันยิ่งใหญ่ออกมา ชั้นวงแหวนป้องกันชั้นแล้วชั้นเล่าก่อตัวหนาขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อพร้อมรับการจู่โจมจากหมาป่าปีศาจ

ด้านหลังพวกเขา คนอื่นต่างแผลงศรหรือขว้างหลาวและหอกใส่ฝูงหมาป่ากันอย่างสุดแรงเกิด

“วู้ววววว!”

หมาป่าปีศาจปีกเงินพากันหอนเสียงดัง พวกมันพุ่งใส่กำแพงป้องกันที่ประกอบขึ้นจากอุปกรณ์วิญญาณ ภายใต้การระดมโจมตีด้วยศรและหลาวก่อเกิดเป็นแสงสว่างสายยาวที่สะท้อนให้เห็นบนท้องฟ้าที่ห่างจากหมาป่าสองเมตร พวกเขาได้เปิดฉากโจมตีแล้ว

ศรและหอกแต่ละอันทำได้เพียงสร้างรอยแผลตื้น ๆ ไว้บนร่างหมาป่าเท่านั้น ไม่สามารถทำให้พวกมันบาดเจ็บได้

มีเพียงข่ายสายฟ้า ลำแสงแหลมคมและวิญญาณที่ทรมานที่ปล่อยออกมาจากอุปกรณ์วิญญาณของฉินเลี่ย เหลียวเหยียนและเกาอวี้ที่สามารถทำให้หมาป่ากรีดร้องด้วยความเจ็บปวดออกมาเมื่อถูกโจมตี ทำให้หมาป่าต่างพากันหลบเลี่ยงด้วยความแตกตื่น

เห็นได้ชัดว่าแค่การโจมตีของเหลียวเหยียน เกาอวี้และฉินเลี่ยก็สร้างบาดแผลฉกรรจ์ให้หมาป่าปีศาจปีกเงินได้

การโจมตีของหมาป่าปีศาจปีกเงินครั้งแรกไม่สามารถฝ่ากำแพงป้องกันเข้ามาได้ ด้วยการโจมตีจากอุปกรณ์วิญญาณอันทรงพลังที่ครอบครองโดยฉินเลี่ย เหลียวเยียนและเกาอวี้ผู้อัดพลังวิญญาณเข้าไปในอุปกรณ์ ทำให้หมาป่ารีบถอยออกจากการโจมตีทั้งสามทางชั่วคราว

การโจมตีครั้งแรกจบลงอย่างรวดเร็ว แต่ว่า พวกเขาทำได้เพียงฝากรอยแผลไม่กี่รอยเอาไว้บนร่างของหมาป่าปีศาจปีกเงินเท่านั้น

“กรร!”

หมาป่าที่พุ่งเข้าใส่ฉินเลี่ยก่อนหน้านี้จู่ ๆ ก็ส่งเสียงคำรามออกมา ดวงตาดุร้ายของมันจับจ้องทุกคนก่อนจะล่าถอยออกไปอย่างช้า ๆ

หมาป่าปีศาจปีกเงินที่เหลือต่างก็พากันถอย ราวกับว่าพวกมันตัดใจจากมื้ออาหารพิเศษนี้แล้ว

“ไม่จริงใช่ไหม?” หลิงซินลงไปกองกับพื้น ใบหน้าของเขาซีดเผือดก่อนจะกล่าวว่า “ข้าคิดว่าพวกเราจะถูกฉีกเป็นชิ้น ๆ แล้วเสียอีก ด้วยพละกำลังของพวกเรา… ไม่มีทางชนะได้เลย ทำไมพวกมันถึงถอยล่ะ?”

คำถามเดียวกันปรากฏขึ้นในใจของทุกคน

สำหรับหมาป่าปีศาจปีกเงินระดับสองสิบเอ็ดตัว แต่ละตัวมีพลังเทียบเท่ากับผู้ฝึกวรยุทธ์ที่มีพลังระดับก่อเกิด การจะฆ่าพวกมันได้หมดนั้นถือเป็นงานที่ยากมาก

การโจมตีก่อนหน้านี้ พวกมันใกล้จะฝ่าแนวป้องกันที่ตั้งโดยหลิงอวี้ฉีและหลิงเฟิงได้แล้ว พวกมันเกือบจะฝ่ากำแพงสำเร็จจนสามารถกัดและสังหารสมาชิกทุกคนในตระกูลหลิงและตระกูลเกาได้แล้วแท้ ๆ

“พวกมันอาจจะคิดว่าพี่ใหญ่เหลียว เกาอวี้และฉินเลี่ยไม่ใช่ศัตรูที่จะจัดการได้โดยง่าย อีกทั้งยังเกรงว่าการจะสังหารพวกเรานั้นจะทำให้ฝ่ายมันเกิดการสูญเสียที่มากเกินไป พวกมัน… อาจจะไม่ต้องการเสียสละจนต้องมีหมาป่าตาย ดังนั้น พวกมันก็เลยปล่อยพวกเราไป” หลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่ง หลิงเฟิงก็อธิบายให้ฟัง

เหลียวเหยียน หลิงอวี้ฉีและที่เหลือพากันพยักหน้าเล็กน้อย พวกเขาเชื่อว่าสิ่งที่หลิงเฟิงพูดนั้นมีความเป็นไปได้

“ไม่ใช่!” เกาอวี้มองไปทางที่หมาป่าปีศาจปีกเงินวิ่งไป หัวใจของเขาเต้นถี่เร็ว เขากล่าวต่อว่า “ตอนที่พวกมันโจมตีก่อนหน้านี้ มีเสียงหมาป่าหอนมาจากที่ไกล ๆ ถ้าข้าได้ยินไม่ผิด พวกมันน่าจะถูกหัวหน้าเรียกให้ไปรวมตัว!”

หลังจากเขาออกความเห็น สีหน้าของทุกคนพลันหวาดกลัว หลิงเฟิงถามอย่างแตกตื่นว่า “อย่าบอกนะว่ายังมีหมาป่าอีกฝูง? ถ้าหัวหน้าของพวกมันพาหมาป่ามาอีกฝูงด้วย ฝูงนั้นก็ต้องมีพลังที่น่ากลัวกว่าฝูงนี้น่ะสิ!”

หลังจากเชื่อว่าพวกเขารอดพ้นจากพายุแล้ว ทุกคนก็กลับรู้สึกหวาดกลัวระคนกังวลอีกครั้ง พวกเขามองไปยังทางที่หมาป่าปีศาจปีกเงินจากไป

ฉินเลี่ยมองเกาอวี้ด้วยความประหลาดใจ เขาครุ่นคิดอยู่พักหนึ่งก่อนจะยอมรับและกล่าวว่า “ถึงข้าจะไม่อยากทำให้ทุกคนแตกตื่น แต่ข้าก็ต้องพูด เสียงหอนจากที่ไกล ๆ นั้น… ข้าก็ได้ยินเช่นกัน ตอนแรกข้าคิดว่าหูฝาดไป แต่พอเกาอวี้บอกว่าเขาก็ได้ยินด้วย งั้นข้าก็คงไม่…”

เขาทิ้งช่วงไปพักหนึ่งก่อนจะหัวเราะอย่างขมขื่นออกมาและกล่าวว่า “ที่เกาอวี้พูดมาน่าจะถูกต้อง ยังมีหมาป่าอีกฝูงอยู่ในป่าพร้อมกับหัวหน้า พวกมันจะต้องน่ากลัวกว่าฝูงแรกที่พวกเราเจอแน่”

ใบหน้าของทุกคนพลันซีดเผือด

เกาอวี้ทำหน้าบึ้งพลางมองฉินเลี่ย จากนั้นจึงส่งเสียงหึแล้วพึมพำว่า “ตระกูลหลิง คงไม่ใช่ทุกคนที่จะเป็นขยะ…”

เขากล่าวประโยคนี้เงียบ ๆ สมาชิกตระกูลหลิงรู้ว่าเขาสูญเสียสมาชิกตระกูลไปมาก ตอนนี้อีกฝ่ายจึงไม่พอใจพวกเขา ต่อให้พวกเขาได้ยินที่อีกฝ่ายพูด พวกเขาก็แสร้งทำเป็นว่าไม่ได้ยิน

“พวกเราควรทำยังไงต่อดี?” หลิงเฟิงมองไปที่เหลียวเหยียน

สีหน้าของเหลียวเหยียนเคร่งขรึมอยู่พักหนึ่ง เขามองเกาอวี้ จากนั้นจึงมองฉินเลี่ยแล้วถามว่า “พวกเจ้าสองคนคิดว่าควรทำยังไงต่อล่ะ?”

เกาอวี้และฉินเลี่ยตะโกนขึ้นพร้อมกัน หลังจากรู้ตัวว่าถูกถาม พวกเขาก็หันไปมองทางอื่นทันที

“งั้นก็วิ่งเถอะ!” เหลียวเหยียนไม่รู้ว่าทำไมหัวหน้าฝูงหมาป่าถึงหอนและเขาก็ไม่ได้ยินเสียงหอนนั่นด้วย แต่ว่า ตอนนี้ยังมีเศษเสี้ยวของความหวังอยู่ เขาไม่กล้าลังเลจึงกระตุ้นฉินเลี่ยว่า “ช่วยนำทางให้ที พวกเราจะตามเจ้าเอง!”

“ได้!”

ฉินเลี่ยไม่กล้าพูดมากไปกว่านี้ เขาสูดหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะหาเส้นทางใหม่แล้วรีบพาทุกคนไป

สิบห้านาทีต่อไป

“ว้ากกกกก!”

เสียงกรีดร้องโหยหวนดังต่อเนื่องมาจากใกล้ ๆ มันมาจากทางที่พวกเขากำลังมุ่งไป

ชายผู้สวมใส่ชุดฝึกวรยุทธ์ของหอเมฆดาราจู่ ๆ ก็วิ่งหนีออกจากป่าพร้อมกับร่างที่โชกไปด้วยเลือด แขนซ้ายขาดวิ่น ใบหน้าเต็มไปด้วยความหวาดกลัว

หมาป่าปีศาจปีกเงินกางปีกสีเงินออกและทะยานสู่ท้องฟ้าก่อนจะเข้าโจมตีด้วยความดุร้าย มันกัดเข้าที่หลังคอของอีกฝ่าย

“แซ่ก!”

หลังจากกัดคอแล้ว เลือดสด ๆ ก็พุ่งออกมาจากบาดแผลราวกับน้ำ ชายคนนั้นถูกฆ่าต่อหน้าต่อตาพวกเขา

“หมาป่าอีกกลุ่มไปพบคนของหอเมฆดารานี่เอง…”

ต่อให้ไม่พูดอะไร ทุกคนก็เข้าใจว่าทำไมจู่ ๆ ฝูงหมาป่าถึงล่าถอยไป

“ถึงพวกเราจะโชคไม่ดี แต่อย่างน้อย… พวกเราก็ไม่ได้เจอกับฝูงหัวหน้าล่ะนะ” หลิงเฟิงออกความเห็นด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความขมขื่นที่เห็นฉากโหดเหี้ยมต่อหน้า เนื้อและเลือดกระจายไปทั่วทุกแห่ง

ด้านหน้าพวกเขา หมาป่าปีศาจปีกเงินฉีกร่างของผู้ฝึกวรยุทธ์ดินแดนน้ำแข็งที่พังทลาย เมื่อมันเคี้ยวเลือดเนื้อสด ๆ แล้วหอนครั้งหนึ่ง เสียงหอนจากใกล้ ๆ ก็หอนตอบกลับมา

หมาป่าปีศาจปีกเงินตัวนี้ดูเหมือนจะเป็นส่วนหนึ่งของฝูงของหัวหน้า มันคิดว่าฉินเลี่ยและกลุ่มของเขาเป็นพวกเดียวกับดินแดนน้ำแข็งที่พังทลาย สายตาเย็นชาและโหดเหี้ยมเผยแววตื่นเต้นออกมาชั่วครู่

“ทางนี้! ถอยมาทางนี้! เอ๋? นั่นมันคนจากหอเมฆดาราไม่ใช่เหรอ? คนของหอเมฆดาราอยู่ทางนี้!”

ผู้ฝึกวรยุทธ์ของดินแดนน้ำแข็งที่พังทลายปรากฏตัวจากป่าใกล้ ๆ เมื่อเห็นฉินเลี่ย เหลียวเหยียนและพวก พวกมันจึงกรีดร้องในทันที

“ฟิ่ว ฟิ่ว ฟิ่ว!”

เสียงเสื้อผ้าโบกสะบัดไปมาอย่างรีบร้อนดังมาจากทุกทิศ เมื่อผู้ฝึกวรยุทธ์ดินแดนน้ำแข็งที่พังทลายจำนวนมากได้ยินดังนั้นก็เริ่มส่งข่าวให้กันและกันก่อนจะมาปรากฏตัวตรงหน้าฉินเลี่ย เหลียวเหยียนและกลุ่มของพวกเขา

“แม่งเอ๊ย!” หลิงซินสบถเสียงดัง เมื่อเห็นใบหน้าของคนตรงหน้า ดวงตาของเขาก็แดงก่ำขึ้นมา

“บัดซบ พ่อจะฆ่าไม่ให้เหลือเลย!” ดวงตาของผู้ฝึกวรยุทธ์ตระกูลเกาก็เปลี่ยนเป็นสีแดง เขาสาปแช่งบรรพบุรุษทั้งสิบแปดรุ่นของพวกมันก่อนจะย่ำเท้าแล้วพุ่งเข้าใส่ผู้ฝึกวรยุทธ์ของดินแดนน้ำแข็งที่พังทลาย

เมื่อผู้ฝึกวรยุทธ์ดินแดนน้ำแข็งที่พลังทลายระบุตำแหน่งกลุ่มของฉินเลี่ยได้แล้ว พวกมันจึงล่อให้หมาป่าปีศาจปีกเงินมาทางนี้เพื่อจะให้พวกเขาต้องร่วมกันสู้กับหมาป่า มันอยากฝังกลุ่มของฉินเลี่ยไปพร้อมกับพวกมัน ไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมหลิงซินและทุกคนถึงพากันโกรธเกรี้ยว

เห็นได้ชัดว่าผู้ฝึกวรยุทธ์เหล่านั้นตะโกนไปมา พวกมันพยายามมารวมยังตำแหน่งที่กลุ่มของฉินเลี่ยอยู่

เฟิงยี่และสมาชิกตระกูลเฟิงอีกคนปรากฏตัวขึ้น ร่างของพวกเขาโชกไปด้วยเลือดขณะมายังตำแหน่งที่กลุ่มของฉินเลี่ยอยู่

“พวกเราควรหนีไหม?” หลิงซินตะโกนถาม

“หมาป่ายังหอนอยู่ในป่า ถ้าพวกเราวิ่งไปหาฝูงหมาป่าตอนนี้ ข้าเกรงว่าพวกเราจะตายเร็วขึ้น หากพวกเราออกวิ่ง รูปขบวนก็จะพังทลายด้วย พวกเราวิ่งเร็วกว่านี้ไม่ได้ พวกเราทำได้เพียงยื้อความตายเท่านั้น ถ้าพวกเรารักษารูปขบวนเอาไว้ก็ยังพอมีโอกาส พวกเราต้องไม่หนี!” เหลียวเหยียนระเบิดเสียงตะโกนออกมาเพื่อพยายามให้ทุกคนสงบลงเพื่อจะได้เร่งกลับมาสร้างรูปขบวนป้องกันอีกครั้ง

มีเพียงสมาชิกตระกูลเกาอวี้เท่านั้นที่หุนหันพลันแล่นออกจากพื้นที่เพื่อหมายจะสังหารผู้ฝึกวรยุทธ์ดินแดนน้ำแข็งที่พังทลาย

“ชิ้ง!”

จู่ ๆ ลำแสงจันทร์เสี้ยวเย็นยะเยือกพุ่งออกมาจากในป่า มันอัดเข้าใส่ชายคนนั้นในทันที

ผู้ฝึกวรยุทธ์ตระกูลเกาที่เป็นผู้ตะโกนว่าจะสังหารอีกฝ่ายนั้น ตอนนี้ที่หน้าอกของเขาเป็นรูโบ๋ที่เต็มไปด้วยคราบเลือด ก่อนที่เขาจะไปถึงคนตรงหน้า เขาก็หยุดหายใจไปแล้ว

“แกคิดว่าแกแข็งแกร่งพอจะฆ่าข้างั้นเหรอ?”

ผู้ฝึกวรยุทธ์ดินแดนน้ำแข็งที่พังทลายผู้ตะโกนเสี้ยมคนแรกถ่มน้ำลายใส่ศพของสมาชิกตระกูลเกา มันกวัดแกว่งดาบในมือไปมา หลังจากตัดศีรษะของผู้ฝึกวรยุทธ์ที่ตายไปแล้วเสร็จ มันก็เผยยิ้มกว้างออกมา

“เหยียนชิ่งสง! ข้าจะสับเจ้าเป็นหมื่นชิ้น!” เกาอวี้ระเบิดเสียงคำรามอันโหดเหี้ยมออกมาก่อนจะพุ่งเข้าใส่เพื่อหมายจะสับอีกฝ่ายดังใจหวัง

“ฮี่ฮี่ ถ้าทำได้ก็ลองดู ข้าจะตัดศีรษะเจ้าเหมือนที่ทำกับคนของเจ้านั่นแหละ” ผู้ฝึกวรยุทธ์หนุ่มของดินแดนน้ำแข็งที่พังทลายกล่าวถึงอย่างไม่หยี่ระก่อนจะเผยรอยยิ้มแปลก ๆ ออกมา มันโบกมือให้คนที่อยู่ข้างหลังก่อนจะกล่าวว่า “พาทุกคนมาให้หมด ล่อให้หมาป่าปีศาจปีกเงินมาที่นี่ หนอย ไม่มีเหตุผลที่จะมีแค่พวกเราที่ต้องตายสักหน่อย พวกเราจะปล่อยมันไปง่าย ๆ ได้ยังไงล่ะ?”

มันโบกมือและกล่าวเช่นนั้น ผู้ฝึกวรยุทธ์ดินแดนน้ำแข็งที่พังทลายเริ่มเคลื่อนไหวพร้อมกัน

หลังจากนั้น แม้แต่หัวหน้าผู้อาวุโสของดินแดนน้ำแข็งที่พังทลายอย่างเหยียนเตื้ออู่ก็ปรากฏตัวขึ้นพร้อมลูกน้องที่เชื่อใจได้

ที่หน้าอกของมันบาดเจ็บจนปรากฏคราบเลือด ในตอนนี้ สายตาของมันเต็มไปด้วยความอาฆาต มันพยักหน้าให้เหลียวเหยียนก่อนจะกล่าวว่า “เพื่อฆ่าพวกเจ้าทุกคนแล้ว พวกเราก็พร้อมทุ่มทุกอย่าง คราวนี้เจ้าได้ตายอย่างสงบแน่นอน”

เมื่อเหยียนเตื้ออู่ปรากฏตัว เกาอวี้ผู้กำลังพุ่งเข้าไปหาก็ได้หยุดฝีเท้าอย่างรวดเร็ว เขากัดฟันเพราะไม่กล้าไปไกลมากกว่านี้

“คราวนี้พวกเราหนีไม่รอดแน่ ๆ” เหลียวเหยียนหัวเราะอย่างขมขื่น เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะกล่าวว่า “ไม่ถูกดินแดนน้ำแข็งที่พังทลายฆ่าก็ถูกหมาป่าปีศาจปีกเงินฉีกเป็นชิ้น ๆ อยู่ดี ถ้าเป็นแบบนี้ พวกเราก็มาพยายามสังหารสมาชิกของดินแดนน้ำแข็งที่พังทลายให้ได้ดีกว่า ต่อให้พวกเราทุกคนต้องตาย คนของดินแดนน้ำแข็งที่พังทลายก็จะตายเช่นกัน เพราะพวกมันถูกหมาป่าไล่ตามมา แค่นี้ก็คุ้มแล้ว!”

ทันทีที่เหลียวเหยียนพูดจบ เสียงหอนก็ดังอยู่รอบ ๆ

เมื่อหมาป่าหอน เหยียนเตื้ออู่ก็เกิดหวาดกลัวเช่นกัน

หลังจากนั้น เสียงหมาป่าปีศาจปีกเงินที่เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วก็ดังมาจากทุกทิศทาง หมาป่าตัวแล้วตัวเล่าปรากฏตัวขึ้นในบริเวณรอบ ๆ

หมาป่าปีศาจพวกนี้ได้รับการอบรมมาดี เมื่อหัวหน้าหอน พวกมันก็อาศัยประโยชน์จากความเร็วเพื่อกระจายตัวและโอบล้อมให้ทุกคนอยู่ข้างใน

ในตอนนี้ กองกำลังของดินแดนน้ำแข็งที่พลังทลายและกองกำลังของฉินเลี่ยต่างหันหน้าเข้าหากันด้วยรูปขบวนของตัวเอง กองกำลังทั้งสองถูกโอบล้อมและสังเกตการณ์โดยหมาป่าปีศาจปีกเงินที่ดุร้ายและโหดเหี้ยม

……

devc-0267ee0a-33151Spirit Realm อาณาจักรวิญญาณ: Chapter 038 ตอนที่ 38