Spirit Realm อาณาจักรวิญญาณ: Chapter 039 ตอนที่ 39
ตอนที่ 39: ราชาหมาป่าปีศาจ
กองกำลังดินแดนน้ำแข็งที่พังทลายและกองกำลังฉินเลี่ยถูกล้อมโดยหมาป่าปีศาจปีกเงินอย่างสมบูรณ์
กลุ่มฉินเลี่ยและผู้ฝึกวรยุทธ์ดินแดนน้ำแข็งที่พังทลายอยู่ห่างกันเล็กน้อย แต่ละกลุ่มอยู่กันคนละฝั่ง พวกเขาต่างส่งสายตาเย็นชาไปให้อีกฝ่าย
“เหยียนเตื้ออู่มีพลังระดับก่อเกิดขั้นกลาง ภายในดินแดนน้ำแข็งที่พังทลาย มันเป็นคนที่ขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยมและป่าเถื่อน หัวหน้าห้องโถงทั้งสามที่อยู่ภายใต้เขาล้วนเป็นพี่น้องกันทั้งสิ้น ชื่อของพวกมันคือถังมู่ ถังหลินและถังเซิ่น พวกมันล้วนมีพลังระดับก่อเกิดขั้นต้น เชี่ยวชาญการต่อสู้ระยะประชิด แถมยังมีข่าวลือว่า… ในอดีต หากสามพี่น้องถังร่วมมือกัน ย่อมสามารถสังหารผู้ฝึกวรยุทธ์ผู้มีพลังระดับก่อเกิดขั้นกลางได้”
หลังจากคนของดินแดนน้ำแข็งที่พังทลายปรากฏตัวขึ้น เหลียวเหยียนก็อธิบายให้ฉินเลี่ยและตระกูลหลิงฟังว่า “สหายของเหยียนชิ่งสงคนนี้เป็นนายน้อยของดินแดนน้ำแข็งที่พังทลาย มันเป็นญาติกับเหยียนสื่อเชียน อีกทั้งยังฝึกฝนจนถึงขั้นที่เก้าของพลังระดับชำระ อีกก้าวเดียวก็จะถึงพลังระดับก่อเกิดแล้ว ความแข็งแกร่งของมันช่างน่าหวาดกลัวจริง ๆ …”
ฉินเลี่ยฟังเหลียวเหยียนอธิบายจบ เขาก็สังเกตการณ์ผู้ฝึกวรยุทธ์ดินแดนน้ำแข็งที่พังทลายอย่างเคร่งขรึม คิ้วของเขาขมวดเข้าหากัน
กลุ่มดินแดนน้ำแข็งที่พังทลายที่เขาเห็นมาก่อนหน้านี้มีราว ๆ หกสิบคน หลังจากพวกมันเปิดฉากการไล่ล่า ตอนนี้เหลือไม่ถึงสี่สิบคน
คนที่ตายไป ส่วนใหญ่ตายจากการโจมตีของสัตว์วิญญาณ ถ้าไม่มีตัวแปรอื่นอีก หมาป่าปีศาจปีกเงินก็น่าจะเป็นฝ่ายที่ฆ่าพวกมันไปส่วนมาก
พลังของกองกำลังดินแดนน้ำแข็งที่พังทลายยอดเยี่ยมมาก พวกมันมีผู้เชี่ยวชาญอย่างเหยียนเตื้ออู่ เหยียนชิ่งสงและเฟิงยี่ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าหากต้องสู้กับกองกำลังเช่นนี้ หัวหน้าหมาป่าปีศาจปีกเงินจะต้องเรียกกำลังเสริมมาอย่างแน่นอน
พูดง่าย ๆ สัตว์วิญญาณระดับสองเทียบได้กับผู้ฝึกวรยุทธ์ที่มีพลังระดับก่อเกิด แต่ว่า ถ้าผู้ฝึกวรยุทธ์ที่มีพลังระดับก่อเกิดครอบครองอุปกรณ์วิญญาณอันทรงพลัง ผู้ฝึกวรยุทธ์คนนั้นก็จะเหนือกว่าพวกมัน…
จากมุมมองนี้ เหยียนเตื้ออู่และสามพี่น้องถังควรจะเก่งกว่าหมาป่าปีศาจปีกเงินหนึ่งตัว
ดินแดนน้ำแข็งที่พังทลายมีระบบการฝึกที่เข้มงวด กลุ่มผู้ฝึกวรยุทธ์ที่นำโดยเหยียนเตื้ออู่กลุ่มนี้ล้วนเป็นพวกพ้องที่เชื่อใจได้ อีกทั้งยังประสานงานกันและกันได้เป็นอย่างดี อาวุธของพวกมันล้วนเป็นของที่มีคุณภาพดีเยี่ยม เนื่องจากพวกมันได้เปรียบเรื่องจำนวน การที่พวกมันจะต่อสู้ชนะหมาป่าปีศาจปีกเงินนั้นจึงไม่ใช่เพียงความหวังลม ๆ แล้ง ๆ
ตอนนี้พวกมันมีโอกาสมากกว่า เนื่องจากได้มาพบกับฉินเลี่ยและพวกที่อยู่กันกระจัดกระจายที่จะมาช่วยแบกรับการโจมตีจากหมาป่าปีศาจปีกเงิน
สีหน้าของฉินเลี่ยจริงจังมากขึ้นเรื่อย ๆ เขาลอบครุ่นคิดก่อนจะตระหนักได้ว่ายังมีความหวังเล็กน้อยที่จะรอดไปจากสถานการณ์นี้ได้
“ชิ่งสง ทำได้ดีมาก!” หลังจากเหยียนเตื้ออู่มาถึง เขาก็ได้ออกคำสั่งไปยังผู้ฝึกวรยุทธ์ดินแดนน้ำแข็งที่พังทลายโดยตรงเพื่อให้สร้างรูปขบวนป้องกัน มันพยักหน้าให้เหยียนชิ่งสงก่อนจะกล่าวชมเชยว่า “ด้วยความช่วยหลือของกลุ่มเหลียวเหยียน ความกดดันของพวกเราจึงลดหายไปบ้าง คราวนี้ค่อยง่ายขึ้นหน่อย”
“ผู้อาวุโสเหยียน แล้วกองกำลังหอเมฆดาราทางนั้นล่ะครับ?” เฟิงยี่ถาม
เมื่อเห็นฉินเลี่ยและหลิงอวี้ฉี เฟิงยี่ก็ไม่อาจเก็บความขุ่นเคืองเอาไว้ข้างในได้ เขาอยากพุ่งออกไปฆ่าซะเดี๋ยวนี้เลย เขาอยากฆ่าฉินเลี่ยให้ทรมานที่สุด จากนั้นค่อยล้างบางตระกูลหลิง สุดท้ายจึงค่อยเสพสังวาสกับหลิงอวี้ฉีจนสาแก่ใจ
“อย่าได้กังวลกองกำลังหอเมฆดาราเลย” เหยียนเตื้ออู่ตอบ สีหน้าของมันเย็นชา “พวกมันจะช่วยพวกเราลดแรงกดดันจากหมาป่าปีศาจปีกเงิน พวกเราจะได้ไม่ต้องลงแรงกันมาก วางใจเถอะ พวกมันต้องถูกหมาป่าปีศาจปีกเงินกัดตายอย่างแน่นอน ข้ามั่นใจ”
“ฮี่ฮี่ ท่านอู่ยังมองการณ์ไกลเหมือนเช่นเคย โปรดชี้แนะพวกเราถึงวิธีการใช้คนเหล่านั้นด้วย” เหยียนชิ่งสงกล่าวชมเชยด้วยรอยยิ้ม “เหลียวเหยียนและกลุ่มของมันมีคนราว ๆ สิบคนเท่านั้น ตอนที่ข้าตะโกนให้ทุกคนมารวมกัน ข้าแค่อยากลากให้พวกมันมาช่วยรับการโจมตีจากหมาป่าปีศาจด้วย มันคงไม่ดีนักหากจะสังหารตอนนี้ เพราะพวกเราต้องเสียแรงไปเปล่า ๆ”
“ยึดแผนของชิ่งสงเถอะ” เหยียนเตื้ออู่กล่าว เขาไม่คิดจะมองเฟิงยี่ก่อนจะหันไปหาสามพี่น้องถัง เขาพยักหน้าให้และกล่าวว่า “อยู่แถวนี้ คอยรับมือหมาป่าปีศาจปีกเงินที่เข้ามา รีบเตรียมตัวให้พร้อม ราชาหมาป่าน่าจะใกล้มาถึงที่นี่แล้ว ทำใจให้โหดเหี้ยม จากนั้นก็สังหารไอ้พวกหมาป่าปีศาจเพื่อข้าซะ!”
“รับทราบ!”
“วู้ววววว!” เสียงหอนทรงพลังดังมาจากส่วนลึกของป่า
สิ้นเสียงดังกล่าว ฝูงหมาป่าปีศาจปีกเงินที่ล้อมผู้ฝึกวรยุทธ์ดินแดนน้ำแข็งที่พังทลายและกลุ่มฉินเลี่ยเอาไว้ต่างหอนขึ้นฟ้าเพื่อตอบรับ
พวกมันเลียฟันที่แหลมคมราวกับใบมีด ออร่ากระหายเลือดอันโหดเหี้ยมปลดปล่อยออกมาจากดวงตา พวกมันพุ่งออกมาจากทุกทิศทางอย่างบ้าคลั่งก่อนจะเข้าโจมตีคนของดินแดนน้ำแข็งที่พังทลายและกลุ่มฉินเลี่ย หมาป่าแต่ละตัวล้วนมีพฤติกรรมที่น่าหวาดหวั่นยิ่งนัก
“พวกเรามาจัดการฝูงหมาป่ากันก่อนเถอะ!” เหลียวเยียนสาปแช่งอยู่เงียบ ๆ ก่อนจะรีบห้ามปรามทุกคน พวกเขาเตรียมรูปขบวนป้องกันเพื่อเตรียมรับมือกับการโจมตีของหมาป่าปีศาจ
การที่เขาอธิบายถึงบุคคลสำคัญของดินแดนน้ำแข็งที่พังทลายไปก่อนหน้านี้ ทำให้กลุ่มของพวกเขาเคลื่อนไปหากองกำลังดินแดนน้ำแข็งที่พังทลายอย่างช้า ๆ เพื่อคงรูปขบวนเอาไว้โดยหวังจะฉวยโอกาสโค่นอีกฝ่ายในฉับพลัน
จากมุมมองของเขา กลุ่มของพวกเขาถูกกำหนดให้ตายที่นี่ ขึ้นอยู่กับว่าจะถูกฝูงหมาป่าฉีกทึ้งหรือถูกดินแดนน้ำแข็งที่พังทลายสังหารก็เท่านั้น
ในกรณีนี้ พวกเขาอาจจะลากศัตรูอย่างดินแดนน้ำแข็งที่พังทลายไปลงหลุมก่อนพวกเขาได้บางคน ถ้าทำแบบนั้น ต่อให้พวกเขาตายก็ถือว่าคุ้มค่าแล้ว
แต่หมาป่าปีศาจปีกเงินจู่โจมเร็วเกินไป!
ฝูงหมาป่าไม่รอให้พวกเขาไปถึงดินแดนน้ำแข็งที่พังทลายก่อน พวกมันบุกเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง ทำให้เหลียวเยียนต้องฝืนออกคำสั่งใหม่อีกครั้ง
ทุกคนเชื่อฟังคำสั่งของเขาด้วยการหยุดเดิน ฉินเลี่ย หลิงอวี้ฉี หลิงเฟิงและเกาอวี้ก้าวออกไปข้างหน้าเพื่อเผชิญหน้ากับการโจมตีของหมาป่าปีศาจ หลิงหยิง หลิงซินและที่เหลือโจมตีจากข้างในวงแหวนป้องกัน
“ฟิ่ว ฟิ่ว ฟิ่ว!”
หมาป่าเพศผู้ทรงพลังสามตัวกางปีกสีเงินออก แสงสว่างชั่วร้ายฉายอยู่ในดวงตาของพวกมันขณะร่อนอยู่กลางอากาศ
“พวกมันมาแล้ว!”
ขนบนร่างฉินเลี่ยตั้งชูชัน เขาจับรูปแกะสลักที่ท่านตาทิ้งไว้ให้พลางสูดหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อตั้งสมาธิกับการต่อสู้ที่กำลังจะมาถึง
เม็ดเหงื่อเย็นเยียบปรากฏขึ้นบนหน้าผากทุกคนยกเว้นตัวเขาเอง พวกเขาเตรียมการรับมือมาแล้ว ยังไงก็พร้อมเสี่ยงชีวิตเพื่อถ่วงเวลาให้
“ลุย!”
“ใส่ไปให้หมด!”
“หนอย ข้าไม่ยอมให้เป็นแบบนี้หรอก! ข้าไม่อยากตายด้วยปากของหมาป่าปีศาจ! ข้าอยากทำลายดินแดนน้ำแข็งที่พังทลาย!”
“ข้าก็ไม่ยอมให้เป็นแบบนี้เหมือนกัน!”
จากในวงล้อม มีคนจำนวนมากตะโกนขึ้น สายตาพวกเขาแดงก่ำเพราะความโกรธและความบ้าบิ่น
“วู้ววววว!”
ในตอนนี้ เสียงหอนเสียงหนึ่งดังมาจากภายในป่าที่อยู่ใกล้ ๆ
เมื่อได้ยินเสียงหอนนี้ สายตาเย็นชาของหมาป่าปีศาจปีกเงินทั้งสามตัวที่จับจ้องกลุ่มฉินเลี่ยเมื่อครู่ มาบัดนี้มันกลับเผยประกายสีเงินที่เต็มไปด้วยความสับสนออกมา
ดูเหมือนหัวหน้าของพวกมันจะออกคำสั่งแปลก ๆ ให้ ทำให้พวกมันรู้สึกประหลาดใจและสับสนในเวลาเดียวกัน
“เอ๋? มันเกิดอะไรขึ้น?” หลิงเฟิงถามด้วยความตะลึงงัน
ฉินเลี่ยเองก็สับสนเช่นกัน
หมาป่าปีศาจปีกเงินทั้งสามที่จะพุ่งเข้าใส่ก่อนหน้านี้ จู่ ๆ ก็เปลี่ยนทิศทางเป็นวิ่งผ่านกลุ่มฉินเลี่ยแล้วพุ่งเข้าหาคนของดินแดนน้ำแข็งที่พังทลายแทน
แม้แต่หมาป่าปีศาจที่เพิ่งตามหลังมาก็เปลี่ยนเป้าหมาย พวกมันล้วนเมินกลุ่มฉินเลี่ยก่อนจะมุ่งหน้าไปหาคนของดินแดนน้ำแข็งที่พังทลาย
“บ้าอะไรเนี่ย! ข้า… ข้าเห็นผีใช่ไหม!” หลิงซินร้องโหยหวนก่อนร่างจะทรุดลงกับพื้นอย่างอ่อนล้า
“พระเจ้า ข้าไม่ได้มองผิดไปใช่ไหม? ตาข้าไม่ได้ฝาดไปใช่ไหม? ทำไมพวกมันถึงปล่อยพวกเราไปล่ะ?” หลิงเฉียวถามด้วยอาการสั่นเทิ้ม
“มันเกิดอะไรขึ้น?” เหลียวเหยียนกระซิบด้วยความงุนงง สีหน้าของเขาตะลึงงันเมื่อเห็นหมาป่าปีศาจทุกตัวเปลี่ยนทิศทาง ความวิตกกังวลอันมากล้นพลันสงบลงก่อนที่ร่างจะทรุดลงกับพื้นเช่นกัน
“เอ๋? ทำไมพวกมันไม่โจมตีกองกำลังหอเมฆดาราล่ะ? หมาป่าปีศาจพวกนั้นตาบอดหรือไง? หรือว่าพวกมันมองไม่เห็นกลุ่มคนตรงนั้น?” เสียงตะโกนที่ยากจะเข้าใจดังมากจากกองกำลังดินแดนน้ำแข็งที่พังทลาย
ทางฝั่งดินแดนน้ำแข็งที่พังทลาย ทุกคนต่างเผยความประหลาดใจออกมา
พวกมันล้วนไม่สบายใจเมื่อมองไปทางฉินเลี่ย มันยากที่จะบอกได้ว่าตัวเองเห็นอะไร ต่อให้จะคำนวณซับซ้อนสักแค่ไหน พวกมันก็ไม่คิดว่าหมาป่าปีศาจปีกเงินจะเมินกลุ่มฉินเลี่ยได้
——นี่มันอยู่เหนือเหตุผลเกินไป!
“มันเกิดอะไรขึ้น? มันเกิดเรื่องแบบนี้ได้ยังไง? หมาป่าปีศาจพวกนี้… ทำไมถึงเมินพวกเราล่ะ? เมื่อกี้พวกมันพุ่งเข้ามาเพื่อพร้อมจะสังหารอยู่เต็มแก่แล้ว ข้ามั่นใจว่าข้าไม่ได้มองผิดไป” หลิงอวี้ฉีถาม คิ้วคู่งามของนางขมวดเข้าหากันขณะคิดหาคำอธิบาย นางคิดไม่ออกว่าทำไมเหตุการณ์ถึงกลายเป็นเช่นนี้ไปได้
“มันเป็นเสียงหอนของหัวหน้าหมาป่าปีศาจ!” จู่ ๆ เกาอวี้ก็อุทานออกมา
จู่ ๆ ทุกคนก็มองที่เขา
“ที่หมาป่าปีศาจสามตัวที่อยู่ด้านหน้าสุดปล่อยพวกเราไปนั้นเพราะหัวหน้ามีคำสั่งใหม่มา” เกาอวี้กล่าว สีหน้าของเขายากจะเข้าใจ “ถึงข้าจะไม่เข้าใจ แต่สิ่งหนึ่งที่มั่นใจได้ — ตัวที่ปล่อยพวกเราไปก็คือหัวหน้าหมาป่าปีศาจ!”
“เอ๋?” ทุกคนต่างมองหน้ากันด้วยความงุนงงที่เพิ่มขึ้น พวกเขาไม่รู้ว่าทำไมราชาหมาป่าถึงยกเลิกการโจมตี
แต่ก็งุนงงกันได้ไม่นานนัก!
หมาป่ายักษ์รูปร่างดูแข็งแกร่งองอาจเดินออกมาจากในป่าอย่างสง่างาม ร่างสีขาวเงินยาวสามเมตร
หมาป่ายักษ์ตัวนี้มีพลังบริสุทธิ์ระดับสูงปกคลุมไปทั่วปีก ราวกับว่าเมื่อมันกางปีกออกก็จะสามารถบินไปได้ทั่วทุกแห่ง
หลังจากปรากฏตัวขึ้น ทุกคนต่างมั่นใจว่านั่นคือหัวหน้า เป็นราชาหมาป่าของฝูงหมาป่าปีศาจ!
หลังจากปรากฏตัวขึ้น มันไม่ได้มองไปยังบริเวณที่ดินแดนน้ำแข็งที่พังทลายอยู่ ราวกับมันไม่สนใจว่าอีกฝ่ายถูกโจมตี มันกลับเคลื่อนมาหากลุ่มฉินเลี่ยแทน
“ข้า… ข้ากลัวว่าราชาหมาป่าอาจ… อาจจะอยู่ระดับที่สามเลยก็ได้!”
เมื่อเห็นร่างที่แท้จริงของหมาป่าปีศาจ เหยียนเตื้ออู่จากดินแดนน้ำแข็งที่พังทลายได้แต่กลืนน้ำลาย เขาพึมพำไม่ได้ศัพท์ ในดวงตาฉายแสงสีเงินแห่งความหวาดกลัวออกมา
ดินแดนน้ำแข็งที่พังทลายเผชิญหน้ากับฝูงหมาป่าจากทุกทิศยังไม่พอ ตอนนี้ราชาหมาป่าก็ยังปรากฏตัวอีก นี่เป็นครั้งแรกที่เหยียนเตื้ออู่ได้เห็นกับตา
แค่จ้องมองยังทำเอากระดูกสันหลังของเหยียนเตื้ออู่สั่นสะท้าน หลังจากได้สติเล็กน้อย เขาก็คาดเดาถึงพละกำลังที่แท้จริงของราชาหมาป่า
สัตว์วิญญาณระดับสามเทียบได้กับผู้ฝึกวรยุทธ์ที่มีพลังระดับปรากฏ มันมีพลังมากพอที่จะพรากชีวิตของทุกคนที่นี่ได้เลย!
รวมถึงตัวเหยียนเตื้ออู่เองด้วย!
แล้วเขาจะไม่หวาดกลัวได้อย่างไร?
เมื่อหมาป่ายักษ์สีขาวเงินปรากฏตัวขึ้น มันไม่ได้ให้ความสนใจอีกฝ่ายเลย ความจริง มันไม่ได้มองไปยังตำแหน่งของดินแดนน้ำแข็งที่พังทลายเลยด้วยซ้ำ กลับกัน มันเดินมาที่กลุ่มหอเมฆดารา นี่ทำให้เหยียนเตื้ออู่เกิดประหม่าขึ้นมา แต่ก็อดไม่ได้ที่จะคิดเข้าข้างตัวเองว่า ทำไมมันถึงอยากฆ่ากองกำลังหอเมฆดาราด้วยตัวเองล่ะ? ไปทำให้มันโกรธตอนไหนจนถึงกับต้องออกโรงมาจัดการด้วยตัวเอง?
“ระดับ… ระดับสามงั้นเหรอ” เมื่อได้ยินเหยียนเตื้ออู่กรีดร้องออกมา ใบหน้าของเหลียวเหยียนก็ซีดเผือดก่อนจะกล่าวอย่างหมดหวังว่า “ดูเหมือนมันต้องการจะลงมือด้วยตัวเอง! หนอย พวกเราไปทำให้มันโกรธตอนไหนนะ?”
ในตอนนี้ สมาชิกตระกูลหลิงและสมาชิกตระกูลเกาต่างรู้สึกเย็นเยือกไปทั่วทั้งร่าง ราวกับเลือดในกายหยุดไหลเวียน ร่างของพวกเขาแข็งไปถึงกระดูกดำ
ฉินเลี่ยจับรูปแกะสลักขณะจ้องมองราชาปีศาจที่เดินมาหาอย่างสบาย ๆ จู่ ๆ เขาก็รู้สึกแปลก ๆ ราชาหมาป่าปีศาจกำลังมาหาเขา!
ราชาหมาป่าเดินเข้ามาใกล้เขาขึ้นเรื่อย ๆ !
สายตาของราชาหมาป่าเผยให้เห็นว่ามันเป็นสิ่งมีชีวิตที่ทรงปัญญามาก ดูเหมือนกับมันกำลังคิดถึงความทรงจำเมื่อนานมาแล้ว…
มันจ้องมองเพียงรูปแกะสลักในมือของฉินเลี่ย!
รูปแกะสลักของฉินชาน!
ร่างฉินเลี่ยสั่นไหวราวกับกระแสไฟฟ้าพุ่งใส่ทุกเซลล์ในร่างเขา ในตอนนี้ เขาก็เข้าใจในที่สุด!
เขาเข้าใจแล้วว่าทำไมหมาป่าปีศาจทั้งสามตัวถึงหยุดการโจมตี เขาเข้าใจถึงแรงจูงใจของราชาหมาป่าแล้ว!
“ทุกคน ทุกคนอย่าขยับ! พวกเจ้าทุกคนอย่าขยับ!”
ฉินเลี่ยรู้สึกว่าหัวใจของเขากำลังจะระเบิดออกมาจากหน้าอก เขาอ้าปากเพื่อออกคำสั่งกับทุกคนให้อยู่ด้านหลังก่อนที่ตัวเองจะไปเผชิญหน้ากับอีกฝ่าย
ภายใต้สายตาตกตะลึงของทุกคน ฉินเลี่ยเดินไปหาหมาป่าปีศาจปีกเงิน เขาชูรูปแกะสลักไว้เหนือหัวเหมือนที่ทำเมื่อครั้งสุดท้ายที่ทำ
ในที่สุดหมาป่ายักษ์สีเงินก็เคลื่อนไหว!
ภายใต้สายตาอันยุ่งเหยิงของทุกคน ราชาหมาป่าผู้น่าหวาดกลัวหมอบลงเล็กน้อย มันอ้าปากขึ้นก่อนจะแลบลิ้นออกมา จากนั้นจึงเลียรูปแกะสลักอย่างอ่อนโยนและระมัดระวัง…
ทุกคนต่างแข็งทื่อราวกับเป็นก้อนหิน
……