Spirit Realm อาณาจักรวิญญาณ

Spirit Realm อาณาจักรวิญญาณ: Chapter 046 ตอนที่ 46

#46Chapter 046

ตอนที่ 46: เหตุการณ์ที่ไม่น่าพึงใจ

“เหลวไหล! ไร้สาระ! พวกเจ้าเชื่อเรื่องพรรค์นี้จริง ๆ เหรอ?”

ตู่ไฮ่เถียนระเบิดคำพูดดังกล่าวออกมา ขัดความคิดของผู้คน ปลุกพวกเขาให้ตื่นจากความตกตะลึงอันน่าเหลือเชื่อ

หลังจากนั้น ตู่ไฮ่เถียนหัวเราะเย็นชาขณะมองหลิงอวี้ฉี ไม่คิดที่จะซ่อนใบหน้าเย้ยหยันอีกต่อไป “ฉินเลี่ยเป็นเจ้าโง่จริงหรือเปล่าก็ไม่อาจรู้ได้ แต่ต่อให้เขาไม่ใช่เจ้าโง่ เจ้าเชื่อจริง ๆ หรือว่าผู้ฝึกวรยุทธ์ที่มีพลังระดับชำระจะสามารถควบคุมและพลิกสถานการณ์จากความตายนั้นได้? แล้วที่บอกว่าเขาใช้ราชาหมาป่าปีศาจเพื่อสังหารดินแดนน้ำแข็งที่พังทลาย นั่นมันช่างน่าขันสิ้นดี! เจ้ากำลังบอกข้าว่ารูปแกะสลักไม้ธรรมดานั่นทำให้ราชาหมาป่าปีศาจยอมจำนนงั้นเหรอ นี่เจ้ากำลังล้อพวกเราเล่นอยู่ใช่ไหม?”

ความเห็นของเขาทำให้ผู้คนที่ตกตะลึงเผยสีหน้างุนงงออกมา

คำพูดของหลิงอวี้ฉียากที่จะเชื่อถือได้ ทำให้ในใจของผู้คนปรากฏความสงสัยขึ้นมา พวกเขาเริ่มเชื่อว่าลำพังเพียงพละกำลังของฉินเลี่ยไม่เพียงพอที่จะเปลี่ยนสถานการณ์ได้ รวมถึงการช่วยสมาชิกตระกูลหลิงจากความสิ้นหวังไปพร้อม ๆ กับการสังหารผู้ฝึกวรยุทธ์จากดินแดนน้ำแข็งที่พังทลาย

“ผู้อาวุโสเยี่ย ท่านเชื่อคำพูดที่แม่นางคนนี้พูดจริง ๆ หรือ?” ตู่ไฮ่เถียนเอียงคอถามอย่างใจเย็น

ในตอนนี้ เยี่ยหยางเฉียวกำลังครุ่นคิดอยู่เงียบ ๆ

ในสายตาของเขา คำพูดของหลิงอวี้ฉีทั้งไร้สาระและดูเกินจริงไป ดังนั้น เขาย่อมไม่เชื่ออย่างแน่นอน

“เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง ๆ คือตระกูลหลิงหันไปร่วมมือกับดินแดนน้ำแข็งที่พังทลาย ผลที่ได้จึงทำให้ตระกูลเฟิงและตระกูลเกาที่อยู่ใกล้ ๆ ถูกทำลายล้างจนสิ้น อีกทั้งยังต้องเสียเหลียวเหยียนจากหอเมฆดาราไปอีกด้วย ข้าบอกได้เลยว่าคำพูดของเฟิงปิ่นมีเหตุมีผลและน่าเชื่อถือกว่ามาก ยิ่งไปกว่านั้น เฟิงปิ่นมีจดหมายที่มีการติดต่อระหว่างตระกูลหลิงและดินแดนน้ำแข็งที่พังทลายอีกด้วย ท่านก็ตรวจสอบมาแล้วว่ามันมาจากดินแดนน้ำแข็งที่พังทลายจริง ๆ” ตู่ไฮ่เถียนกล่าว

“ข้าก็มีหลักฐานเช่นกัน!”

ในตอนนี้ จู่ ๆ ตู่เจี้ยหลันก็เดินออกมา นางหัวเราะเบา ๆ ขณะมองหลิงเฉิงเย่ด้วยสายตามีเงื่อนงำ หลังจากนั้น นางก้มหัวให้เยี่ยหยางเฉียวพลางกล่าวว่า “ตอนเจ้าโง่นั่นหมั้นหมายกับหลิงอวี้ฉี ของหมั้นหมายที่นางได้รับกลับเป็นของที่น่าตกตะลึงอย่าง ‘ยาปลุกเลือดลมร้อยวิถี’ และ ‘ยาเปิดทะเล’ อีกทั้งยังมีหินวิญญาณระดับสูงอีกมากด้วย เป็นไปไม่ได้ที่ตระกูลหลิงจะมีสมบัติล้ำค่าถึงเพียงนี้หรอก!”

นางหัวเราะเย็นชาพลางกล่าวว่า “พวกมันคงได้รับมาจากดินแดนน้ำแข็งที่พังทลายไม่ผิดแน่!”

“เลิกพูดจาใส่ร้ายคนอื่นได้แล้ว! นั่นมันของฉินเลี่ย มันเกี่ยวกับตระกูลหลิงตรงไหนไม่ทราบ?” หลิงเฉิงเย่เริ่มโกรธเกรี้ยว สีหน้าของเขาเผยความร้อนรน คำพูดของตู่เจี้ยหลันทำให้เหงื่อเย็นปกคลุมไปทั่วทั้งร่าง

“เจ้าโง่นั่นไม่มีทั้งศีลธรรมหรือความสามารถ มันจะไปมียาวิญญาณและหินวิญญาณแสนล้ำค่าได้อย่างไร? เห็นได้ชัดว่ามันถูกเก็บซ่อนอย่างลับ ๆ ด้วยน้ำมือของเจ้า!” ตู่เจี้ยหลันตอกกลับ นางหัวเราะเย็นชาพลางกล่าวต่อว่า “ในตอนนั้น ข้าล่ะสับสนจริง ๆ ข้าสับสนว่าทำไมจู่ ๆ ถึงมียาวิญญาณและหินวิญญาณมากถึงเพียงนี้ ไม่ว่าจะครุ่นคิดเท่าไหร่ ข้าก็ไม่อาจรู้ได้ว่ามันมาจากที่ไหน แต่ตอนนี้ข้าเข้าใจแล้ว เจ้าได้รับมันมาจากดินแดนน้ำแข็งที่พังทลาย เจ้าหวังจะปกปิดที่มาของยาวิญญาณและหินวิญญาณพวกนั้นด้วยการให้เป็นของหมั้นแก่ลูกสาวของเจ้าเพื่อจะใช้มันได้อย่างเปิดเผยใช่หรือไม่? เจ้าวางแผนไว้ล้ำลึกจริง ๆ !”

หลังจากนางกล่าวคำพูดเหล่านั้น ก้นบึ้งในจิตใจของสมาชิกตระกูลหลิงทุกคนก็พลันเย็นยะเยือกขึ้นมา ราวกับว่าพวกเขากำลังจะพบกับจุดจบแล้ว

พูดถึงเรื่องปัญหาที่น่าตกตะลึงในระหว่างพิธีหมั้นหมายตอนนั้น ทุกคนจำได้ไม่มีวันลืม พวกเขายังสับสนด้วยซ้ำว่ายาวิญญาณและหินวิญญาณที่เป็นของหมั้นนั้นมาจากไหน ไม่ว่าจะคิดเท่าไหร่ก็ไม่อาจทราบได้

พวกเขาไม่เชื่อด้วยซ้ำว่านั่นเป็นของฉินเลี่ย

วันนี้ จากคำพูดของตู่ไฮ่เถียนและตู่เจี้ยหลัน สมาชิกตระกูลหลิงส่วนหนึ่งเริ่มสงสัยว่าหลิงเฉิงเย่ลอบวางแผนกับดินแดนน้ำแข็งที่พังทลายเพื่อทรยศหอเมฆดาราโดยแลกกับวัตถุดิบฝึกฝนอันแสนล้ำค่าดังกล่าว

เมื่อความคิดเช่นนี้ผุดขึ้นมา สายตาของพวกเขาที่มองไปยังหลิงเฉิงเย่และตระกูลของเขาจึงเปลี่ยนไป… มันเต็มไปด้วยคำถามและความโกรธเคือง

คนทรยศ… จะไม่ได้รับการยอมรับจากใครอีก ต่อให้จะเป็นหนึ่งในสมาชิกตระกูลก็ไม่มีใครยอมรับการทรยศเช่นนี้ได้ มันเป็นอาชญากรรมที่ไม่อาจยกโทษให้ได้!

เมื่อเห็นความสงสัยปรากฏในดวงตาของสมาชิก หลิงเฉิงเย่และลูกสาวของเขารู้สึกเย็นยะเยือกไปทั่วกระดูกสันหลัง หลิงเสวียนซวนสั่นไหวเพราะความกังวล นางกัดฟันขณะรู้สึกว่าทั่วทั้งร่างเริ่มเย็นขึ้นเรื่อย ๆ

ใบหน้าของหลิงอวี้ฉีซีดเผือดอย่างเห็นได้ชัด นางรู้สึกได้ถึงความสิ้นหวัง นางไม่คิดว่าคำพูดของตู่เจี้ยหลันจะเฉียบแหลม มีเงื่อนงำและมีเจตนาร้ายเช่นนี้ นางตระหนักได้ว่าตระกูลหลิงต่างเข้าใจผิดถึงความมีเงื่อนงำและความชั่วร้ายของนางคนนี้ไปผิดถนัด

อาชญากรรมเกี่ยวกับการทรยศต่อหอเมฆดารามันมากพอที่จะทำให้ทั้งตระกูลถูกประหารเจ็ดชั่วโคตร พวกเขาเจอเข้ากับหายนะของแท้แล้ว!

“ข้าไม่รู้เรื่องยาวิญญาณและวัตถุดิบวิญญาณพวกนั้น พวกมันมาจากฉินเลี่ย พวกมันไม่ได้เกี่ยวข้องกับตระกูลหลิง!” หลิงเฉิงเย่กล่าวอย่างแน่วแน่ สีหน้าของเขากำลังย่ำแย่ เขาจ้องตู่เจี้ยหลันราวกับสัตว์ร้ายก่อนจะกล่าวต่อว่า “เจ้าคิดเองเออเองชัด ๆ เจ้ามีหลักฐานที่พิสูจน์ว่ายาวิญญาณและสมุนไพรวิญญาณพวกนั้นมาจากดินแดนน้ำแข็งที่พังทลายไหมล่ะ?”

สีหน้าของตู่เจี้ยหลันกระตุกไปชั่วขณะ จากนั้น นางเริ่มประณามว่า “คนที่ตามีแววล้วนรู้ว่ามันเป็นเรื่องจริง”

ในเมื่อตู่เจี้ยหลันไม่สามารถแสดงหลักฐานว่าวัตถุดิบเหล่านั้นมาจากดินแดนน้ำแข็งที่พังทลายได้ คำพูดอันแน่วแน่ของหลิงเฉิงเย่ทำให้ผู้คนที่เก็บซ่อนความสงสัยเอาไว้เริ่มไม่มั่นใจอีกต่อไป

“เจ้ายังมียาอยู่หรือไม่? ยาเปิดทะเลน่ะ… เป็นของที่จะใช้เมื่อคนคนหนึ่งจะฝ่าไปถึงพลังระดับก่อเกิด เจ้ายังไม่ได้นำมันไปขัดเกลาใช่หรือไม่?” เยี่ยหยางเฉียวถามอย่างไม่ใส่ใจ เห็นได้ชัดว่าคำถามนั้นเจาะจงมาที่หลิงอวี้ฉี

หลิงอวี้ฉีอึ้งไปชั่วขณะก่อนจะพยักหน้า “ยังอยู่กับตัวข้าค่ะ”

“ขอข้าดูยาเปิดทะเลหน่อย” เยี่ยหยางเฉียวออกคำสั่งก่อนจะยื่นมือออกมา

หลิงอวี้ฉีไม่ได้พูดอะไร นางหยิบขวดหยกออกมาอย่างระมัดระวังก่อนจะส่งมอบให้อย่างอ่อนน้อม

ภายใต้สายตาของทุกคน เยี่ยหยางเฉียวรับขวดหยกมา เขาเปิดมันออก กลิ่นยาลอยออกมา เขาหรี่ตามองดูยาในขวดอย่างระมัดระวัง

ผ่านไปไม่นาน จู่ ๆ สีหน้าของเยี่ยหยางเฉียวก็เย็นชาพลางกล่าวชัดเจนว่า “นี่เป็นของจากดินแดนน้ำแข็งที่พังทลาย!”

ทันทีที่กล่าวจบ ร่างงดงามของหลิงอวี้ฉีสั่นอย่างรุนแรง ภายในดวงตาของนางปรากฏความตกตะลึง พี่น้องหลิงและหลิงเสวียนซวนรู้สึกเหมือนกับว่ามีระเบิดอยู่ในหัวของพวกเขา นี่เหมือนกับว่าสวรรค์ต้องการให้ตระกูลหลิงสูญสิ้นในวันนี้

ดวงตาของตู่เจี้ยหลัน ตู่ไฮ่เถียนและเหล่าผู้ติดตามต่างเป็นประกาย พวกเขาเผยสีหน้าดีใจออกมา

สมาชิกตระกูลหลิงทุกคนล้วนประหลาดใจเป็นอย่างมาก พวกเขาเริ่มชี้นิ้วไปที่หลิงเฉิงเย่ หลิงเสวียนซวนและหลิงอวี้ฉีพร้อมกับสาปแช่งให้พวกเขาตายพันครั้งโทษฐานก่อบาปเช่นนี้ สำหรับคนที่กล้าร่วมมือกับดินแดนน้ำแข็งที่พังทลาย แค่ความตายมันยังไม่สาสมหรอก

มีแค่หลิงซิน หลิงเฟิงและคนอื่นที่ประสบกับการโจมตีจากดินแดนน้ำแข็งที่พังทลายที่ภูเขาหมาป่าสวรรค์เท่านั้นที่รู้ว่าตระกูลหลิงส่วนใหญ่ไม่ได้ร่วมมือกับดินแดนน้ำแข็งที่พังทลาย ดังนั้น พวกเขายังคงแก้ต่างให้หลิงเฉิงเย่ พวกเขากล่าวว่าสถานการณ์ไม่ได้เป็นอย่างที่ทุกคนคิด

แต่ว่า ในสายตาของคนอื่น ข้ออ้างเหล่านั้น… มันยังขาดมูลอยู่ หลาย ๆ อย่างเชื่อมโยงว่าอีกฝ่ายเป็นคนทรยศ

“ข้ารู้ว่านี่เป็นของของดินแดนน้ำแข็งที่พังทลาย ดูจากยาเปิดทะเลนี่แล้ว มันมีตราประทับรูปน้ำแข็งที่พังทลายจาง ๆ อยู่ นี่เป็นสัญลักษณ์เฉพาะของผู้สร้างของดินแดนน้ำแข็งที่พังทลาย ดังนั้น ข้าสามารถบอกได้ว่ายาเปิดทะเลนี้มาจากดินแดนน้ำแข็งที่พังทลาย!” เมื่อหยิบยามาไว้ในมือ เยี่ยหยางเฉียวชี้ไปยังจุดครึ่งล่างของยาก่อนจะส่งมันให้หลิงเฉิงเย่เพื่อให้เขาดูเต็มสองตา

เมื่อหลิงเฉิงเย่มองเห็นตาประทับ ทั่วทั้งร่างของเขาพลันเย็นยะเยือกขึ้น

เยี่ยหยางเฉียวไม่ได้กล่าวใส่ร้ายแต่อย่างใด ที่ด้านล่างของยาเปิดทะเลมีตราประทับเล็ก ๆ รูปน้ำแข็งที่พังทลายอยู่จริง ต้องมองใกล้ ๆ เท่านั้นถึงจะเห็นได้

หลังจากพวกเขาได้รับยามาแล้ว เพราะพวกเขากำลังเตรียมการเพื่ออนาคตอันใกล้อยู่ พวกเขาจึงไม่ได้เปิดขวดเลย ดังนั้น พวกเขาจึงไม่รู้เรื่องนี้

“มีอะไรจะพูดอีกไหม?” เยี่ยหยางเฉียวถาม สีหน้าของเขาทั้งมืดมนและเย็นชา

“ยามาจากฉินเลี่ย พวกเราไม่รู้เรื่องอะไรทั้งนั้น ข้าขอร้องล่ะ ผู้อาวุโสเยี่ย ช่วยให้ความเป็นธรรมแก่ตระกูลหลิงด้วย!” หลิงเฉิงเย่ตะโกนอย่างบ้าคลั่ง ดวงตาของเขาแปรเปลี่ยนเป็นสีแดง

“ใกล้ตายแล้วแท้ ๆ ยังจะกล้าพูดจาแบบนี้อีกรึ!” ตู่ไฮ่เถียนตอกกลับอย่างไม่ไว้หน้า เขารีบกล่าวต่อว่า “แต่พูดกันตามตรง มีเพียงหัวหน้าตระกูลหลิงเท่านั้นที่ร่วมมือกับดินแดนน้ำแข็งที่พังทลาย คนอื่น ๆ ไม่น่าจะข้องเกี่ยว ข้าขอความกรุณาผู้อาวุโสเยี่ย โปรดมอบความเป็นธรรมให้พวกเขาด้วย”

“ก่อนอื่น ปิดล้อมลานบ้าน” เยี่ยหยางเฉียวออกคำสั่ง

คนของเขาแยกย้ายในทันที พวกเขากระจายอยู่ทั่วพื้นที่เพื่อไม่ให้ใครได้ออกไป

เมื่อเห็นเยี่ยหยางเฉียวออกคำสั่งเช่นนั้น ตู่ไฮ่เถียนก็เผยรอยยิ้ม หลิงเฉิงเย่และตระกูลของมันจะกลายเป็นเถ้าธุลีอย่างแน่นอน

“จับคนที่กลับจากภูเขาหมาป่าสวรรค์ให้หมด ค้นตัวพวกมันซะ” เยี่ยหยางเฉียวกล่าวต่ออย่างเย็นชา

ผู้เชี่ยวชาญที่อยู่ภายใต้คำสั่งของเขาเดินไปหาหลิงเฟิงและพวก สีหน้าของพวกเขามืดมนและเย็นชา จิตสังหารแผ่ออกมาอย่างเห็นได้ชัด

หนึ่งในผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า “ก่อนหน้านี้ เหลียวเหยียนดื่มสุราร่วมกับข้า ข้าไม่คิดว่าเขาจะต้องมาจบชีวิตเพราะคนทรยศเลย ในเมื่อแกอยู่ในกำมือของข้าแล้ว ต่อให้แกอยากตาย… มันก็ไม่ง่ายนักหรอก!”

“เจ้าคิดจะทำอะไรน่ะ?” หลิงซินถามอย่างโกรธแค้น เขาชักอาวุธพร้อมกับเผยสีหน้าบ้าคลั่งออกมา เขาตะโกนว่า “บัดซบเอ๊ย ตระกูลเฟิงเล่นงานพวกเราแล้ว พวกเราสังหารศัตรูอย่างไม่เหน็ดเหนื่อยและหลบหนีเพื่อเอาชีวิตรอดจากสถานการณ์ใกล้ตายมานับครั้งไม่ถ้วนเพื่อมาโดนเจ้าเล่นงานเนี่ยนะ?”

“ถ้าไม่ใช่เพราะฉินเลี่ย พ่อมึงได้ตายห่าด้วยน้ำมือตระกูลเฟิงไปนานแล้ว วันนี้ ใครกล้าแตะต้องตัวข้าได้เห็นดีกันแน่!” หลิงเฉียวกล่างอย่างโกรธเกรี้ยว

“ใครกล้าขัดขืน ฆ่ามันให้หมด!” เยี่ยหยางเฉียวกล่าวอย่างไม่ใส่ใจ

“หลิงเฉียว หลิงซิน! พวกเจ้าสองคนหุบปากซะ! อย่ากระทำการบุ่มบ่าม!” หลิงอวี้ฉีกรีดร้องเสียงแหลมพลางร้องไห้ “วางอาวุธลงซะ ข้าเชื่อว่าหอเมฆดาราจะต้องรู้ความจริงแน่! พวกเจ้าก็รู้ว่าพี่ใหญ่เหลียวกำลังกลับไปยังหอเมฆดาราอยู่ แม้เส้นทางของเขาจะใช้เวลานานกว่าพวกเรา แต่เขาจะต้องกลับไปถึงหอเมฆดาราอย่างแน่นอน!”

เมื่อได้ยินนางกล่าวเช่นนี้ หลิงเฉียวและหลิงซินต่างลังเลไปพักหนึ่ง เมื่อหลิงเฉิงเย่ตะโกนอีกครั้ง พวกเขาจึงยอมวางอาวุธลง ไม่คิดขัดขืนอีก

ลูกน้องของเยี่ยหยางเฉียวเริ่มตรวจสอบร่างของหลิงเฉียวและพวกอย่างรวดเร็ว พวกมันค้นตั้งแต่หัวจรดเท้าจนพบกับหินวิญญาณและวัตถุดิบวิญญาณมากมาย รวมถึงยาวิญญาณระดับต่ำอีกจำนวนหนึ่ง

เยี่ยหยางเฉียวหยิบยาวิญญาณจำนวนหนึ่งขึ้นมาวิเคราะห์ดู เมื่อพบว่ามันเป็นของดินแดนน้ำแข็งที่พังทลาย สีหน้าของเขายิ่งมืดมนและเย็นชามากขึ้น

ก่อนหน้านี้ ตอนที่หลิงอวี้ฉีอธิบายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นางไม่ได้กล่าวว่าพวกเขาได้หินวิญญาณและยาวิญญาณมาจากศพของผู้ฝึกวรยุทธ์จากดินแดนน้ำแข็งที่พังทลายเพราะหวังจะเก็บเป็นความลับ แต่ว่า มันกลับย้อนมาทำร้ายพวกเขาเสียเอง…

“ดูท่าเจ้าจะได้ของพวกนี้มาจากดินแดนน้ำแข็งที่พังทลายมากมายเลยสินะ” ตู่ไฮ่เถียนหัวเราะอย่างเย็นชา

หลิงเฉิงเย่และตระกูลของเขาเริ่มรู้สึกว่านี่เป็นจุดจบของพวกเขา หลักฐานทั้งหมดล้วนบ่งชี้มาที่พวกเขาอย่างสิ้นเชิง ถ้าเยี่ยหยางเฉียวหุนหันพลันแล่นมากกว่านี้ หลักฐานแค่นี้ก็มากพอที่จะสั่งประหารพวกเขาได้ในทันที

“ผู้อาวุโสเยี่ย ข้าเชื่อว่าไม่มีความจำเป็นต้องกลับไปหอเมฆดาราเพื่อรายงานเรื่องนี้อีกแล้ว ให้พวกเราสังหารพวกมันเสียเดี๋ยวนี้เถอะ” ตู่ไฮ่เถียนกล่าว เขายิ้มน้อย ๆ ขณะใช้สายตาเย็นชามองไปที่หลิงเฉิงเย่และตระกูลของอีกฝ่าย เขากล่าวต่อว่า “คนของข้าสามารถยื่นมือเข้าช่วยได้ ข้าเองก็อยากสังหารหัวหน้าตระกูลหลิงด้วยตัวของข้าเอง…”

จู่ ๆ หลิงเฉิงเย่โพล่งคำพูดออกมาว่า “ตู่ไฮ่เถียน! ที่เจ้าเล่นงานตระกูลหลิงก็เพราะอยากได้ตำแหน่งหัวหน้าตระกูลหลิงเองหรอกเรอะ? นี่ก็เพื่อเมียน้อยและไอ้ลูกหมาสองตัวนั่นใช่ไหม?! ในอดีต เจ้าทำให้ภรรยาของข้าต้องตาย มาวันนี้ เจ้ายังจะสังหารลูกสาวของข้าและตัวข้าอีก ถ้าข้าตายวันนี้ ข้าจะลากเจ้าไปด้วย!”

ในตอนนี้ หลิงเฉิงเย่ใกล้จะถึงฆาตเต็มที จากก้นบึ้งในใจของเขา ความโกรธที่สั่งสมมาหลายปีนี้ได้ถูกระเบิดออกมาในที่สุด “น้องเล็กงั้นเหรอ? ใช่แล้ว ตู่ไฮ่เถียนก็คือญาติของแก! คิดว่าคนอื่นไม่รู้เรื่องสกปรกที่พวกแกสองคนทำรึไง? ตู่เจี้ยหลันและตู่เหิงมาอยู่กับตระกูลหลิงเจ็ดเดือนแล้ว เจ้าคงรู้สินะว่าใครเป็นคนหว่านเมล็ดเอาไว้ในใจของแก!”

“สองปีให้หลัง นางเดินทางไปหอเมฆดาราและให้กำเนิดตู่เฟย! พวกแกสองคนรู้ว่าใครเป็นเมล็ดพันธุ์ที่อ่อนแอ! น้องสองของข้าถึงได้ตาย ข้ารู้เรื่องนี้ดีเลยล่ะ!”

“เลิกพูดจาใส่ร้ายได้แล้ว!” ตู่เจี้ยหลันกรีดร้องออกมา “น้องสองของเจ้าตายเพราะร่างระเบิดขณะทำการฝึกฝน ไม่ได้เกี่ยวกับข้าเลยสักนิด!”

“ขณะใกล้ตายอยู่ทนโท่แท้ ๆ เจ้ายังกล้ากล่าวหาคนอื่นอีกหรือ?” ตู่ไฮ่เถียนถาม สีหน้าของเขาเหมือนกับนกที่กำลังจ้องเหยื่อ “คำพูดคำจาไร้สาระเช่นนี้ ไม่คิดเลยว่าจะหลุดออกมาจากปากคนเป็นหัวหน้า ใช่ ต่อให้ตายไปก็ยังไม่สาสมกับบาปของเจ้าหรอก”

เมื่อมองไปที่เยี่ยหยางเฉียว สีหน้าของเขาพลันเกิดความละอาย เขาเผยรอยยิ้มลำบากใจพลางกล่าวว่า “ปัญหานี้หลิงเฉิงเย่เป็นผู้ก่อ แต่กลับทำตัวไม่ต่างอะไรจากหมาบ้า ข้าขอความกรุณาให้ผู้อาวุโสเยี่ยอย่าไปถือสาคำพูดของเขาเลย”

หลังจากนั้น เขาก็กล่าวว่า “พวกเรามาร่วมมือกันสังหารมันก่อนเป็นยังไง? พวกที่เหลือค่อยนำไปไต่สวนที่หอเมฆดาราเอา ท่านคิดว่ายังไง?”

เยี่ยหยางเฉียวขมวดคิ้ว แสงสว่างเย็นชามืดมนปรากฏขึ้นในดวงตา หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขากล่าวว่า “การปรากฏขึ้นของยาในพิธีหมั้นหมายหรือจากการเดินทางไปยังภูเขาหมาป่าสวรรค์ล้วนมีคนคนหนึ่งเป็นตัวเชื่อมโยง… คนคนนั้นอยู่ไหนล่ะ? ข้าอยากพบเขาเพื่อฟังเรื่องราวอีกด้าน เขาชื่อฉินเลี่ยใช่ไหม? พาตัวฉินเลี่ยมาให้ข้า!”

“ไม่ต้องไปสนใจเขาหรอก ฉินเลี่ยมันก็แค่เจ้าโง่ หลิงเฉิงเย่และหลิงอวี้ฉี พ่อลูกคู่นี้แค่ใช้เจ้าโง่มากุเรื่องเหลวไหลเพื่อเบี่ยงประเด็นเท่านั้น เจ้าโง่นั่นจะไปมียาวิญญาณได้ยังไง เจ้าโง่นั่นจะช่วยตระกูลหลิงให้รอดตายจากราชาหมาป่าจนทำให้มันไปโจมตีดินแดนน้ำแข็งที่พังทลายได้ยังไง รวมถึงเรื่องอื่น ๆ ที่พวกมันกุขึ้นมาด้วย เรื่องพวกนั้นมันแค่ข้ออ้างชัด ๆ ” ตู่เจี้ยหลันกล่าว นางยิ้มอ่อนหวานให้เยี่ยหยางเฉียว นางกล่าวต่อว่า “ไม่ว่าพวกเราจะเจอตัวฉินเลี่ยหรือไม่ ค่ามันก็ไม่ได้ต่างกัน เจ้าโง่นั่นพูดไม่ได้ ทำเอาสร้างปัญหาวุ่นวายไปทั่ว ต่อให้พาตัวมันมา มันก็ไม่มีประโยชน์หรอก”

“อีตัวที่ไปเสพสังวาสกับญาติตัวเอง แกกล้าเรียกข้าว่าเจ้าโง่เรอะ?” ในตอนนี้ เบื้องหลังสมาชิกตระกูลหลิง เสียงคนผู้หนึ่งที่ไม่คุ้นเคยได้ดังขึ้น

……

devc-370efb0d-33501Spirit Realm อาณาจักรวิญญาณ: Chapter 046 ตอนที่ 46