Spirit Realm อาณาจักรวิญญาณ

Spirit Realm อาณาจักรวิญญาณ: Chapter 045 ตอนที่ 45

#45Chapter 045

ตอนที่ 45: ผู้อาวุโสหอฝึกฝน

กลุ่มผู้ฝึกวรยุทธ์ปรากฏตัวขึ้นที่ทางเข้าเมืองหลิง สีหน้าของพวกเขาเย็นชาและดูห่างเหิน

กลุ่มผู้ฝึกวรยุทธ์แบ่งออกเป็นสองฝั่งอย่างชัดเจน ฝั่งหนึ่งนำโดยผู้อาวุโสตู่ไฮ่เถียน อีกฝั่งนำโดยผู้อาวุโสหอฝึกฝน เยี่ยหยางเฉียว ทั้งสองมาถึงพร้อมกัน แต่พวกเขาแยกจากกันอย่างชัดเจน

รูปลักษณ์ของตู่ไฮ่เถียนเป็นคนสูงผอม ไว้ผมสั้นสีขาวและสวมใส่ชุดสะอาด ดวงตาของเขาดูห่างเหินทำให้ยากจะคาดเดาได้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่

อีกด้านหนึ่ง เยี่ยหยางเฉียวเป็นคนอ้วนเตี้ย ไม่รู้ว่ามันเป็นเพราะเหตุผลบางอย่างหรือเพราะวิชาที่เขาฝึกฝนอยู่นั้นมันพิเศษ ผิวของเขาจึงเขียวคล้ำ ทำให้เขาทั้งดูแปลกและน่ารังเกียจ ดวงตาของเขาไม่เป็นมิตร ร่างของเขามีออร่าที่ชวนให้อึดอัดแผ่ออกมาราวกับเตือนคนแปลกหน้าว่าควรอยู่ให้ห่างเอาไว้

เขาเดินไหล่กระทบไหล่กับตู่ไฮ่เถียนอยู่ในเมืองหลิงโดยมีคนของแต่ละฝ่ายตามติด พวกเขาต่างเป็นผู้อาวุโสของหอเมฆดารา เยี่ยหยางเฉียวดูแลหอฝึกฝน ในขณะที่ตู่ไฮ่เถียนดูแลการต่อสู้ภายนอก บ่อยครั้งที่เขาจะส่งคนไปต่อสู้กับศัตรูจากกองกำลังทหารฝ่ายตรงข้ามหรือไม่ก็ออกไปล่าสัตว์วิญญาณ

โดยปกติ ทั้งสองฝ่ายจะไม่ก้าวก่ายกัน แต่ว่า ถ้าลูกน้องของตู่ไฮ่เถียนกระทำความผิด เยี่ยหยางเฉียวก็มีสิทธิ์ลงโทษ

เนื่องจากเป็นผู้อาวุโสหอสานุศิษย์ที่มีความสำคัญมากที่สุด เยี่ยหยางเฉียวจึงขึ้นชื่อเรื่องความยุติธรรม ตราบใดที่คนกระทำความผิดอยู่ในมือของเขา ต่อให้ผู้กระทำความผิดคนนั้นจะเป็นลูกน้องของผู้อาวุโสคนอื่น เขาก็จะไม่มีทางอ่อนข้อให้อย่างเด็ดขาด ต่อให้เป็นรองหัวหน้าหอเมฆดาราก็ต้องใคร่ครวญเวลาจะขอร้องเขาทุกครั้งไป

ด้วยเหตุนี้ ชื่อเสียงของเยี่ยหยางเฉียวจึงแพร่สะพัดไปทั่วหอเมฆดารา ผู้ฝึกวรยุทธ์ทุก ๆ คนที่อยู่ในหอเมฆดาราต่างหวาดกลัวที่จะต้องอยู่ในมือของเขา

“ผู้อาวุโสเยี่ย เรื่องที่ตระกูลหลิงทรยศนั้น ท่านคิดเห็นอย่างไร?” จู่ ๆ ตู่ไฮ่เถียนก็ถามขึ้น

เมื่อไม่กี่วันก่อน เฟิงปิ่นผู้เป็นหัวหน้าตระกูลเฟิงได้มารายงานที่หอเมฆดาราด้วยตัวเองว่าตระกูลหลิงร่วมมือกับดินแดนน้ำแข็งที่พังทลายบนเหมืองแร่ของภูเขาหมาป่าสวรรค์ เป็นผลให้สมาชิกตระกูลเฟิงและตระกูลเกาถูกสังหารอย่างโหดเหี้ยม ตอนนี้ยังไม่รู้ชะตากรรมของเหลียวเหยียน เฟิงปิ่นยังได้ส่งจดหมายเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนระหว่างหลิงเฉิงเย่และดินแดนน้ำแข็งที่พังทลายอีกด้วย เขากล่าวว่ามันถูกพบในร่างของสมาชิกตระกูลหลิงที่ตายไปแล้ว เขาจึงอยากให้หอเมฆดาราจัดการอีกฝ่าย

บนจดหมายปรากฏลายเซ็นของเหยียนเตื้ออู่ผู้เป็นผู้อาวุโสของดินแดนน้ำแข็งที่พังทลาย อีกทั้งยังมีตราประทับของดินแดนน้ำแข็งที่พังทลายอีกด้วย

หลังจากเยี่ยหยางเฉียวตรวจสอบและยืนยันได้ว่าตราประทับนั้นเป็นของดินแดนน้ำแข็งที่พังทลายแล้ว เขาก็ตกตะลึงอยู่นานสองนานก่อนจะนำลูกน้องของตนไปยังเมืองหลิง

เมื่อตู่ไฮ่เถียนได้ยินถึงปัญหานี้ เขาจึงครุ่นคิดถึงข้ออ้างที่เขาจะขอติดตามไปยังตระกูลหลิงด้วย เขาจึงใช้ข้ออ้างที่ว่ามีญาติอยู่ที่เมืองหลิงเพื่อขอติดตามเยี่ยหยางเฉียวไปหาตระกูลหลิงด้วยอีกคน

“ยังปักใจไม่ได้ว่าตระกูลหลิงทรยศหรือไม่ ยังต้องทำการสืบสวนต่อไป” ใบหน้าของเยี่ยหยางเฉียวเป็นสีดำ เขากล่าวอย่างคลุมเครือว่า “ถ้าเป็นเรื่องจริง ทุกคนที่เกี่ยวข้องกับปัญหานี้จะต้องถูกประหาร!”

เขาทิ้งช่วงไปพักหนึ่งก่อนจะกล่าวต่อว่า ”ถ้าญาติและหลานชายของเจ้าอยู่ในนั้นด้วย หึ พวกเขาก็ต้องโดนเช่นกัน!”

เมื่อได้ยินเช่นนั้น ตู่ไฮ่เถียนก็หนาวไปถึงขั้วหัวใจ เขาหัวเราะแห้ง ๆ ก่อนจะรีบกล่าวว่า “ผู้อาวุโสเยี่ยหยางเฉียวคิดมากเกินไปแล้ว ญาติและหลานชายของข้าเข้ากับหลิงเฉิงเย่ไม่ได้ดี ดังนั้น พวกเขาย่อมไม่ทราบเรื่องนี้เป็นแน่ ผู้อาวุโสควรสืบสวนเรื่องนี้ให้ดีเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้คนดีโดนหมายหัวไปด้วย”

“ข้าจะสืบสวนให้อย่างดีเลย” เยี่ยหยางเฉียวกล่าวอย่างไม่ใส่ใจ

ตู่ไฮ่เถียนขมวดคิ้วก่อนจะมองไปยังหอบรรพบุรุษของตระกูลหลิงด้วยสายตาเย็นชา

นี่ก็ผ่านมาครึ่งทางแล้วหลังจากที่เขาได้ข่าวว่าตู่เฟยได้รับบาดเจ็บสาหัส เขาตัดสินใจแล้วว่าจะให้ตระกูลหลิงได้ชดใช้ในเรื่องนี้ ชื่อของหลิงเฉิงเย่และตระกูลของมันจะต้องหายไปจากเมืองหลิง!

ลานบ้านตระกูลหลิง

หลิงเฉิงเย่และน้องชายของเขานำสามผู้อาวุโสออกมาจากหอเพื่อต้อนรับผู้อาวุโสจากหอเมฆดารา

สมาชิกตระกูลหลิงที่มารวมตัวกันอยู่นั้นต่างเผยสีหน้าหนักอึ้งที่เปี่ยมไปด้วยความกังวลออกมาพวกเขาประหม่าอย่างเห็นได้ชัด อีกทั้งยังกระวนกระวายกับการมาถึงของเยี่ยหยางเฉียว พวกเขาไม่รู้ว่าผู้อาวุโสหอสานุศิษย์ที่มีชื่อเสียงด้านการลงโทษอันโหดเหี้ยมนั้นจะนำความโหดเหี้ยมแบบไหนมาสู่เมืองหลิง

อีกด้านหนึ่ง ตู่เจี้ยหลันและพวกต่างเปี่ยมไปด้วยความยินดีและความตื่นเต้น ในใจพวกเขาพลันคิดว่า “เยี่ยหยางเฉียวมาจริง ๆ หรือนี่? มาดูกันว่าพวกแกจะพบกับการตายแบบไหน ตระกูลหลิง!”

ฉินเลี่ยอยู่ในตำแหน่งเดียวกับสมาชิกตระกูลหลิงจึงไม่เป็นที่สะดุดตา เขาสังเกตเหตุการณ์ที่อยู่ตรงหน้าก่อนจะลอบประหลาดใจอยู่ในใจ

“แม้แต่ผู้อาวุโสหอสานุศิษย์ก็มาด้วย ถ้าเป็นแค่เรื่องที่หลิงเสวียนซวนทำร้ายคนอื่น คนที่ชอบใช้กำลังอย่างเขายังต้องลงมือเองอีกหรือ? มันไม่น่าจะเป็นเช่นนี้เลย มันต้องมีเหตุผลอื่นอีกแน่…”

เขาคิดย้อนกลับไปถึงการเดินทางไปยังภูเขาหมาป่าสวรรค์ ประกอบกับการวิเคราะห์ของหลิงเฟิงและหลิงอวี้ฉีก่อนที่พวกเขาจะกลับมาที่นี่ เขาจึงเริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวได้อย่างช้า ๆ

ท่ามกลางการครุ่นคิดอย่างจริงจัง จู่ ๆ เขาก็ตระหนักได้ถึงสายตาเป็นประกายที่ส่งมาจากกลุ่มสมาชิกตระกูลหลิง

เมื่อสังเกตดี ๆ เขาพบว่าสายตาคู่นั้น แท้จริงแล้วเป็นของหลิงเสวียนซวน…

หลิงเสวียนซวนยืนอยู่ด้านหลังหลิงเฉิงเย่ นางอยู่ด้านซ้ายของหลิงอวี้ฉี นางมองมาที่เขาไม่ผิดแน่

ภายในสายตาเป็นประกายคู่นั้นมีความรู้สึกซับซ้อน ทั้งความกลัว ความประหลาดใจและความสับสน เห็นได้ชัดว่ามันแตกต่างจากการดูถูกและการยอมรับที่นางเคยมีให้มา ฉินเลี่ยอึ้งไปพักหนึ่งอย่างงุนงง

“เจ้าโง่นั่น… กำลังครุ่นคิดอยู่จริง ๆ เหรอ? สายตาของมันเผยความสดใสกระจ่างชัดด้วย นี่ข้าตาฝาดไปหรือเปล่า?” หลิงเสวียนซวนมองฉินเลี่ยจากที่ไกล ๆ ในใจของนางกำลังสับสน “ทำไมพี่ใหญ่ หลิงซินและคนอื่นถึงปกป้องกันนัก? การเดินทางในตอนนั้นมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?”

แม้จะซับซ้อน แต่นางก็ค่อย ๆ ตระหนักได้ว่านางไม่อาจอ่านความคิดของฉินเลี่ยได้เลย นางบอกไม่ได้ว่าฉินเลี่ยเป็นเจ้าโง่ที่ตัวเองเคยรู้จักหรือคนที่มีดวงตาสดใสกระจ่างชัดจะเป็นฉินเลี่ยตัวจริง…

“ขอต้อนรับสู่เมืองหลิง ผู้อาวุโสเยี่ย ผู้อาวุโสตู่!”

ในขณะที่นางสับสน หลิงเฉิงเย่ผู้เป็นพ่อก็กล่าวเสียงดังจนนางกลับสู่โลกแห่งความเป็นจริง

นางค่อย ๆ เลื่อนสายตาไปยังตู่ไฮ่เถียน เมื่อเห็นเยี่ยหยางเฉียวมีสีหน้าจริงจัง ใบหน้าเล็กของนางก็เผยความตกตะลึงออกมา นางถูกความกังวลกดทับอีกครั้งก่อนจะตระหนักได้ว่าไม่อาจถอยหลังกลับได้อีก ตู่เฟยได้นำปัญหามาสู่ตระกูลแล้ว

“ท่านพี่!”

“ท่านลุง!”

ตู่เจี้ยหลัน ตู่เหิงและตู่เฟยต่างเผยสีหน้ายินดีเมื่อตู่ไฮ่เถียนมาถึง พวกเขารีบเข้าไปทักทาย ดวงตาของตู่เฟยที่ถูกหามอยู่บนเปลเปลี่ยนเป็นสีแดงเพราะความทุกข์ทรมาน

ใบหน้าของตู่ไฮ่เถียนบิดเบี้ยวเมื่อเห็นสภาพน่าสังเวชของตู่เฟย เขาพยักหน้าให้ตู่เจี้ยหลันและพวกเล็กน้อย จากนั้นจึงส่งสายตาบอกอีกฝ่ายว่าจะคลี่คลายปัญหานี้ให้ ทำให้พวกเขาเกิดความวางใจ

หนึ่งในผู้ฝึกวรยุทธ์ที่อยู่ข้างเขาเดินมาหาตู่เจี้ยหลันก่อนจะพูดบางอย่างด้วยเสียงเบา คำพูดนั้นทำให้นางมีความสุขก่อนจะจ้องไปยังหลิงเฉิงเย่ด้วยความสุขใจ

“ผู้น้อยขอเชิญผู้อาวุโสทั้งสองท่านไปพูดคุยข้างในหอหลัก” หลิงเฉิงเย่กล่าวพลางก้มหัวให้เล็กน้อย

ตู่ไฮ่เถียนโบกมือเล็กน้อยพลางกล่าวอย่างไม่ใส่ใจว่า “ไม่จำเป็นต้องทำเช่นนั้นหรอก พวกเราจะคุยกันที่นี่ ฮี่ฮี่ พวกเจ้ากล้านักนะ เจ้ากล้ากระทำการอุกอาจถึงเพียงนั้นแท้ ๆ แต่ยังมีหน้าอยู่ในเมืองหลิงอีกหรือ? ทำไมเจ้าไม่หนีไปกับดินแดนน้ำแข็งที่พังทลายเสียล่ะ? อย่าบอกข้านะว่าดินแดนน้ำแข็งที่พังทลายแค่อยากใช้พวกเจ้าโดยไม่หวังหุบเมืองหลิงไปเป็นของตัวเอง?”

ทันทีที่คำพูดเหล่านั้นหลุดออกมา สีหน้าของสมาชิกตระกูลหลิงทุกคนเปลี่ยนไป ในใจของพวกเขาปรากฏความหวาดกลัวขึ้น

หากเกี่ยวกับดินแดนน้ำแข็งที่พังทลายแล้วย่อมเป็นปัญหาใหญ่จนถึงขั้นประหารเจ็ดชั่วโคตรได้ ทำไมพวกเขาถึงไม่ควรหวาดกลัวเล่า?

“ผะ ผู้อาวุโสตู่ต้องการจะบอกอะไรกันแน่?!” ใบหน้าของหลิงเฉิงเย่ซีดเผือดราวกับผี เขากัดฟันแน่น จากนั้นจึงกล่าวเสียงดังด้วยน้ำเสียงที่สั่นเทิ้มกับเยี่ยหยางเฉียว เขาเน้นย้ำทุกคำพูดว่า “ตระกูลหลิงไม่เคยข้องเกี่ยวกับดินแดนน้ำแข็งที่พังทลาย! ขอให้ผู้อาวุโสทั้งสองช่วยตรวจสอบด้วย!”

“เจ้ายังกล้าปฏิเสธอีกเรอะ?!” ตู่ไฮ่เถียนตวาดเสียงดัง “เฟิงปิ่นส่งจดหมายที่เจ้าติดต่อกับเหยียนเตื้ออู่ผู้เป็นผู้อาวุโสของดินแดนน้ำแข็งที่พังทลายมาให้ข้า เจ้ายังมีอะไรจะพูดอีกหรือ?”

“ขอข้าดูหน่อย” ใบหน้าของเยี่ยหยางเฉียวสงบนิ่งขณะหยิบจดหมายให้

หนึ่งในลูกน้องของเขาเดินไปที่ด้านหน้าหลิงเฉิงเย่ก่อนจะส่งจดหมายไปให้

หลิงเฉิงเย่รับจดหมายด้วยมือที่สั่นเทา เขาพบลายมือที่คล้ายกับของตนจริง ตราประทับของดินแดนน้ำแข็งที่พังทลายและคำตอบกลับของเหยียนเตื้ออู่

หลิงเฉิงเย่รู้สึกเหมือนตัวเองจมลงไปยังก้นบึ้งของทะเลสาบน้ำแข็ง เขาไม่อยากเชื่อตาตัวเองแม้จะเห็นมากับตา ผ่านไปพักใหญ่ เขาคัดค้านอย่างหนักแน่นว่า “ข้าไม่รู้จักคนของดินแดนน้ำแข็งที่พังทลายแม้สักคน! ข้าตกเป็นจำเลยชัด ๆ! ข้าไม่รู้ไม่เห็นอะไรทั้งนั้น!”

“ผู้ทรยศต่อหอเมฆดาราคือตระกูลเฟิง ไม่ใช่ตระกูลหลิง!” หลิงอวี้ฉีเดินมาอยู่ข้างท่านพ่อพลางกล่าวคำพูดเช่นนั้นออกมา นางสูดหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะกล่าวด้วยความกระวนกระวายว่า “เฟิงยี่ยอมรับว่าตระกูลเฟิงติดต่อกับดินแดนน้ำแข็งที่พังทลายมานานแล้ว พวกมันร่วมมือกับดินแดนน้ำแข็งที่พังทลายเพื่อพยายามยึดเหมืองหยกตะวันร้อนแรงบนภูเขาหมาป่าสวรรค์ พวกเราเกือบจะถูกพวกมันฆ่าตายด้วยซ้ำ เหลียวเหยียนยืนยันเรื่องนี้ได้ ขอให้ผู้อาวุโสช่วยตรวจสอบด้วย!”

“เหลียวเหยียนเป็นลูกน้องของข้า ป่านนี้เขายังไม่กลับมาที่หอเมฆดาราเลย จากคำพูดของเฟิงปิ่น ดูเหมือนว่าเหลียวเหยียนจะตายแล้ว” เยี่ยหยางเฉียวทิ้งช่วงไปพักหนึ่ง จากนั้นจึงกล่าวต่อว่า “ทำไมเจ้าไม่อธิบายเองล่ะว่าเรื่องราวมันเป็นมายังไง?”

คำพูดของหลิงอวี้ฉีแตกต่างจากคำพูดของเฟิงปิ่นอย่างสิ้นเชิง แต่ว่า เฟิงปิ่นมีจดหมายที่มีลายเซ็นของเหยียนเตื้ออู่ ในขณะที่ตระกูลหลิงไม่มีอะไรเลย ถึงอย่างนั้น เขาก็เกิดเอะใจที่หลิงอวี้ฉีกล่าวถึงเหลียวเหยียน ตอนนี้ เขาเริ่มครุ่นคิดอะไรบางอย่าง

“เรื่องราวมันเริ่มขึ้น…”

ภายใต้การวางตัวของสมาชิกตระกูลหลิงและเยี่ยหยางเฉียว หลิงอวี้ฉีลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้เป็นอย่างดี แม้แต่รายละเอียดเพียงเล็กน้อยนางก็ยังกล่าวได้อย่างแม่นยำ

“ฉินเลี่ยรู้ถึงแผนการของตระกูลเฟิงเข้า เขาจึงมาบอกพวกเรา…”

“ภายใต้การจู่โจมของตระกูลเฟิง ฉินเลี่ยเป็นคนแรกที่สังหารเฟิงหลวน ทำให้เฟิงยี่ต้องจำใจถอยทัพ…”

“ฉินเลี่ยเป็นคนซ่อมโล่หกเหลี่ยมของเหลียวเหยียน…”

“ฉินเลี่ยเป็นคนนำทางให้พวกเรา…”

“ในท้ายที่สุด ก็เป็นฉินเลี่ยที่ใช้รูปแกะสลักเพื่อทำให้ราชาหมาป่าปีศาจรามือจากพวกเราจนหันไปเล่นงานดินแดนน้ำแข็งที่พังทลาย ทำให้พวกมันล้มตายเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้เหยียนเตื้ออู่หลบหนีเพื่อเอาชีวิตรอด…”

ระหว่างการบรรยาย ชื่อที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุดก็คือฉินเลี่ย หลังจากนางกล่าวถึงฉินเลี่ยครั้งแล้วครั้งเล่า สมาชิกตระกูลหลิงและผู้ฝึกวรยุทธ์หอเมฆดาราทุกคนต่างตะลึงงันเป็นอย่างมาก พวกเขาต่างเผยสีหน้าไม่เชื่อขณะในใจลอบอุทานถึงความน่าขันของเหตุการณ์เหล่านี้

พี่น้องทั้งสองอย่างหลิงเฉิงเย่และหลิงเฉิงจื้อรู้นานแล้วว่าฉินเลี่ยเป็นคนพิเศษ เมื่อได้ยินเรื่องราวอันน่าตื่นเต้นที่ยากจะเชื่อนี้ พี่น้องทั้งสองต่างจ้องมองกันและรู้สึกเหมือนกับมีกระแสไฟฟ้าไหลอยู่ในร่างกาย ทำเอาความตื่นเต้นที่ถูกเก็บซ่อนไว้ปรากฏขึ้น

แต่ว่า หลิงเสวียนซวนกลับประหลาดใจหนักกว่าใคร ๆ จิตใจของนางว่างเปล่าหลังจากได้ฟังการบรรยายของพี่สาวที่เหมือนกับเรื่องในเทพนิยาย

“เป็นเขาจริง ๆ เหรอ? คนที่ล่วงรู้แผนการของตระกูลเฟิง คนที่พาตระกูลหลิงฟันฝ่ามาได้ คนที่ช่วยซ่อมอุปกรณ์วิญญาณให้เหลียวเหยียนที่เป็นคนของหอเมฆดารา คนที่ยื่นมือเข้าช่วยหมาป่าปีศาจจนสร้างหายนะให้กับดินแดนน้ำแข็งที่พังทลาย… คนคนนั้นแท้จริงคือเจ้าโง่ที่ข้ารังเกียจอย่างนั้นเหรอ?”

เมื่อคิดได้เช่นนี้ สายตาที่เป็นประกายของนางพลันตกตะลึง นางรีบหันไปยังตำแหน่งก่อนหน้านี้ก่อนจะพบว่าฉินเลี่ยได้หายไปแล้ว

---

devc-370efb0d-33501Spirit Realm อาณาจักรวิญญาณ: Chapter 045 ตอนที่ 45