Spirit Realm อาณาจักรวิญญาณ

Spirit Realm อาณาจักรวิญญาณ: Chapter 022 ตอนที่ 22

#22Chapter 022

ตอนที่ 22: การฝึกฝนอย่างหนักเป็นเวลาสามเดือน

ผังวิญญาณทั้งสี่ไม่ต่างอะไรกับภูเขาอันงดงามสี่ลูกที่แขวนอยู่สูงขึ้นไปท่ามกลางพื้นที่ขนาดใหญ่ซึ่งอยู่ข้างในก้อนผนึกวิญญาณ

เส้นด้ายอันสลับซับซ้อนสลับไปมาและเชื่อมโยงเข้าหากันจนเกิดเป็นรูปแบบที่แสนซับซ้อนและลึกลับ พลังงานลึกลับอันสุดจะหยั่งถูกบรรจุเอาไว้ข้างใน

จิตสำนึกของฉินเลี่ยลอยผ่านไปพลางสำรวจหนึ่งในผังวิญญาณขนาดใหญ่ แต่มันใช้เวลาไม่นานนักก่อนที่จิตของเขาจะดับลงเพราะความทุกข์ทรมานจากความรู้สึกเหนื่อยล้า

เขารีบนำความตระหนักรู้ส่วนหนึ่งกลับคืนมา

ในพื้นที่ที่บรรจุไปด้วยผังวิญญาณทั้งสี่ โลกใบใหม่ได้ปรากฏขึ้นหลังจากผนึกได้แตกสลาย เขาแค่ต้องออกจากที่นี่เพื่อเข้าไปในพื้นที่ที่ถูกคลายออกถ้าเขาต้องการสำรวจผังวิญญาณอันลึกลับเหล่านี้

แต่ว่า ถ้าเขาสำรวจหนึ่งในผังวิญญาณอย่างละเอียดถี่ถ้วน เขาจะรู้สึกได้ในทันทีว่าจิตเริ่มเหนื่อยล้าจนเกิดบาดแผลกับสภาวะทางจิต

นี่มันแตกต่างจากสภาวะความสงบอันเลินเล่อ

ในสภาวะความสงบอันเลินเล่อ จิตสำนึกของเขาจะออกจากจิตของตัวเองอย่างช้า ๆ ในท้ายที่สุด มันก็จะหายเข้าไปในก้อนผนึกวิญญาณทั้งหมด จากนั้นก็เข้าไปยังพื้นที่ชั้นนอกสุดของก้อนผนึกวิญญาณ

ชั้นนอกของพื้นที่นั้นกว้างใหญ่ไม่มีที่สิ้นสุด จิตจะไม่รู้สึกเหนื่อยล้าเมื่ออยู่ข้างใน ไม่แม้แต่จะสิ้นหวังและเฉื่อยชาจนรู้สึกว่ามันจะคงอยู่แบบนี้ไปชั่วนิรันดร์ มันเหมือนกับตกไปอยู่ในสภาวะหลับลึกในขณะที่รู้สึกได้ว่าจิตวิญญาณได้รับการบำรุงเป็นอย่างดี

ชั้นในของพื้นที่ที่เต็มไปด้วยผังวิญญาณ เขาแค่ต้องการจิตสำนึกส่วนหนึ่งให้เข้าไปข้างในเท่านั้น แต่ในจังหวะที่เข้าไป เขาต้องขยายพลังจิตออก ถ้าเขาให้ความสนใจกับผังวิญญาณเหล่านี้ เขาจะเริ่มอ่อนแอและเกิดอิดโรยเร็วขึ้นกว่าปกติ เขาต้องใช้เวลาสักพักกว่าจะใส่ความตระหนักรู้ส่วนหนึ่งเข้าไปเพื่อให้วิญญาณยังไม่อิดโรย

พลังจิตเป็นพลังลึกลับและยากจะเข้าใจที่สุดแสนจะเหลือเชื่อ มีเพียงวิญญาณเท่านั้นที่สามารถสัมผัสและใช้พลังที่มีรูปร่างไม่แน่นอนได้ มีเพียงผู้ฝึกวรยุทธ์ระดับสูงเท่านั้นที่จะคุ้นเคยกับการใช้และวิธีการฝึกฝนพลังจิต

พลังวิญญาณเป็นพลังที่เกิดจากการฝึกฝนของร่างผู้ฝึกวรยุทธ์ในขณะที่พลังจิตเป็นพลังที่เกิดจากการฝึกฝนของวิญญาณ

ผู้ฝึกวรยุทธ์ระดับต่ำจะตรวจจับพลังจิตได้ยากมากหากไม่ผ่านการฝึกฝนและใช้งาน

พลังการฝึกฝนของฉินเลี่ยค่อนข้างต่ำ แต่ด้วยเหตุผลบางอย่าง เขาสามารถสัมผัสได้ถึงพลังจิตในระดับลึกได้ บางที มันอาจจะมีบางอย่างไปกระทำกับความทรงจำของเขาที่ถูกผนึกเอาไว้ หรือบางที อาจจะมีบางอย่างไปกระทำกับก้อนผนึกวิญญาณก็เป็นได้…

“หรือท่านตาจะทิ้งผังวิญญาณทั้งสี่เอาไว้ให้? ท่านตาก็เป็นผู้สร้างด้วย… ไม่ เดี๋ยวนะ ท่านตาเคยกล่าวในจดหมายว่าเขาไม่พบสิ่งลึกลับที่อยู่เบื้องหลังก้อนผนึกวิญญาณ เพราะงั้นอาจจะไม่ใช่เขา… ถ้าอย่างนั้น ผังวิญญาณเหล่านี้จะต้องอยู่ข้างในก้อนดังกล่าวมาตั้งแต่แรกแล้ว”

หลังจากดึงจิตสำนึกของเขากลับคืนมา ฉินเลี่ยก็ดูซีดเซียวไปเล็กน้อย ใบหน้าหล่อเหลาของเขาเต็มไปด้วยความสงสัยและความสับสน เขาไม่รู้ว่าผังวิญญาณทั้งสี่มาจากไหนและไม่รู้ว่ามันคืออะไร

ผังวิญญาณคือของสำคัญของผู้สร้าง เพราะพวกมันเป็นรากฐานของขั้นและพลังของอุปกรณ์วิญญาณ แม้จะลึกลับ แต่ผังวิญญาณอันแสนยอดเยี่ยมก็สามารถเพิ่มพลังของอุปกรณ์วิญญาณจนสามารถปลดปล่อยศักยภาพขั้นสูงสุดของวรยุทธ์ได้!

มีบางคนกล่าวไว้ว่าผังวิญญาณคือวิญญาณของอุปกรณ์วิญญาณและเป็นรากฐานสำคัญของการหลอมอุปกรณ์สำหรับผู้สร้างอีกด้วย มันเป็นพื้นฐานที่ใช้ชี้วัดว่าผู้สร้างเก่งกาจมากเพียงไหน!

หลังพักสักครู่ ฉินเลี่ยเริ่มส่งพลังจิตส่วนหนึ่งเข้าไปก่อนจะเริ่มเสี่ยงเข้าไปยังส่วนลึกของพื้นที่อันกว้างใหญ่ เขาเริ่มสำรวจผังวิญญาณที่ดูมาก่อนหน้านี้ จากนั้นจึงพยายามสลักมันไว้ในใจ

พลังจิตเหมือนกับแผ่นกระดาษเรืองแสงจาง ๆ ที่อยู่ข้างในผังวิญญาณขนาดใหญ่ที่ต้องทำการตรวจสอบอย่างถี่ถ้วน…

การเชื่อมโยงของเส้นด้ายที่กว้างยาวแตกต่างกันคือสัญลักษณ์เครือข่ายของพลังวิญญาณ นั่นคือคำพูดของท่านตาเกี่ยวกับพื้นฐานของผังวิญญาณ เขาเริ่มตระหนักได้ว่าเป้าหมายของผังวิญญาณก็คือ ‘การรวบรวมวิญญาณ’

จากคำพูดของท่านตา พื้นฐานของผังวิญญาณจะแบ่งออกเป็นสี่ประเภท คือ การรวบรวมวิญญาณ การกักเก็บวิญญาณ การขยายและการเสริมพลัง

การรวบรวมวิญญาณเป็นการทำให้ “อุปกรณ์” มีความสามารถในการรวบรวมวิญญาณ มันสามารถทำให้ผู้ฝึกวรยุทธ์เพิ่มพลังวิญญาณเข้าไปในอุปกรณ์ได้

การกักเก็บวิญญาณทำให้ “อุปกรณ์” มีความสามารถในการกักเก็บวิญญาณ การกักเก็บวิญญาณซ้ำไปซ้ำมาหลายครั้งแล้วปลดปล่อยออกมาในคราวเดียวย่อมเกิดเป็นพลังอันน่าสะพรึงกลัว

การขยายเพื่อใช้กับวัตถุดิบของ “อุปกรณ์” คือวิธีดั้งเดิมที่ใช้ในการขยายพลังวิญญาณที่ใส่เข้าไปข้างใน

ยกตัวอย่างเช่น ถ้าหนึ่งในสิบส่วนของพลังวิญญาณถูกใส่เข้าไปข้างใน “อุปกรณ์” ส่วนผสมพิเศษดังกล่าวก็จะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพได้สองถึงสามเท่า

การขยายสามารถกระทำได้ในแบบอื่นอีก อย่างเช่นการบีบอัดพลังวิญญาณและการโคจรพลังวิญญาณเพื่อทำการขัดเกลาครั้งแล้วครั้งเล่าจนกระทั่งบริสุทธิ์และแหลมคมราวกับเข็ม นั่นคืออีกหนทางในการทำให้ขยาย

เหตุผลที่อุปกรณ์วิญญาณจำพวกดาบสามารถปล่อยลำแสงดาบหรือลำแสงกระบี่ได้นั้น เป็นเพราะภายนอกมีผังวิญญาณประเภทขยายอยู่เพื่อทำหน้าที่บีบอัดพลังที่อยู่ข้างใน

การเสริมพลังเพื่อเพิ่มความทนทานและความแข็งแกร่งให้กับ “อุปกรณ์” ทำให้มันแตกสลายได้ยากยิ่งขึ้น สามารถกักเก็บพลังวิญญาณได้มากขึ้น อีกทั้งยังมีระดับของการขยายที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นอีกด้วย

การรวบรวมวิญญาณ การกักเก็บวิญญาณ การขยายและการเสริมพลังคือสี่พื้นฐานของผังวิญญาณที่ผู้สร้างต้องฝึกให้เชี่ยวชาญ แต่ว่า ความเข้าใจของผู้สร้างต่อพื้นฐานของผังวิญญาณทั้งสี่นี้ล้วนแตกต่างกันออกไปตามวิจารณญาณของแต่ละคน

ผังวิญญาณการขยายทั่วไปอาจจะมีวิธีที่ถูกจารึกเอาไว้สิบวิธี บางที ทุกวิธีล้วนสามารถทำให้เกิดการขยายได้เหมือนกัน แต่ว่า ความแตกต่างด้านประสิทธิภาพของแต่ละวิธีที่ใช้นั้นมันแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว

ผังวิญญาณการขยายบางแบบทำได้เพียงขยายประสิทธิภาพของความสามารถหนึ่งในร้อยส่วน แต่ผังวิญญาณอื่น ๆ สามารถขยายประสิทธิภาพของความสามารถของอุปกรณ์ได้มากกว่าสองเท่า หลายเท่าหรือแม้แต่สิบเท่าเลยทีเดียว!

องค์ประกอบเดียวกันสามารถประยุกต์ใช้กับผังวิญญาณทั้งสามได้ ขึ้นอยู่กับมรดก การฝึกฝนและความแตกต่างด้านอื่น ๆ ผู้สร้างแต่ละคนอาจจะมีความเข้าใจและการจำแนกผังวิญญาณการรวบรวมวิญญาณ การกักเก็บวิญญาณ การขยายและการเสริมพลังที่แตกต่างกัน ดังนั้น ไม่มีทางที่ผังวิญญาณทั้งสองจะเหมือนกันได้ พลังของพวกมันย่อมแตกต่างเช่นเดียวกัน

แน่นอนว่าผู้สร้างที่แข็งแกร่งกว่าย่อมสลักผังวิญญาณที่แข็งแกร่งกว่าที่พวกเขามีความเข้าใจต่อพลังวิญญาณธรรมชาติและกฎการเติบโตของวิญญาณลงไปได้ ผังวิญญาณจะไร้ที่ติมากขึ้น อีกทั้งยังเพิ่มการเข้าคู่ต่อกฎธรรมชาติของโลกใบนี้ได้มากขึ้น ทำให้เกิดผลลัพธ์ที่แสนวิเศษจนยากจะเข้าใจ

“การรวบรวมวิญญาณ นี่คือการรวบรวมวิญญาณ! ข้าต้องเห็นผังวิญญาณอีกสามแห่งที่เหลือให้ได้!”

ฉินเลี่ยเพ่งจิตและละทิ้งความคิดในการสืบค้นความลึกลับของผังไปสักพัก เขาสนแต่เพียงความรู้การหลอมอุปกรณ์อันแสนบริสุทธิ์ที่ท่านตายัดใส่หัวให้เป็นเวลาหลายปี เขาต้องพึ่งผลที่ได้จากผังวิญญาณอีกสามแห่งที่เหลือด้วย

“การรวบรวมวิญญาณ! การขยาย! การเสริมพลัง! นี่คือผังวิญญาณทั้งสามสินะ! แต่ทำไมพวกมันถึงได้ซับซ้อนเช่นนี้ ทั้ง ๆ ที่มันเป็นพื้นฐานของพื้นฐานแท้ ๆ ? ลายมือนี่อย่างกับไก่เขี่ยเลย แค่มองดูผ่าน ๆ ก็ยังสัมผัสได้ แค่อันเดียวก็ยากจะจำแล้ว ข้านึกไม่ออกเลยใครเป็นคนสลักเอาไว้…”

เขารีบถอนพลังจิตส่วนหนึ่งออกมา แม้เขาจะยืนยันประเภทของผังวิญญาณทั้งสี่ได้แล้ว แต่ความสงสัยในใจของเขากลับเพิ่มมากยิ่งขึ้น

ในช่วงเวลาต่อมา เขาจะใช้ตาข่ายสายฟ้าของถ้ำเพื่อขัดเกลาร่างของตนเพื่อฝึกซ้อมอสนีบาตทลายสวรรค์ทุกครั้งที่มีพายุเมฆพัดผ่าน

หลังจากเขาฝ่าไปถึงขั้นที่เจ็ดของพลังระดับชำระ ความเร็วในการฝึกฝนอสนีบาตทลายสวรรค์ก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ตอนนี้เขาสามารถควบคุมสายฟ้าในไขกระดูกและอวัยวะภายในได้

เขาขัดเกลาเครื่องในด้วยสายฟ้าครั้งแล้วครั้งเล่า เขารู้สึกว่าร่างของเขาแข็งแกร่งขึ้น มันเริ่มพัฒนาไปสู่ระดับสูงขึ้น เขาสัมผัสได้ลาง ๆ ว่าเขาสร้างรากฐานอันแข็งแกร่งให้กับอสนีบาตทลายสวรรค์ได้สำเร็จแล้ว

เมื่อเขาฝึกฝนอสนีบาตรทลายสวรรค์จนถึงจุดที่ไขกระดูกและอวัยวะภายในสามารถทนรับสายฟ้าฟาดโดยไม่เจ็บปวดได้แล้ว เขาก็ไม่พึ่งตาข่ายสายฟ้าของถ้ำอีกต่อไป เขาสามารถฝึกฝนจากต้นกำเนิดสายฟ้าภายในได้โดยตรง ข

ในวันที่ไร้พายุ เขาจะรวบรวมพลังวิญญาณเพื่อขยายทะเลวิญญาณ ในขณะเดียวกัน เขาก็จะใช้นิ้วเพื่อทำให้อยู่ในสภาวะที่สามารถปลดปล่อยพลังวิญญาณออกจากจุดโจมตีสำคัญบนทั่วร่างให้ได้

เมื่อเขาฝึกฝนจนกระทั่งร่างของเขาเหนื่อยล้า เขาจะรวบรวมพลังจิตเพื่อสำรวจผังวิญญาณทั้งสี่ที่อยู่ข้างในก้อนผนึกวิญญาณ

แม้หนึ่งเดือนผ่านไป เขาก็ทำได้เพียงจดจำผังวิญญาณที่สาม “การรวบรวมวิญญาณ” เท่านั้น เขาไม่กล้าเข้าไปสำรวจอีกสามแห่งที่เหลือ

ผังการรวบรวมวิญญาณได้ผลาญพลังจิตไปเป็นจำนวนมาก ทุก ๆ ครั้งที่เขาทำเสร็จ จิตของเขาจะอ่อนล้าอย่างช้า ๆ

แต่ว่า เขาสังเกตได้ว่าทุก ๆ ครั้งที่เขาฟื้นตัว พลังจิตของเขาจะพัฒนาขึ้นแม้จะเพียงเล็กน้อยก็ตาม ดูท่าการสำรวจผังวิญญาณด้วยพลังจิตของเขาจะช่วยในการฝึกฝนอีกด้วย

เมื่อค้นพบเช่นนี้ เขาก็ให้ความสนใจมากขึ้นและอดทนต่องานที่ยากลำบากและน่าเบื่ออันสุดแสนเหลือเชื่ออย่างการอ่านผัง

พลังจิตเป็นพลังที่ต้องใช้ในการฝ่าผนึกของก้อนผนึกวิญญาณ มันทำให้เขาคลายความลึกลับของอดีตและค้นพบความทรงจำโดยใช้พละกำลังของพลังจิตตัวเองได้

ดังนั้น ไม่ว่าจะทรมานแค่ไหน ตราบใดที่มีหนทางที่สามารถพัฒนาพลังจิตได้ เขาจะกัดฟันเพื่อฟันฝ่าไปให้ได้

เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก เวลาสองเดือนก็ผันผ่านไป

ความพยายามในการฝึกฝนหลายต่อหลายครั้ง ทำให้พลังจิตของเขาพัฒนามากขึ้น รากฐานอันแข็งแกร่งของอสนีบาตทลายสวรรค์ก็ถูกสร้างขึ้น

ตอนนี้เขาสามารถปลดปล่อยพลังวิญญาณจากนิ้ว ฝ่ามือ ไหล่และส่วนอื่น ๆ ได้ บางครั้ง เมื่อเขาล้มเหลวกับการฝึก เขารู้สึกได้ลาง ๆ ว่าเขาเข้าใกล้จุดเริ่มต้นของขั้นที่แปดของพลังระดับชำระ นี่ทำให้เขาตระหนักได้ว่าการฝึกฝนของเขาในช่วงสุดท้ายกำลังก้าวหน้าขึ้นอย่างรวดเร็ว

ยิ่งไปกว่านั้น เขายังทำการจดจำผังการรวบรวมวิญญาณที่แสนซับซ้อนและยากจะเข้าใจอย่างสุดกำลัง

อาจจะกล่าวได้ว่า แม้เขาจะจดจำได้ แต่เขาก็ไม่เข้าใจการทำงานอันแสนลึกลับของผังเหล่านี้ได้ แม้แต่วิธีใช้เขาก็ไม่รู้เช่นกัน

วันนี้ เมื่อเขากลับมาที่บ้านหินตอนเย็นเหมือนอย่างทุกครั้ง เขาเห็นหลิงอวี้ฉีผู้ที่หายไปนานกำลังรอเขาพร้อมรอยยิ้ม

“สามเดือนแล้วสินะที่เจ้าเอาแต่ทำเหมือนเดิม จริง ๆ เล้ย เจ้าไม่มีความสุขที่ได้ข้าเป็นภรรยาเลยหรือ?” หลิงอวี้ฉีในชุดสีเขียวของผู้ฝึกวรยุทธ์ทำให้นางดูมีชีวิตชีวาและเป็นระเบียบ ผมยาวสีดำของนางเหมือนกับผ้าไหมที่พาดอยู่บนไหล่ ใบหน้าของนางเป็นสีแดงเพราะสุขภาพดี ดวงตางดงามของนางเปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่นอันแรงกล้า เห็นได้ชัดว่าระดับการฝึกฝนของนางก็พัฒนาขึ้น

“ต้องขอบใจเจ้า ในที่สุด ข้าก็ฝ่าไปถึงขั้นที่แปดของพลังระดับชำระ!” เมื่อไม่เห็นฉินเลี่ยมีการตอบสนอง นางก็ได้แต่หัวเราะพลางกล่าวต่อว่า “ข้าแค่ขัดเกลายาปลุกเลือดลมร้อยวิถีเท่านั้น แต่ข้าไม่คิดว่ามันจะส่งผลได้ดีเลิศเช่นนี้! พอใช้ควบคู่กับหินวิญญาณระดับสามัญขั้นที่หกสองก้อนแล้ว ข้าก็ฝ่าไปถึงได้ในเวลาแค่สามเดือน! นี่มันเหลือเชื่อจริง ๆ!”

อีกด้านของฉินเลี่ยมีความสุขเช่นกัน เพราะแม้พรสวรรค์ของนางไม่อาจเทียบหลิง เสวียนซวนได้ เขาก็รู้ว่านางไม่ได้แย่มากมายอะไรนัก ยิ่งไปกว่านั้น นางติดอยู่ที่ขั้นที่เจ็ดของพลังระดับชำระอยู่นานสองนานแล้ว ในความเห็นของฉินเลี่ย มันเป็นธรรมดาที่นางจะเลื่อนระดับได้หลังจากฝึกฝนอย่างหนักเป็นเวลาสามเดือนด้วยการช่วยเหลือของยาปลุกเลือดลมร้อยวิถีและหินวิญญาณระดับสามัญขั้นที่หกสองก้อน

“ข้านำอาหารดี ๆ มาให้ด้วยล่ะ เพราะงั้น เข้ามาได้แล้ว ข้าทำเองเลยนะ” หลิงอวี้ฉียิ้ม นางโบกมือให้ จากนั้นจึงเริ่มวางจานลง

มีจานสี่ใบและชามซุป พวกมันดูน่าอร่อยชวนให้ล่อตาล่อใจนัก ฉินเลี่ยไม่คิดจะเสแสร้งอีกต่อไป เขาหยิบตะเกียบก่อนจะเริ่มกินในทันที เขาพบว่าอาหารพวกนี้รสชาติดีทีเดียว

“พลับพลาเนบิวลาพบเหมืองแร่คริสตัลอัคคีในภูเขาหมาป่าสวรรค์ พวกเขามีคำสั่งให้ตระกูลหลิง ตระกูเฟิงและตระกูลเกาส่งผู้ฝึกวรยุทธ์ที่มีพลังระดับชำระสิบคนไปยังเหมืองแร่แห่งนั้น กลับกัน พวกเขาจะมอบรางวัลเป็นหินวิญญาณระดับต่ำให้ เพราะข้าฝ่าไปถึงขั้นที่แปดของพลังระดับชำระ ท่านพ่อจึงขอให้ข้าจัดทีมไปพร้อมกับหลิงเฟิงและหลิงหยิงเพื่อไปยังเหมืองแร่คริสตัลอัคคีพร้อมกับตระกูลเฟิงและตระกูลเกา”

ระหว่างที่เขากิน หลิงอวี้ฉีก็พูดเบา ๆ ว่า “ท่านพ่อไม่อยากให้น้องสาวของข้าร่วมทางไปด้วย เพราะนางอยู่ในขั้นที่เจ็ดของพลังระดับชำระ ท่านต้องการให้นางฝึกฝนอยู่ที่บ้านอย่างจริงจัง ดังนั้น จึงเหลือที่ว่างอยู่ที่หนึ่ง เฮ้อ ข้าต้องเก็บตัวก่อนจะถูกส่งไปทำภารกิจ ข้าไม่มีเวลามาดูแลเจ้าอีกแล้ว… ถ้าข้าจากไป หลิงเฟิงและหลิงหยิงก็จะไปด้วย เจ้าก็ต้องเข้าภูเขาสมุนไพรเพียงลำพัง ข้าก็ยังไม่วางใจที่จะปล่อยให้เจ้าอยู่เพียงลำพัง คือ คือเจ้าจะไปพร้อมกับข้าไหม?”

นางมองฉินเลี่ยด้วยสายตาที่เปล่งประกาย

“ภูเขาหมาป่าสวรรค์…” ฉินเลี่ยนึกถึงแผนที่ของท่านตา ในใจเกิดสั่นไหวเล็กน้อย

“เพราะเจ้าไม่ยอมพูดอะไรเลย งั้นเจ้าสัญญากับข้าสักข้อได้ไหมข? พวกข้าจะออกเดินทางพรุ่งนี้เช้า ข้าจะพาเจ้าไปด้วย ไม่ต้องห่วง ยังมีคนจากพลับพลาเนบิวลาร่วมทางไปด้วย ตระกูลเฟิงและตระกูลเกาก็จะส่งสมาชิกไปด้วยเช่นกัน ไม่มีอันตรายอะไรหรอก อีกอย่าง สัตว์วิญญาณที่ปรากฏตัวในพื้นที่รอบ ๆ นั้นก็มีไม่มาก เพราะงั้นไม่เป็นไรหรอก”

หลิงอวี้ฉีลุกขึ้นจากเก้าอี้ยาวหินพร้อมกับรอยยิ้มกว้าง นางจ้องมองฉินเลี่ยที่มัวแต่กินอาหารด้วยสีหน้าอ่อนหวาน นางทำปากจู๋พลางหัวเราะคิกคัก จากนั้นจึงหันหลังก่อนจะเดินไปเติมน้ำให้ฉินเลี่ย

จังหวะที่นางเดินจากไปนั้นเอง หัวของฉินเลี่ยก็เงยขึ้น ดวงตาที่ว่างเปล่าของเขาพลันหายไป สีหน้าของเขาแปรเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นอย่างช้า ๆ

“เหตุผลที่ทำไมไม่มีสัตว์วิญญาณรอบ ๆ ภูเขาหมาป่าสวรรค์ก็เพราะมันเป็นอาณาเขตของสัตว์วิญญาณระดับสองอย่างหมาป่าปีศาจปีกเงิน! ตามเครื่องหมายที่ปรากฏบนแผนที่ของท่านตา หมาป่าปีศาจปีกเงินจะเดินทางไปบนยอดเขาส่วนลึกของภูเขาอันหนาวเหน็บทุก ๆ เดือนพฤษภาคมและมิถุนายน พวกมันจะกลับมาแค่ช่วงเดือนกรกฎาคมเท่านั้น และนี่ก็ใกล้ถึงปลายเดือนมิถุนายนแล้วด้วย…”

ฉินเลี่ยมองตรงไปยังทางเข้าห้องน้ำและฟังหลิงอวี้ฉีฮัมเพลงเสียงต่ำขณะเติมน้ำอาบให้เขา เขาเริ่มรู้สึกปั่นป่วนเล็กน้อย

---

devc-a3b5dd88-33025Spirit Realm อาณาจักรวิญญาณ: Chapter 022 ตอนที่ 22