The Nine Cauldrons นักฆ่าข้ามพิภพ

The Nine Cauldrons นักฆ่าข้ามพิภพ: Chapter002 ตอนที่ 2

#2Chapter002

ตอนที่ 2 - พวกมันขนานนามข้าว่า รหัส 'หมาป่า' 

หลังจากเถิงชิงซานจากไปได้สักพักหนึ่ง  รถจิ๊บคันเก่า 2 คันก็ได้มาถึงและจอดบริเวณลานกว้าง

ในรถคันแรกมีคนอยู่ทั้งหมด 3 คน ชายเคราดำนั่งอยู่บริเวณเบาะหลัง ในมือของเขาถือเครื่องตรวจจับอุณหภูมิ และค่อยๆ สังเกตบริเวณเบื้องหน้าอย่างระมัดระวัง ก่อนที่เสียงของเขาจะทุ้มต่ำลง "เฮ้ยพวก ดูเหมือนจะไม่มีใครอยู่ ไปเร็วไป!"

หลังจากนั้นคน 6 คนก็ออกมาจากรถ เป็นชายผิวเหลือง 5 คนและชายผิวขาว 1 คน

"หวังว่ามันจะไม่ได้อยู่ที่นี่จริงๆ…" ชายเคราดำกระซิบกระซาบ

 "ถ้าหากมันอยู่ที่นี่ล่ะก็ พวกเราก็คงจะตายกันหมดแน่" ชายผิวขาวกล่าวตอบ ถึงแม้ว่าตอนนี้เขาจะยังรู้สึกไม่สบายใจก็ตาม แต่เขาก็ไม่กล้าฝืนคำสั่งขององค์กร แม้ว่าเบื้องหน้าจะมีกำแพงสูงตระหง่านตั้งขวางอยู่พวกเขายังจำเป็นต้องปีนข้ามมันไป พวกเขาทุกคนยังคงต้องเข้าไปในลานกว้าง และตรวจสอบทุกสิ่งทุกอย่างภายในนั้น

 ชายเคราดำรู้สึกโล่งใจ "ชายคนนั้นจากไปแล้ว แต่ก็ยังเหลือศพเอาไว้ พวกเราจะไปตรวจสอบในเขตเมืองอานอี้ แล้วภารกิจของพวกเราก็จะเสร็จสิ้น หลังจากนั้นไปทำความสะอาดร่างกายและทำลายร่องรอยทั้งหมดแล้วค่อยพัก"

พวกเขาทำงานประเภทนี้มาหลายครั้งแล้วดังนั้นพวกเขาจึงคุ้นเคยกับงานประเภทนี้เป็นอย่างดี 

……

เขตภาคเหนือของประเทศอิตาลี มีเมืองที่ติดกับทะเลเอเดรียติกซึ่งถูกขนานนามว่า 'เมืองแห่งสายน้ำ' มนต์เสน่ห์แห่งอิตาลี เวนิสคือเมืองแห่งประวัติศาสตร์ที่แสนเนิ่นนานตั้งแต่โบราณเคยเป็นเมืองเจริญรุ่งเรืองสูงที่สุดในยุโรปตลอดมา ปัจจุบันยังคงหลงเหลืออาคารโบราณสถานมากมายที่ยังรอดมาจากยุคสงครามศตวรรษที่ 15 

ในเมืองเวนิส ยังคงหลงเหลือปราสาทอิฐสีแดงที่ดำรงอยู่มานับหลายร้อยปี ปราสาทแห่งนี้เป็นที่รู้จักกันในนาม 'ป้อมแดง' หรือในอีกชื่อ 'ป้อมโลหิต' ซึ่งเป็นที่อยู่ของบรรพบุรุษที่เก่าแก่ที่สุดของเรดเมย์น ภายใน 'ป้อมแดง' ยังคงมีห้องโถงมืด ซึ่งแขวนจอแอลซีดีขนาดยักษ์ไว้บนกำแพงควบคู่ไปกับแผนที่ ภายในห้องโถงมีชายหนุ่มผมน้ำตาลแดงสั้น และชายชราผมสีเงิน 

"คุณชายครับ องค์กรหัตถาทมิฬได้ส่งข้อความมาครับ พวกมันส่งมาว่า 'หมาป่า' ปรากฏตัวขึ้นที่เมืองอานอี้ มณฑลเจียงซู และผมเพิ่งส่งต่อข้อความนี้ให้กับ 'มรณะ' ครับ"

ชายหนุ่มผมสีน้ำตาลแดงสั้นที่มีดวงตาอันหนาวเหน็บกล่าว "การปรากฏตัวของหมาป่าคือความอัปยศของตระกูลเรดเมย์น แม้ว่าฉันจะต้องใช้เงินเท่าไหร่ ก็ต้องฆ่าเจ้าหมาป่านั่นให้เร็วที่สุด ก่อนที่พ่อของฉันจะรู้เรื่อง ฉันต้องรีบจบเรื่องนี้" "รับทราบครับ" ชายชราผมสีเงินพยักหน้าตอบ

ทันใดนั้นเสียงฝีเท้าก็เริ่มดังขึ้น ใบหน้าของชายหนุ่มผลน้ำตาลแดงก็ค่อยๆเปลี่ยนไป เขาเริ่มสังเกตเห็นชายวัยกลางคนผมสั้นน้ำตาลแดงที่มีหนวดเครากำลังเดินเข้ามา 

"พ่อ!" ชายหนุ่มผมน้ำตาลแดงสั้น โค้งคำนับแสดงความเคารพในทันที

"นายท่าน!" ชายชราผมเงินก็รีบโค้งคำนับแสดงความเคารพในทันทีเช่นกัน

สมาชิกทุกคนในตระกูลเรดเมย์น แม้แต่เด็กๆ ก็ล้วนแล้วแต่มีผมน้ำตาลแดง ชายวัยกลางคนผู้มีหนวดเคราคนนี้คือผู้มีอำนาจสูงสุดในตระกูล 'อเล็กซานเดอร์ เรดเมย์น'

อเล็กซานเดอร์มองลูกชายของเขาอย่างเย็นชา "แอมโบรส แกทำให้พ่อผิดหวังจริงๆ"

 

"พ่อ ผม...ผมจะพยายามแก้ปัญหานี้ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ครับ" เด็กหนุ่มผมน้ำตาลแดงทำได้เพียงแค่ก้มหน้าลง

"แก้ไขให้เร็วที่สุด? ฉันเริ่มสงสัยความสามารถในตัวแกแล้ว! ถ้าไม่ใช่เพราะเพื่อนของฉันมาบอกเรื่องนี้ให้รู้ ฉันคงจะไม่รู้ว่ามีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น" อเล็กซานเดอร์ยังคงกล่าวต่อ "จนถึงตอนนี้ พ่อเองก็ยังคงไม่เชื่อในข่าวที่เกิดขึ้น แอมโบรสลูกพ่อ อธิบายเรื่องทั้งหมดให้พ่อฟังอย่างละเอียดตั้งแต่ต้นจนจบที"

 ชายที่ถูกเรียกว่า 'แอมโบรส' เงยหน้าขึ้นและเดินตรงไปยังหน้าคอมพิวเตอร์ "พ่อ เรื่องนี้มันเกิดขึ้นเพราะชายที่ถูกขนานนามว่า 'หมาป่า' " หลังจากกล่าวจบเขาก็ปล่อยหมัดสู่แป้นพิมพ์ หลังจากนั้นภาพจำนวนมากก็ปรากฏขึ้นบนจอแอลซีดีที่ติดอยู่บนฝาผนัง รวมทั้งข้อความและข่าวอีกมากมาย

 "เมื่อ 20 ปีก่อน พวกเราได้ส่งองค์กรสีชาดออกไปเพื่อรวบรวมเด็กที่มีศักยภาพทางร่างกายที่ดีจำนวนกว่า 360 คน รวมถึง 'หมาป่า' ตามประวัติที่ถูกบันทึก 'หมาป่า' คือเด็กคนจีนอายุ 7 ขวบ หลังจากที่พวกเราคัดกรองในรอบแรกเสร็จสิ้น เด็กจาก 360 คนก็เหลือเพียงแค่ 113 คนที่รอดชีวิต และเขาก็เป็นหนึ่งในนั้น"

 อเล็กซานเดอร์ ยังคงอ่านคำอธิบายที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอ องค์กรนักฆ่าจะสรรหาสมาชิกใหม่เป็นประจำทุกปีโดยอาศัยการคัดกรองที่โหดเหี้ยม มีเพียงแค่อยู่รอดหรือว่าตายเท่านั้นไม่มีทางเลือกอื่น

 "จำนวนเด็ก 113 คนที่เหลือรอดถูกส่งไปฝึกที่ค่ายไซบีเรีย วันเวลาผ่านไปอีก 3 ปี ผู้เหลือรอดเหลือเพียงอีกแค่ 38 คน ซึ่งเขาก็ยังคงเป็นหนึ่งในผู้เหลือรอด และได้รับฉายานามว่า ‘หมาป่า’ "

"พวกเราได้ส่งเด็กทั้ง 38 คนไปให้คุณเถิงคัดเลือก และคุณเถิงก็ได้คัดเลือกไป 4 คน ซึ่ง ’หมาป่า’ ก็เป็นหนึ่งในนั้น  6 ปีต่อมา เมื่อ ‘หมาป่า’ อายุ 16 ปี เขาก็ถูกส่งตัวกลับไปยังองค์กรสีชาด 'หมาป่า' และ ‘แมว’ เป็นนักฆ่าที่แข็งแกร่งที่สุดในบรรดา 4 นักฆ่า และพวกเขาก็ทำภารกิจสำเร็จมามากมาย"

 "ในช่วงคริสต์มาสที่ผ่านมา ผมได้รับการร้องขอให้ปฏิบัติการระดับ SS ซึ่งเป็นภารกิจที่มีมูลค่าประมาณ 300 ล้านดอลลาร์" ชายหนุ่มผมแดง 'แอมโบรส' กล่าวด้วยน้ำเสียงที่เบาลง "ตลอด 20 ปีที่ผ่านมาขององค์กรสีชาดไม่เคยสำเร็จภารกิจ SS เลย แต่ถ้าหากพวกเราทำสำเร็จครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เราจะได้รับรางวัล 300 ล้านดอลลาร์ แต่เรายังสามารถรื้อฟื้นชื่อเสียงขององค์กรสีชาดได้ นั่นเป็นเหตุผลที่ผมต้องการงานนี้"

"ลูกฉัน แกบ้ายิ่งกว่า 'หมาป่า' เสียอีก" อเล็กซานเดอร์กล่าว "ภารกิจระดับ SS คือภารกิจที่ซับซ้อนที่สุดในบรรดาภารกิจระดับสูงทั้งหมดของโลก มันจึงเป็นเรื่องปกติที่องค์กรสีชาดจะทำไม่สำเร็จ แม้ว่ามันจะสำเร็จก็ตาม แต่พวกเราก็ต้องใช้ค่าใช้จ่ายในการแลกเปลี่ยนที่สูงมาก"

"ผู้จัดการระดับสูงทั้ง 8 คนจากองค์กรรวมกันวางแผนชั้นเลิศ พวกเขาทุ่มเทความพยายามจำนวนมากลงไป และสุดท้ายพวกเขาตัดสินใจเลือกที่จะใช้ 'หมาป่า' และ 'แมว' เป็นเหยื่อล่อเพื่อให้งานนี้สำเร็จ!" ชายหนุ่มผมแดงกล่าวว่า

"ในความคิดเห็นของผม 'หมาป่า' และ 'แมว' เป็นเพียงนักฆ่าระดับ A ตลอดชีวิตของพวกเขาคนเหล่านี้จะสามารถสร้างรายได้ให้กับองค์กรประมาณ 100 ล้านเหรียญดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม ถ้าหากเราเสียสละพวกเขา ไม่เพียงแต่เราจะได้รับเงินกลับมา 300 ล้านดอลลาร์ ยังได้ฟื้นฟูความห้าวหาญขององค์กรสีชาดได้อีก แล้วมันจะมีเหตุผลอะไรที่เราจะไม่ทำมัน?"

 

"อืม!" อเล็กซานเดอร์หัวเราะเยาะ " แล้วเป็นไงล่ะ ผลลัพธ์ที่ออกมามันคงเลวร้ายมากสินะ"

 "ถูกต้องครับพ่อ" ชายหนุ่มผมแดงถึงกับถอนหายใจอย่างรุนแรง "ผมไม่เคยคิดเลยว่า...ผมเพียงแค่ไม่อยากจะเชื่อว่านักฆ่ามืออาชีพอย่าง 'หมาป่า' ผู้ซึ่งทำงานมามากมายและสำเร็จหลายภารกิจเพื่อองค์กร จะสามารถซ่อนพลังที่น่าประหลาดใจไว้ได้!" ชายหนุ่มผมแดงยังคงสูดลมหายใจอย่างหนักหน่วง

 "ความแข็งแกร่งของเขานั้นอยู่ไกลเกินกว่าระดับ A!"

 "เมื่อคำบัญชาขององค์กรส่งพวกเขาไปเสี่ยงตายโดยใช้เป็นเหยื่อล่อ รหัสนาม 'แมว' ถึงแก่ความตาย แต่ 'หมาป่า'ยังคงมีชีวิตอยู่ เมื่อเขารู้ว่าเพื่อนที่ดีที่สุดอย่าง 'แมว' ได้ตายจากไป หมาป่าจึงหิวกระหายความแก้แค้นอย่างบ้าคลั่ง เขากลับไปสำนักงานใหญ่ขององค์กรสีชาดเพียงลำพังและสังหารทุกคนที่นั่น!"

 สีหน้าของอเล็กซานเดอร์เปลี่ยนไปเมื่อได้ยินเรื่องราวทั้งหมด ต่อสู้กับนักฆ่าทั้งหมดในสำนักงานใหญ่สำเร็จได้ด้วยตัวคนเดียว นี่มันบ้าเกินไปแล้ว! แม้แต่ผู้ทรงพลังอำนาจสูงสุดในตระกูลยังรู้สึกประทับใจกับความบ้าคลั่งของนักฆ่าผู้นี้

 " 'หมาป่า' ได้ใช้ชีวิตของเขาอยู่ในสำนักงานใหญ่องค์กรสีชาดถึง 12 ปี เขาจึงคุ้นเคยกับที่นั่นเป็นอย่างดี เขา...แอบเข้าไปอย่างเงียบๆ และสังหารนักฆ่าระดับ A 2 คน และครึ่งหนึ่งของนักฆ่าระดับ B 52 คนก็ถูกสังหาร จากนั้นเขาก็ได้เข้าไปสังหาร 7 ใน 8 ผู้บริหารระดับสูงขององค์กรสีชาด และตอนนั้นพวกเราก็เริ่มตระหนักถึงสิ่งที่เกิดขึ้น เขาเริ่มแสดงพลังอันน่าเหลือเชื่อออกมา เขาต่อสู้กับนักฆ่าระดับ A 2 คน เขาเริ่มแสดงความสามารถที่อยู่ไกลเกินกว่าความแข็งแกร่งของระดับ A และในไม่ช้าทั้งสองคนก็ถูกสังหาร จนสุดท้ายชีวิตของผู้บริหารระดับสูงคนสุดท้ายก็จบสิ้นลง"

 "ต่อมา เขาก็ได้เอาชนะในการต่อสู้กับนักฆ่าจากระดับ B อีกกว่า 20 คน แม้มันจะทำให้เขาเองจะได้รับบาดเจ็บ แต่นักฆ่าไม่ว่าจะเป็นระดับ A หรือ B ทั้งหมดขององค์กรก็ถูกสังหารจนสิ้นซากแล้ว"

 สีหน้าของอเล็กซานเดอร์ถึงกับซีดเผือด "ต่อสู้กับนักฆ่าระดับ B มากกว่า 20 คน?" อเล็กซานเดอร์รู้สึกว่านี่มันเป็นเรื่องเหลือเชื่อ ในการต่อสู้กับนักฆ่าระดับ A 2 คน เขาอาจจะมีโอกาสชนะ แต่การที่เขาจะต้องต่อสู้กับนักฆ่าระดับ B มากกว่า 20 คนพร้อมกัน เป็นเรื่องที่ทำให้เขาถึงกับตกตะลึงยิ่งกว่า นักฆ่าที่แข็งแกร่งกว่า 20 คนไม่น่าจะพ่ายแพ้ได้

 "เขาจะต้องเป็นนักฆ่าที่อยู่ในระดับ S หรือมากกว่านั้นเป็นอย่างน้อย!" อเล็กซานเดอร์ตัดสินจากเรื่องราวทั้งหมด

"ใช่แล้วครับ องค์กร 'หัตถาทมิฬ' จึงปรับระดับของ 'หมาป่า' ขึ้นเป็นนักฆ่าระดับ S ซึ่งหากนับรวม 'หมาป่า' และคนอื่นทั่วทุกมุมโลกคงจะมีอยู่ประมาณ 50 คน" ชายหนุ่มผมแดงแอมโบรสถอนหายใจ "ถ้าผมรู้ล่วงหน้าได้ คงจะไม่ทำแบบนั้นแน่ นักฆ่าระดับ S คือขุมทรัพย์มูลค่าพันล้านดอลลาร์ ผมก็คงไม่เอามันไปแลกกลับเศษเงินเพียงแค่ 300 ล้านดอลลาร์ และนี่คงเป็นหนึ่งในนักฆ่าระดับ S ที่ปรากฏขึ้นท่ามกลางคนหนึ่งพันล้านคน ซึ่งไม่ได้นับรวมนักฆ่าที่ซ่อนตัวเองเอาไว้ อย่างไรก็ตาม ความจริงเหล่านี้ช่วยให้ผมรู้ว่าเขามีค่าแค่ไหน"

องค์กรสีชาดในช่วงทศวรรษที่ผ่านมาไม่เคยปรากฏตัวนักฆ่าระดับ S เลย อีกครั้งความแตกต่างระหว่างนักฆ่าระดับ S กับนักฆ่าที่ไม่ได้อยู่ในระดับ S นั้นก็แตกต่างกันมากเกินไป

"หลังจากการแก้แค้นของเขาสำเร็จ เขาก็เริ่มหลบหนีไปจากสำนักงานใหญ่องค์กรสีชาดในไซบีเรีย ผมได้ขอความร่วมมือกับองค์กรหัตถาทมิฬที่จะดำเนินการขอความร่วมมือพิเศษเพื่อเป้าหมายในการสังหารเขา"

"อย่างไรก็ตาม 'หมาป่า' ดูเหมือนจะทรงพลังอย่างแท้จริง"

 

"จากรัสเซีย เขาค้นพบเส้นทางหลบหนีที่เส้นแบ่งแยกดินแดนจีน-โซเวียต เขามุ่งไปทางทิศตะวันออกของอาณาจักรโบราณในมณฑลเฮย์หลงเจียง และหลังจากนั้นพวกเราก็ไม่เจอร่องรอยของเขาอีกเลย ในเมืองโบราณของภาคตะวันออกประเทศจีนล้วนเต็มไปด้วยชาวจีนจำนวนมาก การที่จะตามหาชายชาวจีนสักคนหนึ่งจึงเป็นเรื่องที่ยากอย่างยิ่ง และไม่นานมานี้ องค์กร 'หัตถาทมิฬ' ดูเหมือนจะได้พบกับ 'หมาป่า' ซึ่งดูเหมือนเขาจะอยู่ที่เขตปกครองของมณฑลเจียงซู" 

หลังจากผ่านการพูดคุยระยะหนึ่ง สีหน้าของชายหนุ่มผมแดงแอมโบรสค่อนข้างจะไม่ดีนัก

"นี่คงเป็นนักฆ่าชั้นเลิศ และเขาก็ควรจะเป็นเขี้ยวเล็บที่แข็งแกร่งของตระกูลเรดเมย์น..." อเล็กซานเดอร์ถอนหายใจเสียงดัง  หลังจากได้ยินประสบการณ์ต่างๆของนักฆ่าคนนี้ เขายังคงรู้สึกชื่นชมในตัวของคนที่ถูกเรียกรหัสว่า 'หมาป่า' อย่างไรก็ตาม องค์กรนักฆ่าที่ถูกขับเคลื่อนโดยตระกูลเรดเมย์นได้ถูกผู้ทรยศภายในองค์กรบางคนโจมตีส่งผลให้องค์กรทั้งองค์กรถูกทำลาย! "นี่คงเป็นเรื่องที่ตลกร้ายที่สุดในโลกที่มืดมิด หลายศตวรรษแล้วที่โลกแห่งความมืดมีแต่จะเจออะไรแบบนี้!!"

 ชายหนุ่มผมแดง 'แอมโบรส' ยังคงลดศีรษะลง มันคงเป็นเพราะความอัปยศ องค์กรที่ทรงอำนาจกลับถูกทำลายลงเพียงเพราะความแค้นของคนทรยศ มันเป็นเรื่องที่ไม่น่าเชื่อ ตระกูลเรดเมย์นที่ยืนยาวหลาย 100 ปี กลับต้องมาพบเจอกับความอัปยศอดสูมากมายถึงเพียงนี้ "สังหารมันซะ จะต้องไม่มีใครหน้าไหนกล้าท้าทายฉันอีก" เสียงของอเล็กซานเดอร์ทุ้มต่ำลงเฉกเช่นเดียวกับความโกรธที่กำลังปะทุขึ้นอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

 

devc-1b3c75c7-32954The Nine Cauldrons นักฆ่าข้ามพิภพ: Chapter002 ตอนที่ 2