The Nine Cauldrons นักฆ่าข้ามพิภพ: Chapter008 ตอนที่ 8
ตอนที่ 8 - ศักยภาพที่ซ่อนเร้น
บนถนนทางหลวง รถยนต์ออดี้เอ 6 กำลังวิ่งตรงไปทางทิศเหนือ ภายในรถมีคนนั่งอยู่ 2 คน คนหนึ่งคือคนขับส่วนอีกคนหนึ่งเป็นชายอายุประมาณ 30 ปีนั่งอยู่เบาะหลัง ใบหน้าของเขาหน้าตาคล้ายคลึงกับเถิงชิงซาน
"กริ๊งง กริ๊งง..." เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น
ชายร่างสูงนำโทรศัพท์ออกมา "ว่าไง พี่หยาง เกิดอะไรขึ้น?"
จากนั้นใบหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปในทันที "ว่าอะไรนะ?"
"มันเป็นไปได้ยังไง!" ชายร่างสูงกำลังรู้สึกว่าเรื่องนี้มันเป็นเรื่องที่ไม่น่าเชื่อ
"ดี ฉันเข้าใจแล้ว!" เขาพยักหน้าขณะกล่าวออกมา "ฉันจะรีบกลับไปเมืองหยางโจว ตกลง!"
"จงวางใจเสียเถอะ พี่ชายหยาง ถึงแม้ว่าพี่จะรู้จักความสามารถของฉันดี แต่ฉันก็จะไม่ประมาท ฉันจะไม่เอาชีวิตพี่น้องของฉันมาเป็นเรื่องตลก โอเค ฉันเข้าใจ!"
หลังจากกล่าวจบชายร่างสูงที่ชื่อว่า "ชินฮง" ก็กดวางสาย
"พี่ชายชิน เกิดอะไรขึ้นอย่างนั้นเหรอ?" คนขับรถถามขึ้น
"เกิดเหตุการณ์ไม่ดีขึ้นภายในเมืองหยางโจวของเราดูเหมือนว่าเหตุการณ์จะเกี่ยวข้องกับพวกโลกทมิฬ" ชินฮงกล่าวตอบด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น
"มีอะไรเกิดขึ้นเหรอ?" คนขับรถถามต่อ
ชินฮงจึงตอบด้วยการลงรายละเอียด "เมื่อ 2 วันก่อน นักฆ่าจากโลกทมิฬระดับ S สองคน 'พลแม่นปืน' มากาซะวะและ 'อากาศยานวินาศภัย' โดลกรอฟโกรฟ ดูเหมือนทั้งสองคนต้องการจะไปสังหารนักฆ่าระดับ S ที่มีฉายาว่า 'หมาป่า' ในสงครามนี้นักฆ่าที่แข็งแกร่งระดับ S ถึง 3 คนเข้าร่วม แต่ผลลัพธ์คือ 'หมาป่า' ได้สังหาร 2 คนที่เหลือจนหมด
"อะไรนะ!" คนขับรถตะโกนออกมา "นี่เขาแข็งแกร่งขนาดไหนกันเนี่ย?"
"นี่คงทำให้พวกองค์กรใต้ดินพวกนั้นบรรจุเขาเข้าเป็นนักฆ่าระดับ S และบางทีเขาก็จะแข็งแกร่งจนกลายเป็นนักฆ่าระดับ SS แล้วก็เป็นได้" ชิงฮงตอบกลับ
"พระเจ้า มีนักฆ่าระดับนี้อยู่ในเมืองหยางโจว ไม่เท่ากับว่ามีชายในร่างระเบิดนิวเคลียร์เดินอยู่ในเมืองอย่างนั้นเหรอ?" คนขับรถพูดด้วยความตกใจ
ไม่ว่าจะเป็นระดับ S หรือระดับ SS พวกเขาก็ไม่อาจต่อสู้กับคนเหล่านั้นได้
"ฉันคงมีปัญหาแล้วล่ะ องค์กรใต้ดินเหล่านี้มีนักฆ่าระดับ SS อยู่ด้วยกันทั้งหมด 8 คน แต่ละคนก้าวข้ามขีดจำกัดของมนุษย์ไปแล้ว กระสุนปืนและอาวุธต่างๆ ล้วนไม่ได้ผล แม้ว่าพวกมันจะเป็นสิ่งของที่มีประสิทธิภาพ แต่คนเหล่านั้นมีความเร็วและมีปฏิกิริยาตอบสนองอันน่าเหลือเชื่อ…เพียงแค่พวกมันขยับแขนขึ้น พวกมันก็สามารถฆ่าเราได้ในพริบตา"
ชินฮงเข้าใจความหมายของคนที่อยู่ในระดับ SS อย่างชัดเจน
ถ้าหากจะกล่าวว่านักฆ่าระดับ S คือขีดจำกัดสูงสุดของมนุษย์ ถ้าหากพวกมันก่อความวิบัติภายในเมืองคงเปรียบได้กับกองกำลังทหารระดับพิเศษซึ่งก็คงไม่เกินความจริง แต่สำหรับนักฆ่าระดับ SS พวกมันมีร่างกายที่เกินขอบเขตของมนุษย์ซึ่งอยู่บนตำแหน่งสูงสุดของห่วงโซ่อาหารของโลกและถูกขนานนามว่า ‘มนุษย์นิวเคลียร์’
เมื่อเกิดความสงสัยว่านักฆ่าระดับ SS ที่อยู่ในเมืองหยางโจว คือเมืองที่ชินฮงได้ดูแลทีมปฏิบัติการพิเศษอยู่ มันจึงทำให้ทีมของพวกเขากลัวว่าจะถูกสังหารก่อนถึงจะได้ลั่นไกปืนเสียอีก
พวกเขาไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกันเลย ความแตกต่างมันใหญ่เกินไป!
"พี่ชิน พวกเราควรทำยังไงดี?" คนขับรถกล่าวด้วยความเป็นห่วง
"จะทำอะไรได้ล่ะ?" ชินฮงสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พร้อมทั้งกล่าวต่อไปว่า "มันคือหมาป่า ในฐานข้อมูลของพวกเราบอกว่า เขาคือชาวจีน และคาดการณ์ว่าพลังจะต้องเทียบเท่านักฆ่าระดับ SS การที่จะหยุดเขาคงจะก่อให้เกิดความสูญเสียมากมาย ถ้าหากเขายังอยู่ในเมืองหยางโจว ถ้าหากเราหาตัวเขาเจอก็คงทำได้เพียงแค่เฝ้าดูและเลือกที่จะไม่ไปยุ่มย่ามให้ต้องเกิดความไม่พอใจต่อกัน"
คนขับรถพยักหน้า
"หืออ?"
ชินฮงถึงกับตัวแข็งทื่อขณะจ้องมองหน้าจอโทรศัพท์ด้วยสายตาที่งุนงง โทรศัพท์ของเขาคือสมบัติของกรมการปกครองพิเศษประจำสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติ ดังนั้นข้อความที่เขาได้รับจึงเป็นข้อความที่ถ่ายทอดโดยตรงจากกระทรวง
"ฮะ!!!" ใบหน้าของชินฮงซีดเผือดในทันที
"เกิดอะไรขึ้น?" คนขับรถเองก็ถามด้วยความรู้สึกสงสัย
"เมืองหยางโจวของพวกเรากลายเป็นศูนย์กลางขององค์กรใต้ดินแล้ว" หน้าผากของชินฮงปรากฏเม็ดเหงื่อขนาดใหญ่มากมาย
"เป็นไปได้ยังไง?" คนขับรถถามด้วยความเป็นห่วง
"ที่กระทรวงได้ส่งข้อมูลใหม่มา ดูเหมือนว่าในตอนนี้ตระกูลเรดเมย์นจะทุ่มงบไม่อั้น พวกเขาได้เชื้อเชิญ 'มหาราชาตรีมูรติ' มาทำภารกิจให้สำเร็จ ดูเหมือนว่า 2 ใน 3 มหาราชา ฉายา 'พระวิษณุ' และ 'พระศิวะ' จะเดินทางมาเพื่อสังหาร 'หมาป่า' ชินฮงรู้สึกตกใจในเรื่องนี้มาก
คนขับเองก็ตกใจไม่แพ้กัน หัวใจของเขากำลังสั่นระรัว
นักฆ่าระดับ SS ในโลกนี้มีทั้งหมด 8 คน ซึ่งองค์กรมหาราชาตรีมูรติได้ครอบครองนักฆ่าระดับ SS ด้วยกันทั้งหมด 3 คน ซึ่งแต่ละคนมีฉายาว่า 'พระพรหม' 'พระวิษณุ' และ 'พระศิวะ' ซึ่งในความจริงชื่อทั้งสามนั้นก็คือพระนามของมหาเทพผู้เป็นเจ้าผู้ซึ่งครอบครองพลังสูงสุดในตำนานอินเดีย ซึ่งชื่อเหล่านี้เป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางในองค์กรใต้ดินทั้งหมด
แต่ชื่อจริงของคนเหล่านี้ยังไม่เคยได้ถูกเปิดเผย
"2 ใน 3 ถึงกับเดินทางมา นี่เป็นสิ่งที่พวกเราไม่อาจคาดถึง" ชินฮงขมวดคิ้ว
.......
ภายในโลกแห่งความมืด ชาวจีนมีทุกหนแห่งเนื่องด้วยเป็นประเทศขนาดใหญ่ จากนักฆ่าระดับ SS ที่มีทั้งหมด 8 คน มีถึง 3 คนที่มาจากประเทศจีน ในขณะเดียวกันปรมาจารย์สิงอี้เองก็เป็นนักฆ่าระดับ SS ที่หาตัวยากในประเทศนี้
ดังนั้นนักฆ่าระดับสูงในโลกมืดจึงกล่าวได้ว่าเมืองจีนนั้นเป็นเมืองที่เก่าแก่และยังเป็นอาณาจักรวิเศษ ซึ่งทำให้ในความคิดของพวกเขามักจะแสดงความเคารพในประเทศแห่งนี้
เช่นเดียวกับองค์กรสีชาด ที่ได้เชิญชวนให้ปรมาจารย์สิงอี้ 'เถิงโปเล่ย' มาเป็นคนสอนเหล่านักฆ่า แม้ว่าจะต้องทำด้วยเหตุผลบางประการแต่เขาก็เลือกที่จะสอนคนจีน และทำให้พวกเขากลายเป็นลูกศิษย์ของตน
"พี่ชายชิน การที่นักฆ่าระดับ SS มาที่นี่ถึง 2 คนเพื่อสังหารอีกคนหนึ่ง ถ้าหากพวกมันตายไปทั้งหมดก็คงจะดี แต่ถ้าหากพวกมันดึงชาวเมืองเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย ทุกสิ่งทุกอย่างต้องพินาศแน่!" คนขับรถกล่าวอย่างเป็นห่วง
"ในตอนนี้ภัยอันตรายได้ย่างกรายเข้ามาแล้ว พวกเราพร้อมที่จะสละชีพของตนเพื่อปกป้องไม่ให้พวกมันต้องทำให้ชาวเมืองเดือนร้อน" ชินฮงถอนหายใจ "แต่อย่าได้กังวลเลย! พวกมันคงไม่คิดสังหารชาวเมืองหรอก สิ่งที่พวกเราทำได้ในตอนนี้ก็คือการรอ รอและหวังว่าพวกมันจะออกจากเมืองของเราอย่างเร็วที่สุด"
คนขับรถพยักหน้า
......
การรับมือกับนักฆ่าระดับ SS ถ้าหากไม่จำเป็น รัฐบาลก็คงไม่คิดจะไปยุ่มย่าม แต่ถ้าหากรัฐบาลตัดสินใจที่จะรับมือกับพวกมัน แน่นอนว่าพวกเขาจะต้องทุ่มสุดกำลัง เพื่อสังหารพวกมันทั้งหมดซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนกว่าพวกมันจะสูญสิ้นไป
ตระกูลเรดเมย์นรู้พลังอำนาจที่แท้จริงของเถิงชิงซานอย่างชัดเจนแล้วในวันนี้ พวกเขาเริ่มกลัว จึงทำให้เป็นเหตุผลว่าทำไมพวกเขาจึงเชิญให้องค์กรมหาราชาตรีมูรติเข้ามาทำภารกิจ
"ภายใน 3 วัน เหล่าสมาชิกในกลุ่มปฏิบัติการพิเศษ จะเข้ามารวมตัวกันที่ศูนย์กลางของเมืองหยางโจว" ชินฮงกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ดูลึกซึ้ง
ขณะที่ทั้งสองคนยังคงสนทนากัน รถก็ได้ออกจากถนนทางหลวงและตรงไปยังเมืองหยางโจว
"รูปภาพของหมาป่า กลุ่มมหาราชาตรีมูรติทั้งสองคน ไม่ว่าจะเป็นพระวิษณุ พระศิวะ รวมถึงข้อมูลอื่นๆ ถูกส่งไปยังโทรศัพท์ของนายแล้ว ต้องระมัดระวังให้รอบคอบ เผื่อว่าจะเจอพวกมัน" ชินฮงเตือน
ชายหนุ่มคนขับรถเปิดโทรศัพท์พร้อมทั้งมองดูข้อมูล "ฉันไม่เคยเห็นทั้ง 3 คนเลย แต่ว่าเจ้าหมาป่าคนนี้ดูมีความคล้ายคลึงกับพี่ชายชินฮง"
"ใช่ ฉันรู้สึกว่ามันเป็นแบบนั้น" ชินฮงมองภาพในโทรศัพท์
นั่นคือใบหน้าของเถิงชิงซาน
......
แม้ว่าก่อนหน้านี้ สงครามที่เกิดขึ้นจะทำให้องค์กรใต้ดินเกิดการสั่นสะเทือน แม้กระทั่งตัวของเถิงชิงซานเองทุกคนก็ต่างคิดว่าเขากลายเป็นนักฆ่าระดับ SS แต่ในตอนนี้เถิงชิงซานยังคงเลือกอาศัยอยู่อย่างสันโดษในเขตชานเมืองหยางโจวอยู่ห่างไกลจากผู้คนทั่วไปตัดขาดการรับรู้ข่าวสาร เขายังคงนั่งสมาธิเพื่อพักฟื้นอย่างสงบ และฝึกฝนกำลังภายในอย่างหนัก
ในลานกว้างอันเงียบสงบ เถิงชิงซานในชุดกางเกงขายาว กำลังฝึกซ้อม ‘เคล็ดวิชาสิงอี้สามผสานกาย’ อยู่
‘สามผสานกาย’ คือพื้นฐานของเพลงมวยสิงอี้เฉวียน มีคนเคยกล่าวไว้ว่า "ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเกิดจากกายาสามส่วน" เมื่อมุ่งมั่นขึ้นเป็นปรมาจารย์ต้องทำการฝึกฝนพื้นฐาน เมื่อบรรลุระดับสุดยอดปรมาจารย์ ยิ่งต้องปฏิบัติฝึกฝนพื้นฐานซ้ำไปซ้ำมาเพื่อให้เกิดประสบการณ์ ดังนั้นการเคลื่อนไหวทั้ง 3 ส่วนจึงเป็นเรื่องพื้นฐานและเหมาะสมต่อคนที่ได้รับบาดเจ็บหนักอย่างเถิงชิงซาน
เคลื่อนไหวทีละท่วงท่า เถิงชิงซานยังคงบรรจงเติมเต็มช่องว่างส่วนที่เหลือ และเพลิดเพลินกับท่วงท่าที่แสนงดงาม
ถ้าหากเส้นเอ็นและกระดูกได้รับบาดเจ็บ อาจต้องใช้เวลากว่า 100 วันเพื่อให้ร่างกายฟื้นคืน โดยปกติคนทั่วไปจะใช้เวลา 3 เดือนในการบรรเทาอาการบาดเจ็บ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเป็นการบาดเจ็บที่กระดูก การรักษาก็ย่อมต้องลำบาก แต่สำหรับเถิงชิงซานผู้ซึ่งก้าวขึ้นสู่ประตูแห่งปรมาจารย์ ครอบครองร่างกายที่สูงกว่าคนปกติ ดังนั้นการรักษาและควบคุมพลังในร่างกายจึงเป็นเรื่องที่ง่ายอย่างไม่น่าเชื่อ
ผนวกกับการฝึกฝน ‘ร่างกาย 3 ส่วน’ พร้อมกับการฝึกลมหายใจในทุกๆ วัน ยิ่งทำให้อัตราการฟื้นคืนของร่างกายสูงยิ่งขึ้น มันจะช่วยรักษากล้ามเนื้อที่ถูกฉีกขาดและแผลที่หน้าท้องด้วยความเร็วที่น่าประหลาดใจ
21 วันต่อมา
"ฉันต้องหลบซ่อนเป็นเวลาหลายวันเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บและฝึกฝนอีกครั้ง ฉันยังไม่ได้ไปที่ใจกลางเมืองหยางโจว ตอนนี้ชิงเจียงจะกลับมาหรือยังนะ" เถิงชิงซานพูดกับตัวเอง
เถิงชิงซานไม่ใช่คนโง่ เนื่องจากอาการบาดเจ็บทำให้เขาไม่อาจต่อกรกับนักฆ่าบ้าเลือดคนอื่นได้ ดังนั้นเขาจึงเลือกที่จะหลบ แม้ว่า ‘องค์กรใต้ดิน’ จะมีความสามารถที่น่ากลัว แต่เถิงชิงซานที่พยายามหลบซ่อนอยู่ภายในที่พักอาศัยจึงทำให้การหาตัวเขาไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
"หลังจากการฝึกฝนกว่า 21 วัน ในที่สุดฉันก็สามารถควบคุมเส้นชีพจรทุกเส้นได้แล้ว ฉันสามารถโคจรกำลังภายในและส่งมันไปได้ทั่วร่างกายแล้ว" รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้า
ในการต่อสู้กับมากาซะวะและโดลกรอฟโกรฟ การที่เขาได้ใช้ 'เพลงหมัดพยัคฆ์' มันทำให้เถิงชิงซานสัมผัสได้ถึงพลังขั้นปรมาจารย์ เวลา 21 วันแห่งการพักฟื้นพร้อมกับการฝึกฝนที่มุ่งมั่น ทำให้สภาพร่างกายของเขาดีขึ้น อุปสรรคสุดท้ายถูกทำลายและไม่มีอะไรจะสามารถกีดขวางเส้นลมปราณทั้งหมดได้อีก กำลังภายในจึงสามารถผสานกลายเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายได้อย่างสมบูรณ์
ในตอนนี้เถิงชิงซานก้าวขึ้นสู่ระดับขั้นปรมาจารย์อย่างแท้จริง
......
ในร่างกายมนุษย์ ประกอบขึ้นจากปราณ เส้นลมปราณทั้ง 12 และเส้นลมปราณย่อยอีกมากมาย การฝึกฝนสิงอี้จะทำให้เส้นลมปราณทุกส่วนของร่างกายเปิดออกดูดซับปราณในอากาศและเชื่อมต่อเส้นลมปราณแต่ละเส้นของร่างกาย กระบวนการเหล่านี้จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้พละกำลังของเขาเพิ่มขึ้นอย่างมาก
"ปรมาจารย์ยังไงก็ยังคงเป็นปรมาจารย์ กำลังภายในที่เพิ่มพูนถึงขีดสุดทำให้เข้าสู่พลังขั้นสูง แม้ว่าพลังในร่างกายจะเพิ่มพูนขึ้นมาเพียงแค่ 20-30% แต่ความสามารถที่แท้จริงนั้นเพิ่มพูนขึ้นหลายเท่า" เถิงชิงซานรู้ดีว่าการจะก้าวขึ้นสู่ระดับขั้นสูงย่อมต้องเป็นเรื่องอันตราย เพราะพลังที่ถูกใช้ออกมานั้นย่อมต้องอันตรายเช่นกัน
ร่างกายคนเราก็เหมือนโรงจ่ายไฟ 1 กำปั้นมีพลังกว่า 1 ตัน แต่เมื่อก้าวขึ้นสู่ระดับปรมาจารย์จะไม่สามารถแสดงพลังที่แท้จริงได้ถึง 34 ตัน