Memory of Tomorrow วันพรุ่งนี้ในความทรงจำ: Chapter008 ตอนที่ 8
บทที่ 8 ชะตาลิขิต (1)
“ปล่อยฉันนะ ปล่อยฉัน…” อี้เป่ยซีลุกพรวดขึ้นจากเตียงขึ้นนั่ง เหงื่อซึมบางๆ อยู่บนหน้าผาก ที่แท้ก็ฝันร้ายนี่เอง เธอกอดตัวเองไว้ นึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นที่เมือง A นึกถึงผู้ชายที่มีประพฤติกรรมชั่วร้ายและเย่อหยิ่งคนนั้น
‘ทำไมต้องฝันถึงเขาด้วย น่าผิดหวังจริงๆ’ เธอคิดพลางก็เช็ดปากรุนแรงๆ รอยปากแตกตอนนี้ตกสะเก็ดแล้ว ทั้งๆ ที่ผ่านไปแล้วหลายวัน สัมผัสในตอนนั้นก็ยังคงชัดเจนในหัวของเธอ อี้เป่ยซีม้วนผมอย่างหงุดหงิด ช่างเถอะ ไปอาบน้ำดีกว่า
เธอเปิดม่านหน้าต่าง แสงแดดลอดผ่านหน้าต่างที่ใสสะอาด สาดส่องอยู่บนใบหน้าของอี้เป่ยซีอย่างสงบ เธอบิดขี้เกียจ รู้สึกสบายตัวมาก หลังจากเก็บเตียงอย่างว่องไวแล้วก็ไปที่ห้องข้างๆ เพื่อหาอี้เป่ยเฉิน ทั้งบ้านนี้ราวกับว่ายังไม่มีใครตื่นและกำลังดื่มด่ำอยู่ในความเงียบสงบยามค่ำคืน
ไม่มีใครเลย เธอเดินย่องเข้าไปด้านข้างห้องอ่านหนังสือ ผลักประตูเบาๆ ก็เห็นอี้เป่ยเฉินนอนฟุบอยู่บนโต๊ะ หน้าจอคอมพิวเตอร์ยังคงสว่างอยู่ คงเพิ่งจะหลับไปล่ะมั้ง
อี้เป่ยซีนั่งลงข้างๆ เขาอย่างน่าเอ็นดู เกาะขอบโต๊ะมองดูเขา หน้าของอี้เป่ยเฉินหันมาทางเธอพอดีี เธอยื่นมือลูบผ่านใบหน้าอย่างระมัดระวัง ในใจอี้เป่ยเฉินรู้สึกเหมือนถูกกรงเล็บของลูกแมวข่วนเบาๆ เขาอี้เป่ยเฉินลืมตาขึ้นทันใด
“หืม?” เสียงที่อ่อนเพลียมากอู้อี้อยู่ในจมูกเล็กน้อย อี้เป่ยซีรู้สึกว่าจู่ๆ ใจก็เต้นแรง
เธอชักมือกลับอย่างเขินอาย พร้อมส่ายหัว “ไม่มีอะไร เมื่อคืนพี่ไม่ได้นอนทั้งคืนเลยเหรอ” เธอเหลือบมองแก้วกาแฟที่อยู่ข้างเขา
“วันนี้ทำไมตื่นเช้าจัง นอนไม่หลับเหรอ”
อี้เป่ยซีนึกถึงความฝันเมื่อเช้า ก้มหน้าละอายใจเล็กน้อย “หา เปล่าหรอก เปล่าเลยก็แค่เมื่อวานนอนเยอะไปหน่อย”
“พี่ไปเก็บของก่อน แล้วจะออกไปเป็นเพื่อนเธอ” เขาพูดพลางลุกขึ้น
อี้เป่ยซีคว้าแขนของเขาไว้ พูดว่า “นี่ หา ฉันยังง่วงอยู่เลย ฉันจะไปงีบต่ออีกหน่อย เดี๋ยวค่อยไปเถอะ” อี้เป่ยเฉินเห็นสายตาวิงวอนของเธอ ก็บีบจมูกเธอตอบตกลงแล้ว ทั้งสองคนออกจากห้องอ่านหนังสือด้วยกัน
อี้เป่ยซีนอนอยู่บนเตียง มองดูโทรศัพท์มือถือแต่ก็ไม่รู้ว่าอยากจะทำอะไร เปิดเว็ปไซด์เว็บไซต์ดูข่าวเรื่อยเปื่อย บางทีอาจเป็นเพราะฤดูหนาว จึงยอมแพ้เตียงอุ่นๆ และผล็อยหลับไปโดยไม่รู้ตัว ในฝันเธอยังรู้สึกเลือนลางเลือนรางว่ามีคนห่มผ้าให้เธอ เธอพอพลิกตัวไปมาก็หลับต่อไปแล้ว ได้ยินเสียงใครบางคนถอนหายใจเบาๆ อย่างมีความสุข
เมื่อลืมตาตื่นอีกครั้ง แสงแดดข้างนอกงดงามเป็นอย่างยิ่ง อี้เป่ยซีเข้าห้องของเขาเหมือนก่อนหน้านี้ เมื่อเปิดประตูก็เห็นท่อนล่างของอี้เป่ยเฉินนุ่งผ้าขนหนูผืนเดียวหันหลังให้ประตู ครั้นได้ยินเสียงเปิดประตูเขาก็หันมา บนแผงอกที่แข็งแรงยังคงมีหยดน้ำใสดุจคริสตัล มันไหลลงมาตามลายเส้นของกล้ามเนื้อ ก่อนจะหายไปในขอบผ้าขนหนูสีขาว อี้เป่ยซีแอบกลืนน้ำลาย ใบหน้าร้อนผ่าว รีบละสายตาหนีทันที
อี้เป่ยเฉินเห็นท่าทางของเธอก็หัวเราะน้อยๆ แล้วยื่นไดร์เป่าผมในมือใส่มือเธอให้ เธอก้มหน้าทำหน้ามุ่ย ไม่ได้พูดอะไร และช่วยเขาเป่าผมอย่างคล่องแคล่ว มือน้อยๆ ที่อ่อนนุ่มไร้กระดูกสัมผัสอยู่บนผมอุ่นๆ เป็นครั้งคราว ในใจของอี้เป่ยเฉินก็บีบตัวแน่นอยู่ครู่หนึ่ง
“พี่ พวกเราไม่ไปข้างนอกได้รึเปล่า” อี้เป่ยซีกระพริบกะพริบดวงตาที่กลมโตสวยงาม มีความออดอ้อนอยู่ในน้ำเสียง
“ซีซีไม่อยากออกไปข้างนอกกับพี่เหรอ?”
“เปล่าๆๆ” เธอรีบปฏิเสธ “ฉันก็แค่... ฉันก็แค่ไม่ชอบ ข้างนอกหนาวออกขนาดนั้น” เธอวางไดร์เป่าผมในมือลง นั่งข้างเขาแล้วพูดขึ้น
อี้เป่ยเฉินรู้ดีว่าเธอกังวลอะไร เขากอดเธอแล้วปลอบประโลม
“ไม่เป็นไรหรอก พวกเราไม่ได้ไปไกล เธออย่าคิดมากได้รึเปล่า”
“แต่ว่า…”
“พี่ชายไม่มีค่าพอที่เธอจะเชื่อใจแล้วเหรอ?”
“เปล่า ฉันก็แค่…” เสียงเธอสั่นเครือเล็กน้อย อี้เป่ยซีกัดริมฝีปากอย่างน้อยใจ เมื่อเงยหน้าเห็นความแน่วแน่ในสายตาเขา ถึงพยักหน้าเล็กน้อย เดินเอื่อยเฉื่อยกลับไปเก็บของที่ห้อง
เมื่อไรเธอจึงถึงจะสามารถเดินออกมาจากมันได้อย่างสมบูรณ์ ความสงสารในแววตาของอี้เป่ยเฉิน มีทั้งความรู้สึกผิดและความการกล่าวโทษจางๆ เล็กน้อยปะปนอยู่ด้วยกัน เขาสูดหายใจลึก ข่มอารมณ์ในแววตาตัวเองเอาไว้
เขาเปิดม่านหน้าต่าง บนพื้นยังมีหิมะสีขาวโพลนหลงเหลืออยู่ มันส่องสะท้อนแสงสดใสเป็นพิเศษภายใต้แสงแดดอบอุ่น แสงแดดคลอเคลียอยู่ที่มุมปากเขาด้วย วันนี้เป็นวันดีที่จะออกไปข้างนอกกัน แสงแดดก็คลอเคลียอยู่ที่มุมปากด้วย…
------------