Memory of Tomorrow วันพรุ่งนี้ในความทรงจำ: Chapter003 ตอนที่ 3
บทที่ 3 เขาชอบเธอ (3)
เช้าตรู่ หิมะตกลงในเมือง B อย่างช้าๆ ไม่เหมือนเมือง A ที่ถูกหิมะปกคลุมทั่วทุกพื้นที่ เกล็ดหิมะนำมาซึ่งความรู้สึกโรแมนติกและเด็ดเดี่ยว อีกทั้งยังทำให้ใจไม่ค่อยอยู่กับเนื้อกับตัว หิมะสีขาวอันเล็กๆ น้อยๆ ร่วงลงมาจากฟากฟ้า
“ทำไมถึงเป็นพี่ล่ะ พี่เจี้ย” อี้เป่ยซีมองไปที่ด้านหลังของเขา คิดว่าบางทีเงาร่างที่คุ้นเคยอาจจะปรากฏสู่สายตาของเธอในวินาทีต่อมา มือน้อยๆ ที่กำไว้แน่นมีเหงื่อซึมบางๆ
“ไม่อยากให้เป็นพี่เหรอ?” เจี้ยรับกระเป๋าเดินทางของเธอมา ทั้งสองคนเดินเคียงข้างกันไป
เธอดึงสายตาตัวเองกลับ ส่ายศีรษะอย่างผิดหวังเล็กน้อย “เปล่านี่”
“เป่ยซี ปากเธอเป็นอะไร”
อี้เป่ยซีกัดปากตัวเอง ทำเป็นพูดอย่างไม่ใส่ใจว่า “ไม่มีอะไร แค่อากาศแห้งไปหน่อย”
เจี้ยพยักหน้า จัดวางกระเป๋าอย่างว่องไว ลูบๆ หัวเธอด้วยความเอ็นดู “โตขนาดนี้แล้ว ยังไม่รู้จักดูแลตัวเองดีๆ อีก”
“พี่เป่ยเฉิน ไม่มาจริงเหรอ?”
“เมื่อวานทำให้เขาโกรธขนาดนั้น ยังอยากจะให้เขามารับเธออีกเหรอ?”
“ฉันก็ไม่ได้ตั้งใจ ฉันก็แค่…” อี้เป่ยซีกัดปากตัวเองอย่างน้อยเนื้อต่ำใจ คิ้วขมวดเข้าหากันเล็กน้อย ดวงตาที่แจ่มชัดเจือปนความเศร้าโศกที่ต่างออกไป กลิ่นไอกลิ่นอายของความทุกข์ใจแผ่ออกมาเจือจาง แม้เพียงเล็กน้อยแต่ก็ยังบีบหัวใจคน
บางทีความโศกเศร้าที่หลงเหลือจากผ่านกาลเวลาและคอยเข่นฆ่าผู้คนเช่นนี้ต่างหากคือสิ่งที่ทำให้คนเราเสียใจทุกข์ใจที่สุด แม้มันจะเบาบางและปรากฏตัวเป็นบางครั้ง ก็ยังคงวนเวียนในหัวใจไม่จากไปไหน และค่อยๆ กลายเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายเรา ในขณะที่เรากำลังยิ้มหรือกำลังครุ่นคิด มันจะลงมือในฉับพลัน หมดหนทางหลบซ่อน…
“เป่ยซี พอแล้ว อย่าคิดเลย” มือของเจี้ยโบกไปมาด้านหน้าเธอ ทำให้เธอดึงความคิดกลับมา อี้เป่ยซีพยักหน้าอย่างเหม่อลอย
“ฉันรู้น่า พี่เจี้ย” รอยยิ้มบนบางเผยบนใบหน้าของเธอ ราวกับพระอาทิตย์ในฤดูหนาว มีความกระจ่างใสที่ส่องสว่างได้ทั่วทั้งท้องฟ้าาแต่กลับไม่มีความอบอุ่นใดๆ เธอสูดหายใจลึก เหมือนกับว่าได้ตัดสินใจบางอย่างที่ยิ่งใหญ่ จากนั้นก้าวเข้าไปในรถ
อี้เป่ยซีหันหน้ามองนอกหน้าต่าง ถนนที่ผู้คนบางตาดูเย็นเยือกเย็นเป็นพิเศษ เกล็ดหิมะถูกลมพัดหมุนอยู่กลางอากาศ รถทำให้อาคารเบื้องหน้าเคลื่อนที่ไปข้างหลังอย่างรวดเร็วและแน่วแน่มั่นคง มันผ่านไปแล้วอี้เป่ยซี ไม่ว่าจะเป็นใครก็ไม่กลับมาอีกแล้ว เธอหัวเราะเยาะตัวเอง พิงอยู่ข้างหน้าต่างอย่างอ่อนล้า รู้สึกเหนื่อยอยู่บ้างจริงๆ
เจี้ยมองดูท่าทางของอี้เป่ยซีจากกระจกมองหลัง รู้สึกปวดใจเล็กน้อย จึงเปิดเพลงโปรดของเธอในอดีต ทำนองคลาสสิกคเรียบง่ายดังขึ้นภายในรถ น้ำเสียงชวนเยียวยาผ่อนคลายของนักร้องบรรเทาความเศร้าโศกเมื่อครู่ทีละน้อยๆ อี้เป่ยซีหลับตาลง สะลึมสะลือและเคลิ้มหลับเข้าสู่ความฝัน
รถขับมาด้วยความเร็วสูง และมาหยุดอยู่ในวิลล่าของเขตชานเมือง
“หลับไปแล้ว” ชายหนุ่มที่สวมชุดลำลองคนหนึ่งเดินออกมา ก้าวเท้าอย่างรีบเร่ง เขาอุ้มเธอออกมาอย่างระมัดระวัง ใบหน้ามีความสุขราวกับได้ของที่หายไปกลับคืน
“นายไม่ได้ไป เขาไม่มีความสุขเอาซะเลย” เจี้ยยิ้มเอ่ย
“เขาไม่เป็นไรใช่ไหม”
“ยังปล่อยวางใจไม่ได้เท่าไร” เจี้ยนึกถึงความเศร้าโศกในดวงตาคู่สวยพลางที่สวยงามแล้วพูดเบาๆ อี้เป่ยเฉินเงียบไป มือออกแรงมากกว่าเดิมโดยไม่รู้ตัวจนคนในอ้อมแขนขยับกายตัวทำให้มือต้องออกแรงมากกว่าเดิมโดยไม่รู้ตัว
“พี่” เสียงที่ยังงัวเงียดังเข้ามาในหูของอี้เป่ยเฉิน นานแค่ไหนแล้วที่ไม่ได้ยินเธอเรียกเขาแบบนี้ มุมปากเขายกยิ้มน้อยๆ “อือ พี่อยู่นี่”
“งั้นฉันไม่รบกวนพวกนายแล้ว ฉันกลับก่อนนะ”
อี้เป่ยเฉินพยักหน้าให้ เจี้ยบอกลาพวกเขาสองคนเสร็จก็ขับรถจากไปแล้ว
“เป่ยซี” อี้เป่ยเฉินวางเธอลงบนโซฟา ยกมือขึ้นสัมผัสบาดแผลบนปากเธอแผ่วเบาๆ อี้เป่ยซีรู้สึกเพียงแค่มีคลื่นกระแสไฟฟ้าไหลมา สมองสติที่สับสนแจ่มชัดถูกปลุกให้ตื่นในฉับพลัน หูแดงระเรื่อเล็กน้อย
หลังจากผ่านไปเนิ่นนาน อี้เป่ยเฉินจึงค่อยดึงมือตัวเองกลับ “กินโจ๊กหน่อยเถอะ แล้วเดี๋ยวค่อยไปนอนต่อในห้อง” เขาหันหลังกลับมามองดูปลายนิ้วตัวเองด้วยความมึนงงเล็กน้อย รอยยิ้มกว้างกว่าเดิม
อี้เป่ยซีเธอคว้าหมอนอิงด้านข้างมากอดไว้ที่อยู่ถัดจากเธอและกอดไว้ในอ้อมแขน เพื่อสงบลมหายใจที่ข่มเอาไว้สุดกำลังเมื่อครู่ ริมฝีปากดูเหมือนว่ายังคงมีกลิ่นอายรสชาติสดชื่นจากร่างกายตัวเขา อี้เป่ยซี... เธอนี่ช่างไม่สงบเสงี่ยมเอาซะเลย
เธอรู้สึกหงุดหงิดใจ ช่างไม่ได้เรื่องจริงๆ แค่เขาโดนตัวนิดเดียวหน้าก็ร้อนผ่าวขนาดนี้…อี้เป่ยซีนอนแผ่อยู่บนโซฟาอย่างหมดท่าชัดเจน เหมือนแมวขี้เกียจคร้านตัวหนึ่ง
เมื่อกลิ่นหอมจางๆ จากห้องครัวลอยวนเวียนอยู่ในอากาศ อี้เป่ยซีจึงถึงรู้สึกว่าในท้องว่างเปล่า เธอลุกขึ้นนั่งอย่างอึดอัด มองคนที่เดินเข้ามาด้วยอาการอย่างน้อยใจรู้สึกผิด
“เสร็จแล้ว ระวังร้อนนะ”
อี้เป่ยซีรับถ้วยมา กินโจ๊กที่หอมหวานอย่างจริงจังทีละคำๆ จนหมด และแอบมองอีเป่ยเฉินที่ทำงานอยู่ข้างตัวเองเป็นครั้งคราว แสงพลบค่ำเลือนลางอ่อนจางสาดส่องบนตัวเขา ทำให้เกิดแสงรัศมีเบาบาง ใบหน้าละเอียดอ่อนที่อยู่ใต้แสงอาทิตย์ยิ่งดูอบอุ่นกว่าเดิม แขนเสื้อถูกดึงขึ้นเล็กน้อยจากการตอนทำอาหารเมื่อครู่ เส้นเลือดสีเขียวปรากฏให้เห็นจางๆ
อี้เป่ยเฉินรู้สึกได้ถึงสายตาของเธอ ทำงานในมือต่อไปอย่างอารมณ์ดี รู้สึกว่าทั้งโลกได้ถูกเติมเต็มอีกครั้ง เขาชอบเธอ และรู้ตัวมาโดยตลอด…
------------