สตรีอย่างข้าน่ะหรือ คือขันที?!: Chapter 039 ตอนที่ 39
ตอนที่ 39 ความจู้จี้ของพญายม
อาหารที่หลากหลายทำให้คนที่เห็นจ้องตาไม่กระพริบ และยังทำให้เล่อเหยาเหยาที่มองอยู่น้ำลายไหล
อันที่จริงตั้งแต่เช้าตื่นนอนขึ้นมาเธอยังไม่ได้กินสิ่งใดเลย! ตอนนี้ท้องของเธอกำลังว่างเปล่าราวกับเมืองร้าง เมื่อเห็นอาหารที่น่าทานมากมายอยู่ตรงหน้า จึงส่งผลให้พยาธิในท้องของเธอตื่นขึ้นมา
แต่เล่อเหยาเหยาไม่กล้าเปิดเผยความคิดภายในใจของตนออกมามากเกินไป เพราะถึงอย่างไรด้านข้างโต๊ะไม้ทรงกลมนั้น ยังมีคนที่ยืนนิ่งราวกับรูปปั้นอยู่!
เห็นเพียงหัวหน้าขันทีลี่ยืนรออยู่ที่นี่ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ หลังจากเห็นเหลิ่งจวิ้นอวี๋เดินเข้ามา ก็รีบเรียกด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลสีหน้านอบน้อม
“ท่านอ๋องเมื่อคืนหลับสบายดีหรือไม่”
“อืม ก็ดี”
เมื่อได้ยินคำพูดของหัวหน้าขันทีลี่ เหลิ่งจวิ้นอวี๋จึงพยักหน้าเบาๆ พลันสะบัดชายเสื้อ ก่อนจะนั่งลงแล้วหยิบชามและตะเกียบขึ้นมากินอาหารเช้า
เล่อเหยาเหยาเห็นเช่นนั้น จึงยืนอยู่ด้านข้างออกไปห่างๆ
อันที่จริงตอนนี้เขากำลังกินอาหาร ซึ่งไม่เกี่ยวข้องอะไรกับเธอแล้ว พร้อมทั้งตอนนี้เธอก็รู้สึกหิวมาก กลัวว่าถ้าเดินเข้าไปใกล้ เมื่อได้กลิ่นหอมของอาหารที่ส่งกลิ่นเย้ายวน จนอดทำเรื่องที่น่าอับอายออกมาไม่ได้
ดังนั้นเมื่อเล่อเหยาเหยายืนอยู่ด้านข้างเงียบๆ พลันก็รู้สึกเบื่อหน่าย สายตาจึงสอดส่องไปมาทั่วทุกแห่งตั้งแต่ทิศตะวันออกจนถึงทิศตะวันตก พิจารณาสภาพแวดล้อมที่อยู่รอบด้านทั้งสี่ทิศ
จนกระทั่งมีเสียง ‘ปัง’ ที่กึกก้องดังขึ้น จนทำให้เล่อเหยาเหยารู้สึกเย็นยะเยือกในใจ จิตใจที่ลอยปลิวไปพลันกลับคืนมา จากนั้นจึงมองไปที่ต้นเสียงนั้น
เห็นเพียงเหลิ่งจวิ้นอวี๋วางตะเกียบและชามลง ด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทำให้คนที่มองไม่อาจล่วงรู้ความคิดของเขา
เมื่อมองไปยังอาหารตรงหน้าของเขาอีกครั้ง ไม่ได้กินเข้าไปเลย กลับชิมไปเล็กน้อยเพียงคำเดียวเท่านั้น
เมื่อเห็นเช่นนั้น หัวหน้าขันทีลี่ที่อยู่ด้านข้างพลันเดินเข้าไป เอ่ยถามอย่างใส่ใจว่า
“ท่านอ๋อง อาหารวันนี้ไม่ถูกปากหรือ”
“อืม”
เมื่อได้ยินคำพูดของหัวหน้าขันทีลี่ เหลิ่งจวิ้นอวี๋เพียงใช้มือจับผ้าเช็ดหน้าที่สวยงามเช็ดที่มุมปาก พร้อมกับขานรับเสียงเบา
เมื่อได้ยินคำพูดของเขา แล้วมองไปยังอาหารที่ถูกชิมเพียงคำเดียวบนโต๊ะที่อยู่ตรงหน้า เล่อเหยาเหยาแทบจะกระโดดเข้าไปด่าทอคนเข้าแล้ว
ชายผู้นี้ช่างสิ้นเปลืองเสียจริง!
เขาเพียงคนเดียว กลับทำอาหารเช้าออกมากว่าสิบอย่าง อีกทั้งวัตุดิบของอาหารทุกจานล้วนชั้นดีมีราคาสูง รังนกหูฉลามอะไรพวกนี้ ถ้าเปลี่ยนเป็นคนธรรมดา ค่าอาหารมื้อนี้สามารถกินอยู่ได้หลายเดือนแน่นอน
แต่เขากลับไม่แตะอาหารพวกนี้เลยสักนิด เพียงพูดว่าไม่ถูกปาก ไม่รู้ว่ากระเพาะอาหารของเขาทำมาจากอะไร
ขณะที่เล่อเหยาเหยาวิพากษ์วิจารณ์และนินทาอยู่ในใจ สายตาก็เพ่งมองไปยังอาหารที่วางอยู่บนโต๊ะนั้น
ถ้าตอนนี้นำอาหารบนโต๊ะมาให้เธอกินจะดีขนาดไหนกัน
ขณะที่กำลังคิดอยู่ ก็ได้ยินเสียงของหัวหน้าขันทีลี่ดังขึ้นมาอีกครั้ง
“งั้นท่านอ๋องอยากเสวยอะไร บ่าวจะได้รีบสั่งการลงไป”
“อืม กินอะไรดีล่ะ”
เมื่อได้ยินคำพูดของหัวหน้าขันทีลี่ เหลิ่งจวิ้นอวี๋เพียงใช้มือข้างหนึ่งเท้าคาง ส่วนอีกมือที่เรียวยาววางพาดลงบนโต๊ะ พร้อมเคาะเป็นจังหวะเบาๆ คล้ายกำลังใช้ความคิดอยู่
หลังเงียบอยู่นาน จึงได้ยินเขาเอ่ยปากว่า
“วันนี้ข้าอยากกินพวกอาหารรสเปรี้ยวๆ เผ็ดๆ”
“ได้พ่ะย่ะค่ะ บ่าวจะรีบไปจัดการ!”
หัวหน้าขันทีลี่โค้งตัวลงหลังเอ่ยจบ ก่อนจะหมุนกายจากไปอย่างรวดเร็ว ผ่านไปไม่นานประตูด้านนอกก็มีเสียงฝีเท้าที่รีบร้อนดังเข้ามา
นอกจากเสียงฝีเท้าที่ดังเข้ามา ยังมีกลิ่นเปรี้ยวเผ็ดที่ทำให้คนน้ำลายไหลหิวจนท้องร้องขึ้นมา
มันคือปลาไนต้มผักดองเสฉวน!
เมื่อได้กลิ่นหอมนั้น แม้เล่อเหยาเหยาไม่ได้เห็น ก็ทราบดีว่าเป็นอาหารชนิดใด
ว่ากันจริงๆ แล้วตั้งแต่เล็กจนโตเธอชื่นชอบที่สุดคือสิ่งที่ทั้งเปรี้ยวทั้งเผ็ด กินร้อยรอบก็ไม่เบื่อ
.............................................................................