สตรีอย่างข้าน่ะหรือ คือขันที?!: Chapter 038 ตอนที่ 38
ตอนที่ 38 ทานอาหารเช้า
แต่นี่ไม่ควรโทษเธอ! เข็มขัดเส้นนี้ล้วนไม่มีสิ่งใดเลย เธอจะรู้ว่าใช้อย่างไรได้ที่ไหนกัน
ขณะที่บ่นอยู่ในใจ เล่อเหยาเหยายังก้มศีรษะลง สองมือขยำที่ชายเสื้อไม่หยุด ก่อนจะเอ่ยอย่างขลาดกลัวออกมาว่า
“คือ คือว่า ทำไม่ได้พ่ะย่ะค่ะ”
เล่อเหยาเหยาพูดความจริง อีกทั้งตอนนี้เธอไม่กล้ามองหน้าชายหนุ่มจริงๆ ในใจรู้สึกหวาดหวั่น กลัวจะทำให้ชายหนุ่มไม่พอใจ แล้วก็มีเสียง ‘ฉับๆ’ ดังขึ้น ศีรษะของเธอและร่างกายของเธอจะแยกออกจากกัน
อันที่จริงเสี่ยวมู่จื่อเคยพูดไว้ว่า ครั้งก่อนมีขันทีใหม่ที่เพิ่งเข้ามา เพราะทำถ้วยชาแตก จึงถูกพญายมตรงหน้านี้สังหารตาย ตอนนี้เธอไม่เพียงฉีกทำลายเสื้อผ้าของเขา และยังคาดเข็มขัดให้เขาผิด ไม่รู้ว่าเขาจะลงโทษเธอเช่นไร
ยิ่งคิด เล่อเหยาเหยายิ่งกังวลในใจ
อันที่จริงเธอก็กลัวตาย
ขณะที่เล่อเหยาเหยากำลังวิตกกังวลในใจกลัวถูกลงโทษ เหลิ่งจวิ้นอวี๋ที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอ เพียงยืนมองเธออย่างเย็นชา
ความจริงเมื่อครู่เขารู้สึกโมโหจริง เพราะท่านอ๋องผู้ยิ่งใหญ่เช่นเขา มีปมรูปผีเสื้ออยู่ที่ช่วงเอว ดูดีเช่นนั้นหรือ!
แต่เมื่อเขาเห็นขันทีน้อยตรงหน้า มองมาที่เขาด้วยสีหน้าท่าทางที่หวาดหวั่นใจและขลาดกลัว ในใจของเขาจึงอดที่จะอ่อนลงไม่ได้
ความคิดที่จะเอ่ยตะคอกออกไป ล้วนหยุดลงอยู่ในอก
เพราะขันทีน้อยที่อยู่ตรงหน้า ทำให้เขารู้สึกว่าคล้ายกระต่ายตัวน้อยที่ตื่นตกใจได้ง่าย ทั้งน่ารักและทำให้ผู้คนสงสารเห็นใจ
โดยเฉพาะเมื่อเธอใช้ดวงตากลมโตที่เหงาหงอยไร้เดียงสาแอบมองการเคลื่อนไหวของเขา แม้ตอนนี้เขาจะมีความเดือดดาลอย่างมาก ก็ยังมลายจางหายไปอย่างรวดเร็ว
สุดท้ายเหลิ่งจวิ้นอวี๋เพียงถอนใจออกมาเบาๆ พร้อมเอ่ยด้วยน้ำเสียงจนใจ
“เจ้าทำไม่ได้ เมื่อครู่ไยมิถามข้า”
“เอ่อ”
เมื่อได้ยินคำพูดของเหลิ่งจวิ้นอวี๋ เล่อเหยาเหยาเพียงกัดริมฝีปากล่างเบาๆ จากนั้นก็แอบมองใบหน้าหล่อเหลาด้านบนนั้นครู่หนึ่ง จึงเห็นภายในดวงตาของชายหนุ่มเต็มไปด้วยความจนใจ จึงทำให้เล่อเหยาเหยารู้สึกตะลึงบางส่วน
อันที่จริงเมื่อครู่เธอทำเรื่องผิดพลาดมากมายขนาดนั้น เพราะเหตุใดชายผู้นี้ถึงไม่ลงโทษเธอ บนใบหน้ากลับมีเพียงความจำใจ
เขาเป็นเช่นนี้ ดูเหมือนจะแตกต่างจากพญายมในข่าวลือบางส่วน
ขณะที่เล่อเหยาเหยากำลังสงสัยอยู่ในใจ พลันเห็นเหลิ่งจวิ้นอวี๋เอ่ยปากขึ้นอีกครั้ง
“ครั้งนี้ข้าจะไม่ถือสา วันนี้ข้าจะคาดเอง เจ้าดูให้ดี ครั้งต่อไปห้ามทำผิดอีก”
“พ่ะย่ะค่ะ”
เล่อเหยาเหยาขานรับเสียงเบา ส่วนทางด้านเหลิ่งจวิ้นอวี๋จึงเริ่มคาดเข็มขัดให้ตนเอง
อีกทั้งในตอนนี้เล่อเหยาเหยาจึงสังเกตเห็นว่ามือของชายหนุ่มนั้นงดงามอย่างมาก
นิ้วทั้งสิบเรียวยาว ข้อกระดูกเด่นชัด แม้กระทั่งเล็บมือล้วนตัดแต่งไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย คล้ายศิลปกรรมที่วางอยู่ในพิพิธภัณฑ์ศิลปะที่สวยงามอย่างยิ่ง
ท่าทางของชายหนุ่มดูสง่างามอย่างมาก ผ่านไปไม่นานเขาจึงคาดเข็มขัดเอาไว้อย่างแน่นหนา
“เห็นชัดแล้วใช่หรือไม่”
หลังจากคาดเข็มขัดเสร็จ และจัดระเบียบเสื้อผ้าบนร่างกายให้เรียบร้อยอีกครั้งแล้ว เขาจึงเอ่ยปากถามเล่อเหยาเหยา
“พ่ะย่ะค่ะ เห็นชัดแล้ว”
เล่อเหยาเหยาขานรับเสียงเบา แล้วจึงพบว่าตนนั้นช่างโง่เขลานัก การคาดเข็มขัดเส้นนั้นง่ายดายอย่างมาก เพียงคาดเบาๆ ก็เรียบร้อยแล้ว แต่ตนเองกลับทำไม่ได้
ขณะที่เล่อเหยาเหยากำลังเสียใจอยู่นั้น เหลิ่งจวิ้นอวี๋เพียงชำเลืองตามองเธอเล็กน้อย ก่อนที่จะหมุนตัวออกจากห้องไป เล่อเหยาเหยาเมื่อเห็นเช่นนั้นจึงเดินตามเขาออกไป
เพียงเลี้ยวออกจากห้องนอน ก็จะเป็นห้องโถงของตำหนักหย่าเฟิง
ห้องโถงของตำหนักหย่าเฟิงได้ตกแต่งไว้อย่างหรูหรา
พื้นด้านล่างเป็นอิฐสีเขียวคราม แวววาวกระทบสายตา ด้านบนปูด้วยพรมที่ถักทอเป็นรูปกลุ่มมังกรและคทาหยูอี้
มีม่านผ้าไหมที่บางเบาบนหน้าต่างทั้งสองด้าน บนโต๊ะไม้มะเกลือลายสลักริมหน้าต่างมีแจกันและเครื่องหยกหลากหลายประเภทที่มีค่าสูงถูกเช็ดถูอย่างสะอาดสะอ้านวางอยู่ เมื่อแสงแดดสาดส่องเข้ามา กลายเป็นแสงแวววาวที่แสนกลมกลืน
ตรงกลางโต๊ะไม้มะเกลือลายสลักทรงกลมขนาดใหญ่ มีอาหารเช้าที่น่าตาน่าทานกว่าสิบอย่างวางอยู่
เช่น โจ๊กรังนก หูฉลาม ปอเปี๊ยะทอด อาหารประเภทเกี๊ยวและของหวานหลากหลายชนิดที่ทำขึ้นมาอย่างประณีต
.............................................................................