สตรีอย่างข้าน่ะหรือ คือขันที?!

สตรีอย่างข้าน่ะหรือ คือขันที?!: Chapter 023 ตอนที่ 23

#23Chapter 023

ตอนที่ 23 การหยอกล้อของพญายม

แต่ว่า เขากลับให้บริวารนำธนูเดือนเสี้ยว ที่ปกติเขาไม่เคยใช้งาน คันนั้นออกมา

ธนูเดือนเสี้ยวคันนั้นเป็นธนูที่อาจารย์ของเขาสร้างขึ้นมา มอบให้กับเขา เพื่อใช้ประโยชน์ในตอนที่ศัตรูคุกคามคนที่สำคัญสำหรับตน ถึงให้หยิบมันออกมาใช้งาน

เพราะธนูเดือนเสี้ยวคันนี้สามารถจับความหวาดกลัวและความกลัวตายในใจของผู้อื่นได้

ถ้าคนที่ยืนอยู่นั้นไม่ขยับเคลื่อนไหว ธนูจันทร์เสี้ยวของเขาที่ยิงออกไปก็จะโดนเพียงความว่างเปล่า กลับกันถ้าคนผู้นั้นเห็นเขายิงธนูแล้วในใจเกิดความหวาดกลัวและกลัวตาย ต้องหลบไม่พ้นอย่างแน่นอน เพราะธนูจันทร์เสี้ยวนั้นสามารถเลี้ยวโค้งได้ ตอนนั้นจึงสามารถยิงตรงเข้าไปที่เป้าหมาย!

แต่ก่อนนี้ที่อาจารย์มอบธนูจันทร์เสี้ยวให้กับเขาได้กำชับเขาเป็นพิเศษว่า ธนูจันทร์เสี้ยวคันนี้ให้หยิบออกมาใช้เพียงช่วงที่สำคัญเท่านั้น มิฉะนั้นเมื่อมีคนทราบถึงประโยชน์ของธนูจันทร์เสี้ยวคันนี้ของเขาแล้ว จะไม่สามารถหลอกให้หลงกลได้อีก

ครั้งนั้นเขารับปากอาจารย์อย่างหนักแน่นว่าจะใช้ธนูจันทร์เสี้ยวคันนี้อย่างรอบคอบ

ไม่คิดเลยว่า เขากลับใช้ธนูจันทร์เสี้ยวนี้ตอนที่เจอขันทีน้อยผู้นี้เป็นครั้งแรก!

นี่มันเป็นเพราะเหตุใด!

ขณะนั้นไม่ได้คิดอะไร แต่ตอนนี้เมื่อนึกย้อนถึงเหตุการณ์ในตอนนั้น เหลิ่งจวิ้นอวี๋จึงอดที่จะประหลาดใจไม่ได้

คิดอยู่นานเหลิ่งจวิ้นอวี๋ก็คิดหาสาเหตุไม่ออก

แต่เขารู้เพียงว่าตนไม่อยากให้ขันทีน้อยที่อยู่ตรงหน้านี้ตายอย่างง่ายดายเช่นนั้นเลย!

หลังจากเรียกสติกลับมา เหลิ่งจวิ้นอวี๋จึงมองขันทีน้อยที่สูงเพียงหน้าอกของตนอย่างเงียบๆ พร้อมกับคิ้วที่งดงามนั้นก็ขมวดขึ้นเล็กน้อย

เพราะ ‘เขา’ ตัวเล็กมาก คล้ายตบเพียงหนึ่งฝ่ามือ ก็สามารถตบ ‘เขา’ ให้แบนได้ หรือว่า ‘เขา’ ไม่ได้กินข้าวเลยหรือ!

ขณะคิดอยู่ เหลิ่งจวิ้นอวี๋จึงพบว่าตอนนี้ขันทีน้อยนั้นยังคงมองเขาด้วยความตกตะลึง โดยที่ดวงตากลมโตคู่นั้นไม่กระพริบลงเลย

ท่าทางนั้นดูเหม่อลอย แต่กลับไม่ทิ้งความน่ารัก!

เมื่อคิดถึงตรงนี้ ในใจของเหลิ่งจวิ้นอวี๋จึงมีความคิดอยากเย้าแหย่ ‘เขา’ ขึ้นมา

สองเท้าของเขาจึงค่อยๆ ก้าวขึ้นไปด้านหน้า จากนั้นก็หยุดลงตรงด้านหน้าของขันทีน้อย ก่อนก้มตัวลง

เหลิ่งจวิ้นอวี๋รูปร่างมาตรฐาน แต่ร่างกายที่สูงกว่าหนึ่งร้อยแปดสิบเซนติเมตรที่ยืนอยู่ตรงหน้าเล่อเหยาเหยานั้น กลับทำให้เล่อเหยาเหยาดูตัวเล็กลงยิ่งขึ้น

และการเข้ามาใกล้ชิดของเขา ทำให้เล่อเหยาเหยาที่ตกตะลึงในความหล่อเหลาอยู่นั้นพลันได้สติกลับมา

เมื่อเห็นใบหน้าอันหล่อเหลาที่ผู้คนพากันรังเกียจนั้น อยู่ห่างจากตนเพียงหนึ่งนิ้วอย่างคาดไม่ถึง เธอจึงตกใจสั่นเทาไปทั่วร่าง ขนอ่อนตามตัวลุกชันขึ้นมา

“เอ่อ”

เล่อเหยาเหยาดวงตาเบิกกว้าง สิ่งแรกหลังจากที่รู้ตัวก็คือ คิดที่จะถอยหลังกระโดดออกไป แต่น่าเสียดายที่ด้านหลังของเธอคือโต๊ะที่ทำมาจากหิน เธอจึงหนีไม่ได้ เพราะฉะนั้นจึงทำได้เพียงค่อยๆ เอนตัวไปทางด้านหลัง ดึงใบหน้าของตนออกห่างจากพญายม

เมื่อเห็นเล่อเหยาเหยายามที่ใกล้ชิดกับตนมีปฏิกิริยาที่ตื่นตัวเช่นนี้ เหลิ่งจวิ้นอวี๋จึงอดขมวดคิ้วไม่ได้ ไม่ใช่เพราะเล่อเหยาเหยาต่อต้านเขา แต่เป็นการที่อยากหนีออกห่างจากเขา

ตรงกันข้าม เล่อเหยาเหยายิ่งเอนกายไปทางด้านหลัง ร่างกายของเขาก็ยิ่งโน้มตัวลงมา เพื่อรักษาระยะห่างหนึ่งนิ้วจากใบหน้าเล็กเล็กของเล่อเหยาเหยาที่เต็มไปด้วยความวิตกกังวลตลอดเวลา

ในค่ำคืนที่ทิวทัศน์รื่นรมย์ ที่นี่ควรเป็นคู่รักที่ออกมาเที่ยวเล่นก่อนพระจันทร์จะลับหายไป เป็นโอกาสที่ดีในการตกหลุมรัก

แต่ภายในศาลาหยกขาวที่ประณีตงดงาม รอบด้านกลับสงบนิ่งหากมีเข็มที่ตกลงบนพื้นก็สามารถได้ยินเสียง

อีกทั้งสองคนในศาลาก็มีท่าทางที่แปลกประหลาดอย่างมาก

เห็นเพียงชายหนุ่มสวมใส่ชุดสีขาว รูปร่างสูงใหญ่ โน้มตัวเข้าหาขันทีตัวเล็กที่เอนกายไปด้านหลัง

และขันทีน้อยผู้นั้นก็มีท่าทางที่ประหลาดอย่างมาก เอนกายไปด้านหลังจนแทบจะกลายเป็นตัวอักษร ‘ซี’ แล้ว ทำให้คนที่เห็นล้วนประหลาดใจ

พลางคิดในใจว่าเอวเล็กอันบอบบางของขันทีน้อยผู้นั้น จะทนรับได้และขาดลงไปหรือไม่

..........................................................................

devc-af530e87-33711สตรีอย่างข้าน่ะหรือ คือขันที?!: Chapter 023 ตอนที่ 23