สวินหยาง ยอดหญิงไร้พ่าย

สวินหยาง ยอดหญิงไร้พ่าย: ภาค 1 บทที่ 13 นัดพบกลางหุบเขา ตอนที่ 13

#13ภาค 1 บทที่ 13 นัดพบกลางหุบเขา

บทที่ 13 นัดพบกลางหุบเขา

“ท่านหญิง!” ชิงหลัวครางเสียงต่ำ ยังไม่ทันจะเข้าไปขวาง ฉู่สวินหยางก็วิ่งออกไปนอกกระโจม ทันเรียกจูหยวนซานที่ยังเดินไปได้ไม่ไกล แล้วถามตรงประเด็นว่า “คนที่ส่งยามาล่ะ?”

จูหยวนซานถูกท่าทีร้อนเป็นไฟทำเอาตกใจไปทีหนึ่ง หลังจากอึ้งไปสักพักก็ตอบว่า “ของนั่น ทหารที่เฝ้าประตูตะวันออกเป็นคนส่งมาขอรับ ส่วนคน...ก็น่าจะอยู่ตรงนั้นกระมัง”

ชิงหลัวตามมาอยู่ด้านหลัง รีบนำเสื้อคลุมกันลมในมือคลุมไหล่ให้กับฉู่สวินหยาง

ฉู่สวินหยางใช้ความคิดอยู่ครู่เดียวก็กระชับขวดสองใบที่อยู่ในมือ วิ่งไปยังทิศทางของประตูค่าย

ชิงหลัวยังถูกลงโทษอยู่ไม่กล้าตามออกไปโดยพลการ จูหยวนซานเองไม่กล้าประมาท จึงรีบร้อนตามหลังไป

ตอนที่ฉู่สวินหยางวิ่งไปถึงประตูค่าย ตรงนั้นยังคงเหมือนปกติทุกๆ วัน มีเพียงทหารกลุ่มหนึ่งเดินลาดตระเวนไปมา

ครั้นเห็นว่านางมาถึง ทุกคนต่างตื่นตัวกันเต็มที่ รีบทำความเคารพ “คารวะท่านหญิง!”

เพราะว่าเมื่อวานปล่อยให้ท่านหญิงออกจากค่ายไปโดยพลการ ท่านหัวหน้าจึงได้รับโทษเป็นไม้กระบองห้าไม้

“อืม!” ฉู่สวินหยางไม่มีเวลาสนใจพวกเขา เดินผ่านแนวกั้นประตูออกไปวนเวียนแถวๆ ถนนหน้าประตูค่าย มองซ้ายมองขวา แผ่นดินกว้างขวางไกลโพ้น ว่างเปล่าไร้เงาคน

“ก่อนหน้านี้มิใช่ว่ามีคนมาส่งของให้ท่านหญิงหรอกรึ? คนเล่า?” จูหยวนซานถาม

“ไปแล้วขอรับ” ทหารผู้นั้นตอบ “ให้ของแล้วก็จากไปเลย”

ไล่ตามคนไม่สำเร็จ ในใจของฉู่สวินหยางค่อนข้างผิดหวังอยู่บ้าง หันศีรษะกลับมาถาม “คนมีลักษณะเช่นไร?”

“เป็นแม่นางผู้หนึ่ง อายุประมาณแค่สิบสองสิบสามปีเท่านั้นขอรับ” ทหารผู้นั่นส่ายศีรษะไปมา นึกอย่างละเอียดถี่ถ้วน แล้วค่อยกล่าวอีกว่า “ตอนที่นางมาฟ้ายังไม่สว่างนัก รูปร่างหน้าตาโดยละเอียดข้านึกไม่ออกแล้ว แต่ก็ถือว่าเกิดมางดงามไม่น้อย”

“เป็นแม่นางน้อยหรือ?” ฉู่สวินหยางรำพึง “นอกจากทิ้งยาไว้สองขวดแล้ว นางยังพูดอะไรอีกหรือไม่?”

“ไม่ขอรับ ก็แค่ทิ้งของไว้ บอกว่าฝากให้ท่านหญิงขอรับ” ทหารผู้นั้นตอบ คิดเล็กน้อยแล้วลองถามว่า “แต่ว่าแม่นางผู้นั้นเพิ่งจากไปได้ไม่นาน หากท่านหญิงต้องการพบ ข้าจะไปตามคนกลับมาให้ท่านเดี๋ยวนี้เลยขอรับ”

“ไม่จำเป็น” ฉู่สวินหยางส่ายหน้า ยกมือห้ามเขา

เมื่อชาติก่อน แม้นางกับเหยียนหลิงจวินจะไม่เคยมีปฏิสัมพันธ์ต่อกัน แต่นิสัยของคนผู้นั้นก็ยังพอมองออกส่วนหนึ่ง ในเมื่อเขาไม่ได้ให้คนทิ้งคำพูดไว้ นั่นก็คือไม่มีคำที่อยากจะพูด ดังนั้นตามไปก็ไม่มีประโยชน์อะไร

แต่ตอนนี้นางเริ่มจะอยากรู้ฐานะของเหยียนหลิงจวินเข้าจริงๆ เสียแล้ว

แน่นอนว่า นี่เป็นเพียงแค่ความสนใจใคร่รู้ก็เท่านั้น

คิดได้ดังนั้น ฉู่สวินหยางจึงสั่งจูหยวนซานว่า “ท่านพ่อยุ่งเรื่องกองทัพอยู่ เรื่องนี้ไม่ต้องรายงานให้ท่านรู้เป็นพิเศษหรอก”

“ขอรับ!” จูหยวนซานไตร่ตรอง คิดว่านี่ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร ถึงได้ผงกหน้าช้าๆ รับคำ

ฉู่สวินหยางเก็บขวดยาแล้วกลับไปที่กระโจมของตน

ต่อมาอีกหลายวัน ทางหนานหัวยังมีเรื่องวุ่นวายสาหัส เริ่มที่ลูกน้องเก่าผู้ภักดีต่อเฉิงหนานเอินฉวยโอกาสลอบสังหารหรงเสี่ยนหยางแต่ถูกจับตัวไว้ได้ จากนั้นมีข่าวเรื่องหลานชายของหรงเสี่ยนหยางนามว่าหรงเวยเกิดอุบัติเหตุตกม้าตาย ขณะที่หรงเสี่ยนหยางปรับปรุงบัญชีกองทัพใหม่ทั้งหมด ก็จับได้ว่าเฉิงหนานเอินฉ้อโกงเงินกองทัพไปซื้อเสบียงอาหารที่ขึ้นราเน่าเสีย เป็นหลักฐานว่านำของไม่ดีมาสวมรอย นอกจากนั้นในกองทัพยังลากโยงเรื่องหมกเม็ดมากมายมาเกี่ยวข้อง กองทัพหนานหัวทั้งกองสับสนอลวนไปหมด จึงได้แขวนป้ายงดสงครามเสียดื้อๆ ปิดค่ายสะสางกิจการภายใน

สถานการณ์โดยละเอียดของทางนั้นฉู่สวินหยางไม่ค่อยชัดเจน สองสามวันมานี้ฉู่ฉีเฟิงละฉู่อี้อันหมุนเวียนผัดเปลี่ยนกันมาเยี่ยมนาง คอยเฝ้าให้นางรักษาตัวอยู่แต่ในกระโจม

ยาที่เหยียนหลิงจวินส่งมาให้เป็นยาที่ยอดเยี่ยมโดยแท้ ระยะเวลาสั้นๆ เพียงห้าวันเท่านั้น ปากแผลก็ปิดสนิทแล้ว อีกทั้งยังฟื้นฟูได้อย่างรวดเร็ว บริเวณโดยรอบที่บวมแดงอักเสบก็กลับคืนสู่สภาพปกติ ทำให้ชิงเถิงที่รับผิดชอบพันแผลใส่ยาให้นางรู้สึกยินดีอย่างยิ่ง

“หากอาการดีขึ้นเช่นนี้เรื่อยๆ เมื่อแผลหายแล้วคงไม่ทิ้งรอยแผลเป็นไว้แน่เจ้าค่ะ” หลายวันนี้ตอนที่เปลี่ยนผ้าพันแผล สีหน้าของชิงเถิงมีแต่ความดีใจ แต่ครั้นเขย่าขวดยาที่อยู่ในมือก็กลับมาทำหน้าบูดบึ้ง แล้วเอ่ยว่า “คนผู้นั้นก็ตระหนี่เหลือเกิน ในเมื่อส่งยามาให้ท่านหญิงแล้วก็ควรจะใจกว้างเสียหน่อย ปริมาณที่เหลืออยู่นี้อย่างมากก็คงใช้ต่อได้อีกแค่สองวัน แต่ว่าบาดแผลของท่านหญิงต่อให้หายเร็วอย่างไร อย่างน้อยก็ต้องใช้ถึงครึ่งเดือนนะเจ้าคะ”

“รับของเขามาก็อย่าตำหนิเขา เจ้าคงเคยได้ยินกระมัง” ฉู่สวินหยางถลึงตาดุนางทีหนึ่ง “ของส่งมาให้ไม่คิดเงิน เจ้ายังจะกะเกณฑ์อย่างโน้นอย่างนี้ พูดอย่างกับว่าผู้อื่นติดค้างอะไรเจ้าอย่างนั้นแหละ”

“ข้าก็แค่ร้อนใจแทนท่านหญิง” ชิงเถิงกลอกตา ตาสวยหลุบต่ำ “ตอนนี้ท่านหญิงไม่คิดว่ามันสำคัญ ครั้นผ่านไปปีสองปี หลังจากแต่งให้ราชบุตรเขยไปแล้ว ค่อยมารู้สึกร้อนใจก็สายเกินไปแล้วเจ้าค่ะ”

“พูดเหลวไหลอะไร หากถึงเข้าหูนายท่านเข้า ระวังลิ้นของเจ้าให้ดีเถอะ” ชิงหลัวเพิ่งจะเดินเข้ามาจากด้านนอน พอได้ยินก็ชักหน้าเย็นชาใส่

ชิงเถิงกับชิงหลัวล้วนเป็นสาวใช้ประจำตัวของฉู่สวินหยาง ทั้งคู่อายุเท่ากันกับนาง ชิงหลัวรูปโฉมธรรมดา เป็นคนพูดน้อย ติดตามอยู่ข้างกายฉู่สวินหยางได้ไม่ถึงสองปี ความจริงนางเป็นองครักษ์ลับที่ท่านพ่อจัดวางไว้ข้างกายนาง ส่วนชิงเถิงนั้นโตมากับนางตั้งแต่เด็ก ใบหน้ารูปไข่งดงามโดดเด่น นางโตเร็ว รูปร่างเห็นเป็นส่วนเว้าส่วนโค้งชัดเจน ตรงตามตำราโฉมงามทุกประการ

ชาติก่อนหลังจากที่พี่ชายนางเกิดเรื่อง เพื่อที่จะประคับประคองหน้าตาของวังบูรพา ฉู่สวินหยางจึงขันอาสามาป้องกันชายแดนอยู่ที่นี่ เดิมคิดจะทิ้งสาวใช้ทั้งสองไว้ที่เมืองหลวง มอบหมายหน้าที่ใหม่ให้พวกนาง แต่พวกนางดื้อรั้นอย่างไรก็ไม่ยอม จนได้ติดตามนางมาอยู่ในสถานที่แร้นแค้นห่างไกลอย่างไม่ยอมทอดทิ้งหนีหายนานถึงหกปีเต็ม มิตรภาพครานั้น นางสลักจำไว้ในหัวใจ

ชิงเถิงหัวเราะคิกคัก ท่าทางไม่คิดมากใส่ใจ ก้มหน้าก้มตาเก็บของ

ชิงหลัวทำท่าเหมือนมีความลับที่ยากจะเอ่ยปาก ลังเลอยู่ครู่หนึ่งก็ล้วงสิ่งของออกมาจากแขนเสื้อ ยื่นไปเบื้องหน้าฉู่สวินหยาง เอ่ยว่า “ท่านหญิง”

ฉู่สวินหยางมองขวดกระเบื้องใบน้อยสองใบที่อยู่ในมือนาง ทำหน้าตกตะลึง

ชิงเถิงที่อยู่ด้านข้างดวงตาสว่างวาบ รีบแย่งไปเปิดดูและตรวจสอบ หลังจากดูเสร็จก็พูดอย่างตื่นเต้นว่า “โอ้โห นี่ใช่เรียกว่าหัวใจเชื่อมกันหรือไม่? เมื่อครู่เพิ่งจะบ่นว่ายาของท่านหญิงไม่พอ ก็ส่งมาให้ถึงหน้าประตูแล้ว ฮ่าๆ!”

ดวงตาของชิงหลัวเต็มไปด้วยความลังเล แต่สุดท้ายก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา

ฉู่สวินหยางเม้มปาก ปีนลงจากเตียงอย่างรวดเร็ว เมื่อสวมรองเท้าเสร็จก็วิ่งออกไปข้างนอก

“ท่านหญิง!” ชิงหลัวรีบตามไปติดๆ

ชิงเถิงไม่เข้าใจเรื่องราว ในใจยังสับสนแต่ก็ตามออกไปด้วย

ฉู่สวินหยางออกจากกระโจมก็พุ่งไปที่ประตูทิศตะวันออก และครั้งนี้กลับไม่ทำให้นางผิดหวัง มองจากที่ไกลๆ ก็เห็นสาวใช้ชุดสีฟ้านางหนึ่งกำลังเดินวนไปวนมาอยู่ที่ถนนหน้าประตู

นางพลันถอนหายใจโล่งอก รีบสาวเท้าเข้าไปหา

“ท่านหญิง!” เหล่าทหารรีบทำความเคารพ

สาวใช้คนนั้นหันกลับมามอง อวดยิ้มสดใส ใบหน้ามีรอยบุ๋มลึกกดลงที่แก้มทั้งสองข้าง “ข้าน้อยชื่อเซินหลาน ขอคารวะท่านหญิง!”

“ยานี่เจ้าเป็นคนส่งมาหรือ?” ฉู่สวินหยางถาม พลางเขย่าขวดยาที่อยู่ในมือให้นางเห็น

“เป็นนายท่านของข้าสั่งให้ข้านำมามอบให้ท่านหญิง เป็นความกรุณาที่ท่านหญิงไม่รังเกียจ ขอท่านเก็บเอาไว้ใช้เถิดเจ้าค่ะ” เซินหลานกล่าว ขณะเดียวกันก็กะพริบดวงตาที่กลมโตเป็นประกาย ท่าทางบริสุทธิ์ไร้พิษสง

ฉู่สวินหยางลูบขวดยาที่อยู่ในมือ ตริตรองครู่หนึ่ง เอ่ยว่า “ข้าต้องการพบเขาเดี๋ยวนี้ สะดวกหรือไม่?”

“เจ้าค่ะ” เซินหลานพยักหน้า ราวกับว่าเตรียมการไว้ล่วงหน้าแล้ว “นายท่านของข้ามีเวลาว่างพอดี เพียงแต่นายท่านไม่สะดวกมาที่นี่ เกรงว่าต้องรบกวนให้ท่านหญิงตามข้าไปที่หุบเขาเพลิงอัคคีแล้ว”

สีหน้าของชิงหลัวพลันเปลี่ยนเป็นตึงเครียด กำลังจะเอ่ยปากพูด ฉู่สวินหยางก็ออกคำสั่ง “เตรียมม้า!”

------------------------------------------------------------------------

devc-f78f2e12-33002สวินหยาง ยอดหญิงไร้พ่าย: ภาค 1 บทที่ 13 นัดพบกลางหุบเขา ตอนที่ 13