ภรรยาแม่ทัพเป็นสาวชาวบ้าน ตอนที่ 13
บทที่ 13 ความเดือดดาลภายในใจ
“เหยาเหยา หากข้าสามารถเย็บปักผ้าผืนใหญ่ได้เมื่อไหร่ เจ้าจะพอช่วยสอนข้าเพิ่มเติมได้หรือไม่” หยางเล่อเล่อมองหนิงเมิ่งเหยาด้วยแววตาคาดหวัง
นางเรียนรู้จากหญิงสาวผู้นี้ไม่น้อยเลยทีเดียว แต่ก็ยังไม่ช่ำชองนักและยังต้องฝึกฝนให้คล่องขึ้นอีกด้วย เพื่อว่าวันใดที่นางสามารถเย็บปักงานชิ้นใหญ่กว่านี้ เมื่อนั้นนางจะได้เรียนรู้ทักษะการปักเข็มวิธีอื่นๆ เพิ่มเติมต่อไป
“ได้เลย”
หนิงเมิ่งเหยาตกลงจะสอนหยางเล่อเล่อเพราะนางผู้นี้ต่างจากหยางซิ่วเอ๋อร์ลิบลับ นางเป็นคนรู้กาลเทศะ ไม่ละโมบโลภมากเหมือนกับหยางซิ่วเอ๋อร์ที่เห็นอะไรก็อยากได้อยากมีไปหมด ซึ่งหยางเล่อเล่อไม่ใช่คนเช่นนั้น นางจะทำในสิ่งที่เคยได้เรียนรู้จนคล่องดีเสียก่อน จึงค่อยถามหาทักษะวิชาใหม่ๆ นั่นจึงเป็นเหตุผลให้หนิงเมิ่งเหยาอยากจะผูกมิตรกับหยางเล่อเล่อมากกว่า
เมื่อเด็กสาวได้ยินดังนั้น หัวใจก็เต้นโครมครามอย่างมีความสุข “ว้าว ยอดเยี่ยมไปเลย”
“ไว้คราวหน้า เจ้าลองปักเย็บบนปลอกหมอนดูสิ” แม้ตอนนี้หยางเล่อเล่อยังปักเย็บได้แค่กระเป๋าถือ ผ้าเช็ดหน้า หรืออะไรทำนองนี้เท่านั้น แต่ฝีมือปักผ้าของนางก็เพียงพอจะทำบนชิ้นงานขนาดกลาง อย่างปลอกหมอนได้แล้วเช่นกัน
“ได้เลย” น้ำเสียงของหยางเล่อเล่อแสดงถึงความเชื่อมั่นในวาจาของหนิงเมิ่งเหยาอย่างไม่มีข้อกังขา ไม่ว่าหญิงสาวจะพูดอะไร นางก็จะคล้อยตามด้วยทั้งสิ้น
ทั้งสองพูดคุยกันอย่างสนุกสนานตรงลานบ้าน โดยลืมเรื่องของหยางซิ่วเอ๋อร์ไปสนิท
“ท่านแม่ ข้าเพิ่งรู้ว่าจริงๆ แล้วหนิงเมิ่งเหยานั้นมีทักษะอีกเยอะแยะมากมาย และข้าอยากให้นางช่วยสอน แต่นางกลับปฏิเสธเสียนี่” หยางซิ่วเอ๋อร์คิดถึงเรื่องนี้ทีไร หัวใจก็ร้อนระอุดั่งเพลิงไฟที่แทบจะเผาตนเองจนมอดไหม้
นางหลัวมองผู้เป็นลูกสาวด้วยแววตาประหลาดใจ ก่อนถามกลับในทันที “เป็นอย่างนั้นไปได้เช่นไรกันเล่า เพราะเหตุใดหรือ”
นางส่งเสียงทางจมูกฮึดฮัดอย่างเย็นชา “จะมีสาเหตุอื่นอีกหรือเจ้าคะ ทั้งหมดเป็นเพราะความผิดของหยางเล่อเล่อตัวดีนั่นแหละ” แม้บุคลิกภายนอกของหยางซิ่วเอ๋อร์จะดูเป็นคนอยู่ในโอวาท มีสติ และสุภาพเรียบร้อย แต่ทว่าลึกๆ แล้วนางกลับมีนิสัยขี้หงุดหงิด และโหดร้ายเอาเรื่อง
“เจ้าพูดอะไรออกมานั่น แม้ว่าหยางเล่อเล่อจะไม่ใช่คนดี แต่นางก็เป็นลูกสาวของหัวหน้าหมู่บ้านนะ ถ้าคนอื่นมาได้ยินเข้า ชีวิตเจ้าต้องบรรลัยเป็นแน่” นางหลัวปิดปากลูกสาวของตนโดยพลัน
ต่อให้จะพูดประโยคเหล่านั้นในบ้านของตัวเองก็ต้องระมัดระวัง เพราะหากวาจาที่หลุดออกจากปากนั้นไปเข้าหูใครเข้า พวกเขาจะไม่อาจย้อนคืนหรือกลับไปแก้ไขคำพูดใดๆ ได้อีก
หยางเล่อเล่อถูกคนที่บ้านเลี้ยงดูอย่างประคบประหงม ไม่เพียงแต่พ่อผู้เป็นหัวหน้าหมู่บ้านและแม่ของนางเท่านั้น แม้แต่พวกพี่ชายและป้าๆ น้าๆ ทั้งหลายต่างก็รักและเอ็นดูนางกันทุกคน
“ท่านแม่ ข้าไม่ชอบใจเลยจริงๆ” หยางซิ่วเอ๋อร์รู้ตัวว่าพูดจาไม่ดี น้ำเสียงของนางฟังดูไม่สบอารมณ์ และสีหน้านั้นก็เย็นชา
‘หยางเล่อเล่อมีอะไรดีกว่านางตรงไหนกัน ไม่ว่าจะเป็นรูปร่างหน้าตาหรือแม้แต่งานปักผ้าของนางก็สวยงามกว่าทั้งสิ้น แล้วเหตุใดตระกูลของหยางเล่อเล่อจึงดีกว่า ทั้งยังมีชีวิตอันสุขสมบูรณ์มากกว่าตระกูลของนางได้’
“ข้ารู้ แต่ตราบใดที่เจ้าเรียนรู้ทักษะงานฝีมือทั้งหมดของหนิงเมิ่งเหยา และหาเงินได้ เมื่อถึงเวลาอันเหมาะสม เจ้าก็จะได้แต่งงานกับคนดีๆ...” นางหลัวคิดเรื่องนี้ด้วยความหวังอันสูงส่ง ลูกสาวของนางเป็นคนมีความสามารถและทำประโยชน์ให้กับสังคม ผู้คนทั้งหลายจะต้องรับรู้ว่านางเป็นผู้หญิงที่วิเศษแค่ไหน
หยางซิ่วเอ๋อร์ผงกศีรษะอย่างเขินอาย แต่เมื่อนึกถึงท่าทีของหนิงเมิ่งเหยาแล้วก็รู้สึกท้อแท้ขึ้นมา “แต่หนิงเมิ่งเหยาไม่ยอมสอนวิธีการปักเข็มเย็บผ้าชั้นสูงให้กับข้าน่ะสิ นางบอกว่าจะไม่สอนให้คนนอกเด็ดขาด”
“นางบอกว่าจะไม่ยอมสอนให้คนนอกเช่นนั้นหรือ เราต้องคิดหาวิธีที่จะให้นางยอมสอนเจ้าให้ได้” นางหลัวรับปากกับลูกสาว โดยไม่คาดคิดมาก่อนว่าหญิงกำพร้าคนหนึ่งจะมีความสามารถ และทักษะมากมายขนาดนี้
หยางซิ่วเอ๋อร์มองผู้เป็นแม่อย่างไม่เชื่อมั่นในคำพูดของนางนัก
แต่นางอยากจะเรียนรู้วิธีการปักผ้านั้นจริงๆ เพราะฝีมือและผลงานของหนิงเมิ่งเหยาช่างโดดเด่นสะดุดตานัก หากนางรู้เคล็ดลับนั้นเมื่อไหร่ ก็จะมีทักษะมากขึ้น และยังสามารถเพิ่มรายได้ได้อีกด้วย ดังนั้นนางจะต้องหาวิธีทำให้หญิงสาวยอมสอนวิธีการปักเข็มเย็บผ้านั้นโดยเร็ว
ก่อนหน้านี้นางไม่รู้ว่าหยางเล่อเล่อ และหนิงเมิ่งเหยาสนิทสนมกัน แต่ตอนนี้นางรู้แล้วจึงรู้สึกเป็นกังวล หยางเล่อเล่อทำให้หญิงสาวตีตัวออกห่างจากตนไป แต่เพราะไม่อาจย้อนคืนสิ่งที่เกิดขึ้นไปแล้วได้ นางจึงต้องหาทางแก้ไขสถานการณ์โดยเร็ว
ขณะที่หยางซิ่วเอ๋อร์กำลังคิดหาวิธีที่จะทำให้หนิงเมิ่งเหยายอมสอนตนเองอยู่นั้น หญิงสาวผู้นั้นก็กำลังแนะนำวิธีการปักเข็มเย็บผ้าให้กับหญิงสาวอีกคนอยู่
“เหยาเหยา แบบนี้ถูกต้องหรือไม่” หลังจากหยางเล่อเล่อลองปักเย็บไปได้บางส่วน ก็เงยหน้ามองหนิงเมิ่งเหยาอย่างกระวนกระวายใจ
นางเกรงว่าจะปักผิดวิธีจนทำให้ชิ้นงานของตนนั้นเสียหายได้