ภรรยาแม่ทัพเป็นสาวชาวบ้าน ตอนที่ 14
บทที่ 14 การปฏิบัติที่แตกต่าง
หนิงเมิ่งเหยามองชิ้นงาน และผงกศีรษะเบาๆ “ถูกต้องแล้ว เพียงแต่มันอาจจะยังไม่ค่อยสมบูรณ์นัก คราวหน้าเจ้าลองนำปลอกหมอนมาฝึกฝนวิธีปักเย็บแบบนี้ดูนะ”
หญิงสาวหยิบเข็มปักผ้าจากมือของหยางเล่อเล่อเพื่อปักลายดอกไม้ต่างๆ จากตอนแรกที่ยืนอยู่ก็นั่งลง แล้วเริ่มปักเย็บลงบนพื้นที่ส่วนที่เหลืออยู่ไม่มากนักของผืนผ้าผืนนั้น
หนิงเมิ่งเหยาปักเย็บพร้อมทั้งสอนอีกฝ่ายว่าเหตุใดนางจึงควรใช้วิธีการปักเย็บเช่นนี้
หยางเล่อเล่อฟังอย่างตั้งใจ และไถ่ถามในสิ่งที่ตนสงสัย ทัศนคติต่อการเรียนรู้เช่นนี้ทำให้ผู้สอนพยักหน้าอย่างพึงพอใจ
เย็นวันหนึ่ง หนิงเมิ่งเหยาเพิ่งปักเย็บผ้าผืนหนึ่งเสร็จ หยางเล่อเล่อมองดูงานชิ้นนั้นด้วยแววตาหลงใหล “มันช่างงดงามเสียจริงเชียว”
“ไม่ต้องกังวลหรอก อีกไม่นานเจ้าก็จะเย็บปักเช่นนี้ได้แล้ว” หญิงสาวมองดวงตาของอีกฝ่าย และเอ่ยอย่างเป็นมิตร พลางพับผ้าผืนนั้นแล้ววางไว้ข้างๆ
เด็กสาวถูจมูกอย่างเคอะเขิน หนิงเมิ่งเหยาเผลอหัวเราะกับท่าทางไร้เดียงสานั้น “ข้าแค่ชอบมันเท่านั้น และมิได้กังวลอะไรอีกด้วย เจ้าสอนข้ามากมายขนาดนี้ ข้าก็รู้สึกพอใจมากแล้ว” หากเปรียบเทียบระหว่างนางกับหยางซิ่วเอ๋อร์แล้วละก็ หนิงเมิ่งเหยาสอนทักษะให้หยางเล่อเล่อมากมายจริงๆ นางจึงควรพึงพอใจกับสิ่งที่ได้รับ
“เอาล่ะ ในเมื่อพรุ่งนี้เป็นวันหยุดของเด็กๆ ดังนั้นเราไปเที่ยวในเมืองด้วยกันเถอะ” หนิงเมิ่งเหยามองความพึงพอใจในสิ่งที่ตนเองมีของอีกฝ่าย แล้วส่ายศีรษะเบาๆ นี่คือหยางเล่อเล่อ ผู้รู้จักความพอดี
เด็กสาวพยักหน้าตกลงในทันที
ในเช้าวันถัดมา หยางเล่อเล่อเคาะประตูบ้านของหนิงเมิ่งเหยา โดยมีใครบางคนเดินตามหลังมาด้วย คนๆ นั้นคือหยางซิ่วเอ๋อร์นั่นเอง
“เมิ่งเหยา ข้าอยากไปด้วย งานปักเย็บของข้าก็เสร็จพอดีเช่นกัน” นางประสานมือทั้งสองเบาๆ และมองผู้เป็นเจ้าของบ้านด้วยความกังวล
หยางเล่อเล่อเบะปากให้กับหนิงเมิ่งเหยาโดยที่หยางซิ่วเอ๋อร์ไม่ทันเห็น นางรู้สึกไม่สบอารมณ์อยู่ในใจ นางไปคนเดียวไม่ได้หรือ เหตุใดต้องตามเราทั้งสองด้วย ช่างน่ารำคาญเสียจริง
หนิงเมิ่งเหยาพยักหน้ารับคำของหยางซิ่วเอ๋อร์ ก่อนจะหันมองหยางเล่อเล่อ “เล่อเล่อ เจ้ามาถึงแต่เช้าเชียว ทานอะไรมาหรือยัง”
“ข้าทานมาแล้ว” นางรับประทานอาหารเช้าที่ผู้เป็นแม่ตระเตรียมไว้ให้เพราะรู้ว่าวันนี้พวกเขาทั้งสองจะเข้าเมืองไปด้วยกัน หลังจากทานเสร็จ นางก็มาที่นี่
เมื่อหนิงเมิ่งเหยาได้ยินดังนั้น จึงหยิบสัมภาระของตนออกมาและปิดประตูลั่นกุญแจ ท่าทีของหญิงสาวทำให้หยางซิ่วเอ๋อร์ปั้นหน้าถมึงทึง
เมื่อเช้า นางหลัวอยากให้ลูกสาวคนนี้ทานข้าวที่บ้าน แต่นางปฏิเสธ เพราะอยากมาทานอาหารที่บ้านของหนิงเมิ่งเหยามากกว่า เนื่องจากรู้ดีว่าหญิงสาวทำอาหารอร่อย
แต่กลับกลายเป็นว่าตอนนี้ นอกจากจะไม่ได้กินข้าวแล้ว อีกฝ่ายยังไม่สนใจจะไถ่ถามนางเลยด้วยซ้ำ
หยางเล่อเล่อเห็นเนื้อตัวของหยางซิ่วเอ๋อร์สั่นสะท้านราวกับถูกฟ้าผ่า ก็แอบหัวเราะอยู่ในใจ ‘สมน้ำหน้า คอยดูสิว่านางยังอยากจะไปด้วยกันอยู่หรือไม่’
ต่อให้หยางเล่อเล่อจะยังไม่ได้ทานอะไรมา นางก็ตั้งใจว่าจะตอบกลับว่าทานมาแล้วอยู่ดี มิฉะนั้น หนิงเมิ่งเหยาก็ต้องชวนนางกินข้าวก่อน หยางซิ่วเอ๋อร์ก็ต้องเข้ามาด้วยน่ะสิ หยางเล่อเล่อรู้ทันอีกฝ่ายว่ายังไม่ได้ทานข้าวมาจากที่บ้าน และตั้งใจจะมากินอาหารของหนิงเมิ่งเหยาเป็นแน่
“ถ้าเช่นนั้นก็ไปกันเถิด ตอนขามา ข้าเห็นวัวลากเกวียนคันหนึ่งที่จะเข้าเมืองอยู่พอดี ช่างโชคดีนัก” หยางเล่อเล่อคล้องแขนหนิงเมิ่งเหยาและยิ้มกริ่ม นางพูดพลางเหลือบตามองหยางซิ่วเอ๋อร์อย่างมีเลศนัยชัดเจน
หยางซิ่วเอ๋อร์นั้นโกรธจนหน้าเขียว เพราะหยางเล่อเล่อจ้องมองนางอย่างเย้ยหยัน และยังตระหนักได้อีกว่าหญิงสาวอีกคนไม่ได้หันมาสนใจ
ระหว่างที่ทั้งสามกำลังนั่งเกวียนกันอยู่นั้น หยางเล่อเล่อคุยเจื้อยแจ้วกับหนิงเมิ่งเหยาไม่หยุด ทำให้หยางซิ่วเอ๋อร์ไม่มีโอกาสชวนหญิงสาวคุยด้วยเลย ในที่สุดนางจึงพูดกับหยางเล่อเล่ออย่างโมโห “หยางเล่อเล่อ เจ้าช่วยเงียบหน่อยได้หรือไม่เล่า เสียงดังชะมัดยาด”
“ข้ากำลังคุยกับเหยาเหยา แล้วเจ้ามาเกี่ยวอะไรด้วย ถ้าไม่ชอบใจก็อย่ามาฟังสิ เหยาเหยายังไม่ว่าอะไรเลยสักคำ แล้วเจ้ามีสิทธิ์อะไรพูดเช่นนั้นกันเล่า” หยางเล่อเล่อฟึดฟัด และมองอีกฝ่ายด้วยความไม่พอใจอย่างยิ่ง
หากนางคุยกับเหยาเหยาแล้วจะทำไม มันไปขัดขวางอะไรอย่างนั้นหรือ อย่าคิดว่านางไม่รู้ว่าหยางซิ่วเอ๋อร์กำลังวางแผนบางอย่างอยู่
ลึกๆ ในดวงตาของหนิงเมิ่งเหยานั้นมีประกายแห่งรอยยิ้มเฉิดฉายอยู่ บุคลิกของหยางเล่อเล่อนั้นทำให้ผู้คนรอบข้างต่างไม่รู้ว่าควรจะหัวเราะหรือร้องไห้กันแน่ แม้ว่าเด็กสาวผู้นี้จะเป็นคนแสบทรวง แต่ขณะเดียวกัน หากได้สนิทสนมกันแล้ว ก็สามารถทำให้รู้สึกสบายใจได้เป็นอย่างดี
“หยางเล่อเล่อ จะมากเกินไปแล้วนะ”
“ข้ามากไปเท่าไหร่หรือ” นางมองหยางซิ่วเอ๋อร์อย่างใสซื่อ ราวกับว่าไม่เข้าใจในสิ่งที่อีกฝ่ายพูด
หยางซิ่วเอ๋อร์กำมือแน่น และมองหนิงเมิ่งเหยา แต่กลับพบว่าหญิงสาวนั่งเงียบๆ อยู่ตรงมุมเกวียน และทำตัวราวกับไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไร