ภรรยาแม่ทัพเป็นสาวชาวบ้าน ตอนที่ 15
บทที่ 15 เชื่อมสัมพันธ์
ท่าทีของหนิงเมิ่งเหยายิ่งกระตุ้นให้หยางซิ่วเอ๋อร์รู้สึกเดือดดาล จนเหยียดแขนชี้ไปทางหญิงสาว “เจ้าคิดจะดูนางรังแกข้าเฉยๆ เช่นนี้น่ะหรือ”
หนิงเมิ่งเหยาจึงหรี่ตาลงอย่างเย็นชาหลังจากถูกชี้หน้า “การพูดความจริงเป็นการรังแกเจ้ากระนั้นรึ”
หลังจากหยางซิ่วเอ๋อร์สบตากับหญิงสาว มือที่ชี้อยู่นั้นก็ลดระดับลง เพราะสายตาของอีกฝ่ายช่างน่ากลัวนัก
“ข้า...ข้า...”
“เหยาเหยา อย่าโกรธเลย ไม่ต้องไปสนใจนางหรอก” หยางเล่อเล่อยื่นมือไปจับมือของหญิงสาวผู้มีสีหน้าบึ้งตึง ก่อนจะสัมผัสถึงความเยือกเย็นเล็กน้อยจากฝ่ามือคู่นั้น จึงรู้โดยทันทีว่านางไม่พอใจกับกริยาที่หยางซิ่วเอ๋อร์กระทำ
หยางเล่อเล่อคิดถูกเพียงครึ่งหนึ่ง น้ำเสียงของหยางซิ่วเอ๋อร์ที่เอ่ยถามนั้นทำให้หนิงเมิ่งเหยารู้สึกอึดอัดก็จริง แต่สิ่งที่ทำให้หญิงสาวรู้สึกไม่พอใจอย่างมากคือการที่นางชี้นิ้วใส่ต่างหาก
ไม่ว่าจะเป็นชีวิตในยุคสมัยที่หญิงสาวจากมาหรือยุคนี้ ก็ไม่เคยมีผู้ใดกล้าเหยียดมือมาชี้หน้านางเช่นนี้มาก่อน
หลังจากนั้น เมื่อหยางซิ่วเอ๋อร์อยากชวนหนิงเมิ่งเหยาคุย ก็จะนึกถึงสายตาอันเยือกเย็นคู่นั้นเสมอ จนหัวใจของนางแทบหยุดเต้น
เมื่อมาถึงตัวเมือง หนิงเมิ่งเหยาช่วยหยางเล่อเล่อจ่ายค่าเกวียนโดยสาร โดยไม่สนใจแม่นางอีกคนที่มาด้วยเลยแม้แต่น้อย
หยางซิ่วเอ๋อร์หน้าซีดเผือดหลังจากเห็นท่าทีเช่นนั้น เพราะวันนี้นางมิได้นำเงินติดตัวมาด้วย และต้องการให้หญิงสาวช่วยเหลือตน
เมื่อชายชราเจ้าของเกวียนมองมา นางจึงหันมองหนิงเมิ่งเหยาต่ออย่างลำบากใจ “เมิ่งเหยา เจ้าช่วยจ่ายค่าโดยสารเกวียนให้ข้าด้วยได้หรือไม่” หยางซิ่วเอ๋อร์รู้สึกขายหน้าจนใบหน้านั้นร้อนผ่าวทันทีหลังจากพูดออกมา
หนิงเมิ่งเหยายิ้มเบาๆ ขณะมองอีกฝ่ายด้วยแววตาเอือมระอา แล้วหยางเล่อเล่อก็พูดแทรกอย่างไม่พอใจ โดยไม่รอให้หญิงสาวต้องเอ่ยก่อน “เหตุใดเหยาเหยาต้องจ่ายให้เจ้าด้วย”
“นางก็จ่ายให้เจ้า แล้วเหตุใดนางจึงจะไม่ช่วยข้าเล่า” หยางซิ่วเอ๋อร์มองหยางเล่อเล่ออย่างแน่วแน่ ทั้งยังพูดสะกิดใจให้หนิงเมิ่งเหยารู้สึกว่าไม่ควรลำเอียงกับนาง
หยางเล่อเล่อฮึดฮัด “เวลาข้ากับเหยาเหยามาในเมืองทุกครั้ง เราจะแบ่งกันจ่ายค่าโดยสาร นางจะเป็นคนจ่ายขามา ส่วนข้าจะจ่ายขากลับ เจ้าอยากให้นางจ่ายในส่วนของเจ้า แปลว่าเจ้าตั้งใจจะเลี้ยงข้าวนางเช่นนั้นหรือ” นางไม่คุ้นเคยกับนิสัยเอารัดเอาเปรียบของหยางซิ่วเอ๋อร์ผู้นี้เลยจริงๆ
“พอดีวันนี้ข้าไม่ได้นำเงินมาด้วย เดี๋ยวข้าค่อยจ่ายคืนวันหลัง” สีหน้าของหยางซิ่วเอ๋อร์กระอักกระอ่วน แต่นางรู้สึกขุ่นเคืองหนิงเมิ่งเหยาเสียยิ่งกว่า เห็นได้ชัดว่าหญิงสาวผู้นี้มิได้ขัดสนเรื่องเงินทอง แล้วเหตุใดจึงไม่ช่วยนางจ่ายเล่า
ทว่าหยางซิ่วเอ๋อร์กลับมิได้ตระหนักถึงเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างตนเองกับอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย หญิงสาวจะมาช่วยจ่ายในส่วนของนางเพื่ออะไรกัน
หนิงเมิ่งเหยามองหยางซิ่วเอ๋อร์ และหยิบเงินสองอีแปะส่งให้ชายชราเจ้าของเกวียน ก่อนจะคล้องแขนหยางเล่อเล่อเพื่อเดินจากไปพร้อมกัน
หญิงสาวไม่คิดอะไรมากนัก แต่หยางเล่อเล่อรู้สึกไม่สบอารมณ์ และพูดอย่างไม่พอใจว่า “ทำไมเจ้าต้องช่วยนางจ่ายค่าเกวียนโดยสารด้วย ข้ารู้ดีว่านางตั้งใจไม่เอาเงินมา เพราะอยากจะรีดไถเงินจากเจ้านั่นแหละ” หนสองหนยังพอรับได้ แต่นี่มันนับครั้งไม่ถ้วนแล้ว แทบจะเรียกว่าตลอดเวลาเลยด้วยซ้ำ
“เจ้าคิดว่าข้าจะยอมเสียเปรียบเช่นนั้นหรือ” หนิงเมิ่งเหยายิ้มอย่างแผ่วเบาพลางเหลือบมองหยางซิ่วเอ๋อร์ซึ่งเดินตามหลังทั้งคู่มา หลังจากที่นางชำระค่าโดยสารให้
หยางเล่อเล่อคิดแล้วคิดอีก ก่อนจะส่ายศีรษะ “ถ้าเช่นนั้นก็ดี แต่เจ้าไม่ควรจะทำแบบนี้อีก ไม่เช่นนั้นคนอื่นๆ จะคิดว่าเอาเปรียบเจ้าได้ง่ายๆ ” หยางเล่อเล่อกระซิบอย่างไม่พอใจ
หนิงเมิ่งเหยาผงกศีรษะเบาๆ และรู้ว่าอีกฝ่ายหวังดีกับตน นอกจากนี้เวลาที่เข้าเมืองมาด้วยกัน หญิงสาวมักจะพูดอยู่เสมอว่านางจะจ่ายค่าโดยสารขามา ส่วนขากลับนั้นค่อยให้หยางเล่อเล่อเป็นผู้รับผิดชอบ
ทุกครั้งที่หนิงเมิ่งเหยาต้องการช่วยเด็กสาวจ่าย นางจะไม่เห็นด้วย และบอกว่าพี่น้องท้องเดียวกันยังต้องทำบัญชีสะสางเรื่องเงินๆ ทองๆ แต่พวกเขาเป็นสหายคนสนิทต่อกัน นางจึงจะไม่เอาเปรียบหญิงสาวเด็ดขาด
“ไปกันเถอะ ข้าจะพาเจ้าไปยังร้านรับซื้องานผ้าปัก” หนิงเมิ่งเหยาถูกใจคนแบบหยางเล่อเล่อ แต่สหายประเภทนี้ก็มีความจุกจิกไปบ้าง โชคยังดีว่าหากเป็นเรื่องอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องเงินทอง หยางเล่อเล่อก็จะไม่คิดอะไรมากมาย
หยางเล่อเล่อเดินตามหญิงสาวมาจนถึงร้านรับซื้องานผ้าปักที่นางพูดถึง เด็กสาวจึงเพิ่งรู้ว่าจริงๆ แล้วมันคือร้านรับซื้องานผ้าปักที่ดีที่สุดของเมืองแห่งนี้เลยทีเดียว