ภรรยาแม่ทัพเป็นสาวชาวบ้าน ตอนที่ 19
บทที่ 19 คำถาม
“ซิ่วเอ๋อร์ เจ้าพูดอะไรน่ะ บอกแม่มาว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่” นางหลัวมองลูกสาวของตน แม้ว่าน้ำเสียงของหยางซิ่วเอ๋อร์จะไม่น่าฟังนัก แต่นางก็ไม่อาจดุด่า หรือทุบตีลูกสาวได้
หยางซิ่วเอ๋อร์เห็นว่าผู้เป็นแม่เป็นห่วง และไม่ได้มองว่ามันเป็นเรื่องตลก ทั้งยังรู้ว่านางเพิ่งเจอเรื่องไม่เข้าท่ามาก่อนหน้านี้ นางจึงพูดราวกับว่าอีกฝ่ายเป็นคนผิด “ท่านแม่ หนิงเมิ่งเหยาทำเช่นนี้กับข้าได้เช่นไรกัน” นางยิ่งรู้สึกขุ่นเคืองเมื่อคิดย้อนถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในตัวเมือง
นางรู้สึกขายหน้าต่อหน้าคนอื่นๆ เพราะเรื่องของค่าโดยสารเกวียนนั่น และยังต้องขายหน้าในหอลั่วหยุนอีก ทั้งหมดเป็นเพราะหนิงเมิ่งเหยาทั้งสิ้น
“หา มันเกิดเรื่องบ้าบออะไรขึ้น” นางหลัวรีบเอ่ยปากถามในทันทีอย่างเป็นห่วง หลังจากเห็นลูกสาวมีท่าทีแปลกไปจนกระทั่งน้ำตาของนางเริ่มไหลริน
หยางซิ่วเอ๋อร์เล่าเหตุการณ์ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในตัวเมืองให้กับผู้เป็นแม่ฟัง ทำให้นางหลัวรับรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง ‘มันราคาแค่สองอีแปะเท่านั้นเอง และไม่ใช่ว่าหญิงสาวจะไม่มีเงินเสียหน่อย แล้วทำไมนางจึงไม่ไว้หน้าหยางซิ่วเอ๋อร์บ้างเลย ทำเกินไปแล้วจริงๆ ’
แล้วเหตุใดจึงไม่ยอมพาลูกสาวของนางไปหอลั่วหยุนด้วยเล่า
ดวงตาของนางหลัวลุกโชนไม่หยุดขณะกำลังครุ่นคิด ก่อนจะพาหยางซิ่วเอ๋อร์ไปหาหนิงเมิ่งเหยา “ไปหานางตัวดีนั่นกันเถอะ แม่อยากจะถามนางนักว่าทำไมถึงกล้าทำกับเจ้าเช่นนี้”
หากเป็นแต่ก่อน หยางซิ่วเอ๋อร์จะต้องยอมไปอย่างแน่นอน แต่ตอนนี้นางกลับไม่กล้า เพราะเกรงว่าหากไปถึงแล้ว นอกจากจะสร้างปัญหาให้กับหนิงเมิ่งเหยา ยังเป็นการประจานตนเองอีกด้วย
หยางซิ่วเอ๋อร์หยุดฝีเท้าลง แล้วรั้งแขนนางหลัว ก่อนจะสงบจิตใจของตนลง “ท่านแม่ เราไปหาเรื่องหนิงเมิ่งเหยาตอนนี้ไม่ได้หรอก ข้าจะปล่อยนางไปก่อนสักสองสามวัน แล้วจึงค่อยเข้าไปคุย” เพราะเมื่อถึงเวลานั้น นางคงจะพอคิดคำพูดออกว่าควรเอ่ยอะไรกับหญิงสาวบ้าง
ทั้งนี้ทั้งนั้น หากพวกนางเข้าไปหาตอนนี้ มีแต่จะทำให้ตัวเองนั้นตกอยู่ในกำมือของอีกฝ่าย
นางหลัวเห็นด้วยกับคำพูดของลูกสาว “ถ้าเช่นนั้น ต่อจากนี้ไป เจ้าก็คอยดูว่ามันจะเป็นเช่นไร แต่เจ้าจะยอมกล้ำกลืนความโกรธนี้เอาไว้หรือ”
หยางซิ่วเอ๋อร์เย้ยหยัน ‘จะให้นางกล้ำกลืนความโกรธเช่นนั้นหรือ จะเป็นไปได้อย่างไรกัน รอให้นางขุดคุ้ยความลับทั้งหมดของหญิงสาวก่อนเถอะ แล้วจะได้รู้ว่าการทำตัวเป็นปรปักษ์กับนางนั้นมีผลลัพธ์เช่นไร’
หนิงเมิ่งเหยากำลังจัดแต่งลวดลายบนงานปักผ้าของตนอยู่ในขณะนั้น โดยไม่รู้แผนการของแม่ลูกคู่นี้เลยแม้แต่น้อย
หยางซิ่วเอ๋อร์ตั้งใจเมินเฉย และไม่ไปหาหนิงเมิ่งเหยาสองสามวัน จนกระทั่งวันนี้ นางไปหาหญิงสาวด้วยใบหน้ายิ้มแย้มพร้อมกับถืองานปักเย็บของตนไปด้วย
เมื่อพ้นประตูบ้านเข้ามา นางก็พบว่าหญิงสาวกำลังสอนบทเรียนให้กับเด็กๆ อยู่ จึงรู้สึกหงุดหงิด “เมิ่งเหยาทำอะไรอยู่ มาเย็บผ้าด้วยกันดีกว่า”
หนิงเมิ่งเหยามองหยางซิ่วเอ๋อร์ด้วยแววตาราวกับว่าอีกฝ่ายเป็นคนโง่งมนัก นางโตมาขนาดนี้ได้เช่นไรกัน ช่างไม่มีสมองเสียจริง
ในขณะนั้น หญิงสาวกำลังสอนให้เหล่าเด็กน้อยรู้วิธีการอ่านหนังสือรวมถึงจดจำคำศัพท์ต่างๆ โดยมีบรรดาชาวบ้านที่ไม่มีธุระต้องทำเข้ามาร่วมฟังด้วย แต่พวกเขาจะยืนออกันด้านนอก และฟังอย่างเงียบๆ แต่ทว่าตอนนี้ จู่ๆ หยางซิ่วเอ๋อร์ปรากฏตัวขึ้นและแทรกกลางระหว่างบทเรียนของหนิงเมิ่งเหยา ทั้งยังต้องการให้หญิงสาวหยุดสอนเรื่องคำศัพท์ต่างๆ ให้กับเด็กๆ เพื่อจะมาเย็บปักผ้าด้วยกัน
การขัดขวางการเรียนหนังสือของเด็กๆ นั้นถือเป็นเรื่องใหญ่เอาการ
กลุ่มแม่บ้านที่ฟังบทเรียนของหนิงเมิ่งเหยาอยู่ด้านนอกต่างไม่ชอบใจ และเดินผ่านประตูเข้ามาจ้องหน้าหยางซิ่วเอ๋อร์เอ่ยขึ้นอย่างไม่พอใจว่า “ซิ่วเอ๋อร์ การเรียนการสอนก็มีมานานแล้วนะ เจ้าควรจะรู้กาลเทศะว่าในช่วงเช้า จะเป็นเวลาที่เมิ่งเหยาสอนเด็กๆ อ่านหนังสือ และท่องคำศัพท์ต่างๆ แต่นี่เจ้ากลับอยากให้นางหยุดสอนเพื่อมาปักเย็บผ้ากับเจ้า หมายความว่าเจ้าเห็นเรื่องของตนเองสำคัญกว่าการเรียนรู้ของเด็กน้อยเหล่านี้เช่นนั้นหรือ”
“นั่นสิ เจ้าไม่เห็นหรือว่าเด็กๆ กำลังตั้งใจเล่าเรียนกันอยู่ เจ้าจะมาก่อกวนที่นี่เช่นนั้นหรือ”
“ข้า...ข้า...” หยางซิ่วเอ๋อร์หน้าตาบูดบึ้งหลังจากโดนผู้คนรุมตำหนิ ก่อนจะหันมองหนิงเมิ่งเหยา แล้วพบว่าหญิงสาวกำลังมองนางด้วยแววตาไม่แยแสราวกับว่าไม่ใช่เรื่องของตนเอง
“ทุกคนอย่าโกรธกันเลย พวกเรามาเรียนกันต่อเถอะ” หนิงเมิ่งเหยาเอ่ยขึ้นเพื่อสงบจิตใจของเหล่าแม่บ้านที่กำลังโมโห ก่อนจะหันมองหยางซิ่วเอ๋อร์ “หวังว่าเจ้าจะอยู่เงียบๆ เป็นนะ”
เมื่อพูดจบ หญิงสาวจึงหันมองเด็กๆ และให้พวกเขาเปิดหนังสือในบทเรียนหน้าต่อไป ขณะที่สีหน้าของหยางซิ่วเอ๋อร์นั้นแดงก่ำ
ในขณะนั้นยังเป็นช่วงเช้า หนิงเมิ่งเหยาสอนคำศัพท์บางคำ รวมถึงวิธีการนับเลขให้กับเด็กๆ จนเกือบเที่ยง จากนั้นจึงให้การบ้าน และปล่อยทุกคนกลับบ้าน
บรรดาลูกศิษย์ตัวน้อยต่างชอบวิธีการสอนของหญิงสาวมาก เพราะเด็กๆ ได้เล่าเรียนวิชาในช่วงเช้า พอตกบ่ายก็มีเวลาเล่น รวมถึงมีเวลาพักผ่อนระหว่างช่วงที่พวกเขาเล่น และเรียนอีกด้วย ทุกคนจึงมีความสุขอย่างยิ่ง