ภรรยาแม่ทัพเป็นสาวชาวบ้าน ตอนที่ 20
บทที่ 20 หยางเล่อเล่อ
หนิงเมิ่งเหยารอให้เด็กๆ กลับบ้านจนหมด จากนั้นก็เริ่มเก็บโต๊ะ และเก้าอี้ในลานบ้าน หยางซิ่วเอ๋อร์รู้สึกโมโห เพราะเห็นว่าหญิงสาวเมินเฉยตน จึงเดินไปข้างๆ แล้วผลักโต๊ะ และเก้าอี้ที่อีกฝ่ายพับเก็บไว้อย่างแรงจนพวกมันล้มระเนระนาดลงกับพื้น
“หนิงเมิ่งเหยา นี่มันหมายความว่าเช่นไร เจ้าเห็นข้าเป็นตัวตลกเช่นนั้นหรือ” หยางซิ่วเอ๋อร์ชี้หน้าหญิงสาวด้วยความโกรธเคือง
ไม่มีชาวบ้านคนใดรู้เรื่องเหตุการณ์ในตัวเมืองเมื่อวันนั้น ดังนั้นนางจึงพอทำเป็นว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นได้ แต่สำหรับเรื่องที่เกิดขึ้นในหมู่บ้านไป๋ซานแห่งนี้ นางจะแสร้งไม่รู้ไม่ชี้ได้เช่นไรกัน หยางซิ่วเอ๋อร์มั่นใจว่าเมื่อผู้คนทั้งหลายเดินทางกลับหมู่บ้าน พวกเขาจะต้องแพร่กระจายข่าวคราวออกไปอย่างแน่นอน
หนิงเมิ่งเหยาหันหน้ามามองนางด้วยใบหน้าสงบนิ่งและไม่มีวี่แววของความไม่พอใจแต่อย่างใด ทว่ากลับทำให้อีกฝ่ายหวาดกลัวจนขนลุก
“ข้าดูเป็นคนที่ถูกรังแกได้ง่ายเช่นนั้นหรือ”
“ข้า...เมิ่งเหยา ข้าไม่...” หยางซิ่วเอ๋อร์พยายามพูดอธิบายอย่างไม่ทันตั้งตัว
หนิงเมิ่งเหยายิ้มเย้ยหยัน ก่อนจะก้มลงเก็บโต๊ะ และเก้าอี้บนพื้น “ต่อไปนี้ข้าไม่ต้องการเห็นเจ้าที่บ้านของข้าอีก เข้าใจหรือไม่”
สีหน้าของหยางซิ่วเอ๋อร์ซีดเผือด “เมิ่งเหยา ข้าไม่ตั้งใจจะทำให้เจ้าโกรธนะ”
“เหยาเหยา ข้ามาหา” หยางเล่อเล่อวิ่งมาพร้อมถืองานปักผ้าในมือ เมื่อเห็นหยางซิ่วเอ๋อร์กำลังดึงมือเพื่อนรักของตนอยู่ด้านใน นางก็หน้าซีดไป
หยางเล่อเล่อมองหยางซิ่วเอ๋อร์อย่างไม่ไว้ใจ ก่อนจะถามด้วยความเป็นห่วง “เหยาเหยา เกิดอะไรขึ้นกับเจ้า”
“เปล่าหรอก หยางซิ่วเอ๋อร์ ข้าหวังว่าเจ้าจะจำคำพูดของข้าได้” หลังจากสิ้นวาจา หนิงเมิ่งเหยาจึงเริ่มจัดโต๊ะ และเก้าอี้ให้เรียบร้อยต่อ
หยางเล่อเล่อเห็นดังนั้น จึงวางตะกร้าเย็บปักถักร้อยของตนลงข้างๆ และช่วยหญิงสาวจัดโต๊ะ และเก้าอี้
ระหว่างนั้น หยางซิ่วเอ๋อร์เหลือบมองในตะกร้าของหยางเล่อเล่อ แล้วพบว่ามีบรรดาปลอกหมอนลายนกเป็ดน้ำซึ่งถือว่ามีขนาดใหญ่นักสำหรับนาง หลังจากนั้นใบหน้าของนางก็ถมึงทึงไปชั่วครู่
‘ทั้งหมดนี่ต้องเป็นฝีมือของหนิงเมิ่งเหยาแน่นอน เพราะจากทักษะของหยางเล่อเล่อแล้ว คงไม่อาจเย็บปักลายเหล่านี้ได้เป็นแน่’
หยางซิ่วเอ๋อร์รู้สึกอิจฉา และเกลียดชังอยู่ภายใน จนอยากจะเข้าไปฉีกงานปักผ้าในตะกร้าเหล่านั้นให้ขาดเป็นชิ้นๆ แต่ทำได้แค่อดกลั้นเอาไว้ในใจ
นางรอให้หญิงสาวทั้งสองจัดข้าวของจนเสร็จ แล้วเดินเข้าไปหาพร้อมมองงานปักผ้าในตะกร้าของหยางเล่อเล่อด้วยแววตาไม่อยากเชื่อ “เจ้าไม่กังวลหรือว่าจะปักลายนี้ได้ออกมาห่วยแตก จนต้องจ่ายเงินชดเชยเสียเอง”
หากเป็นเมื่อก่อน หยางเล่อเล่อคงวิตกจริตและไม่มั่นใจในตัวเองไปแล้ว แต่ทว่าตอนนี้ไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว นางจะไม่เชื่อคำพูดของหญิงสาวคนนี้อีกต่อไป
“ถ้าจะต้องจ่ายเงินชดเชยมันก็เป็นเรื่องของข้า ข้าไม่ได้ขอใช้เงินเจ้าเสียหน่อย” หยางเล่อเล่อเบะปาก และส่งเสียงฮึดฮัด
สีหน้าของหยางซิ่วเอ๋อร์อึ้งไปขณะมองเด็กสาวอย่างประหลาดใจ เมื่อก่อนตอนนางพูดเช่นนี้ หยางเล่อเล่อมักจะหวั่นวิตกและเป็นกังวลเสมอ แต่ตอนนี้ นอกจากอีกฝ่ายจะไม่สะทกสะท้านแล้ว ยังตอกหน้านางกลับอีกด้วย
หยางซิ่วเอ๋อร์หันไปมองหนิงเมิ่งเหยาที่ยืนอยู่ข้างๆ จึงเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น ‘ถ้าหญิงสาวเป็นผู้ช่วยปักเย็บงานชิ้นนี้ หยางเล่อเล่อก็ต้องทำได้อยู่แล้วน่ะสิ’
นางมองหนิงเมิ่งเหยาอย่างสงสัย และต้องการเอ่ยถาม แต่หญิงสาวผู้นั้นก็หันมองหยางเล่อเล่อพอดี “เล่อเล่อ ขึ้นเขาไปเก็บเห็ดกันเถอะ ของป่าที่บ้านข้าจะหมดแล้ว”
เด็กสาวหันมา และพยักหน้ารับ “ดีเลย เดี๋ยวกลับไปเอาตะกร้าสะพายหลังก่อนนะ” นางหยิบตะกร้าเย็บปักของตนแล้วหมุนตัวจากไป
หยางซิ่วเอ๋อร์รอจนหยางเล่อเล่อออกไป ก่อนจะมองหนิงเมิ่งเหยาพลางเอ่ยถาม “เจ้าช่วยนางเย็บปลอกหมอนเหล่านั้นหรือ”
หญิงสาวเมินเฉยต่อข้อสงสัยของอีกฝ่าย เพราะต้องการพักผ่อน และจัดการธุระของตนเอง
เมื่อหยางซิ่วเอ๋อร์เห็นว่าหนิงเมิ่งเหยาไม่ตอบ จึงคิดเองเออเองว่าเป็นการยอมรับ นางพยายามสะกดความโกรธในใจขณะจ้องมองหญิงสาวอย่างขุ่นเคือง “เจ้าไม่อยากสอนทักษะปักเข็มเย็บผ้าให้กับข้า แต่กลับไปช่วยงานปักผ้าของหยางเล่อเล่อเนี่ยนะ หนิงเมิ่งเหยา เจ้าทำเช่นนี้ได้อย่างไรกัน”
หญิงสาวมองหยางซิ่วเอ๋อร์ และเงียบ ‘สมองของนางผู้นี้คงเป็นหลุมว่างเปล่าที่กว้างเกินกว่าจะคิด’ หนิงเมิ่งเหยาจึงไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไร
“เล่อเล่อมีมือเป็นของตัวเอง ข้าจึงไม่จำเป็นต้องยื่นมือเข้าไปช่วย และข้าต้องขอโทษด้วยหากเจ้ามาที่นี่เพื่อจะปักเย็บผ้า เพราะเรากำลังจะขึ้นเขากัน ทำให้ไม่อาจอยู่ร่วมวงกับเจ้าได้” หลังจากหนิงเมิ่งเหยาพูดจบ ก็เดินเข้าครัวไปทำอาหารเรื่อยเปื่อยระหว่างรอหยางเล่อเล่อกลับมาเพื่อจะชวนนางกินข้าวก่อนออกไปหาของป่าด้วยกัน