ภรรยาแม่ทัพเป็นสาวชาวบ้าน ตอนที่ 46
บทที่ 46 ความคิด
หนิงเมิ่งเหยาจ้องมองแปลงผักด้วยความเงียบงัน หากนางไม่สามารถนำวิธีการจากยุคสมัยใหม่มาลงมือที่นี่ได้ ถ้าเช่นนั้น... การเป็นเจ้าของที่ดินรายใหญ่คงจะไม่ใช่ตัวเลือกที่แย่นัก
คิดได้ดังนั้น หนิงเมิ่งเหยาก็หัวเราะออกมา บางทีนางอาจจะลองเปิดร้านขายของดู
พอมีแผนการในหัว หนิงเมิ่งเหยาก็บิดขี้เกียจ นางใส่กุญแจบ้านและเดินออกไปข้างนอก
เมื่อนางมาถึงบ้านของหยางจู้ หยางเล่อเล่อและนางเฉียวนั้นกำลังปักผ้ากันอยู่ตรงลานบ้าน ทั้งสองดูมีความสุขเปี่ยมล้น
“เหยาเหยา ในที่สุดก็มาเยี่ยมกันเสียที” หยางเล่อเล่อวางผ้าปักในมือลงก่อนคว้าแขนของหนิงเมิ่งเหยาพลางพูดด้วยสีหน้าเหมือนจะบอกว่านางทำอะไรผิด
ใบหน้าอันน่าสงสารนั้นทำให้หนิงเมิ่งเหยาหัวเราะออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ เด็กคนนี้นี่จริงๆ เลย...
ช่วงสองสามวันที่ผ่านมานี้นางไม่ยอมให้หยางเล่อเล่อมาหาที่บ้านด้วยเพราะยังมีเรื่องของนางเฉินอยู่ ขนาดเวลาที่เด็กๆ จะเรียนหนังสือนั้นก็ยังลดน้อยลงด้วย
“ข้ารู้ว่าเจ้าเบื่อ” หนิงเมิ่งเหยายิ้ม
เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ หยางเล่อเล่อก็ซุกหน้าลงและจ้องมองหนิงเมิ่งเหยาอย่างเศร้าสร้อย “เจ้ายังจะมาหัวเราะอยู่อีก เจ้าวางแผนจะจัดการกับเรื่องครอบครัวของหยางชุ่ยอย่างไรหรือ”
นางไม่รู้จริง ๆ ว่าทำไมคนพวกนั้นจึงต้องมาหาเรื่องเหยาเหยาที่เป็นคนดีขนาดนี้ด้วย? หยางเล่อเล่อไม่ชอบใจเลยสักนิด
“ไม่มีอะไร คงไม่มีปัญหาใหม่ตามมาอีกแล้วล่ะ อ้อ จริงสิ ลุงหยางอยู่บ้านหรือเปล่า?” เมื่อนึกถึงสาเหตุที่เธอมาที่นี่ออก หนิงเมิ่งเหยาก็ถามกับหยางเล่อเล่อด้วยรอยยิ้ม
“ท่านพ่อออกไปทำธุระน่ะ เจ้าถามหาท่านทำไมหรือ?”
“ข้ามีบางอย่างอยากปรึกษาน่ะ ถ้าเช่นนั้นข้าจะรอท่านลุงกลับมาก็แล้วกัน” หนิงเมิ่งเหยายิ้มอย่างไม่ใส่ใจ
“ก็ได้”
หนิงเมิ่งเหยานั่งลงข้างๆ พลางมองหญิงสาวทั้งสองปักผ้ากันต่อ ริมฝีปากของนางหยักขึ้นเป็นรอยยิ้ม บัดนี้นางเฉียวเองก็เริ่มฝึกการปักผ้าตามน้องสามีบ้างแล้ว
เมื่ออยู่ต่อหน้าพี่สะใภ้ของตน หยางเล่อเล่อนั้นไม่เพียงทำตัวได้เป็นที่น่าพอใจ หากแต่ยังมีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ไปให้ผู้อื่นอีกด้วย
ทั้งสามพูดคุยและปักผ้าร่วมกัน หลังจากนั้นราวหนึ่งก้านธูป หยางจู้ก็กลับมาพร้อมกับสีหน้าอันเหนื่อยล้า
“ท่านพ่อกลับมาแล้ว”
“ลุงหยาง”
เมื่อหยางจู้เห็นว่าหนิ่งเมิ่งเหยาเองก็อยู่ที่นี่ด้วย ใบหน้าเขาก็เต็มไปด้วยรอยยิ้ม “เหยาเหยามาเยี่ยมรึ ว่าแต่วันนี้เจ้ามาทำไมกันล่ะ”
“ข้าว่าจะมาหาลุงหยางเพื่อซื้อที่ดินสักหน่อย”
“ซื้อที่ดิน? เจ้าจะซื้อที่ดินไปทำอะไร?” หยางจู้มองหนิงเมิ่งเหยาด้วยความตกใจ
นางดูไม่เหมือนคนที่จะปลูกอะไรเป็นเลยสักนิดเดียว แล้วจู่ๆ นางจะมาซื้อที่ดินไปทำไมกัน? นี่มันเหนือจากความคาดหมายของเขาไปไกลนัก
หยางเล่อเล่อเองก็มองหนิงเมิ่งเหยาอย่างตกตะลึง สีหน้าของนางนั้นราวกับเห็นผี
“ใช่แล้ว ข้าอยากจะซื้อที่ดิน อาจจะใช้เพื่อการส่วนตัวหรือไม่ก็เพื่อปล่อยเช่า” หนิ่งเมิ่งเหยาแย้มยิ้มพลางอธิบายสาเหตุไปแบบส่งๆ
หยางจู้ลองใคร่ครวญดู จะว่าไปก็เข้าท่า อย่างไรเสียก็ถือว่าเป็นรายได้อย่างหนึ่ง
“ข้าเข้าใจแล้ว ถ้าเช่นนั้น เจ้าตั้งใจว่าจะซื้อที่ดินจำนวนเท่าไหร่หรือ?”
“ในหมู่บ้านมีที่ดินว่างอยู่เท่าไหร่หรือ” หนิ่งเมิ่งเหยาครุ่นคิด สายตาจับจ้องอยู่ที่หยางจู้
หยางจู้มองหนิงเมิ่งเหยากลับอย่างทำอะไรไม่ถูก “รอบๆ บ้านของเจ้าก็มีที่ดินว่างอยู่หลายสิบหมู่แล้ว”
“ทำไมจึงเป็นเช่นนั้นเล่า?”
“เกิดจากการที่คนทั้งตระกูลไปละเมิดข้อบังคับบางอย่างเข้าเลยถูกยึดที่ดินไปน่ะ แล้วที่ดินพวกนั้นก็เลยต้องนำมาเวียนจ่ายใหม่อีกครั้ง นี่เป็นสิ่งที่ข้าไปทำมาวันนี้ ตอนแรกข้ากะจะบอกเรื่องนี้ให้ชาวบ้านได้รู้อยู่เหมือนกัน แต่ถ้าหากเจ้าต้องการ ข้าก็ยกให้เจ้าไปเลยก็ได้” หยางจู้สั่นศีรษะ ทุกครั้งที่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น เขามักจะต้องยุ่งจนหัวปั่นอยู่เสมอ แม้จะยุ่งมากแค่ไหน แต่ในท้ายที่สุดแล้วเขาก็ไม่ได้อะไรกลับมาอยู่ดี
หากผู้มาขอซื้อได้ที่ดินคุณภาพเยี่ยมไป นั่นมันก็เป็นเรื่องดี แต่ถ้าหากที่ดินที่ได้ไปนั้นเป็นที่ดินคุณภาพต่ำแล้วละก็ เพียงละอองน้ำลายไม่กี่หยดก็คงทะลักท่วมเขาจนตาย
เรื่องพรรค์นี้มันกินแรงเขามากเหลือเกิน ถ้าหากไม่จำเป็นเขาก็ไม่อยากจะหลับหูหลับตาเข้าไปยุ่งเกี่ยวสักเท่าใดนัก
หนิงเมิ่งเหยาครุ่นคิด การทุบประตูบ้านตัวเองมันก็คงจะไม่ได้ยุ่งยากอะไรนัก แล้วอีกอย่าง ที่ดินเหล่านี้ก็อยู่ใกล้ด้วย เมื่อคิดได้ดังนั้นนางก็พยักหน้าเป็นการตกลง “ถ้าเช่นนั้นได้โปรดยกให้ข้าเถิด ท่านลุงหยาง ช่วยชี้แจงรายละเอียดให้ข้าฟังได้หรือไม่”
หยางจู้พยักหน้าแล้วเริ่มต้นอธิบาย ที่ดินผืนนี้นั้นมีบริเวณที่เป็นดินซึ่งดูดซับน้ำได้อย่างดีอยู่จำนวนยี่สิบหมู่ อีกสิบห้าหมู่นั้นอยู่ในระดับปานกลาง ที่ดินคุณภาพระดับต่ำลงมานั้นมีอยู่ห้าหมู่ ส่วนตรงที่เป็นแผ่นดินแห้งแล้งและภูเขานั้นรวมกันได้สามสิบห้าหมู่ ถึงแม้ว่าที่ดินซึ่งมีอัตราการดูดซึมน้ำได้ดีนั้นจะมีราคาแพงกว่า แต่การจะซื้อที่ดินทั้งหมดนั้นจะต้องจ่ายเป็นจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียว
“ที่ดินตรงที่ซับน้ำราคาหมู่ละแปดตำลึงเงิน คุณภาพระดับกลางหกตำลึงเงิน คุณภาพต่ำสุดนั้นสี่ตำลึงเงิน ส่วนตรงภูเขาและที่ดินแห้งแล้งราคาเดียวกันคืออย่างละสองตำลึงเงิน แม่หนูเมิ่งเหยา เจ้าอยากจะซื้อจริงๆ หรือ?” หยางจู้จ้องมองหนิงเมิ่งเหยาอย่างคลางแคลงใจ และกล่าวด้วยความเป็นห่วง
“ใช่แล้ว ข้าจะซื้อ ราคาทั้งหมดเป็นจำนวนสามร้อยสี่สิบตำลึงเงินสินะ ท่านลุงช่วยข้าจัดการเรื่องเอกสารสิทธิ์ได้หรือไม่? ข้าไม่ค่อยเข้าใจเรื่องพวกนั้นสักเท่าใดนัก” หนิงเมิ่งเหยามีท่าทีเคอะเขิน นางไม่เคยทำเรื่องอย่างนี้มาก่อน และครั้งนี้ก็ถือเป็นครั้งแรกของนางจริงๆ