Testimony Crime บันทึกลับคำให้การ

Testimony Crime บันทึกลับคำให้การ: Chapter 050 ตอนที่ 50

#50Chapter 050

ตอนที่ 50 ทางเลือก

เจียงหลีเหลือบมองไป๋เฮ่าหรานที่ตอนนี้ช็อกไปแล้วแวบหนึ่ง ก่อนจะหมุนตัวเดินตามพยาบาลเข้าห้องฉุกเฉินไปทันที

ไป๋เฉินซีสั่งการเสร็จแล้ว คราวนี้ค่อยเบนสายตามามองไป๋เฮ่าหรานที่ยังนิ่งงันอยู่กับที่ด้วยใบหน้างุนงงเหมือนเดิม จากนั้นจึงสืบเท้าเดินเข้าไปสองสามก้าว ตบบ่าเขาสองสามที “นี่ไม่ใช่ความผิดของนายหรอก”

ไป๋เฮ่าหรานไม่ได้พูดอะไร เพียงแต่ปัดมือของไป๋เฉินซีออกเบาๆ แล้วเดินแยกออกไปคนเดียว

ไป๋เฉินซีเห็นไป๋เฮ่าหรานเดินแยกออกไปอย่างนั้นก็ไม่ได้ตามไปแต่อย่างใด

เขารู้ว่าตราบใดที่ยัยเด็กเฉิงหร่านนั่นยังไม่พ้นขีดอันตราย น้องชายของเขาก็จะไม่ออกจากโรงพยาบาลไปแม้เพียงก้าวเดียว

คิดเพียงเท่านี้ไป๋เฉินซีก็เผลอเงยหน้าขึ้นนิดๆ โดยไม่รู้ตัว ชายหนุ่มทอดสายตามองท้องฟ้ามืดมิดด้านนอกหน้าต่าง ตอนนี้ยังเป็นเวลากลางคืนอยู่

ไป๋เฉินซีถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง เป็นเสียงที่เบามากจนแทบไม่ได้ยิน

เขากับเจียงหลียืนเฝ้าที่หน้าประตูห้องพักผู้ป่วยมาตลอด

ตั้งแต่เฉิงหร่านรู้สึกตัว พวกเขาเห็นทุกอย่าง เพียงแต่ไม่ได้บุกเข้ามาห้ามตอนที่ทั้งคู่ทะเลาะกันเท่านั้น

ไป๋เฉินซีรู้สึกว่าเรื่องบางเรื่องต้องพูดออกมาแล้วคุยกันให้เข้าใจ ไม่อย่างนั้นถ้าปล่อยให้ไม่ชัดเจนแบบนี้ไปเรื่อยๆ จะไม่เป็นผลดีกับทั้งสามคน

เขาดูออกตั้งแต่แรกแล้วว่ายัยเด็กเฉิงหร่านนี่ไม่ได้รู้สึกอะไรกับน้องชายเขา

แต่ก็ช่วยไม่ได้ จะให้เขาไปบอกไป๋เฮ่าหรานว่า ‘ที่จริงแล้วผู้หญิงที่นายรักเธอไม่เคยรักนาย’ แบบนั้นก็ไม่ได้

เขาพูดไม่ออก

แต่ตอนนี้พอพวกเขาคุยกันจนรู้เรื่องแล้ว ไป๋เฉินซีกลับรู้สึกสบายใจขึ้นไม่น้อย ไม่ว่าหลังจากนี้ความสัมพันธ์ของพวกเขาจะเป็นอย่างไรต่อไป ไป๋เฉินซีในตอนนี้ก็ไม่อยากให้ไป๋เฮ่าหรานน้องชายเขากลายเป็นตัวสำรองของคนอื่น

ไป๋เฉินซีไม่ได้ออกไปรอฟังผลการรักษาเฉิงหร่าน เขาเชื่อว่าถ้ามีเจียงหลีอยู่ เด็กคนนั้นก็จะไม่เป็นอะไร!

ไป๋เฮ่าหรานออกจากห้องพักผู้ป่วย เดินมานั่งลงที่ม้านั่งตัวยาวหน้าห้องฉุกเฉิน ใบหน้าสวยเงยขึ้นมองประตูบานใหญ่ของห้องฉุกเฉินที่ปิดสนิทอยู่ เขาแหงนหน้าขึ้นเล็กน้อย เอนกายพิงด้านหลัง กำลังย้อนนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่นี้

เขาเป็นอย่างที่ยัยหื่นพูดจริงๆ เหรอ คนที่เขารักไม่ใช่เธอจริงๆ เหรอ

เขาแค่มีชีวิตติดอยู่กับอดีต ติดอยู่กับเด็กผู้หญิงที่เลือดกำเดาไหลเพราะเขาในตอนนั้นจริงๆ เหรอ ชั่วขณะนั้น ไป๋เฮ่าหรานรู้สึกเพียงว่าเหมือนมีเสียงอื้ออึงดังสะท้อนอยู่ในหัว

เขาแยกแยะความรู้สึกของตัวเองไม่ออกแล้ว แล้วก็แยกแยะไม่ได้ด้วยว่าตัวเองรักคนที่ตอนนี้โตเป็นสาวสวยสะพรั่ง หรือว่ารักยัยเด็กโง่คนนั้นที่มีตัวตนอยู่ในอดีตกันแน่

แต่พวกเธอเป็นคนเดียวกันชัดๆ เขาจะรักคนไหนก็ถือว่ารักเธอทั้งนั้นแหละ จะตอนเด็กหรือตอนนี้ก็เหมือนกันไม่ใช่เหรอ ไป๋เฮ่าหรานเหม่อลอยด้วยความรู้สึกที่ค่อนข้างไม่เข้าใจ!

ยัยหื่นตอนโตไม่เหมือนกับยัยหื่นตอนเด็กๆ อีกแล้ว ตอนนี้เธอเรียนเก่ง หัวดี ทั้งยังไม่เลือดกำเดาไหลเพราะเขา แล้วก็ไม่อ้อนไม่พยายามเอาชนะเขาแล้วด้วย

เธอมีชีวิตแบบที่ตัวเองต้องการแล้ว เธอทำอะไรก็มีความคิดเป็นของตัวเอง ไม่คอยพึ่งเขาอีกแล้ว เธอชอบหรือสนใจอะไรก็ไม่บอกเขาอีก

เวลาแต่ละปีที่ผ่านพ้นไปทำให้เธอค่อยๆ โตขึ้นเรื่อยๆ ยัยหื่นของเขาก็ไม่พูดเรื่องส่วนตัวกับเขาแล้ว จะเรื่องไหนๆ เขาก็ต้องเป็นคนคอยเดาเอาเอง คอยสังเกตเอาเองตลอด ยัยหื่นที่เป็นแบบนี้ ยังใช่เด็กผู้หญิงอ๊องๆ ซื่อบื้อคนนั้นที่เขาเคยรู้จักหรือเปล่า

ยังใช่ยัยเด็กโง่คนนั้นที่เวลาทะเลาะกับเขาก็จะทำทีมาอ้อนไม่ก็แถไปเรื่อยๆ ไม่ยอมเป็นฝ่ายผิดอยู่หรือเปล่า

เธอไม่ใช่แล้ว เธอไม่ใช่ยัยเด็กโง่คนนั้นที่เขาเคยรู้จักอีก เด็กโง่ของเขาได้ค่อยๆ เติบโตไปตามกาลเวลา ตามกลับมาไม่ได้อีกแล้ว ไป๋เฮ่าหรานหลับตาลงช้าๆ เขาตัดสินใจอะไรได้บางอย่าง และมีคำตอบอยู่ในใจแล้ว!

ในเมื่อเขาตามยัยเด็กโง่คนนั้นกลับมาไม่ได้และตอนนี้ยัยหื่นก็มีคนที่ตัวเองชอบแล้ว เขาไขว่คว้าความสุขมาให้ตัวเองไม่ได้ แต่เขาก็ไม่อยากใช้ชีวิตอยู่ในเมืองนี้ต่อไปเหมือนกัน

เขาอยากออกเดินทางเพียงลำพัง อยากไปยังสถานที่ใหม่ๆ คนเดียว เขาอยากให้ดวงตาคู่นี้ของตัวเองไม่ต้องมองเห็นชีวิตความเป็นอยู่ของเธออีก แบบนี้ใจของเขาจะได้ไม่ทรมานถึงขนาดนั้นเช่นกัน แล้วก็จะไม่ขัดขวางความสุขซึ่งเด็กผู้หญิงที่เขาเคยรักต้องการด้วย ไป๋เฮ่าหรานรู้สึกขมขื่นอยู่นิดๆ ในใจ

ครั้งนี้เขาจะปล่อยมือแล้วจริงๆ ไม่ใช่เพราะสู้ไม่ได้ แต่เพราะเขาไม่เคยอยู่ในใจเธอเลยต่างหาก เขาไม่อยากเป็นแบบนี้ต่อไปแล้ว!

ร่างกายของผู้หญิงที่เขารักมีอาการผิดปกติ เขาไม่สามารถทะเลาะกับเธอเรื่องความรู้สึกโดยไม่สนใจอะไรเพียงเพราะเขารักเธอแต่ไม่อาจได้เธอมาครองได้ เหมือนอย่างเมื่อครู่นี้ที่จู่ๆ เธอก็หงายหลังลงไปต่อหน้าต่อตาแบบนั้น เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นฝีมือเขาโดยตรงเลยก็ว่าได้

ในเมื่อคนที่เธอต้องการไม่ใช่เขา แล้วเขาก็ตัดใจไปง่ายๆ ไม่ได้เหมือนกัน ทางเดียวที่ทำได้จึงมีแต่ต้องไปจากที่ที่มีเธอ ไปจากจุดที่เธอมีตัวตนอยู่

เขาไม่อยากเห็นผู้ชายคนอื่นมาครอบครองเธอ ยิ่งไปกว่านั้นคือไม่อยากให้รอยยิ้มมีความสุขบนใบหน้าเธอที่มอบให้ผู้ชายคนอื่น มีอยู่ทางเดียวคือเขาไม่ไปมองมัน แบบนี้ถึงจะไม่นึกถึง!

หลังจากที่ไป๋เฮ่าหรานหาทางเลือกให้ตัวเองได้เรียบร้อย คราวนี้ใบหน้าสดสวยถึงได้ระบายยิ้มในที่สุด เขานั่งอยู่บนม้านั่งตัวยาวเงียบๆ รอผลการผ่าตัด

ครึ่งชั่วโมงผ่านไป

ประตูทางเข้าห้องฉุกเฉินเปิดออก ไป๋เฮ่าหรานลุกขึ้นยืนด้วยท่าทางสง่างามก่อนจะสืบเท้าเดินเข้าไปช้าๆ “เธอเป็นยังไงบ้างครับ”

เจียงหลีปลดแมสก์ปิดปากบนหน้าออก ใบหน้าที่หล่อเหลาราวเทพบุตรเปล่งประกายดูบริสุทธิ์ผุดผ่อง ทว่าภายในดวงตาสีน้ำเงินเข้มคู่นั้นกลับฉายแววแปลกใจขึ้นแวบหนึ่ง เจียงหลีมองเด็กหนุ่มตรงหน้าที่หน้าสวยเกินคนราวกับว่าเป็นปีศาจ แล้วพลันพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงประหลาด “เธอไม่เป็นไรแล้ว เดี๋ยวพอร่างกายของเธอฟื้นตัวก็ตรวจดูอาการได้”

แววตาของไป๋เฮ่าหรานไม่ได้เปลี่ยนไป น้ำเสียงของเขายังคงสงบนิ่ง ฟังดูสง่างามระคนเย้ายวนเช่นเดิม “อืม...เข้าใจแล้ว ครั้งนี้ต้องขอบคุณพี่ด้วยนะครับ”

เจียงหลีเหลือบมองเด็กหนุ่มหน้าสวยที่ขอบคุณเขาด้วยสีหน้าจริงใจ

เขารู้สึกว่าคนที่สุขุมสง่างามตรงหน้านี้แตกต่างโดยสิ้นเชิงจากผู้ชายคนที่เขาเห็นผ่านหน้าประตูห้องพักผู้ป่วยว่าตวาดลั่นอย่างคนเสียสติ ราวกับไม่ใช่คนเดียวกัน!

ไอ้เด็กเวรนี่คงไม่ได้ถูกกระทบกระเทือนทางใจมากเกินไปจนสมองกลับหรอกใช่ไหม จู่ๆ ใบหน้าใสซื่อของเจียงหลีก็พลันเปี่ยมล้นด้วยความกังวล ก่อนที่เจ้าตัวจะเอ่ยถามขึ้นด้วยถ้อยคำสั้นๆ ได้ใจความเหมือนเคย “นายไม่ได้เป็นอะไรใช่ไหม ให้ฉันตรวจให้นายหน่อยดีไหม”

ไป๋เฮ่าหรานชะงักไปเล็กน้อย แต่ไม่นานก็ประมวลผลได้ เขาเข้าใจว่าเจียงหลีถามถึงอาการที่เมื่อครู่นี้เขาหมดสติไป จะให้ตรวจดูให้หรือเปล่า ด้วยเหตุนี้จึงส่งยิ้มสง่างามกลับไปให้พลางส่ายหน้าช้าๆ และพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่ฟังดูเซ็กซี่นิดๆ “ไม่ต้องหรอกครับ ตอนนี้ผมรู้สึกดีขึ้นมากแล้ว ไม่ได้รู้สึกไม่สบายตรงไหน”

เจียงหลียังคงไม่อาจสลัดสีหน้าเป็นกังวลออกไปได้ เขาไม่อยากเห็นเด็กหนุ่มที่หน้าสวยยิ่งกว่าผู้หญิงต้องมาสมองมีปัญหาทั้งอย่างนี้เพราะได้รับการกระทบกระเทือนทางจิตใจมากเกินไป!

คิดเพียงเท่านี้เจียงหลีก็พูดออกมาตรงๆ สั้นๆ ด้วยเสียงใสแจ๋ว “นายไม่ได้เป็นอะไรจริงๆ ใช่ไหม ทำไมฉันถึงรู้สึกว่าสมองนายมันค่อนข้างจะเบลอๆ ไปล่ะ...”

“อะไรนะครับ” ไป๋เฮ่าหรานยังจับต้นชนปลายไม่ค่อยได้ เลยหลุดปากถามกลับไปโดยไม่รู้ตัว

แต่เมื่อได้ฟังคำที่เจียงหลีพูดต่อจนจบประโยคก็พลันกระจ่างทันที

“ฉันว่าฉันตรวจดูอาการให้นายหน่อยดีกว่า! เด็กสมัยนี้แค่ถูกกระทบกระเทือนจิตใจนิดหน่อยก็พากันรับไม่ได้ทั้งนั้นแหละ!” เจียงหลีพูดจบก็ถอนหายใจสำทับเฮือกหนึ่งเหมือนเข้าใจดี

ไป๋เฮ่าหรานมองดูชายหนุ่มหน้าตาใสซื่อไร้ที่ติตรงหน้า ใบหน้าที่เหมือนเทพบุตรของเขาฉายรอยกลัดกลุ้ม ไหนจะเสียงถอนหายใจอย่างไม่ได้ดั่งใจนั่นอีก

ไป๋เฮ่าหรานไม่ได้ตอบคำถามของเจียงหลี!

………………………........

devc-af530e87-33711Testimony Crime บันทึกลับคำให้การ: Chapter 050 ตอนที่ 50